บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 307 มีแต่เรื่องกวนใจ

sprite

หยวนชิงหลิงไปที่ตำหนักฉินคุนไปคำนับไท่ซ่างหวง

ไท่ซ่างหวงถามถึงแม่นมสี่ หยวนชิงหลิงกล่าว “กำลังพักฟื้นอยู่ โสวฝู่ฉู่ไปเยี่ยมนางแล้ว นางแข็งแรงขึ้นมาก สำหรับข้างนอกก็ไม่มีใครกล้านินทาอีก”

แต่ทำไมเจ้ากลับดูไม่ค่อยมีชีวิตชีวา เป็นอะไร? ไท่ซ่างหวงถาม

หยวนชิงหลิงจึงนึกถึงเรื่องขององค์ชายแปด กล่าว ไม่มีอะไรเพคะ ไท่ซ่างหวง หากคนของฮองเฮาถามขึ้นมา ทำไมองค์ชายแปดถึงได้มีแว่นตา ท่านก็บอกว่าท่านเป็นคนประทานให้

ไท่ซ่างหวงกล่าวอย่างเย็นชา “ไม่จำเป็นต้องพูด ฮองเฮาไม่กล้ามาถาม”

หยวนชิงหลิงตกใจ

ฉางกงกงอธิบาย “ฮองเฮาก็เป็นคนของตระกูลฉู่”

หยวนชิงหลิงนั่งลงมา มองไท่ซ่างหวง “เสด็จปู่ โสวฝู่ฉู่ผู้นี้ ท่านเชื่อใจเขาจริงๆหรือ?”

“มีอะไรจะพูด?” ไท่ซ่างหวงเหลือบมองนาง แล้วถาม

หยวนชิงหลิงมึนงงเล็กน้อย “ข้าเพียงแต่รู้สึก แต่ก่อนข้าเข้าใจมาตลอดว่าเขาเป็นคนที่ทะเยอทะยาน พ่อข้าเจ้าพระยาจิ้งไปประจบเขา ถูกเขาขวางไว้นอกประตู ยังจะให้พ่อข้าให้เจ้าห้าเลิกร้างกับข้า เป้าหมายคือจะให้เจ้าห้าแต่งกับฉู่หมิงหยาง ครั้งแรกที่ข้าเห็นเขา ก็รู้สึกเขาดุร้ายมาก”

ไท่ซ่างหวงยกมือขึ้น สั่งคนปิดประตูตำหนัก

ฉางกงกงก็ได้ออกไปเฝ้าอยู่ข้างนอก

ไท่ซ่างหวงจึงได้กล่าวอย่างหนักใจ ตอนแรกเขานั้นไม่ได้ชอบเจ้ากับพ่อของเจ้า พ่อของเจ้าเป็นคนแบบไหน คิดว่าเจ้าก็น่าจะรู้ดี ตำแหน่งพระชายาฉู่ของเจ้าได้มายังไง เจ้าก็น่าจะรู้ตัวดี เขานั้นชื่นชมหลานห้ามาโดยตลอด แล้วจะยอมให้หลานห้าแต่งลูกสาวของเจ้าพระยาจิ้งได้อย่างไร โดยเฉพาะ ตอนนั้นเจ้ามันน่าขยะแขยงจริงๆ ไม่เกินไปเลยหากจะพูดว่าเจ้าประพฤติผิดไร้คุณธรรม

หยวนชิงหลิงปลอบใจตัวเองอยู่ข้างใน ที่เขาหมายถึงหยวนชิงหลิงในอดีต ไม่ใช่นาง

“ข้าไม่ได้รู้สึกว่าเขานั้นจะชื่นชมเจ้าห้า เพียงแต่สองครั้งที่เขาอยากจะให้ฉู่หมิงหยางแต่งกับเจ้าห้า เรื่องของเจ้าพระยาหุ้ยติ่ง ก็เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้จัดการอย่างยุติธรรม” หยวนชิงหลิงกล่าว

