บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 245 องค์ชายแปดฟื้นแล้ว

sprite

ฮ่องเต้หมิงหยวนกับอ๋องชินลุ่ยและเหลิ่งจิ้งเหยียนหลังจากที่คุยกับเสร็จแล้ว ก็ส่งราชโองการไปที่จวนอ๋องจี้ เขากลับไปที่ห้องทรงพระอักษร

มู่หรงกงกงเตือนเขาให้พักผ่อน เขาส่ายหัว “เจ้าเข้ามา มาคุยเป็นเพื่อนข้าหน่อย”

มู่หรงกงกงรับคำ เข้ามาชงชา จากนั้นก็ยืนกุมมืออยู่ด้านข้าง

ฮ่องเต้หมิงหยวนกึ่งพิงอยู่บนเตียงเก้าอี้ยาว ยื่นมือไปนวดที่หว่างคิ้ว ริ้วรอยบนหน้าผาก เหมือนจะลึกขึ้น

อ๋องจี้ปีนี้สามสิบแล้ว ใช่มั้ย? ฮ่องเต้หมิงหยวนค่อยๆพูดขึ้น น้ำเสียงเหนื่อยและแหบแห้ง

“ทูลฝ่าบาท พ่ะย่ะค่ะ อ๋องจี้ปีนี้สามสิบแล้ว” มู่หรงกงกงกล่าว

ฮ่องเต้หมิงหยวนอืมไปหนึ่งที “เวลาช่างผ่านไปเร็วนัก เหมือนกับว่าเมื่อวานข้ายังเห็นพวกเขา ยังเป็นเด็กหนุ่มที่ยังโตไม่เต็มที่ พริบตาเดียว พวกเขาพี่น้องก็รู้จักฆ่ากันเพื่ออำนาจแล้ว”

มู่หรงกงกงสะดุ้งไปหนึ่งที รีบคุกเข่าลง กล่าวอย่างหวาดกลัว “ฝ่าบาท!”

ฮ่องเต้หมิงหยวนหัวเราะอย่างเย็นชา “ข้าไม่เคยพูดมาก่อนใช่มั้ย ข้าไม่พูด ในใจข้าจะไม่รู้เลยเหรอ?”

มู่หรงกงกงไม่กล้าพูดจา

“ในบรรดาลูกชายทั้งหมด ข้านั้นคาดหวังในตัวอ๋องจี้มากที่สุด ตั้งแต่เด็ก เขาก็โดดเด่นกว่าคนอื่น ฉลาดหนักแน่น แต่หลายปีมานี้ ยิ่งอยู่ไม่มีความอดทน เย่อหยิ่งโอหังขึ้นทุกวัน ในใจเขานั้นคิดอะไรอยู่ ทำไมข้าจะไม่รู้? เขาทำให้ข้าผิดหวังอย่างมาก”

“ฝ่าบาท อ๋องจี้ต้องรู้จักปรับปรุงตัวอย่างแน่นอน” มู่หรงกงกงไม่รู้ว่าฮ่องเต้นั้นต้องการทำอะไร และก็ไม่กล้าที่จะคาดเดา ทำได้เพียงปลอบใจ

ฮ่องเต้หมิงหยวนกล่าวเสียงเข้ม “ปรับปรุงตัว? นิสัยแก้ได้ แต่ว่าความทะเยอทะยานจะแก้ยังไง? วันนี้เขายังไม่เป็นรัชทายาท ก็เริ่มทำร้ายพี่น้องแล้ว หากได้อำนาจ หากข้าแก่ตัวลงอีก พี่น้องของเขา ไม่ตายในกำมือเขาหมดเหรอ”

มู่หรงกงกงหน้าซีด “ฝ่าบาทโปรดใจเย็น!”

