บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 186 พยายามสุดความสามารถ

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 186 พยายามสุดความสามารถ ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 186 พยายามสุดความสามารถ เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 186 พยายามสุดความสามารถ บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 186 พยายามสุดความสามารถ ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 186 พยายามสุดความสามารถ

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 186 พยายามสุดความสามารถ นวนิยาย

อ๋องจี้นั้นดูทุกข์ใจมาก

ดวงตาเขาแดงก่ำ และนั่งเหม่ออยู่ในห้อง เหมือนกับเป็นกลายเป็นหินไปแล้ว ไม่กระดุกกระดิกเลย

หยู่เหวินเห้าเข้ามาดูสภาพเขา และรู้สึกว่าเขารักพระชายารองหลิวมาก

หยู่เหวินเห้าเดินเข้ามานั่ง “ท่านพี่ ทำใจดี!”

อ๋องจี้ถึงได้ค่อยๆ หันมามองเขา ดวงตาก็ค่อยๆ ไม่เหม่อลอยมาก และพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงโศกเศร้า: “เจ้ามาแล้ว!”

“ใช่ เสด็จพ่อส่งข้ามาเยี่ยมท่าน” เขาไม่ได้บอกว่ามาตรวจสอบ

อ๋องจี้ก็พอจะเข้าใจ จึงนั่งยืดตัวตรง แล้วดึงสติกลับมา: “มีอะไรต้องการถาม เจ้าก็ถามเถอะ ดูแล้วเจ้าคงถามคนในจวนหวดแล้ว”

“นอกจากพี่สะใภ้ ข้าถามหมดแล้ว” หยู่เหวินเห้าพูด

อ๋องจี้เหมือนจะไม่มีอารมณ์ จึงพูดเสียงเรียบ: “นางป่วนมาตลอด ไม่สามารถช่วยงานใจจวนได้ ถามนางไปก็ไร้ประโยชน์?”

หยู่เหวินเห้าพยักหน้า “ได้ยินคนรับใช้ของพระชายารองบอกว่า ก่อนที่พระชายารองจะเกิดเรื่องนั้น นางได้รับจดหมายจากท่านพ่อ เขียนว่าไม่สามารถอดทนต่อความลำบากได้ อยากจะให้ท่านพี่ช่วยขอร้องฝ่าบาทให้”

อ๋องจี้พยักหน้า “มีเรื่องนี้ แต่ว่า ข้าไม่รับปาก โทษที่พ่อนางได้รับ เป็นสิ่งที่สมควร ข้าจึงไม่สามารถจะไปร้องขอฝ่าบาทได้ และก็สั่งนางห้ามพูดถึงเรื่องนี้อีก”

“ท่านพี่เคยตำหนินางหรือ?”

อ๋องจี้มีหน้าตาเศร้าใจ และก็ดูรำคาญ “บางทีข้าอาจจะพูดเกินไป ถึงได้ทำให้นางคิดสั้น”

“ท่านพี่คิดว่านางคิดสั้นหรือ?” หยู่เหวินเห้าถามขึ้น

อ๋องจี้มองหน้าเขา “ถ้าไม่คิดสั้น หรือนางถูกคนวางแผนฆ่างั้นหรือ?”

หยู่เหวินเห้าจึงพูดขึ้น: “กำลังสอบสวนอยู่”

อ๋องจี้ยกมือขึ้นมา “ลองตรวจดู”

“นอกจากเรื่องนี้ ไม่รู้ว่าพระชายารองยังมีเรื่องอื่นที่ทำให้ไม่สบายใจหรือไม่?” หยู่เหวินเห้าถาม

อ๋องจี้ยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น “เรื่องที่ไม่สบายใจหรือ?จะมีเรื่องอะไรได้อีก?นางตั้งท้องลูกข้า ถ้าหากว่านางคลอดออกมาเป็นลูกชาย นางก็จะได้ตำแหน่งสูงขึ้น นางยังจะมีเรื่องอะไรที่ไม่มีความสุขอีก?”

“ใช่ นางตั้งครรภ์อยู่ ดูแล้วน่าจะสามารถได้ตำแหน่ง แต่ทำไมต้องคิดสั้น?” หยู่เหวินเห้าถามกลับ

อ๋องจี้จ้องมองเขา “หรือข้ารู้ว่านางตั้งครรภ์ ดังนั้นจึงฆ่านาง?อ๋องฉี เจ้าคิดแบบนี้ใช่หรือไม่?”

“ท่านพี่ไม่มีทางทำแบบนั้น” หยู่เหวินเห้าพูดเสียงเบา “ท่านพี่มีเหลือเพียงลูกสาวสองคน รอคอยลูกชายมานาน ถ้าพระชายาตั้งครรภ์ คนที่ดีใจที่สุดก็ต้องเป็นท่าน”

อ๋องจี้พูดเสียงโมโหเล็กน้อย: “ในเมื่อเจ้ารู้ จะถามมากความไปเพื่ออะไร?”