เขาจำเป็นต้องเป็นคนดีหรือ? เจ้ากำหนดให้เขาเป็นคนยังไงหรือ? เขาชอบแม่นมสี่ ก็ต้องดีกับพวกเจ้าทุกคนหรือ? ตอนแรกเขาไม่ชอบเจ้า ไม่ชอบพ่อของเจ้า ก็ได้กลั่นแกล้งพ่อของเจ้า หลานสะใภ้ห้าเอ๊ย ข้าจะบอกเจ้า เขาไม่ใช่คนที่ร้ายกาจมากที่สุด แต่ก็ไม่ใช่คนดี เขาเป็นโสวฝู่ฉู่ของราชสำนัก ในมือกุมอำนาจที่ฆ่าคนไว้ตั้งมากมาย อย่าไปกำหนดว่าเขาเป็นคนหรือคนไม่ดีอย่างง่ายๆ คนมีหลายรูปแบบ

“ข้าไม่ได้หมายความถึงเช่นนั้น หยวนชิงหลิงอธิบาย ข้าเพียงแต่รู้สึกว่าอยู่ในเรื่องของเจ้าพระยาหุ้ยติ่ง เห็นได้ชัดว่าเขาลำเอียง และอยากจะช่วยเขาสุดกำลัง”

“เพราะว่าเจ้าพระยาหุ้ยติ่งมีความสามารถ” ไท่ซ่างหวงถอนหายใจ “เจ้าคิดว่าขุนนางบุ๋นบู๊ที่เต็มราชสำนัก หาคนที่เก่งกาจมีความสามารถมันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ? เจ้าพระยาหุ้ยติ่งเป็นคนที่น่าเสียดาย มากระทำผิดเยี่ยงนี้ โสวฝู่ฉู่เสียดายที่ราชสำนักจะสูญเสียคนที่มีความสามารถไว้ใช้งานไปอีกหนึ่งคน เจ้าพระยาหุ้ยติ่งเป็นที่เขาฝึกฝนเป็นเวลานาน กำลังเป็นเวลาที่สามารถใช้งานได้เต็มที่”

พูดถึงการปกครอง หยวนชิงหลิงนั้นฟังไม่ค่อยเข้าใจจริงๆ

แต่ว่า ความหมายของไท่ซ่างหวง หยวนชิงหลิงนั้นเข้าใจ

สำหรับโสวฝู่ฉู่แล้ว พระชายาที่ไม่ได้มีความเสียสละอะไรเพื่อประเทศชาติที่ถูกรังแกนิดหน่อย เมื่อเทียบกับคนที่ประเทศชาติสามารถใช้งานได้ มันไม่คุ้มค่าที่จะให้เอ่ยจริงๆ

นี่ก็คือความคิดของเขา

นี่ก็คือหลายครั้งหลายครา ทั้งๆที่รู้ว่าคนคนหนึ่งนั้นมีความประพฤติที่ไม่ดีมากมาย แต่กลับยังคงให้เขารับผิดชอบในงานที่สำคัญ

“เจ้าสามารถพูดว่าโสวฝู่ฉู่ไร้คุณธรรม แต่ว่า เขาทำเรื่องเพื่อเป่ยถังมากมายนั้นเป็นเรื่องจริง ราษฎรที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในเป่ยถัง ควรที่จะขอบคุณเขา” ไท่ซ่างหวงกล่าว

หยวนชิงหลิงลังเลไปครู่หนึ่ง “เมื่อกี้ท่านว่า เขาสนับสนุนเจ้าห้า.............”

“หลานห้าเป็นคนมีอุดมการณ์ที่กว้างไกล เมื่อเจอกับลมเมฆก็จะกลายเป็นมังกร แต่ตอนนี้ เขายังขาดประสบการณ์ลมฝน เจ้าน่าจะดีใจ” ไท่ซ่างหวงกล่าวอย่างลึกซึ้ง

หยวนชิงหลิงกลับไม่ดีใจเลย

ที่ว่าลมเมฆ อันที่เจอก็คือเจอเรื่องที่ทุกข์ทรมาน

ผู้หญิงในโลกนี้ ล้วนหวังว่าตัวเองจะสามารถแต่งงานกับวีรบุรุษ

แต่เมื่อแต่งแล้ว ความปรารถนาในใจก็เรียบง่ายมาก หวังเพียงว่าเขาจะปลอดภัย แข็งแรง มีความสุข

