บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 162 ดูการแจกโจ๊ก

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 162 ดูการแจกโจ๊ก ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 162 ดูการแจกโจ๊ก เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 162 ดูการแจกโจ๊ก บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 162 ดูการแจกโจ๊ก ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 162 ดูการแจกโจ๊ก

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 162 ดูการแจกโจ๊ก นวนิยาย

หยวนชิงผิงเห็นนางมีท่าทีเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร จึงพูดอธิบายขึ้นว่า “เข้าใจ ฉู่หมิงชุ่ยจะเปิดโรงโจ๊กนอกเมือง บรรเทาทุกข์ขอทานในเมือง และสองวันก่อน พระชายาจี้ไปยังวัดชิงฮัวเพื่ออธิษฐาน ขอพรให้ประชาชนพ้นจากภัยน้ำท่วมทั้งที่ยังป่วยอยู่ โดยคุกเข่าอยู่ทั้งคืน”

หยวนชิงหลิงพูดขึ้นว่า “พระชายาจี้ไปขอพรทั้งที่ยังป่วยอยู่หรือ? คุกเข่าทั้งคืนแบบนี้ อาการป่วยคงแย่ยิ่งกว่าเดิมไหม?”

“ใช่ ได้ยินว่าอาการหนักขึ้น ฮ่องเต้ยังประทานยามาให้ด้วย” หยวนชิงผิงจู่ๆก็มองดูนางด้วยความประหลาดใจ พร้อมพูดว่า “ไม่ถูกนี่ เจ้าเป็นถึงพระชายาอ๋องฉู่กลับไม่รู้เรื่องพวกนี้หรือ? เรื่องพวกนี้แม้แต่ข้ายังรู้เลย”

หยวนชิงหลิงยิ้มพูดว่า “ข้าเป็นกบในกะลา”

แม้แต่เรื่องภัยน้ำท่วมนางก็ไม่รู้

อดทนไว้ แล้วนางก็ถามขึ้นว่า “น้ำท่วมที่ไหน?”

“ใครจะไปรู้ ได้ยินว่าเป็นเมืองเล็กเมืองหนึ่งแถวชายแดน”

“เดี๋ยวข้าค่อยไปถามหยู่เหวินเห้า”หยวนชิงหลิงพูดขึ้น

หยวนชิงผิงมองดูนาง พูดขึ้นด้วยคิ้วตาตกตะลึงว่า “นี่เจ้าเรียกชื่อท่านอ๋องแบบนี้เลยหรือ?”

“ไม่เช่นนั้นล่ะ?”หยวนชิงหลิงยังไม่รู้ตัว ในใจยังกำลังคิดว่าน้ำท่วมในเมืองเล็กๆที่ชายแดนไหน? หากเป็นเรื่องจริง หยู่เหวินเห้าน่าจะรู้สิ

“หากท่านพ่อได้ยิน เขาตีเจ้าตายแน่”หยวนชิงผิงพูดขึ้น

หยวนชิงหลิงยิ้มพูดขึ้นว่า “เขาไม่ได้ยิน และก็ไม่ได้เจอข้า”

“แต่ตอนนี้เขาก็ไม่ต้องตีเจ้าหรอก” หยวนชิงผิงยักไหล่ เม้นปาก พร้อมพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “ช่วงนี้ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ชอบพาแขกกลับมาบ้าน แล้วก็เรียกข้าออกมา”

“ไม่ใช่มั้ง? ล้วนเป็นใครบ้างหรือ? เมื่อก่อนเจ้าเคยเห็นไหม?”หยวนชิงหลิงถามขึ้น

“ไม่เคยเห็น ส่วนคนอะไรนั้น ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร? แต่ก็สามารถเดาได้”หยวนชิงผิงพูดขึ้นอย่างเบื่อหน่าย

หยวนชิงหลิงมองดูแล้วก็พูดขึ้นทันใดว่า “เรื่องคู่ครองของเจ้า?”

หยวนชิงผิงมองดูด้านนอก พร้อมพูดขึ้นว่า “ไม่อย่างนั้นจะด้วยเห็นผลอะไรล่ะ?”

หยวนชิงหลิงถามขึ้นว่า “ตัวเจ้าเองมีความคิดเห็นอย่างไร?”

