บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 26 ยาที่เขาให้

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 26 ยาที่เขาให้ ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 26 ยาที่เขาให้ เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 26 ยาที่เขาให้ บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 26 ยาที่เขาให้ ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 26 ยาที่เขาให้

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 26 ยาที่เขาให้ นวนิยาย

ความรู้สึกของหยู่เหวินเห้าสั่นสะเทือนตกตะลึง นางกล่าวว่ายอมตายก็ไม่อยากเป็นพระชายาฉู่งั้นหรอ?

น่าขันยิ่งนัก ตำแหน่งพระชายาฉู่ไม่ใช่สิ่งที่นางใช่เลห์มารยาคิกทำทุกวิถีททาง เพื่อเข้ามายืนในจุดนี้?

“เจ้าตื่นมาคุยกับข้าให้รู้เรื่อง!”หยู่เหวินเห้าโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เขาจับเข้าไปที่หน้านางและใช้มือตบแก้มนาง

แม่นมสี่เห็นดังนั้นจึงโมโหขึ้นมาทันที นางไปยืนขวางที่ตรงหน้าของหยวนชิงหลิง“ทำไมพระองค์ถึงทำได้ลงคอ?ท่านอ๋อง ทำไมพระองค์ถึงเปลี่ยนไปเป็นคนโหดร้ายได้ถึงเพียงนี้?

หากไม่พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา แม้ต่อให้เป็นเพียงคนแปลกหน้า ก็มิควรทำเช่นนี้?ข้าหมดความอดทนกับพระองค์แล้วจริงๆ?”

หยู่เหวินเห้ามองไปที่ใบหน้าซีดขาวไร้เรี่ยวแรงของหยวนชิงหลิง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้า น้ำตาที่ยังไหลออกมาไม่หยุด ดูดื้อรั้นและเย็นชา

เขาไม่สามารถทนดูทิฐิและความดื้อรั้นของนางได้ต่อไป จึงหันกลับมาและออกไป

หยู่เหวินเห้าเดินออกไปนอกตำหนักยืนอยู่ใต้ต้นฉัตรจีน ชมใบไม้สีเหลืองหมุนพลิ้วตามสายลม หัวใจดวงนี้เป็นเหมือนดั่งสายลมพัดที่พัดผ่านไป ความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้

“ท่านอ๋อง!”เสียงที่ดังจากด้านหลัง เป็นเสียงเรียกของพระชายาฉีฉู่หมิงชุ่ย

หยู่เหวินเห้ารีบเก็บอาการและอารมณ์ของตัวเอง หันกลับไปมองนาง

นางยืนอยู่ที่ระเบียง กระโปรงลากไปข้างหลัง น้ำเสียงสง่า เหมือนดั่งเทพธิดา

ความงดงามของนาง ยากที่จะหาสิ่งใดมาเปรียบได้

คู่รักที่มีใจให้กันตั้งแต่เด็กๆ แต่ตอนนี้นางได้ไปเป็นภรรยาของคนอื่นไปแล้ว หัวใจของเขา รู้สึกเจ็บปวดมาก

ฉู่หมิงชุ่ยสังเกตเห็นแววตาและท่าทางที่ดูเลื่อนลอย ทำให้นางรู้สึกอารมณ์ดีอยู่ไม่น้อย

ถึงอย่างไรเขายังลืมนางไม่ได้

นางเลิกคิ้วขึ้น ด้วยความสบาย มองเขาด้วยความโล่งอก “ตอนนี่อาการป่วยของไท่ซ่างหวงดีขึ้นแล้ว เสด็จพ่อก็มีท่าทีความคิดที่เปลี่ยนไปดีกับเจ้ามากขึ้น ข้าก็ยินดีกับเจ้าด้วย ”

เขาไม่ได้พูดอะไร

ผ่านไปไม่นาน นางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เจ้าสบายดีใช่ไหม?”

หยู่เหวินเห้ากวาดสายตามองไปที่นาง “ก็สบายดีอยู่นี่ไง ยังมีชีวิตอยู่”

ดวงตาของฉู่หมิงชุ่ยมองไปที่เขาด้วยสายตาห่วงใย ขนตายกขึ้น กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เกรงว่าวันหนึ่ง พวกเจ้าจะแย่งชิงตำแหน่งกัน สงครามที่เกิดขึ้นไม่เจ้าก็เขาที่ต้องตาย”

หยู่เหวินเห้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ค่อยๆส่ายหัว “ไม่หรอก ข้าไม่มีทางคิดอะไรแบบนั้น เจ้าอย่ากังวลไปเลย เมื่อก่อนเคยสัญญากับเจ้าไว้ ข้าจะรักษาคำสัญญา”

