บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 152 ท่านอ๋องสวมผ้าปูโต๊ะ

sprite

หยู่เหวินเห้ายื่นมือจับนาง สีหน้าค่อยๆตื่นเต้น พร้อมพูดขึ้นว่า "เจ้าโกรธแล้วใช่ไหม? ไหนบอกว่าจะไม่โกรธไง เจ้าโกหก"

หยวนชิงหลิงมองดูเขา พร้อมพูดขึ้นอย่างอ่อนโยนว่า "ไม่โกรธจริงๆ ข้าบอกแล้วว่าไม่โกรธก็คือไม่โกรธ เจ้ารีบอาบเถอะ ข้าจะไปรอเจ้าที่ห้อง"

นางพูดจบ ก็ลุกขึ้นไปบนฝั่ง

"เจ้าอาบเสร็จแล้วหรือ?" หยู่เหวินเห้าอึ้ง มองดูใบหน้าที่ยิ้มแย้มของนาง ก็ดูเหมือนไม่โกรธจริงๆ

"อาบเสร็จแล้ว เจ้ารีบอาบเถอะ เข้ายังไม่ได้สระผมเลย ข้าจะไปรอเจ้าที่ห้อง" หยวนชิงหลิงหยิบชุดนอนมาสวม แล้วส่งจูบให้เขาหนึ่งที ดูมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก

หยู่เหวินเห้าผิดหวังอย่างมาก เดิมวางแผนไว้ว่าจะมีอะไรกันในน้ำสักรอบ

แต่ว่า กลับห้องก็ได้

"งั้นก็ได้ เจ้ากลับไปรอข้าก่อน ข้าจะรีบตามไป" เขาจมลงไปในน้ำ มือทั้งคู่ขยี้หัวสระผมอย่างแรง หยวนชิงหลิงได้หันตัวเดินออกไปแล้ว นางยังหยิบเสื้อผ้าที่สะอาด และสกปรกของเขาไปด้วย

เมื่อออกมาถึงด้านนอกสระผี นางพูดกับฉี่หลอกับลู่หยาว่า "ท่านอ๋องบอกว่าคืนนี้จะนอนที่หอเฟิ่งหยี เจ้าทั้งสองไปคอยรับใช้อยู่ที่หอเฟิ่งหยีเถอะ ไม่ได้เข้าไปอยู่หลายวัน เปลี่ยนผ้าห่อผ้าปูที่นอนใหม่ด้วย"

"เพคะ พระชายา" ฉี่หลอกับลู่หยาเดินตามนางไปอย่างไม่ลังเล

หยวนชิงหลิงกัดฟันแน่น

รู้ว่าไม่ควรโกรธ นั่นล้วนเป็นเรื่องที่ผ่านมาของแล้ว เมื่อก่อนเขายังเคยชอบฉู่หมิงชุ่ย นางยังปล่อยวางได้แล้วเลย

ไม่ควรที่จะเก็บมาคิดจริงๆ

แต่ก็ยังโกรธ โกรธจนหน้าอกแทบระเบิดแล้ว

เขาเล่าอย่างเห็นภาพได้ชัด บนเตียงภายในห้องนอน นางข้าหลวงชี้แนะที่มีความชำนาญคนหนึ่ง ด้านนอกยังมีมามาชี้แนะอีกคนหนึ่ง.....

ความโกรธทวีเพิ่มพูนมากขึ้น

กลับมาถึงหอเฟิ่งหยี นางรีบสั่งลู่หยากับฉี่หลอว่า "ปิดประตูหอเฟิ่งหยีให้หมด หากท่านอ๋องมา ก็ให้อยู่ด้านนอก บอกว่าข้าไม่สบาย คืนนี้ไม่รับแขก"

ลู่หยากับฉี่หลอต่างมองหน้ากัน ฟังไม่ผิดใช่ไหม? รับแขก?

พระชายาเป็นอะไร? ท่าเหมือนโกรธเคืองอย่างมาก

ท่านอ๋องทำอะไรให้โกรธหรือ?

เมื่อหยู่เหวินเห้าสระผมเสร็จแล้วลุกขึ้นมาสวมเสื้อผ้า ค่อยรู้ว่าคืนนี้ตอนเองทำผิดไปแล้ว

เขาไม่ควรที่จะเชื่อคำพูดของผู้หญิงจริงๆ

ไม่สนใจ? ไม่โกรธ? แปลกใจ? ล้วนโกหกทั้งนั้น

เขาเชื่อคนง่ายเกินไป

"ฉี่หลอ ฉี่หลอ" เขาตะโกนเรียกขึ้น

ด้านนอกไม่มีคนตอบ

เห็นที แม้แต่ฉี่หลอก็ถูกหลอกไปแล้ว

"สวีอี สวีอี" เขาตะโกนเรียกอีกครั้ง

ที่นี่เป็นลานด้านหลังของตำหนักเซี่ยวเยว่ ห่างจากลานด้านหน้าระยะหนึ่ง สวีอีน่าจะไม่ได้ยิน

