บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 296 เป็นความผิดของหลาน

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 296 เป็นความผิดของหลาน ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 296 เป็นความผิดของหลาน เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 296 เป็นความผิดของหลาน บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 296 เป็นความผิดของหลาน ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 296 เป็นความผิดของหลาน

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 296 เป็นความผิดของหลาน นวนิยาย

ฮูหยินย่าของตระกูลฉู่ เป็นท่านแม่ของโสวฝู่ฉู่

ฮูหยินย่าเป็นเชื้อพระวงศ์ แต่งงานกับพ่อของโสวฝู่ฉู่

ฐานะนางสูงส่ง เคร่งครัดเรื่องฐานะทางสังคม ตอนนั้นโสวฝู่ฉู่กลับมาบอกกับนางว่า จะแต่งนางกำนัลในวังเป็นเมียเอกนั้น นางคัดค้านอย่างหนัก

นางทำทุกวิถีทาง ถึงขนาดเข้าวังไปว่ากล่าวตักเตือนแม่นมสี่

นางที่เป็นเชื้อพระวงศ์ นางสนมยังมีภรรยาของขุนนาง ต่างก็มีสัมพันธ์ไมตรีที่ดีกับนาง เพราะเรื่องนี้ เหล่านางสนมยังได้กดขี่แม่นมสี่ด้วย

ชาติตระกูลที่สูงส่งของพวกนาง จะไม่มีทางยอมให้นางกำนัลคนหนึ่งมาทำให้มัวหมอง

แม้ว่าสุดท้ายลูกชายก็แต่งงานกับลูกสาวของของอวี้สื่อผู้มีโทษทัณฑ์ติดตัว นางก็ไม่ค่อยจะพอใจ แต่ว่า หลังจากที่ต่อต้านแล้ว ก็ยังคงเป็นนางที่ชนะ

สรุป ขอเพียงไม่ใช่นางกำนัลคนนั้นก็พอ

ฮูหยินย่าได้ไปถือศีลปฏิบัติธรรมอยู่ที่สถานปฏิบัติธรรมนานแล้ว ไหว้พระขอพรให้ลูกหลาน ขอพรให้ตระกูลฉู่รุ่งโรจน์ไปอีกนาน

หลังจากที่นางไปแล้ว โสวฝู่ฉู่ถึงได้เป็นผู้ที่มีอำนาจในบ้านอย่างแท้จริง

ท่านชายใหญ่ตระกูลฉู่ที่กำลังกระวนกระวายอยู่ จึงนึกขึ้นได้ให้ตามท่านย่ากลับมา มีเพียงแต่ท่านย่า ถึงจะเอาท่านพ่ออยู่

โชคดีที่สำนักนางชีเยว่เหมยก็อยู่ในเมืองหลวง ไปกลับก็ไม่ไกลนัก เขาพยายามยืดเวลา เขียนฉบับแล้วฉบับเล่า บอกว่าไม่ถูกใจ บอกให้พ่อบ้านเอาไปอ่านให้โสวฝู่ฉู่ฟัง

โสวฝู่ฉู่ก็ไม่ได้รีบร้อน ค่อยๆดื่มชา แถมยังกินหมั่นโถวไปสองลูก

คนที่อยู่ข้างใน ยังคงไม่กล้าออกเสียง คุกเข่าอยู่บนพื้น

แต่ฮูหยินใหญ่ตระกูลฉู่กลับยืนขึ้นมาแล้ว เรื่องมาถึงขั้นนี้ นางคุกเข่าก็ไร้ประโยชน์ ทำไมต้องทำตัวให้ต่ำต้อยด้วย? นางก็เป็นคุณหนูที่มาจากตระกูลที่สูงศักดิ์ ไม่ได้มาเพื่อทนใคร

เดิมนางไม่เห็นด้วยที่จะไปหาแม่นมสี่ เพราะแม่สามีก็เคยเตือนนางว่าอย่าไปล่วงเกินแม่นมสี่

