บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 306 บอกตามความจริง

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 306 บอกตามความจริง ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 306 บอกตามความจริง เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 306 บอกตามความจริง บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 306 บอกตามความจริง ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 306 บอกตามความจริง

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 306 บอกตามความจริง นวนิยาย

ตอนที่หยู่เหวินเห้าออกไปนั้น ก็ได้จับตัวคนขายเหล้าโยนออกไปด้วย จากนั้นก็ยกเก้าอี้ขึ้นมาหนึ่งตัว ฟาดไปที่โต๊ะเก็บเงิน ทำให้คนคิดบัญชีตกใจจนหดตัว สีหน้าซีดไปหมด

เขาควบม้ากลับไปที่จวน เข้าไปในจวน ยังไม่ไปหาหยวนชิงหลิง แต่วิ่งไปที่สระผีไปอาบน้ำล้างน้ำสระผมโดยตรง

ชุดราชการที่สวมใส่ในวันนี้ ทิ้งไม่ได้ ก็เลยสั่งคนไปต้มหลายๆรอบ

เรื่องนี้ เขาก็ไม่คิดที่จะปิดบังเจ้าหยวน

ดังนั้น หลังจากที่อาบน้ำเสร็จ เขาก็ไปที่ตำหนักเซี่ยวเยว่ ดึงตัวเจ้าหยวนไปนั่งที่เตียงอรหันต์ แล้วกล่าว “วันนี้ฉู่หมิงชุ่ยมาหาข้า”

หยวนชิงหลิงก็รู้สึกแปลกใจที่เขากลับมาก็อาบน้ำเลย ได้ยินคำพูดนี้ ก็ไม่โกรธแล้ว ตอบอืมไปหนึ่งคำ “จากนั้นล่ะ?”

“บอกว่านางได้ขอเลิกร้างกับอ๋องฉีแล้ว............” เขาเพื่อความปลอดภัย จึงได้จับมือของนางเอาไว้ บอกเล่าคำพูดของฉู่หมิงชุ่ยให้กับนางฟังโดยละเอียด

หลังจากพูดจบ ก็ยกมือขึ้นแสดงความจริงใจ “เจ้าต่อว่านางเช่นนี้จริงๆรึ ไม่ได้โกหกหรือพูดอ้อมค้อมนะ ไม่ได้เล่าแบบส่งๆใช่มั้ย” หยวนชิงหลิงยิ้มเล็กน้อย “ข้าเชื่อท่าน”

หยู่เหวินเห้าตกใจไปครู่หนึ่ง “ข้าไม่ได้พูดดีกับนางแม้แต่คำเดียว ล้วนตำหนิทั้งนั้น อีกอย่างยังได้ตักเตือนนางว่าต่อไปอย่ามาหาข้าอีก ไม่ใช่นั้นข้าจะนำตัวนางไปหาโสวฝู่ฉู่”

“ก็บอกแล้วไงว่าข้าเชื่อท่าน” หยวนชิงหลิงหยิบผ้าปักที่วางอยู่ด้านข้างขึ้นมา นี่เป็นสิ่งที่นางเรียนรู้ใหม่ นางจะทำชุดให้ลูกหนึ่งชุด อย่างไรก็ตามวันที่ยาวนานมาน่าเบื่อ ฝึกงานฝีมือเพิ่มก็เป็นเรื่องที่ดี

โดยเฉพาะ การเย็บ......เป็นเรื่องที่ถนัด!

