บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 304 เรามาเลิกร้างกันเถอะ

sprite

จวนอ๋องฉี

อ๋องฉีไม่ได้กลับมาสองวันแล้ว

ฉู่หมิงชุ่ยร้องไห้ทุกวัน ร้องไห้เรื่องแม่ของนาง เรื่องที่อ๋องฉีไม่จริงใจจิตใจโลเล ร้องไห้ที่ชีวิตของตัวเองเจอแต่อุปสรรค

ความคับข้องใจหลายๆอย่าง ได้ปะทุออกมาในเวลาเดียวกัน

ดังนั้น เมื่ออ๋องฉีกลับมาถึง นางก็เข้าไปขวางอ๋องฉีเอาไว้

ตาของนางบวมแดงจนเหมือนรอยตะเข็บ สำหรับนาง หลายวันมานี้ท้องฟ้ามืดมิด เวลาที่นางต้องการเขา เขาไม่อยู่

ความเกลียดชังนี้ ทำให้ตอนที่นางเห็นอ๋องฉียืนอยู่ตรงหน้าของนางด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก นางก็โกรธจนพูดไม่ออก ใช้แรงทั้งหมดที่มีตบไปที่ใบหน้าของเขา กล่าวอย่างโกรธเคือง “ทำไมท่านทำกับข้าแบบนี้?”

อ๋องฉีจ้องมองใบหน้าที่เกือบจะดุร้ายของนาง ราวกับว่าความน่าเกลียดทั้งหมด ไม่สามารถซ่อนตัวได้อีก

ในขณะนั้น เขาเกือบจะห้ามความวู่วามไว้ไม่อยู่ อยากจะตบนางคืน

แต่ว่า เขาไม่ตบผู้หญิง และไม่ตบผู้หญิงที่ตัวเองเคยรัก

ดังนั้น เขาไม่พูด ทำเพียงมองนางอย่างเย็นชา

ฉู่หมิงชุ่ยระบายมันออกมาทั้งหมด ข้ายังดีกับท่านไม่พอหรือ? ข้าทำทุกอย่างเพื่อท่าน แต่งงานกับท่าน ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าต้องเสียสละอะไรไปบ้าง? ท่านรู้หรือเปล่าว่าข้านั้นทำอะไรเพื่อท่านไปบ้าง? ท่านไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ ท่านไม่รู้จักสำนึกบุญคุณจริงๆ หยู่เหวินชิง ข้ามองท่านผิดไป

ด้านหลังของอ๋องฉี มีหัวค่อยๆโผล่ออกมา ใบหน้ากลมๆนี้ดูไม่ดีเลย อึดอัดอย่างมาก

ทำไมช่วงนี้ต้องเป็นแบบนี้ตลอด? ทั้งๆที่ไม่อยากได้ยินคนอื่นทะเลาะกัน แต่กลับต้องมาเจอ?

วันนี้อ๋องฉีไปที่จวนอ๋องฉู่ เห็นนางยังอยู่ในจวนอ๋องฉู่ ก็บอกว่านางนั้นรบกวนการพักฟื้นของแม่นมสี่ ให้นางรีบเก็บข้าวของกลับมาด้วย นางไม่อยากที่จะทะเลาะกับเขาต่อหน้าพี่พระชายา ทำได้เพียงเก็บข้าวของตามเขากลับมา

เดิมนั้นเข้ามาด้วยกัน อาจจะเป็นเพราะว่านางตัวเล็ก อ๋องฉีก็ถือว่าเป็นคนที่รูปสูงใหญ่ ก็เลยบังนางมิดพอดี

บวกกับ......นางแอบมองฉู่หมิงชุ่ยไปแวบหนึ่ง ตาของฉู่หมิงชุ่ยบวมแดงจนเหมือนรอยตะเข็บ ไม่แปลกที่จะไม่เห็นนาง

นางรู้สึกว่าคนอื่นก็ทะเลาะกันจนถึงขั้นนี้แล้ว ตัวเองยังหลบอยู่ข้างหลังมันก็ดูสุภาพเลยเหมือนกับว่าแอบฟัง

โดยเฉพาะ เห็นอ๋องฉีที่ถูกตบด้วยตาตัวเอง น่าจะเจ็บไม่เบา เดี๋ยวพวกเขาสองคนตีกันขึ้นมา คนบริสุทธิ์อย่างนางก็จะโดนลูกหลงไปด้วย ไม่ค่อยจะคุ้มเลย

ดังนั้น นางทำเป็นยิ้ม “ทั้งสองคนค่อยๆตีกัน ข้ากลับห้องก่อนล่ะ”