แต่เพื่อหยางเอ๋อแล้ว นางทำได้เพียงไปหาแม่นมสี่ นางคิดว่า นางที่มีฐานะสูงส่งยอมลดตัวไปหานางกำนัลคนหนึ่ง และได้เสนอเงินก้อนใหญ่ แม่นมสี่ทำไมจะไม่ยอมรับเงินก้อนนี้ ใครจะไปรู้ แม่นมสี่กลับหันมาสั่งสอนนาง บอกว่าอ๋องฉู่กับหยางเอ่อไม่เหมาะสมกัน

เรื่องราวเหล่านี้ ยังจะต้องให้ขี้ข้าอย่างนางพูดด้วยเหรอ?

ไม่เห็นคนอื่นอยู่ในสายตาเลย หรือจะคิดว่าตัวเองนั้นเป็นเจ้านายจริงๆ

เพื่อจะสั่งสอนนาง เพื่อให้นางรู้ว่าเจ้านายนั้นไม่ว่านานแค่ไหนก็เป็นเจ้านาย และขี้ข้า คือคนที่คนอื่นกำไว้อยู่ในมือ ดังนั้น จึงได้สั่งคนไปปล่อยข่าวลือของแม่นมสี่

หนังสือเลิกร้างของท่านชายใหญ่ตระกูลฉู่ ไม่มาเสียที พ่อบ้านรายงานหลายครั้ง บอกว่าไม่รู้ว่าทำไมท่านชายใหญ่เขียนยังไง เขียนไปหลายรอบ ก็เขียนผิดทุกรอบ

ตอนที่พ่อบ้านมารายงานอีกครั้ง โสวฝู่ฉู่กล่าวอย่างเรียบเฉย “บอกเขาไม่ต้องเขียนแล้ว”

ทุกคนจึงได้โล่งอก

ฮูหยินใหญ่ตระกูลฉู่แอบยิ้มเยาะอย่างไม่เห็นร่องรอย นางรู้อยู่แล้ว เลิกร้างกับนาง เพียงแค่ข่มขู่นางเท่านั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงฆ่านางเลย

แต่ว่าคำพูดประโยคต่อไปของโสวฝู่ฉู่ ทำให้สีหน้าของนางเปลี่ยนไปทันที

โสวฝู่ฉู่ค่อยๆกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นเฉียบ “มู่หย่า บอกเขาให้เก็บข้าวของ ออกไปจากบ้านตระกูลฉู่ และไปแจ้งที่ทำการปกครองเมืองหลวง ข้ากับเขาได้ตัดขาดความเป็นพ่อลูกแล้ว”

มู่หย่าเป็นผู้ติดตามของเขา ฟังคำสั่งของเขาเพียงคนเดียว หลังจากที่ได้รับคำสั่ง ก็พาคนไปจัดการ

“ท่านปู่!” คนในเรือนใหญ่ก็รีบคุกเข่าไปข้างหน้า ฉู่หมิงชุ่ยก็คุกเข่าลงมา กล่าวขอร้อง ท่านปู่ ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้ ท่านพ่อกับท่านแม่แต่งงานกันมายี่สิบกว่าปี ความรักลึกซึ้ง ท่านไม่อยากที่จะเลิกร้างกับท่านแม่ ก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ อีกอย่าง จำเป็นต้องเลิกร้างท่านแม่จริงๆเหรอ?

โสวฝู่ฉู่มองฉู่หมิงชุ่ย กล่าวอย่างโหดร้าย “เลิกร้างก่อน แล้วค่อยฆ่า เลิกร้าง เป็นความหมายของข้า ฆ่า เป็นพระประสงค์ของไท่ซ่างหวง ใครกล้าขัดราชโองการ ก็ไปร้องทุกข์ที่หน้าวังเองเลย!”

