บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 164 เหตุความทุกข์ยาก

sprite

ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องดังไปทั่วทุกทิศ

แม่ทัพเฝ้าประตูเมืองรีบวิ่งไป พร้อมตะโกนพูดขึ้นว่า “เร็ว รีบมาช่วยเร็ว”

เพิงพังลงมา ล้มทับลงมาไม่เป็นไร แต่ภายในกระโจมโจ๊ะมีหม้อขนาดใหญ่หลายใบ ที่ต้มโจ๊กอยู่อย่างร้อนๆ ไฟก็ยังไม่ได้ถูกดับจนหมด

หยวนชิงหลิงไม่ทันแม้แต่จะคิด รีบวิ่งตามไป มือล้วงเข้าไปในกระเป๋าแขนเสื้อ นำกล่องยาออกมา

วิ่งมาถึงตรงหน้ากระโจมโจ๊ะ เปิดกล่องยาออก ส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็นผ้าก๊อซห้ามเลือดกับน้ำยาฆ่าเชื้อ ยังมียาอย่างอื่นที่สามารถใช้ช่วยเหลือในกรณีเร่งด่วนอีกหลายอย่าง

ตรงประตูเมืองเหลือทหารเฝ้าไว้เพียงคนเดียว ที่เหลือล้วนมาช่วยเหลือคนแล้วทั้งหมด

อย่างน้อยกระโจมโจ๊ะก็น่าจะทับคนอยู่ประมาณห้าสิบกว่าคน คนที่คิดจะกระโจนเข้าไปกลับยังไม่ทันได้กระโจนเข้าไปพวกนั้น หลังจากอึ่งนิ่งไปสักพัก ก็รีบช่วยเหลือผู้คนพร้อมกับแม่ทัพเฝ้าประตูเมือง

คนแรกที่ถูกช่วยเหลือออกมาคือฉู่หมิงชุ่ย

เพราะตอนที่เกิดความวุ่นวาย นางก็รู้ตัวอยากที่จะออกมาก่อนแล้ว วินาทีที่กระโจมโจ๊ะพังลงมา นางได้มาถึงด้านข้างแล้ว หากเดินไวกว่านี้สองก้าว นางก็สามารถพ้นอันตรายแล้ว

อาการบาดเจ็บของฉู่หมิงชุ่ยไม่เป็นอะไรมาก เพียงแต่ตรงคางถูกบาดเป็นบาดแผลใหญ่ คนก็ตกใจจนมึนเสียสติ

หยวนชิงหลิงเข้าช่วยห้ามเลือดให้กับนาง ทำการฆ่าเชื้อแล้วก็พันแผลไว้ การกระทำทั้งหมด เสร็จสิ้นภายใน 2 นาที ฉู่หมิงชุ่ยยังไม่ได้สติกลับมา ก็มองเห็นนางรีบจัดการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บคนที่สองอย่างรวดเร็ว

คนที่ถูกช่วยเหลือออกมาก่อนล้วนมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย ทางด้านทหารก็ได้ไปเชิญหมอมาแล้ว แจ้งฝ่ายตรวจการลาดตระเวนเมืองของกรมการพระนคร

หยวนชิงหลิงเพิ่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บคนหนึ่งเสร็จ ก็เห็นแม่ทักเฝ้าประตูเมืองกับทหารคนหนึ่งยกหญิงสาวคนหนึ่งออกมา หญิงสาวเลือดไหลเต็มตัว หัวกับมือหย่อนลงอย่างหมดแรง หายใจอย่างโรยรินแล้ว

หยวนชิงผิงมองดูแวบหนึ่ง แล้วกรีดร้องขึ้นว่า “อ้าก เป็นจวิ้นจู่หงเติง ตายหรือยัง?”