หยู่เหวินเห้ามองดูรอบๆสระผี ไม่มีเสื้อผ้าอะไรที่สามารถใช้ปกปิดร่างกายได้

แม้แต่เสื้อผ้าเปื้อนที่ถอดไว้ยังเอาไป ช่างโหดร้ายจริงๆหยวนชิงหลิง

เขาหมุนหนึ่งรอบ แล้วก็จามสองที รู้สึกว่าตนเองน่าสงสารมาก ไม่รู้ว่าตกอยู่ในสภาพแบบนี้ได้อย่างไร

ยังนึกฝันว่าคืนนี้จะเป็นค่ำคืนที่มีความสุข

กลับไปแช่อยู่ในน้ำ ทั้งโมโห ทั้งจนใจอยู่เนิ่นนาน แล้วสายตาของเขาก็มองไปที่บนโต๊ะน้ำชาตัวนั้น

สวีอีรออยู่ด้านนอกตำหนักเซี่ยวเยว่ ตามปกติ หลังจากที่รอท่านอ๋องนอนลงแล้ว ก็สามารถไปพักได้

แต่คืนนี้ท่านอ๋องอาบน้ำนานมากแล้วก็ยังไม่กลับ

เสียงฝีเท้าดังขึ้นบนระเบียงทางเดิน ทังหยางเดินมาถามว่า "ท่านอ๋องกับพระชายาอาบน้ำเสร็จหรือยัง?"

สวีอีพูดว่า "ยังเลย"

ทังหยางพูดขึ้นว่า "งั้น ข้าจะให้ในครัวเอาน้ำยามาให้ค่ำหน่อย"

"น่าจะใกล้กลับมาแล้ว เอามาตอนนี้เลยก็ได้" สวีอีพูดขึ้น

ทังหยางได้ยินเสียงฝีเท้า จึงพูดขึ้นว่า "น่าจะกลับมาแล้ว"

และแล้วก็เห็นคนคนหนึ่งออกมาจากตรงระเบียงอย่างรวดเร็ว วิ่งออกมาเร็วมาก เหมือนมีผีร้ายวิ่งตามหลัง

สวีอีกับทังหยางเพ่งมองดู แล้วก็อ้าปากค้าง

นี่คือท่านอ๋องหรือ? เกิดอะไรขึ้น? นี่ชุดอะไรกัน?

บนกายหยู่เหวินเห้าไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้น ในมือถือผ้าปูโต๊ะชิ้นเล็กปกปิดส่วนที่สำคัญไว้ แล้ววิ่งมาอย่างรวดเร็ว จ้องมองทั้งสองคนด้วยสายตาดุ พร้อมพูดว่า "เรื่องคืนนี้หากแพ่งพายออกไป ระวังลิ้นของพวกเจ้าไว้ให้ดี" พูดเสร็จ ขาทั้งคู่ที่เต็มไปด้วยขนก้าวเดินไปข้างหน้า

"ท่านอ๋อง ธรณีประตู"

สายไปเสียแล้ว ด้วยความเร่งรีบ และต้องคอยจับผ้าปูโต๊ะคอยปกปิดไว้ เมื่อเท้าสะดุด คนก็ล้มลงไปทันที

"พระเจ้า สวีอี รีบพยุงท่านอ๋องขึ้นมา ไม่ ไม่ เจ้ารีบไปเอาเสื้อผ้ามา ปกปิดกายไว้ก่อน โอ้ย มามามาแล้ว....แม่นมสี่ เจ้าหยุดอยู่ตรงนั้นก่อน อย่าเข้ามา เกิดเรื่องแล้ว...."

เดิมแม่นมสี่อยากที่จะมาสืบถามว่าทำไมพระชายาถึงโกรธ เมื่อได้ยินว่าเกิดเรื่อง ก็รีบวิ่งมาทันที

ตำหนักเซี่ยวเยว่วุ่นวายขึ้นมาทันที

หยู่เหวินเห้าห่ออยู่ในผ้าห่ม ยื่นเท้าออกมาให้สวีอีช่วยทายา เขายืดหลังตรง อยู่ในท่านี้เนิ่นนาน

ไม่รู้ว่าโกรธหรือว่าอาย หรือว่าอย่างอื่น ไม่ว่ายังไง ตอนนี้ความรู้สึกของเขากระวนกระวายมาก

กระวนกระวายจนอยากสับสวีอีกับทังหยาง พร้อมทั้งแม่นมสี่ให้ละเอียดแล้วก็เอาไปให้หมา

ถึงแม้แม่นมสี่จะเห็นแวบเดียว แล้วก็รีบวิ่งกลับไปยังหอเฟิ่งหยีแล้ว

เขาก็ยังอยากฆ่าคนสองคน เพื่อเบี่ยงเบนอารมณ์ความรู้สึก

สวีอีกับทังหยางแอบมองตากัน ทำไมดูเหมือนบนกายท่านอ๋องแฝงไปด้วยความอาฆาต?

"พระชายาล่ะ?" หยู่เหวินเห้าค่อยๆสงบสติอารมณ์ แล้วถามขึ้น

"พระชายาไปอาบน้ำพร้อมกับท่านอ๋องไม่ใช่หรือ?" สวีอีถามขึ้น

หยู่เหวินเห้าถามขึ้นด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงว่า "ใช่ แต่นางกลับมาก่อน ไม่ได้กลับมาตำหนักเซี่ยวเยว่หรือ?