“ท่านพี่ไม่ทำ แต่คนอื่นก็ยากที่จะบอกว่าไม่ทำ” หยู่เหวินเห้าพูดออกมาตรงๆ

“งั้นเจ้าก็ไปตรวจสอบดู ตรวจสอบจนกว่าจะรู้ว่าใครเป็นคนทำ รีบไปตอนนี้!” อ๋องจี้เอามือทุบโต๊ะอย่างแรง พร้อมกับสะบัดแขนเสื้อเดินออกไปทันที

หยู่เหวินเห้ามองตามหลังเขา เขาโมโหจริงๆ ดูโกรธมาก ความโกรธนี้ไม่มีทางเป็นเพราะว่าเขาถามมากความ

เขาโกรธเรื่องทั้งหมด

เขาโกรธที่เขาสูญเสียลูกไปหนึ่งคน และอาจจะเป็นลูกชายด้วย

พอถามอ๋องจี้เสร็จ หยู่เหวินเห้าก็ไปถามพระชายาจี้

เขารู้ว่าพระชายานั้นป่วยเป็นวัณโรค ดังนั้นก่อนที่หยู่เหวินเห้าจะมาจึงได้ขอผ้าปิดปากจากหยวนชิงหลิงสองสามอัน แล้วจึงเข้าไปถามพร้อมกันกับคนในกรมพระนคร

พระชายาจี้ไม่ได้ป่วยหนักมา เพียงแต่ไอแรงมาก

จนตัวเหลืองทั้งตัว บางทีอาจจะเป็นเพราะกินยาที่ไม่ดีต่อกระเพาะ นางจึงผอมมาก

นางร้องไห้ เพราะมีรอยบวมแดงที่ตา

นางไม่รอให้หยู่เหวินเห้าถาม ก็พลันพูดออกมา: “ตกลงว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้?นางถูกคนทำร้ายหรือนางปลิดชีวิตตัวเอง?นางไม่มีเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้ นางตั้งครรภ์อยู่ด้วย นางแทบจะมองข้าไม่ได้แล้ว คงอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว นางไม่มีทางปลิดชีวิตตัวเอง ตกลงว่าใครเป็นคนทำร้ายนาง?”

หยู่เหวินเห้ามองดูน้ำตานางไหลออกมา ดูโศกเศร้ามาก และไม่ได้ใช้อารมณ์ เพียงแค่ถามเพื่อจะให้ความยุติธรรม: “พี่สะใภ้เห็นพระชายารองครั้งสุดท้ายตอนไหน?”

พระชายาจี้ยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตา “หลายวันก่อน นางเอาซุปมาให้ ตอนนั้นข้ายังไม่รู้ว่านางตั้งครรภ์ ดังนั้นคงไม่มีทางปล่อยให้นางเข้ามา นางเองก็เป็นคนซุ่มซ่ามมาก การตั้งครรภ์นั้นเป็นเรื่องใหญ่มาก นางกลับไม่รู้จักสำรวจ”

“อย่างนั้นพระชายารองรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ตอนไหน?” หยู่เหวินเห้าถาม

“วันก่อน มีนางกำนัลมากราบทูลว่าร่างกายนางไม่ปกติ เอาแต่อาเจียน จึงได้เชิญหมอมาดูอาการ และตรวจชีพจร”

“ตอนนั้นนางถึงได้รู้หรือ?”

พระชายาอ๋องจี้ไปสองสามครั้ง พลางพยักหน้า: “ใช่ ตอนนั้นจึงมีคนมารายงาน ตอนนั้นข้าดีใจมาก ก็เลยมอบของให้นางไปหลายอย่าง และยังสั่งให้หมอให้ยาบำรุงนาด้วย”

หยู่เหวินเห้าหันไปมองหัวหน้าพลตระเวน เขาพยักหน้า: “ใช่ขอรับ ข้าน้อยได้ถามนางกำนัลแล้ว หลังจากที่พระชายารองรู้เรื่องพระชายาอ๋องจี้ก็ได้มอบของให้มากมาย ลองนับวันดูแล้วก็คือวันก่อน”

หยู่เหวินเห้าพูด: “อืม งั้นก็ไม่มีอะไรต้องถามแล้ว พี่สะใภ้นอนพักผ่อนเถอะ ข้าขอตัวก่อน”

“อ๋องฉู่กลับดีๆ ข้าคงไม่อาจไปส่งได้” พระชายาพูดขึ้นอย่างน่าสงสาร หยู่เหวินเห้าเดินออกมาไกลแล้ว ยังได้ยินเสียงไปของนาง