หยวนชิงผิงมองดูนางแวบหนึ่ง แล้วพูดขึ้นอย่างประชดว่า “ข้าจะสามารถมีความคิดเห็นอะไร? หากไม่ใช่เหมือนตระกูลฉู่ก่อนหน้านี้ที่ต้องการเอาชีวิตข้า ข้าก็ไม่มีอะไรที่จะสามารถตอบโต้หรือปฏิเสธได้แล้ว”

สำหรับอนาคต นางไม่สามารถที่จะยังมีความต้องการอย่างอื่น

เรื่องแต่งงาน นางไม่เคยได้แสดงความคิดเห็น

ก่อนหน้านี้ที่ต่อต้าน เพราะดาบเล่มใหญ่ของตระกูลฉู่จ่ออยู่บนคอ แต่งงานไป นางก็ต้องตายอย่างเดียว

คิดถึงที่หยวนชิงหลิงเคยเกือบตายเพราะนาง ในใจลึกๆก็เกิดความรู้สึกสับสนขึ้นมา

เมื่อก่อนนางคิดว่าพี่สาวคนนี้ขี้ขลาดไร้ประโยชน์ และยังละโลบโลภมาก

ตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างมากแล้ว

“พี่ใหญ่ระวังไว้บ้างเถอะ ตอนนี้เจ้าเป็นพระชายาอ๋องฉู่ ต่อให้เจ้าไม่ไปหาเรื่องคนอื่น ก็ใช่ว่าคนอื่นจะยอมให้เจ้าอยู่อย่างสงบสุข”

หยวนชิงหลิงอึ้งไปสักพัก เมื่อกี้ยังพูดถึงงานแต่งงานของนางอยู่ไม่ใช่หรือ?

ทำไมถึงกลายเป็นพูดเตือนนางขึ้นมาเสียล่ะ? ความคิดของน้องสาวคนนี้เปลี่ยนแปลงเร็วจริงๆ

“พรุ่งนี้ ฉู่หมิงชุ่ยจะเปิดโรงทานโจ๊ก เราไปดูกันไหม?” หยวนชิงหลิงพูดขึ้น

“มีอะไรน่าดู? ไปสนับสนุนนางหรือ?”หยวนชิงผิงไม่เข้าใจ

“ฉู่หมิงชุ่ยดูไม่เหมือนคนดี หากเพื่อชื่อเสียงแล้วนางยอมที่จะทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อคนที่ยากลำบาก ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ดี”

หยวนชิงผิงมองดูนาง พร้อมพูดขึ้นว่า “มีประโยชน์ต่อคนยากลำบาก ส่งผลดีต่อเจ้าอย่างไร? เจ้าไม่ใช่คนยากลำบากสักหน่อย นี่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเจ้า”

หยวนชิงหลิงหัวเราะพร้อมพูดขึ้นว่า “ไม่เกี่ยวข้อง แต่ดีต่อประชาชน ไม่คู่ควรที่จะดีใจหรือ?”

“ไม่รู้ว่ามีอะไรคู่ควรหรือไม่คู่ควร ไม่ใช่ผลประโยชน์ของข้าสักหน่อย”หยวนชิงผิงพูดขึ้น แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะเถียง แต่ไม่เข้าใจจริงๆว่า ทำไมนางถึงคิดว่าเป็นเรื่องดี

หยวนชิงหลิงพูดขึ้นว่า “เพราะ นี่คือชีวิตของประชาชน”

หยวนชิงผิงไม่เข้าใจ แต่ตอนที่มองนาง ดวงตาฉายแววแปลกประหลาด และพูดขึ้นว่า “เจ้าอยากที่จะเป็นพระชายาองค์ชายรัชทายาทจริงๆ ไม่อย่างนั้นเจ้าจะคิดเรื่องพวกนี้ทำไม?”

หยวนชิงหลิงหัวเราะ

เรื่องที่จะเป็นพระชายาองค์ชายรัชทายาท ไม่ใช่ว่านางอยากเป็นหรือไม่อยากเป็น

หากหยู่เหวินเห้าเป็นองค์ชายรัชทายาท งั้นนางก็ต้องเป็นพระชายาองค์ชายรัชทายาทแน่นอน

หากหยู่เหวินเห้าไม่ใช่ หรือไม่สนใจคิดที่จะนั่งตำแหน่งองค์ชายรัชทายาท งั้นตำแหน่งพระชายาองค์ชายรัชทายาทสำหรับนาง ก็ไม่มีอะไรน่าดึงดูดเลย

เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งสองพี่น้องออกไปพร้อมกัน ไปยังด้านนอกประตูเมือง

ด้านนอกประตูเมืองมีพื้นที่ว่างกว้างขวาง ปัจจุบันมีการตั้งกระโจมแบบเรียบง่ายชั่วคราว มีหม้อขนาดใหญ่สองสามใบตั้งอยู่ ไฟที่อยู่ข้างใต้นั้นแผดเผาอย่างเร่าร้อน ข้าวกำลังเดือดอยู่ในกระทะเหล็ก กลิ่นหอมไปทั่ว ดึงดูดคนยากจนและขอทานหลายสิบคนที่ไม่เคยได้กินข้าวต้มมาเป็นเวลานานมาล้อมรอบ

ฉู่หมิงชุ่ยยังมาไม่ถึง ดังนั้น คนแจกโจ๊กจึงยังไม่เริ่มทำงาน

แต่ต้มโจ๊กกันกลางแจ้งแบบนี้ รอบๆก็ล้วนเต็มไปด้วยผู้คนที่หิวกระหาย และก็มีคนมาอยู่อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย หม้อเหล็กก็มีเพียงแค่ไม่กี่ใบนั่น ดูแล้วน่าจะสามารถพอทานแค่สิบกว่าคน คนยิ่งเยอะ โจ๊กที่แบ่งได้ก็จะยิ่งน้อย

มีคนรอจนค่อนข้างหงุดหงิดแล้ว เดินไปถามคนที่ต้มโจ๊กว่า “ลุง เมื่อไหร่ถึงจะได้ทานโจ๊ก?”