ฉู่หมิงชุ่ยถอนหายใจอย่างแผ่วเบา มองไปที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา“ เจ้าก็รู้ ในใจข้านั้นคือเจ้า”เมื่อพูดเสร็จ ขนตาของนางกะพริบและน้ำตาก็ไหลออกมาเมื่อนางมั่นใจว่าอ๋องฉู่เห็นแล้ว จึงได้เดินจากไป เขายืนอย่างเฉยชา และไตร่ตรอง ไม่ใช่สายตาที่อ่อนโยนของฉู่หมิงชุ่ยเมื่อครู่ แต่เป็นสีหน้าอันเจ็บปวดหนักแน่นของหยวนชิงหลิง

แม่นมสี่ยกน้ำออกมาด้านนอน ยืนอยู่ข้างหลังของเขา กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ท่านอ๋อง เข้าไปด้านในเถอะ มีเรื่องอะไรก็พูดคุยกันดีๆ”

หยู่เหวินเห้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม หันกลับและเดินเข้าไปด้านใน ที่จริงแล้วเขามีหลายเรื่องที่อยากถามหยวนชิงหลิง

หยวนชิงหลิงยังคงนอนคว่ำอยู่บนเตียง เสื้อผ้าถูกห่อหุ้มบางๆบนหลังของนางแล้วปกคลุมด้วยผ้าห่ม หน้านางหันไปด้านข้าง หน้าซีดเพราะเสียเลือดมาก

พอเห็นว่าหยู่เหวินเห้าเข้ามา นางหลับตาลง ดวงตาที่อ่อนล้ามีรอยช้ำจางๆ ลดตาลงต่ำ ขนตางอนยาว ร่างกายรู้สึกทรุดลงมากและมีอาการอ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลา

หยู่เหวินเห้าเองก็สงบสติอารมณ์ลงมาก ลากเก้าอี้ไม้หนึ่งตัวนั่งลงตรงหน้านาง “เรามาคุยกันดีๆเถอะนะ”

หยวนชิงหลิงค่อยๆลืมตาขึ้นมาเงยหน้ามองเขา “อย่าสงสัยอะไร กับสิ่งที่ข้าพูด สิ่งนั้นคือความจริง ในเมื่อท่านอ๋องอยากให้ข้าอธิบาย ข้าก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมืออธิบาย ข้าไม่ใช่คนที่อดทนต่อความเจ็บปวดทางจิตใจและร่างกายจะรู้สึกมีความสุข ต้องถูกทบตีลงโทษก่อนถึงจะยอมให้ความร่วมมือ”

เท้าเรียวยาวของหยู่เหวินเห้าวางลงข้างเตียง เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าของเขายังคงเย็นชาไม่เปลี่ยนไปจากเดิม เขาเองอยากขจัดหยวนชิงหลิงให้ไปพ้นๆจากกายและใจเช่นกัน

แต่คำพูดของหยวนของหลิง กลับทำให้ความรู้สึกรังเกียจนางของเขาลดลงบ้างโดยไม่ต้องสงสัย

“เจ้าให้ยาอะไรกับเสด็จปู่?”

“ยาฉุกเฉิน ยาที่ใช้รักษาภาวะหัวใจวาย ขาดเลือด หายใจลำบาก” หยวนชิงหลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยอยากคุยด้วย

“ใครให้ยานี้แก่เจ้า ?”

“ไม่มีใครให้ มันเป็นยาของข้าเอง”

หยู่เหวินเห้าจ้องมองนางด้วยสายตาเย็นชา “เห็นได้ชัด เจ้าไม่ยอมบอกความจริงกับข้าสินะ”

“เป็นเพราะเจ้าไม่ยอมเชื่อข้าต่างหาก ถึงได้คิดว่าข้าโกหก”

หยู่เหวินเห้าไม่มีทางเชื่อเรื่องนี้แน่นอน นางจะมียาแบบนี้ได้อย่างไร?แต่ทว่า หากมีปรมาจารย์ให้ยาวิเศษนี้แก่นางจริงแล้วให้นางเก็บเป็นความลับก็ไม่แปลก

เขาถามต่อ“แล้วเจ้าให้ยาพิษอะไรกับข้า?ทำไมข้าถึงได้ลืมความทรงจำบางอย่างไป?ร่างกายขยับไม่ได้?”