“ลูกสองความสามารถธรรมดา ลูกสามมีความสามารถแต่นิสัยใจร้อนฉุนเฉียว ลูกสี่พอจะมีความสามารถบ้าง แต่น่าเสียใจ จิตใจคับแคบ เห็นคนอื่นได้ดีไม่ได้ ลูกหกเป็นคนหนักแน่น ป่วยมาหลายปี หลังจากหายป่วย เกรงว่าเขาคงอยากจะอยู่อย่างสงบ เป็นอ๋องที่สุขสำราญ ลูกเจ็ด ลูกแปด เป็นลูกของข้ากับฮองเฮา ลูกแปดสมองมีปัญหา ลูกเจ็ดนั้น เลอะเลือนยิ่งกว่าลูกแปดที่สมองมีปัญหา โดยเฉพาะแต่งงานกับพระชายาที่มีแต่คนรังเกียจ สำหรับลูกเก้า ช่างเถอะช่างเถอะ”

ลูกชายเก้าคน เขาพูดไปแค่แปดคน ก็ถอนหายใจอย่างหมดแรง

มู่หรงกงกงไม่ได้ยินฮ่องเต้พูดถึงอ๋องฉู่ ก็กระซิบกล่าว “ฝ่าบาท ยังมีอ๋องฉู่”

ฮ่องเต้หมิงหยวนยกชาขึ้นมา ใช้ฝาแก้วค่อยๆปาดฟองน้ำชาที่อยู่ด้านบน สายตาทอดยาว “ลูกห้า ...........”

เขาปิดฝาแก้ว “เมียของลูกห้านั้นไม่เลว แม้ว่ามักจะอวดฉลาดอยู่เสมอ แต่จิตใจมีเมตตา กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว เพียงแต่ตระกูลของนางค่อนข้างจะน่ารำคาญ”

“ใช่!” มู่หรงกงกงตอบกลับ แต่สุดท้ายฮ่องเต้ก็ยังคงไม่เอ่ยถึงอ๋องฉู่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ฮ่องเต้หมิงหยวนไม่พูดแล้ว

มู่หรงกงกงก็ถอยออกไป

เพิ่งจะออกไป ตำหนักชิงหัวก็ส่งคนมา บอกว่าองค์ชายแปดฟื้นแล้ว

มู่หรงกงกงรีบเข้าไปรายงานฮ่องเต้หมิงหยวน ฮ่องเต้หมิงหยวนตื่นตัวทันที กล่าวกับมู่หรงกงกง “เมื่อกี้พูดถึงเมียลูกห้า ยังพูดขาดไปหนึ่งอย่าง นางมีความสามารถที่น่าอัศจรรย์ เตรียมเสด็จ”

มู่หรงกงกงยิ้มแล้ว สั่งการเสียงดัง “ฮ่องเต้จะเสด็จไปที่ตำหนักชิงหัว”

องค์ชายแปดนั้นฟื้นแล้ว แต่ว่าเพียงแค่ส่งเสียงอย่างสะลึมสะลือไปหนึ่งที ก็ไม่ได้ลืมตาอีกเลย

อย่างไรก็ตาม ตอนที่เรียกเขา เขารู้สึกได้ ขยับหนังตาตอบสนอง เพียงแค่ลืมตาไม่ขึ้น

หยวนชิงหลิงรายงาน “อาการบาดเจ็บขององค์ชายแปดนั้นสาหัสมากจริงๆ บัดนี้ข้างในไม่มีเลือดออกแล้ว แต่ก็มีไข้ตั้งแต่เมื่อคืนกลางดึก หลังจากที่ให้ยาลดไข้ ไข้ลดแล้ว เมื่อไข้ลดแล้ว คนก็จะยังไม่มีแรง ดังนั้น ยังต้องเฝ้าดูอาการอีก

ฮ่องเต้หมิงหยวนผิดหวังเล็กน้อย เมื่อพูดเช่นนี้ ก็ยังไม่สามารถรักษาหายทั้งหมด?”