หยวนชิงหลิงรีบถอดเสื้อตัวนอกปูบนพื้น พร้อมพูดกับแม่ทัพเฝ้าประตูเมืองว่า “รีบวางลงมา”

มือเท้าแม่ทัพเฝ้าประตูเมืองั่นเทา จวิ้นจู่หงเติงคนนี้ เป็นถึงหลานหัวแก้วหัวแหวนของเซียวเหยากง

ตอนที่หานางเจอ นางทำได้เพียงเหลือกตาโต สีหน้าขาวซีดเหมือนกระดาษ

เขาไม่รู้ว่าหยวนชิงหลิงเป็นใคร เห็นเพียงนางรีบเข้ามาช่วยเหลือคน บนเสื้อผ้า บนหัวบนใบหน้าล้วนเปื้อนไปด้วยเลือด เมื่อมีคำสั่ง ดังนั้นนางบอกว่าวางลง เขาก็รีบวางลง

จวิ้นจู่หงเติงหายใจรุนแรง สีหน้าขาวซีด ชีพจรอ่อน น่าจะมีเลือดขังในทรวงอก

นางยังมีบาดแผลภายนอกที่อื่นบาดเจ็บ ตรงแขน ตรงขา แต่ก็ไม่ได้เป็นส่วนที่หนักที่สุด

หยวนชิงหลิงให้ลู่หยาหยวนชิงผิงต่างก็ถอดเสื้อคลุมภายนอก มาคลุมล้อมรอบไว้ เปิดกล่องยาออก เติมน้ำเกลือ ให้ยาห้ามเลือด แล้วค่อยแกะเสื้อจวิ้นจู่หงเติง ใช้เข็มเจาะเลือด หยุดเลือดให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก

นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถทำให้เสร็จได้ภายในไม่กี่นาที แต่ด้านนอกผู้บาดเจ็บที่ถูกช่วยเหลือออกมายิ่งอยู่ก็ยิ่งเยอะแล้ว ต่างก็ร้องอย่างเจ็บปวด ฮูหยินเหลียงพุ่งเข้ามาด้วยผมเผ้ายุ่งเหยิง มือของนางได้รับบาดเจ็บ ยังมีเลือดไหลไม่หยุด

“เติงเอ๋อ เติงเอ๋อ”พระชายาอ๋องชินลุ่ยเห็นลูกสาวที่รักของตนอาการสาหัส ก็ร้องห่มร้องไห้ขึ้นมาทันที คุกเข่าลง ใช้มึงลูบใบหน้าของลูกสาวตนเอง

หยวนชิงหลิงปรับความเร็วของน้ำเกลือ พร้อมพูดกับพระชายาอ๋องชินลุ่ยว่า “ขอเพียงห้ามเลือดได้ ก็จะยังไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ฮูหยินเฝ้าอยู่ตรงนี้นะ”

พระชายาอ๋องชินลุ่ยอึ้งมองดูนางถือกล่องยาเดินออกไปอย่างเร่งรีบ

กรมการพระนครได้รับข่าว หยู่เหวินเห้าพาคนมาด้วยตนเอง

เพิงโจ้กพังล้มลงนี้ ทำให้มีคนเสียชีวิตกว่า 10 คน เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่แล้ว ไม่เพียงเขามา ยังได้สั่งให้หมอครึ่งหนึ่งในโรงหมอหุ้ยหมิง ต่างก็มาช่วยเหลือ

เขาไม่รู้ว่าหยวนชิงหลิงอยู่ที่นี่

ในสถานการณ์วุ่นวายอย่างมาก หลังจากที่เขามาถึงแล้ว ก็พาคนเข้าไปช่วยเหลือทันที ส่วนหยวนชิงหลิงยังกำลังช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่อาการหนักอย่างเร่งด่วน

หยู่เหวินเห้าช่วยเหลือผู้คนออกมาจากด้านในหลายคนอย่างต่อเนื่อง กระโจมโจ๊ะก็กำลังรีบแก้ไขเป็นการเร่งด่วน ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกช่วยเหลือออกมาไม่น้อยแล้ว