นางก้าวกระโดดออกไป กลับถูกฉู่หมิงชุ่ยขวางเอาไว้ ฉู่หมิงชุ่ยคิดไม่ถึงว่านางจะอยู่ตรงนี้ เข้าใจว่าสองสามวันนี้อ๋องฉีนั้นพักอยู่ในจวนอ๋องฉู่กับนาง ตอนนี้ยังมาแกล้งทำท่าทางที่บริสุทธิ์น่าสงสาร ไฟโกรธก็ลามขึ้นมาบนหัวทันที ก็ดึงกระชากหยวนหย่งอี้กลับมา

หยวนหย่งอี้กะว่าจะไปจากที่นี่ จู่ๆก็ถูกนางขวางเอาไว้ ก็รีบหยุดลงทันที หันหน้าไปมองอ๋องฉีบอกให้เขาดึงตัวนางออกไป ใครจะไปรู้ฝ่ามือก็ถูกตบมาที่ใบหน้าของหยวนหย่งอี้ จนหน้าเอียงไปเลย ฝ่ามือตบโดนที่ใบหูของหยวนหย่งอี้ ทันใดนั้น หูก็ปวดแสบปวดร้อน จนดังขึ้นเสียงหูอื้อ

ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่เก็บท่าแล้วยืนตรง การตบของฉู่หมิงชุ่ยเหมือนกับว่าได้กระโดดขึ้นมาตบ จนนางเซล้มลงไปข้างกายอ๋องฉี นางบิดขาโดยไม่รู้ตัวแล้วหันข้าง ล้มจนแขนขาชูขึ้นฟ้า รองเท้าปักยังลอยออกไป

นางโกรธมาก ในชีวิตนี้ยังไม่มีใครเคยตบหน้านาง และไม่เคยถูกคนตบจนล้มไปนอนกับพื้น น่าสังเวชอย่างไม่สิ้นสุด

นางกระโดดขึ้นมาเหมือนปลาคาร์ฟ ในขณะที่กระโดดขึ้นมา ก็ใช้ปลายเท้าเกี่ยวรองของเท้าตัวเองมาที่มือ ก็ถือรองเท้าบุกเข้าไปตบหน้าของฉู่หมิงชุ่ย กล่าวด้วยความโมโห “ท่านย่าข้ายังไม่ตีข้าเลย แกมีสิทธิ์อะไรมาตีข้า?”

ฉู่หมิงชุ่ยถูกตบจนอึ้งไปเลย มองรองเท้าปักที่อยู่ในมืออย่างตกใจ กล่าวอย่างไม่กล้าเชื่อ “เจ้าใช้รองเท้าตีข้า?”

นางได้สติกลับมาทันที มองอ๋องฉีอย่างเจ็บปวดและผิดหวัง ตำหนิด้วยเสียงที่สั่นเครือ “ท่านก็มองนางทำร้ายข้าแบบนี้หรือ?”

หยวนหย่งอี้ไม่ให้โอกาสอ๋องฉีในการพูด คนทั้งคนเหมือนประทัดที่ถูกจุดไฟแล้ว กล่าวอย่างโมโห “ทำไม? หน้าของเจ้ามันสูงส่งกว่าหรือ? เจ้าสามารถตบข้าแล้วข้าไม่สามารถตบเจ้า? มีสิทธิ์อะไรให้ทุกคนมายอมเจ้า? เขาชอบเจ้า หลงกลเจ้า สมน้ำหน้าที่ถูกเจ้าทำร้าย สมน้ำหน้าที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อเจ้า แต่ข้าไม่ได้หลงกล เจ้าเป็นอะไรข้านั้นมองเห็นอย่างแจ่มแจ้งแดงแจ๋ ใจอยู่สูงกว่าฟ้า ชะตาชีวิตนั้นบางยิ่งกว่ากระดาษ ทนความลำบากใจเล็กๆน้อยๆก็ไม่ได้ หากเจ้ามีความทะเยอทะยานจริง ก็เอาพระชายาจี้เป็นเยี่ยงอย่าง ไม่ว่ายังไงนางก็วางแผนมาเป็นเวลาหลายปี เสียเงินทองและเลือดเนื้อไปตั้งมากมาย อำนาจบารมีเกินครึ่งของอ๋องจี้นางเป็นคนเอามันมาด้วยตัวเอง แล้วเจ้าทำอะไรไปบ้าง? เรียกร้องให้อ๋องฉีไปแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทเพื่อเจ้า เจ้าเคยช่วยเขาวางแผนการอะไรบ้าง? เจ้าบอกว่าเจ้าทำเพื่อเขาทุกอย่าง เสียสละเพื่อเขาตั้งมากมาย ก็แค่เสียสละตำแหน่งพระชายาฉู่เท่านั้นเองไม่ใช่หรือ? อะไรที่เจ้าสามารถเสียสละได้ง่ายๆ ก็ไม่ใช่สิ่งที่มีค่า เจ้าไม่เคยเห็นตำแหน่งพระชายาฉู่อยู่ในสายตา ยังจะพูดเรื่องเสียสละอะไรอีก?”