หยู่เหวินเห้ามองสีหน้าที่เรียบเฉยของนาง รู้สึกรนเล็กน้อย “ไม่ เจ้าหยวน เจ้าฟังข้าพูดสิ ตอนที่นางวิ่งมากอดข้านั้นข้าก็ผลักนางออกทันทีเลย เจ้าอย่าโกรธนะ จริงๆ ข้าไม่ได้โกหกเจ้า หากเจ้าไม่เชื่อเราไปหานางกัน”

หยวนชิงหลิงมองเขาอย่างจำยอม “ท่านเป็นโรคจิตหรือ? ข้าก็บอกแล้วว่าเชื่อท่าน

“จริงๆนะ?” หยู่เหวินเห้าไม่กล้าเชื่อ ในอดีตปฏิกิริยาตอบสนองของนางนั้นรุนแรงมาก “เมื่อก่อนเจ้าจะโกรธ”

หยวนชิงหลิงวางเข็มด้ายลง กล่าวอย่างจริงจัง “เมื่อก่อนที่ข้าโกรธเพราะท่านปิดบังข้า แต่ตอนนี้เจ้ากลับบอกกับข้าอย่างละเอียด แสดงถึงความจริงใจ ข้าทำไมต้องโกรธล่ะ?”

หยู่เหวินเห้ามองนางอย่างสงสัย “เป็นแบบนี้เองหรือ?”

“ไม่เช่นนั้นจะเป็นเช่นไหน?” หยวนชิงหลิงถาม

หยู่เหวินเห้ากล่าวอย่างลำบากใจ “กล่าวอีกนัยหนึ่ง เมื่อก่อนที่เจ้าโกรธข้าไม่ใช่เพราะมีผู้หญิงมาใกล้ชิดข้า หรือว่ามากอดข้าจูบข้า แต่เพราะว่าข้าไม่พูดความจริง?”

“คนอื่นกอดท่าน หอมท่าน ท่านรู้จักผลักออก งั้นก็ไม่มีปัญหาแล้ว นอกเสียจากว่าท่านเป็นคนกอดคนอื่นก่อน หอมคนอื่นก่อน หรือคนอื่นเข้าหาท่านแล้วท่านไม่ปฏิเสธ ไม่อย่างนั้นข้าก็คิดไม่ออกว่าทำไมข้าต้องมาถือสาเรื่องพวกนี้กับท่าน”

หยู่เหวินเห้าด่าสาปแช่งทังหยางสามพันครั้ง ล้วนถูกเขาพาเสียคน ยังบอกอีกกับผู้หญิงให้พูดความจริงครึ่งหนึ่งเท็จครึ่งหนึ่ง

เจ้าหยวนของเขานั้นมีเหตุผลมากขนาดนี้

ทังหยางทำร้ายคนไม่เบาเลย

เขากอดหยวนชิงหลิงเอาไว้ หอมนางอย่างแรงๆไปหลายที “หากรู้ว่าเจ้าไม่โกรธ ข้าก็ไม่ต้องกังวลมาตลอดทาง กลัวจนผมจะหงอกแล้วเนี่ย”

หยวนชิงหลิงหัวเราะเบาๆ “ข้าเป็นคนที่ไม่มีเหตุผลขนาดนั้นเลยหรือ?”

“ไม่ใช่ เจ้าไม่ใช่คนแบบนั้นอย่างแน่นอน” หยู่เหวินเห้าปล่อยนาง ยิ่งมองยิ่งชอบใจ แม้จะน่าเกลียดไปหน่อย แต่ว่าเมียของตัวเอง ชินตาก็พอแล้ว

หยวนชิงหลิงจึงกล่าวขึ้น “ก่อนที่ท่านจะกลับมา หยวนหย่งอี้ได้เก็บข้าวมาที่นี่ บอกว่าฉู่หมิงชุ่ยกับท่านอ๋องทะเลาะกัน บอกว่าจะเลิกร้างกัน อีกอย่าง ฉู่หมิงชุ่ยยังได้ตบอ๋องฉีกับหยวนหย่งอี้ไปคนละหนึ่งฝ่ามือ คนทั้งคนเหมือนบ้าไปแล้ว”

“ยัยหน้ากลมไม่ใช่ยังพักอยู่ในจวนหรือ?” หยู่เหวินเห้าจำได้ว่านางมาพักที่จวนได้สองสามวันแล้ว

“ใช่ วันนี้อ๋องฉีมาที่นี่ ก็ได้พานางกลับไปด้วย หลังจากกลับไปไม่นาน ก็กลับมาอย่างโมโห ครั้งนี้ยังได้เอาเสื้อผ้ามาตั้งหลายชุด บอกว่าจะอยู่จนกว่าจะพอใจ” หยวนชิงหลิงหัวเราะกล่าว