"เปล่าขอรับ ทำไมนางถึงกลับก่อน?" สวีอีถามขึ้นอย่างแปลกใจ

หยู่เหวินเห้ากระทืบเท้า เตะตรงท้องน้อยของสวีอี พร้อมพูดว่า “

สวีอีพูดตอบว่า “ขอรับ”

ค่อยโล่งอก แล้วก็หันเดินจากไป

ทังหยางเอาน้ำยามาให้ด้วยตัวเอง พร้อมพูดว่า “ท่านอ๋อง พระชายาจะไม่โกรธอย่างไม่มีสาเหตุ เกิดอะไรขึ้นหรือ?”

หยู่เหวินเห้ารู้สึกว่าทังหยาง น่าจะรู้ความคิดอ่านของผู้หญิงดีจึงพูดขึ้นว่า“ เดิมก็ยังดีๆอยู่ แต่นางกลับถามว่าข้าเคยมีผู้หญิงมาก่อนไหม”

“ งั้นก็ต้องบอกว่าไม่มี” ทังหยาง พูดขึ้นทันที

หยู่เหวินเห้า มองดูเขา พร้อมพูดขึ้นอย่างหงุดหงิดว่า “ ท่านอ๋องบอกว่ามี”

ทับหยาบแทบจะกระอักออกมาเป็นเลือด และพูดว่า “ ท่านอ๋องจะบอกว่ามีได้อย่างไร?”

“ นางบอกว่านางไม่สนใจ” หยู่เหวินเห้า พูดขึ้นอย่างหงุดหงิด

ทังหยาง หยุดฝีเท้าพร้อมพูดขึ้นว่า “ ท่านอ๋องของข้า จะเชื่อคำพูดของผู้หญิงได้อย่างไรกัน? หากไม่สนใจจริงๆ ก็จะไม่ถาม”

“นี่ล้วนเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว มีอะไรน่าสนใจ”หยู่เหวินเห้าไม่เข้าใจความคิดของหยวนชิงหลิงจริงๆ

“ขอพูดอย่างล่วงเกินประโยคหนึ่งว่า หากที่ผ่านมาพระชายาเคยมีคนที่ชอบ ท่านอ๋องจะสนใจไหม?”

หยู่เหวินเห้า พูดขึ้นอย่างโกรธเคืองว่า “ข้าจะฆ่าคนคนนั้นแน่”

ทังหยางพูดขึ้นว่า “งั้นก็ถูกแล้วไม่ใช่หรือ? ไม่ต้องสนว่าเป็นเมื่อก่อนหรือตอนนี้ หากเคยมี นั่นก็คือโทษสถานหนัก ดังนั้น จะพูดความจริงกับผู้หญิงทั้งหมดไม่ได้ ต้องพูดความจริงอย่างเหมาะสม”

“อย่างเหมาะสมยังไง? เจ้าสอนข้าสิ”หยู่เหวินเห้าแสดงท่าทีอยากขอให้สอน

เห็นที เรื่องแบบนี้ คนชำนาญอย่างทังหยางค่อยรู้เรื่องหน่อย

ทังหยางถามขึ้นว่า “งั้นคืนนี้ท่านอ๋องพูดอย่างไร?”

หยู่เหวินเห้าพูดขึ้นว่า “ก็พูดถึงกฎธรรมเนียมภายในวัง เมื่อตอนอายุสิบหก มีนางข้าหลวงชี้แนะมาคอยปรนนิบัติ ค่อยปรนนิบัติอยู่หลายวันแล้วก็ไป ก็แค่พูดไม่กี่ประโยคนี้เอง”

ทังหยางถอนหายใจพร้อมพูดขึ้นว่า “กฎธรรมเนียมภายในวัง ตอนอายุสิบหก มีนางข้าหลวงชี้แนะมาคอยปรนนิบัติ ประโยคนี้สามารถพูดได้ นี่คือความจริง แต่ประโยคข้างหลัง สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม อย่างเช่น ท่านอ๋องเห็นความสำคัญของเรื่องนี้มาก จึงหลีกเลี่ยงกฎธรรมเนียมภายในวังนี้ ทำการต่อต้านอย่างที่สุด เมื่อพระชายาได้ยินแล้วก็จะดีใจไม่ใช่หรือ?”

หยู่เหวินเห้านิ่งอึ้งไป แล้วพูดขึ้นว่า “ทังหยาง ความสามารถในการโกหกปลิ้นปล้อนของเจ้า ยิ่งอยู่ก็ยิ่งเก่งแล้วนะ”

ทังหยางพูดขึ้นว่า “ท่านอ๋อง นี่เป็นเล่ห์กลที่ต้องมีไว้กับผู้หญิง ดูท่านสิ คืนนี้ที่พูดความจริงไปแล้ว เกิดอะไรขึ้น? ดูผ้าปูโต๊ะนั่นสิ ขาดกลายเป็นอะไรไปแล้ว?”