ฉู่หมิงชุ่ยถูกนางด่าในรวบเดียว โกรธจนเกือบจะเป็นลม จ้องมองอ๋องฉีอย่างขุ่นเคือง “วันนี้มีนางไม่มีข้า ท่านเลือกเอง”

อ๋องฉีดึงตัวหยวนหย่งอี้เอาไว้ กล่าวด้วยความโกรธ “พอได้แล้ว เจ้าหุบปากเถอะ!”

หยวนหย่งอี้สะบัดมือเขาออก “ท่านอย่างมาขวางข้า วันนี้หากท่านเข้าข้างนางอีก ข้าจะตีเจ้าด้วย”

เดิมอ๋องฉีเพียงแต่โกรธที่นางพูดถึงพระชายาฉู่ ดังนั้นจึงพูดขวางนาง ใครจะไปรู้ว่าท่าทางที่ดุร้ายน่ากลัวของนาง กลับทำให้เขาตกใจจนพูดไม่ออก ทำได้เพียงมองใบหน้าที่ลุกไปด้วยไฟโกรธของนาง

แม่ง ใบหน้านี้กลับสวยงามมาก ดุจดั่งดอกไม้สดที่ถูกแผดเผา

“หยู่เหวินชิง!” ฉู่หมิงชุ่ยโมโห “ท่านจะดูนางรังแกข้าแบบนี้หรือ?”

“หากแน่จริงไม่ต้องหาคนช่วย เราสองคนออกไปสู้กันตัวต่อตัว!” เจ้ามานี่ หยวนหย่งอี้ดึงแขนของนาง ใช้แรงกระชากออกไปข้างนอก

ฉู่หมิงชุ่ยตะโกนด้วยความโมโห “เจ้าปล่อยข้า ยัยบ้า เจ้าปล่อยข้า หยู่เหวินชิง ข้านั้นมองเจ้าผิดไปจริงๆ เราเลิกร้างกันเถอะ !”

หยวนหย่งอี้ปล่อยนางทันที จ้องมองด้วยดวงตาที่กลมโต “ใครไม่เลิกร้างใครเป็นหมา!”

ฉู่หมิงชุ่ยมองไปทางอ๋องฉี ในใจเต็มไปด้วยความผิดหวังหมดอาลัยตายอยาก “เลิกร้างกันเถอะ!”

ใบหน้าของอ๋องฉีแข็งทื่อ สะบัดแขนเสื้อแล้วหันหลัง “ตามความปรารถนาของเจ้า!”

ฉู่หมิงชุ่ยเย็นไปทั้งตัว ยืนอึ้งอยู่ตรงนี้

หยวนหย่งอี้สวมรองเท้าเสร็จ ก็มองนางด้วยสายตาที่เย็นชา “พระชายาฉี หวังว่าเจ้าพูดแล้วต้องทำด้วย”

นางไม่รู้ว่าต้องอยู่ที่จวนอ๋องฉีนานแค่ไหน ฉู่หมิงชุ่ยคนนี้น่าขยะแขยงเกินไปแล้ว ไม่อยากที่จะอยู่ร่วมชายคากับนางแล้วจริงๆ ทางที่ดีที่สุดไสหัวไปซะ

นางคิดว่า ต่อให้อ๋องฉีจะแต่งพระชายาอีกคนเข้ามา ก็คงไม่มีทางที่จะน่าขยะแขยงเหมือนฉู่หมิงชุ่ยแล้ว

นางเดินไปอย่างโมโห ยื่นมือไปนวดใบหู ช่างเกินไปแล้วเสียจริงๆ ตีอ๋องฉีก็ช่าง ยังจะมาตีข้า ข้าไปยั่วโมโหนางหรือ?

ฉู่หมิงชุ่ยหนาวจนตัวสั่น จิตใจนางกระสับกระส่ายเหมือนจะพังทลายลงมา นั่งลงไปร้องไห้โดยไม่ห่วงฐานะ

สาวใช้กล่อมนาง พยุงนางกลับไป นางร้องไห้อย่างหนัก ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกคับข้องใจ

เริ่มแรกไม่ควรทำเช่นนี้เลย!

ทำไมท่านพี่เห้าดีขนาดนั้น นางถึงไม่เอา ถึงอยากมาแต่งกับผู้ชายไร้ความสามารถคนนี้ ให้ชายารองรังแกนาง ดูหมิ่นนาง

การร้องไห้ของนาง ร้องจนมืดฟ้ามัวดิน จิตใจว้าวุ่น

บัดนี้ แม่ของนางตายไปแล้ว นางอยากหาคนที่ช่วยนางคิดวางสักคนแผนยังไม่มีเลย