คนต้มโจ๊กพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “จะรีบร้อนทำไม? ไม่เห็นหรือว่ากำลังต้มอยู่? อย่างน้อยก็ยังต้องรออีกสักหนึ่งชั่วโมง”

“ยังต้องอีก 1 ชั่วโมงหรือ?” ทุกคนค่อนข้างที่จะหงุดหงิดและพูดขึ้นว่า “1 ชั่วโมงนี้ ข้าวคงถูกต้มจนไหม้หมดแล้ว”

คนต้มโจ๊กก็ไม่พูดอะไรอีก ดึงฟื้นออกบ้าง ไฟลุกอ่อนลง โจ๊กก็ไม่เดือดกระเด็นมากแล้ว

หยวนชิงหลิงรู้สึกแปลก ดูโจ๊กก็น่าจะต้มเสร็จแล้ว ทำไมถึงยังไม่แจก?

ตอนนี้คนยิ่งอยู่ยิ่งเยอะ ถึงตอนนั้นการแจกโจ๊กก็จะยิ่งกดดันมากขึ้น คนต่อคิวจะไม่มีความอดทนอย่างที่สุด ก่อให้เกิดปัญหาได้ง่าย สถานการณ์ก็จะวุ่นวาย

ดังนั้นอาศัยตอนที่คนยังน้อย ค่อยๆแจกส่วนหนึ่งก่อน บรรเทาความเบียดเสียด ถือเป็นการเหมาะสมที่สุด

หากจะรออีก 1 ชั่วโมง งั้นจะต้องมีคนมาอีกมากมายมั้ง?

ภายในเมืองหลวง มีคนร่ำรวยมากมาย แต่เมืองเล็กๆหมู่บ้านรอบๆ ยังมีคนจนยากลำบากมากมาย ข้าวก็ใช่ว่าจะสามารถหาทานได้อย่างปกติ

มีโจ๊กให้กินฟรี ใครจะไม่อยากมากินสักถ้วย?

“นี่เกิดอะไรขึ้นหรือ? เวลาขนาดนี้แล้ว ยังไม่แจก?”หยวนชิงผิงรอจนหงุดหงิด นางไม่ได้อยากที่จะดื่มโจ๊ก เพียงแต่ว่าพี่ใหญ่มาเพื่อที่จะต้องการดูการแจกโจ๊ก ดูเสร็จแล้วก็น่าจะไป

หยวนชิงหลิงเข้าใจขึ้นมาในทันใด จึงพูดขึ้นว่า “ฉู่หมิงชุ่ยยังมาไม่ถึง ในเมื่อนางต้องการที่จะสร้างชื่อเสียงที่ดี ก็จะต้องมาที่นี่ด้วยตนเอง รับการยกย่องจากประชาชน”

หยวนชิงผิงพูดขึ้นอย่างรังเกียจว่า “หน้าซื่อใจคดที่สุด”

หยวนชิงหลิงยิ้มพูดขึ้นว่า “สำหรับประชาชนถือว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ พวกเขาสนใจเพียงสามารถได้ดื่มโจ๊กสักคำ มากสุดก็พูดว่าขอบคุณพระชายาฉีเท่านั้น”

หยวนชิงหลิงคิดไม่ผิด รอจนประมาณกว่า 1 ชั่วโมง ค่อยเห็นรถม้าขับเคลื่อนมา

เวลานี้ คนที่มารอดื่มโจ๊กต่างก็รอจนหงุดหงิดมากแล้ว รอตั้งนานขนาดนี้ จะไปก็เสียดาย รออยู่ก็หงุดหงิด ไม่เคยเห็นการแจกโจ๊กแบบนี้มาก่อน

รถม้ามาจอดตรงหน้ากระโจมโจ๊ะ หญิงคนใช้สองคนประคองพระชายาฉีลงมาจากรถม้า

คนที่รอต่างก็ตะโกนร้องขึ้น เพราะที่จริงในใจทุกคนต่างก็เข้าใจ ว่าเป็นการรอผู้ใจบุญคนนี้มาถึง ถึงจะเริ่มแจกโจ๊ก

ฉู่หมิงชุ่ยกลับดีใจอย่างมาก ยังไม่ได้เริ่มแจกโจ๊ก ก็ได้รับผลตอบรับอยู่แล้ว?

คำชี้แนะของท่านปู่นี้ดีจริงๆ