สำหรับว่าจะสามารถประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานหรือไม่นั้นไม่สำคัญ ขอเพียงชีวิตพอที่จะดำเนินไปได้ ไม่ถึงขนาดต้องไปขอทานก็พอแล้ว

แต่ว่า คำพูดเหล่านี้ หยวนชิงหลิงนั้นไม่ค่อยอยากจะพูดต่อหน้าไท่ซ่างหวง

เพราะว่า ตามที่นางรู้ ไท่ซ่างหวงนั้นก็ชื่นชมเจ้าห้าเหมือนกัน

บัดนี้ ขุนนางทั้งสามกรม ล้วนฝากความหวังไว้ที่เจ้าห้า

ขอเพียงพวกเขาเคลื่อนไหวหน่อย เรื่องนี้ก็จะสำเร็จ

นางจู่ๆก็รู้สึกเศร้าขึ้นมา ที่ว่าลมเมฆ มันคือลมเมฆอะไรกันแน่? เมื่อก่อนรู้สึกว่าเจ้าห้าเก่งมาก หลังจากที่พวกเขาดีกันแล้ว รู้สึกว่าเจ้าห้าไม่ได้ฉลาดเหมือนแต่ก่อน

บางทีอาจจะเพราะความรักเป็นตัวถ่วง

นางละอายใจไม่กล้ามองไท่ซ่างหวง

ผ่านไปสองวัน พระชายาซุนก็มา มาหานางเพราะเรื่องรายการอาหารในงานวันเกิดของอ๋องซุน

หยวนชิงหลิงจึงนึกขึ้นได้ก่อนหน้านั้นที่อ๋องซุนมาที่จวนหลายครั้ง บอกว่าจะชิมอาหารของพ่อครัวในวัง เพื่อเตรียมงานวันเกิดของเขา

นางกล่าว “ท่านพี่สะใภ้รอง ข้ามีข้อสงสัย งานวันเกิดของท่านพี่รอง ผ่านไปนานแล้วไม่ใช่หรือ? สองสามเดือนก่อนบอกว่ามาชิมอาหาร ก็เพื่อจัดงานวันเกิด”

“เจ้าเชื่อเขาหรือ? เขามันจอมตะกละ” พระชายาซุนพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยดี “เพื่อกินแล้ว แม้แต่หน้าเขาก็ไม่เอาแล้ว ยังจะเอาวันเกิดอะไรอีก?” หยวนชิงหลิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ เป็นเช่นนี้นี่เอง?

พระชายาซุนกดเสียงให้ต่ำลง “ใช่แล้ว เจ้ารู้เรื่องที่อ๋องฉีกับพระชายาฉีกำลังจะเลิกร้างกันมั้ย”

หยวนชิงหลิงพยักหน้า “ได้ยินแล้ว ชายารองหยวนก็พักอยู่ที่จวนของข้า เรื่องนี้นางเป็นคนบอกกับข้า”

พระชายาซุนเหมือนจะรู้รายละเอียด “เรื่องนี้ ไม่น่าจะสำเร็จ”

“ยังไงหรือ?” หยวนชิงหลิงถาม

พระชายาซุนกล่าวอย่างเย็นชา “ฉู่หมิงชุ่ยก็ไม่ใช่คนโง่ นางเลิกร้างแล้วออกไป ยังจะสามารถหาคนอย่างน้องเจ็ดได้อีกหรือ? น้องเจ็ดเป็นลูกชายสืบเชื้อสายโดยตรงของฮ่องเต้ นิสัยอ่อนโยน มีความรู้และสง่างาม ต่อให้นางถือโคมไฟขนาดใหญ่ก็ไม่มีทางที่จะหาคนที่ดีแบบนี้ได้อีกแล้ว นางจะยอมปล่อยหรือ? ข้าของเอาหัวรับประกันเลย”

หยวนชิงหลิงยิ้มแล้ว “อย่าเชื่อมั่นให้มันมากนัก บางทีอาจจะยอมปล่อยก็ได้นะ”