“ฉู่หมิงชุ่ยลงมือทำร้ายคนหรือ? ไม่สามารถที่จะจินตนาการได้เลย” หยู่เหวินเห้ากล่าว

“ก็ใช่ไง? หยวนหย่งอี้ถูกนางตบไปหนึ่งฝ่ามือ ตบบนหู บอกให้ข้าสั่งยาให้นาง บอกว่าหูนั้นมีเสียงหูอื้อ”

หยู่เหวินเห้าอดไม่ได้ที่ถอนหายใจ “นางทำไมจึงกลายเป็นแบบนี้? ไม่เข้าใจจริงๆ”

“อยากได้แต่กลับไม่ได้ ทำให้คนคลั่งได้ วันนี้ท่านปฏิเสธนาง บางทีนางอาจจะทำเรื่องที่แย่กว่านี้ก็ได้”

หยู่เหวินเห้าได้ฟัง ก็ถามขึ้น “แล้วตามที่เจ้าเข้าใจนาง นางจะทำอะไรเจ้ามั้ย?”

ตอนนี้ ไม่ว่าเรื่องอะไรเขาก็สามารถนำมาโยงกับหยวนชิงหลิง ขอเพียงคนข้างนอกมีคนคิดไม่ดี ก็รู้สึกว่าเป้าหมายของคนชั่วนั้นก็คือภรรยาของตัวเอง

หยวนชิงหลิงส่ายหัว “ไม่หรอก ที่จริงนางเป็นคนที่ใจเย็นมาก ที่ข้าบอกว่านางอาจจะทำเรื่องที่รุนแรงนั้น ก็ต้องมีเป้าหมาย เจ้าไม่ต้องการนาง เขาไม่มีทางที่จะไปจากจวนอ๋องฉี รอดูว่านางจะใช้ลูกไม้อะไรอีก ข้ารู้สึกว่า สิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือการฆ่าตัวตาย ให้อ๋องฉีใจอ่อน สงสารนาง”

หยู่เหวินเห้าขมวดคิ้ว “เจ้าพูดถูก น้องเจ็ดเป็นคนที่ใจอ่อนจริงๆ”

“ดังนั้น การเลิกร้างนั้นเป็นไปไม่ได้แล้ว” หยวนชิงหลิงยิ้มเล็กน้อย

“ข้านั้นสนับสนุนให้น้องเจ็ดเลิกร้างกับนาง หากเป็นแบบนี้ต่อไป น้องเจ็ดอาจจะถูกนางทรมานจนไม่เป็นผู้เป็นคน ผีก็ไม่ใช่ผี”

หยวนชิงหลิงตบหน้าของเขาเบาๆ “ดูแลตัวเองให้ดีก่อนเถอะ”

“พี่น้องหัวใจผูกพันไง” หยู่เหวินเห้าจับมือนางเอาไว้ “ใช่แล้ว น้องแปดเป็นอย่างไรบ้างแล้ว? ครั้งที่แล้วเจ้าเข้าวังได้ไปเยี่ยมเขามั้ย?”

หยวนชิงหลิงส่ายหัว “ครั้งที่แล้วเข้าวัง มีเรื่องไม่สบายใจ ก็เลยไม่ได้ไปตำหนักของเขา วางใจเถอะ พรุ่งนี้ข้าเข้าวังจะไปดูเขาหน่อย เขาน่าจะไม่เป็นอะไรมากแล้ว”

เช้าวันรุ่งขึ้น หยวนชิงหลิงให้น้ำเกลือพระชายาจี้เสร็จ ก็ถือป้ายเข้าไปในวัง

บาดแผลขององค์ชายแปดฟื้นฟูได้ดีมาก มีหมอหลวงคอยดูแลโดยเฉพาะ

องค์ชายแปดเห็นหยวนชิงหลิงก็ดีใจเป็นอย่างมาก ยังให้หยวนชิงหลิงดูภาพที่เขาวาดกับมือ

หยวนชิงหลิงเห็นองค์ชายเก้าในภาพวาดของเขา ยิ้มแล้วถามขึ้น “เจ้าชอบน้องเก้ามั้ย?”