พอกลับมาที่กรมพระนคร หัวหน้าพลตระเวนก็เข้ามารายงาน: “ท่านอ๋อง ตอนที่ข้าน้อยตรวจสอบในจวนนั้น ได้ยินแม่นมของพระชายารองพูดพลางน้ำตาไหล พระชายารับปากว่าจะช่วยให้ใต้เท้าหลิวหนีไป ดังนั้น พระชายารองไม่มีทางเพราะเหตุนี้ปลิดชีวิตตัวเองแน่”

“แม่นมผู้นั้นพูดกับเจ้าหรือ?” หยู่เหวินเห้าถามขึ้น

“ไม่ใช่ขอรับ นางนั่งอยู่ตรงนั้นแล้วพูดกับนางกำนัลคนหนึ่ง พอข้าน้อยว่าจะถาม นางก็บอกว่าไม่รู้อะไรแล้ว ข้าน้อยไม่รู้ว่าท่านอ๋องจะตัดสินคดียังไง ข้าน้อยไม่กล้าพูด”

หยู่เหวินเห้ากดมือลงไป “พระชายาหลิวฆ่าตัวตาย”

หัวหน้าพลลาดตระเวนตกใจ “ปลิดชีพตัวเองหรือ?นางกำลังตั้งครรภ์ อีกอย่างพระชายาเองก็ได้รับปากนางว่าจะช่วยแล้ว ทำไมยังต้องทำแบบนั้นด้วย?อีกอย่างท่านอ๋องมีหลักฐานหรือไม่ว่านางคิดสั้น?”

ผู้ช่วยเจ้ากรมก็หันมามองเขา เขารู้ว่าท่านอ๋องตัดสินคดีนั้นไม่มีทางเป็นการเดา ที่พูดออกมาได้แสดงว่าต้องมีมูลเหตุ

หยู่เหวินเห้าจึงพูดขึ้น: “ได้ตรวจสอบในที่เกิดเหตุแล้ว ตรงบริเวณที่นางตกลงไปนั้น มีเพียงรอยเท้านางคนเดียว และคนที่ลงไปช่วยก็มาจากอีกฝั่งหนึ่ง อันนี้ข้อแรก ข้อสองนางตั้งครรภ์อยู่ แม่นมก็ต้องคอยจับตาดู นอกจากว่านางจะเดินออกไปเอง แล้วสั่งให้ทุกคนถอยออกไป ข้อนี้ หลักฐานมาจากปากของบ่าวรับใช้ ตอนนั้นนางไม่ยอมให้ใครตามไป ข้อสาม และไปพอดีกับที่พระชายายอมรับปากว่าจะช่วยเรื่องพ่อของนาง แต่ไม่ใช่อ๋องจี้ พ่อของพระชายารองหลิว ได้รับโทษสามปี วันนี้ถึงได้ส่งจดหมายมา แสดงว่าน่าจะป่วยหรือไม่ก็เกิดเรื่องขึ้น พระชายาหลิวเป็นคนกตัญญู......”

ประโยคต่อไปนั้น เขาไม่พูดออกมา ผู้ช่วยเจ้ากรมกับหัวหน้าพลลาดตระเวนก็พอจะเดาได้

การตั้งครรภ์ของนางตอนนั้น ถ้าหากนางคลอดออกมาเป็นลูกชาย ก็อาจจะส่งผลถึงตำแหน่งของพระชายาอ๋องจี้

พระชายาอ๋องจี้สามารถช่วยพ่อนางได้ และก็รับปากนาง แต่ว่า อันนี้แน่นอนว่าต้องมีข้อแลกเปลี่ยน

ผู้ช่วยเจ้ากรมครุ่นคิดสักพัก จึงพูดขึ้น: “เกรงว่าพระชายาจี้ไม่ได้ต้องการชีวิตนาง อาจจะแค่ต้องการให้นางแท้ง”

ผู้ช่วยเจ้ากรมพูด: “สำหรับหญิงสาวที่อยู่คนเดียวมาสิบปี การตั้งครรภ์นั้นเป็นหนทางเดียวที่ช่วยนางได้ ถ้าหากว่าไม่มีลูกแล้ว นางก็จะรู้ว่าต่อไปนางก็อาจจะไม่มีอีกแล้ว ถึงนางจะตั้งครรภ์อีกครั้ง ก็คงเป็นแบบนี้ทุกครั้ง ดังนั้น นางจึงเลือกตายดีกว่า”

หยู่เหวินเห้าพยักหน้าเบาๆ

“อ๋องจี้รู้เรื่องนี้หรือไม่” ผู้ช่วยเจ้ากรมหันไปถามหยู่เหวินเห้า

“รู้แล้วทำอย่างไรได้?ยังไงตอนนี้เขาก็ไม่สามารถละทิ้งพระชายาจี้” หยู่เหวินเห้าพูดเสียงเรียบ

ผู้ช่วยเจ้ากรมฝืนยิ้ม “งั้นก็ไม่มีประโยชน์แล้ว ถึงพระชายาจี้จะวาดฝันให้เขาขนาดไหน แต่สุดท้ายก็ไม่มีลูกชาย”