ฮูหยินใหญ่ตระกูลฉู่สั่นไปทั้งตัว นางหันหลังด้วยความโกรธทันที “ได้ ได้ ข้าจะไปร้องทุกข์ แม้ข้าจะผิด แต่ข้าก็จะไปถามไท่ซ่างหวง โทษของข้าถึงกับต้องถูกประหารเลยเหรอ?”

คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่รีบดึงตัวนางเอาไว้ กล่าวอย่างร้อนใจ “ท่านแม่ ท่านไม่ควรที่จะเป็นปรปักษ์กับท่านปู่ รีบคุกเข่ารับผิด บอกว่าท่านนั้นผิดไปแล้ว ท่านปู่ก็จะอภัยให้ท่าน”

ฮูหยินใหญ่ตระกูลฉู่กล่าวอย่างสิ้นหวัง เจ้าปล่อยแม่ ลูกเอ๊ย เจ้ายังไม่เข้าใจอีกเหรอ? พวกเจ้าเป็นหลานชายแท้ๆของเขา เขาเคยใส่ใจพวกเข้าบ้างมั้ย? เพื่อขี้ข้าแก่ๆคนนหนึ่ง แม้แต่หน้าแม่ก็ไม่ไว้ให้ พูดต่อหน้าทุกคนว่าจะให้พ่อเจ้าเลิกร้างกับแม่และจะฆ่าแม่

ให้แม่ไปร้องทุกข์เถอะ ข้าไม่เชื่อว่าไท่ซ่างหวงจะฆ่าข้า เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการเอาใจขี้ข้าแก่ๆคนนั้น จะลงโทษแม่อย่างหนัก เพื่อให้แม่ขายหน้า ไม่มีหน้าไปเจอคนอีก

แววตาของโสวฝู่ฉู่ เย็นชาลงมาอีก แต่กลับไม่พูดอะไรเลย

มีคนไปเชิญฮูหยินย่า เขารู้ เขากำลังรออยู่ วันนี้ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแล้ว ก็จัดการเรื่องนี้ได้ดีๆก็พอ

อีกฝั่งหนึ่ง มู่หย่าก็ได้พาคนไปนำตัวท่านชายใหญ่ตระกูลฉู่มาแล้ว ท่านชายใหญ่ตระกูลฉู่พลางขัดขืน พลางกล่าวอย่างโกรธเคือง “ปล่อยข้า พวกเจ้าปล่อยข้า ใจกล้านัก พวกเจ้ากล้าไร้มารยาทกับข้ารึ?”

ฮูหยินใหญ่ตระกูลฉู่บุกเข้าไป ตบไปที่ใบหน้าของมู่หย่าหนึ่งที กล่าวอย่างขุ่นเคือง “ปล่อยท่านชายใหญ่ พวกเจ้าเป็นอะไรกันแน่? ถึงได้กลับลงมือทำร้ายเจ้านาย?”

มู่หย่าใช้มือผลักนางออก กล่าวด้วยใบหน้าที่เย็นชาไร้ความรู้สึก “นายของข้าคือโสวฝู่ฉุ่ ไม่ใช่เจ้า!”

“แก.........” ฮูหยินใหญ่โซซัดโซเซ กว่าจะยืนตัวตรงได้ มู่หย่าได้ลากตัวท่านชายใหญ่ตระกูลฉู่ออกไปนอกประตูแล้ว

ฉู่หมิงหยางก็ทนไม่ไหวแล้ว ก็กระโดดบุกเข้าไปอย่างรวดเร็ว อาการบาดเจ็บของนางยังหายไม่หมด การกระโดดนี้ เจ็บจนนางต้องกัดฟัน แต่ว่าเพื่อปกป้องพ่อและแม่ นางก็ยังคงบุกเข้าไป ใช้แส้ฟาดไปที่มู่หย่าโดยตรง “แกยังกล้าลงมือกับแม่ข้าเหรอ? ความใจกล้าหมาๆของแกมาจากไหน?”