หยวนชิงหลิงกล่าว “ข้าไม่กล้ามั่นใจ”

ประเด็นสำคัญคือยาที่สามารถที่จะใช้กับองค์ชายนั้นน้อยเกินไป

ขอให้ยาจีนมีผลด้วยเถอะ

สถานการณ์แบบนี้ คงอยู่ไปสองวัน ระหว่างนั้นองค์ชายแปดเคยตื่นขึ้นมาหลายครั้ง แต่ว่า ก็แค่ลืมตามองซ้ายมองขวาเท่านั้น แล้วก็ค่อยๆหลับตาลง

ความอดทนของฮองเฮาสิ้นสุดลงแล้ว วันนี้หยวนชิงหลิงเพิ่งจะให้เลือดองค์ชายแปด นางกล่าวอย่างโมโห “ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะรับเลือดของคนอื่นหรือเปล่า ถึงไม่ดีขึ้นเลย”

ในสายตาฮองเฮา เลือดขององค์ชายแปดเป็นเลือดสูงศักดิ์ เลือดขององค์ชายเก้ากับเหล่าทหารรักษาพระองค์ ไม่มีทางที่จะเทียบได้อยู่แล้ว

หยวนชิงหลิงรู้ว่าคนจำนวนมากที่นี่มีความเชื่อเกี่ยวกับเลือด

ราวกับว่าเลือดถูกปนเปื้อน ก็จะทำให้ฐานะลดลงหรือไม่ได้รับความคุ้มครองจากสวรรค์

หยวนชิงหลิงไม่ได้ตอบคำถามฮองเฮา ในความเป็นจริง ตัวนางเองก็เหนื่อยมากแล้ว เกือบจะไม่ไหวแล้ว

ฮ่องเฮาเห็นนางไม่สนใจ ก็ยิ่งโกรธเข้าไปอีก แต่ฮ่องเต้เชื่อนาง นางก็จนปัญญา

วันที่ห้าที่อยู่ในวัง เหมือนสวรรค์จะเห็นใจแล้ว เห็นหยวนชิงหลิงผอมจนไหปลาร้าโผล่แล้ว ในที่สุดสถานการณ์ขององค์ชายแปดก็ดีขึ้น

เขาฟื้นขึ้นมาแล้วจริงๆ เขาลืมตาขึ้นมา ก็มองหยวนชิงหลิงตลอดเวลา

หยวนชิงหลิงยิ้มเล็กน้อย แล้วถอยออกมา

ฮองเฮาก็เข้าไปทันที กอดเขาแล้วร้องห่มร้องไห้

นางกำนัลเข้าไปพยุงฮองเฮา หมอหลวงก็เข้าไป สุดท้าย ก็กล่าวกับฮ่องเต้หมิงหยวนอย่างดีใจ “คงที่แล้ว คงที่แล้ว”

ฮ่องเต้หมิงหยวนรับสั่งให้ทุกคนออกไป เหลือไว้เพียงหยวนชิงหลิงที่อยู่ในตำหนัก

ฮองเฮาแม้จะไม่เข้าใจ แต่ก็ทำได้เพียงทำตามพระประสงค์ รออยู่ด้านนอก

หยวนชิงหลิงใจเต้นแรง

นางรู้ว่าฮ่องเต้จะตรวจสอบครั้งสุดท้าย

การตรวจสอบนี้ บางทีเพราะเขายังไม่เชื่อไอ้แก่ห้า

หรือเขาอยากจะ คืนความบริสุทธิ์ให้กับไอ้แก่ห้าโดยแท้จริง

แต่ไม่ว่ายังไง ก็ต้องถามอยู่แล้ว

แต่สิ่งที่นางกังวลคือ องค์ชายแปดเพิ่งจะฟื้นขึ้นมา ยังจำความทรงจำท่อนนั้นได้หรือไม่ หรือจะจำสับสนหรือเปล่า?

ฮ่องเต้หมิงหยวน ลูบไปที่ใบหน้าขององค์ชาย รู้สึกสงสารจับใจ “เด็กดี ยังเจ็บอยู่หรือไม่?”

“เจ็บ!” องค์ชายแปดตอบ เสียงนั้นเบามาก ไม่มีแรงแม้แต่นิดเดียว

“เด็ดดี อดทนหน่อย อดทนหน่อยก็ไม่เจ็บแล้ว” ฮ่องเต้หมิงหยวนกล่าวปลอบ

“เจ็บ!” องค์ชายแปดยังคงพูด

ฮ่องเต้หมิงหยวนหันไปมองหยวนชิงหลิง “มียาระงับปวดมั้ย?”