สุดท้ายหยู่เหวินเห้าอุ้มคนคนหนึ่งออกมา สวมเสื้อผ้าสีฤดูใบไม้ร่วง เสื้อผ้าเปื้อนหมดแล้ว ผมเผ้ายุ่งเหยิง เส้นผมปิดบังลงมาทำให้มองไม่เห็นใบหน้า

เดิมอุ้มนางออกมาวาง แล้วก็พอ

แต่ฮูหยินใหญ่ฉู่กลับพูดขึ้นอย่างตกตะลึงว่า “ท่านอ๋อง ทางอุ้มหญิงสาวแบบนี้ จะทำให้นางเสื่อมเสียชื่อเสียง รีบวางลงเถอะ”

ฮูหยินใหญ่ฉู่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก นางถือว่าเป็นหนึ่งในคนที่โชคดีคนหนึ่ง คนที่ถูกทับอยู่ในกระโจมโจ๊ะ ล้วนได้รับบาดเจ็บทั้งหมด ยังมีคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกหลายคน มีเพียงนางคนเดียวที่ปลอดภัย

หากฮูหยินใหญ่ฉู่พูดด้วยน้ำเสียงปกติ คนที่จะได้ยินก็มีไม่มาก เพราะทุกคนต่างก็กำลังยุ่งอยู่

แต่อาจเป็นเพราะว่านางค่อนข้างตกตะลึง จึงได้ร้องตะโกนขึ้นมา เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงทำให้ทุกคนต่างก็สนใจ แล้วหันมามอง

หยวนชิงหลิงก็หันไปมอง

หัวสมองของหยู่เหวินเห้าหนักอึ้ง เมื่อหนึ่งปีก่อน ภาพที่อยู่ในจวนเจ้าหญิงนั้น ไม่รู้ว่าผุดขึ้นมาในทันใดได้อย่างไร

เขาคลายมือทั้งคู่ ฉู่หมิงหยางตกลงมาจากมือของเขาทันที

ฉู่หมิงหยางเหมือนดั่งคนตาย ไม่ขยับเขยื้อน แต่ผมยาวถูกลมพัด เผยให้เห็นใบหน้างดงามที่ขาวซีด

หยู่เหวินเห้ามองเห็นหยวนชิงหลิง ลำตัวมือใบหน้าของนางล้วนเต็มไปด้วยเลือด

เขาก้าวเท้าไปหาอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจว่าในมือของนางถืออะไรไว้ อุ้มนางขึ้นมาพร้อมพูดว่า “บาดเจ็บตรงไหน? อาการหนักไหม?”

หูแก้วหยวนชิงหลิงแทบทะลุแล้ว

“ข้ารักษาผู้บาดเจ็บ ปล่อยข้าลงมา”หยวนชิงหลิงตะโกนพูดขึ้น

หยู่เหวินเห้าเพิ่งเห็นว่า เลือดบนตัวของนางเป็นเลือดของคนอื่น ในใจค่อยโล่งอก พร้อมพูดขึ้นว่า “อืม งั้นเจ้ารีบทำงาน ข้าไปจัดการเรื่องอย่างอื่น ระวังหน่อยรู้ไหม?”

ฮูหยินใหญ่ฉู่เดินมา ขวางหยู่เหวินเห้าไว้ พร้อมพูดว่า “ท่านอ๋อง ช่วยตามหมอมารักษาลูกสาวของข้าด้วย นางสลบไปแล้ว”

หมอโรงหมอหุ้ยหมิงก็มาถึงพอดี หยู่เหวินเห้ากวักมือเรียกหมอคนหนึ่งมา พร้อมพูดขึ้นว่า “ไปดูอาการบาดเจ็บให้กับคุณหนูรองตระกูลฉู่”

พูดเสร็จแล้วก็หันตัวจากไป