มู่หย่าใช้แรงดึงแส้ของนางโดยตรง จนฉู่หมิงหยางล้มลงไปบนพื้น เขาปิดประตูใหญ่ ทิ้งใหท่านชายใหญ่เอาไว้ข้างนอก แล้วสองมือกอดอก ขวางอยู่ตรงประตู มองฉู่หมิงหยางอย่างเย็นชา

ฉู่หมิงหยางรู้ว่าตัวเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ก็ด่าสาปแช่งไปหนึ่งชุด ก็พยุงฮูหยินใหญ่ตระกูลฉู่กลับไป

ฮูหยินใหญ่สะบัดมือนางออก บุกเข้าไปในห้องโถง ชี้ไปที่โสวฝู่ฉู่อย่างโกรธเคือง “เขาเป็นลูกชายแท้ๆของท่าน ทำไมท่านทำเช่นนี้กับเขา? ท่านเป็นคนเลือดเย็นหรือเปล่า? ทำไมถึงได้โหดร้ายขนาดนี้?”

ฮูหยินใหญ่รู้สึกว่าตรงหน้าผ่านไปด้วยแสงที่เย็นวาบ เลือดกระเซ็น ของอะไรบางอย่างหล่นลงพื้น ดังด้วยเสียง “พรึบ”หนึ่งที

มือที่นางยื่นออกไปยังอยู่ในท่าชี้ออกไป แต่ว่า นิ้วมือได้หล่นลงบนพื้นแล้ว เลือดพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง

สมองของนางทื่อไปครู่หนึ่ง เพิ่งจะรู้สึกเจ็บปวด แต่มันเป็นความหวาดกลัวที่บีบคั้นหัวใจมากกว่าความเจ็บปวด

หากคำพูดที่นางพูดมาเมื่อกี้ทั้งหมด นำมาคาดเดา ต่างก็มาจากที่นางคิดว่าพ่อสามีจะไม่ทำถึงขนาดนั้น แต่ว่าตอนนี้นางรู้แล้ว คำพูดเหล่านั้นไม่ได้ข่มขู่นาง

มีคนวิ่งเข้ามาช่วยนางกุมนิ้วเอาไว้ มีคนมาช่วยนางทำแผล ภายในห้องโถงโกลาหลไปหมด

หูของนางยังได้ยินคำพูดที่โหดร้ายของพ่อสามีอย่างชัดเจน “ชีวิตก็จะไม่มีแล้ว ยังจะทำแผลทำไม?”

ร่างของนางอ่อนปวกเปียก ลงล้มบนพื้น ตามองตรง มุมปากสั่นไม่หยุด ไม่ง่ายเลยกว่าที่แววตาจะมองหาจุดหมายจนเจอ เมื่อมองเห็นลูกชายตัวเอง นางร้องไห้อย่างเจ็บปวด “เร็วเข้า รีบไปตามท่านย่ากลับมา”

คุณชายใหญ่ตระกูลฉู่กล่าวปลอบโยน “ท่านแม่ เมื่อกี้ท่านพ่อได้สั่งให้คนไปตามแล้ว อีกไม่นานท่านย่าก็จะมาถึง ท่านวางใจเถอะ”

นางร้องไห้เหมือนใจจะขาด “ข้าทำผิดอะไรกันแน่? ข้าทำผิดอะไรกันแน่? ข้าทำผิดอะไรกันแน่?”

ฉู่หมิงชุ่ยขึ้นไปกอดนางเอาไว้ พูดปลอบใจนาง “ท่านแม่ท่านวางใจเถอะ ท่านปู่แค่ข่มขู่ท่านเท่านั้น ท่านอย่าร้องไห้เลย”

ฉู่หมิงหยางก็ตกใจจนสำลัก รีบวิ่งไปร้องไห้ตรงหน้าของโสวฝู่ฉู่ “ท่านปู่ ท่านปล่อยท่านแม่เถอะ หลานยอมแต่งงานกับอ๋องจี้เป็นชายารองแล้ว เป็นความผิดของหลานเอง ท่านแม่แค่ออกหน้าแทนหลาน”