“สิ่งนั้นไม่ใช่ยาพิษ แต่เป็นยาชา ใช้ในการผ่าตัด คล้ายๆกับน้ำจื่อจินที่ใช้”

หยู่เหวินเห้ากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น“น้ำจื่อจินคือยาพิษ”

หยวนชิงหลิงจ้องไปที่เขา “ฉะนั้น ยาที่เจ้าให้ข้าดื่มคือยาพิษ”

หยู่เหวินเห้าไม่พูดอะไร เหมือนเป็นการยอมรับ

หยวนชิงหลิงพลางพูดขึ้น“ช่างมันเถอะ ยาพิษก็ดี ยาวิเศษก็ดี ตอนนี้ข้าไม่สนแล้ว คงเป็นชะตากรรม หากอยากได้นักก็เอาไป แต่ว่า หากวันนี้เจ้าไม่เอาชีวิตข้า ขอท่านอ๋องอย่ารังแกข้าอีกเลย อย่างน้อยในระยะเวลาที่ข้ารักษาเสด็จพ่อของท่าน โปรดท่านอ๋องเห็นใจข้าด้วยเถอะ เรื่องราวที่ผ่านมา รอให้ออกจากวังแล้ว ข้าจะอธิบายให้ท่านฟัง”

หยู่เหวินเห้ากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หากเสด็จปู่เป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียว ข้านี่แหละจะลงโทษที่เจ้า”

หยวนชิงหลิงตอบโต้กลับ“ หากว่าไท่ซ่างหวงอาการดีขึ้นละ?ความดีความงามนี้ ท่านจะยกให้ข้าหรือไม่?”

หยู่เหวินเห้าทำตาหยียดหยาม โน้มตัวลงและมองไปที่นาง ส่งสายตาเย็นชากลับมาให้ “ใช่ ข้าแยกแยะบุญคุณและความแค้นได้”

เขายืนขึ้นทันที ดึงเก้าอี้ไว้ด้านหลัง ทิ้งยาเม็ดหนึ่งไว้บนโต็ะ “เรียกแม่นมสี่มาป้อนเจ้าแล้วกัน” เมื่อกล่าวเสร็จเขาก็เดินออกไป

หยวนชิงหลิงรู้สึกแปลกใจและสงสัยกับคำตอบของเขา บุญคุณและความแค้น?ของเขาหรอ ?

บุญคุณนางไม่รู้ แต่ความแค้นนางเองก็รู้ดี คงเป็นเจ้าของร่างเดิมหยวนชิงหลิงทำอะไรให้เขา เขาถึงได้แค้นขนาดนั้น คงไม่ปล่อยให้หยวนชิงหลิงอยู่อย่างสงบสุข

นางอ่อนเพลียอย่างมาก หลับลงไปอย่างไม่รู้สึกตัว

ก็ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหนแล้ว พอตื่นขึ้นก็เห็นแม่นมสี่นั่งอยู่ขอบเตียง

เมื่อพอว่านางตื่นขึ้น แม่นมสี่ยื่นมือไปแตะที่หน้าผาของนาง พร้อมกับพูดว่า “ไม่มีไข้แล้ว”

หยวนชิงหลิงเองก็รู้สึกว่าตัวเองอาการดีขึ้น กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ขอบคุณแม่นมสี่ที่เคยดูแลข้า”

“มิบังอาจเพคะ!”แม่นมสี่พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ลุกขึ้นไปเทน้ำให้นางหนึ่งแก้ว และได้หยิบยาที่หยู่เหวินเห้าทิ้งเอาไว้มา “กินยาเพคะ”

“คือยาอะไร?”หยวนชิงหลิงแบมือเอายามาดู มองไปที่เม็ดยาสีแดง เหมือนกับมอลทรีเซอร์ฮอช็อคโกแลต

“ยาเม็ดจื่อจิน”

“ยาเม็ดจื่อจิน?”คืออะยาอะไร?ดื่มน้ำจื่อจินไปแล้วยังไม่พอยังต้องมากินยาเม็ดจื่อจินอีก?

แม่นมสี่กล่าว“สามารถรักษาภาวะเลือดออกและสร้างกล้ามเนื้อในร่างกาย ทำให้อาการดีขึ้น ยาเม็ดนี้ กษัตริย์หนึ่งพระองค์ จะมียานี้เพียงเม็ดเดียวเท่านั้น หากเป็นการป่วยที่สาหัส สามารถรักษาให้หายได้”

“วิเศษขนาดนี้เลยหรอ?ใช้ส่วนผสมอะไรกัน”หยวนชิงหลิงสนใจและอยากรู้เกี่ยวกับยาตัวนี้มาก ดังนั้น ดังยื่นมือไปรับยานั้นมา ดมไปทีหนึ่ง

กลิ่นของโสมซานชีแรงมาก ใช้โสมซานชีผสมหรอ?

“ไม่ทราบเช่นกัน รู้แต่เพียงว่าเป็นยาที่หายากมาก ท่านอ๋อง…………”แม่นมสี่มองไปที่นาง “ท่านอ๋องเคยถูกลูกธนูยิงเกือบถึงชีวิต ท่านเองก็ไม่ใช้ยาเม็ดนี้”

หยวนชิงหลิงมีความรู้สึกสับสนและสงสัย หากยานี้สำคัญขนาดนี้ ทำไมเขาถึงให้ข้า หรือว่าเขาเชื่อแล้วว่าข้าสามารถรักษาไท่ซ่างหวงได้