“ชอบ” องค์ชายแปดกล่าวเสียงเบา “หลู่กงกงบอกกับข้า น้องเก้าเป็นคนช่วยข้า เพียงแต่ เรื่องนี้ห้ามพูดต่อหน้าเสด็จแม่ เสด็จแม่ไม่ชอบน้องเก้า อาจจะไล่น้องเก้าไป”

หยวนชิงหลิงรู้สึกปวดใจ ยื่นมือไปลูบหัวของเขา “ต่อไปเจ้าก็อย่าเอ่ยถึงน้องเก้าต่อหน้าเสด็จอีก และก็ไม่ต้องพูดถึงความดีของน้องเก้าต่อหน้าเสด็จแม่ เสด็จแม่ถาม เจ้าก็ตอบว่าอยากจะหาคนมาเล่นเป็นเพื่อน แต่ว่าในวังไม่มีคนเล่นกับเจ้าก็พอ”

“ทำไมถึงจะพูดถึงความดีของน้องเก้าไม่ได้? องค์ชายแปดเงยหน้าที่สงสัยขึ้นมา เสด็จแม่ไม่ชอบน้องเก้า ข้าก็จะบอกกับเสด็จแม่ว่าน้องเก้านั้นเป็นคนดี”

“เพราะว่า..........” หยวนชิงหลิงคิดไปครู่หนึ่ง เปลี่ยนวิธีที่อ้อมค้อมพูด “น้องเก้านั้นเป็นคนดีจริง สักวันหนึ่งเสด็จแม่ต้องรู้ แต่ว่าเมื่อเจ้าบอกกับเสด็จแม่ นางก็จะไม่ตื่นเต้นและสนุกไปด้วย เจ้าว่าใช่หรือไม่?”

องค์ชายแปดเอียงหัวคิดไปครู่หนึ่ง “ก็ใช่”

หยวนชิงหลิงหยิบแว่นตาออกมา ช่วยเขาใส่ “ของสิ่งนี้ เจ้าอย่าบอกเสด็จแม่ว่าข้าเป็นคนให้เจ้า เจ้าก็บอกว่าไท่ซ่างหวงเป็นคนมอบให้”

ดวงตาขององค์ชายแปดก็เบิกกว้างทันที สูดลมหายใจไปสองที กล่าวอย่างประหลาดใจ “ชัดเจนมากเลย มันคืออะไร?”

หยวนชิงหลิงยิ้มเล็กน้อย “สิ่งนี้เรียกว่าแว่นตา เจ้าจำไว้ ทุกวันต้องใส่ให้เกินสี่ชั่วยาม ยังมีอีก เรื่องคัดถั่วยังต้องทำต่อไป”

“ท่านพี่สะใภ้ ทำไมทำถึงมีของดีตั้งมากมาย?” องค์ชายแปดดีใจอย่างมาก

หยวนชิงหลิงยิ้มๆ มองดูเขา รู้สึกตื้นตัน

ผู้ป่วยออทิสติก โดยปกติจะไม่พูดคุยกับคนอื่นมากขนาดนี้ พวกเขามีโลกของตัวเอง แม้แต่ครั้งที่แล้วที่มา องค์ชายแปดก็ไม่พูด แต่วันนี้เห็นได้ชัดว่ามีแนวโน้มที่ดี เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมขององค์ชายเก้า แต่น่าเสียดายฮองเฮาไม่มีทางยอมรับ

ตามหลัก เขาเป็นประเภทที่อาการไม่รุนแรง ตอนเด็กหากสังเกตเห็นแต่เนิ่นๆ สามารถที่จะรักษาได้ สามารถทำให้เขาไม่ต่างจากคนปกติมากนัก

หวังว่าทุกอย่างจะไม่สายเกินไป