บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 328 เป็นฝีมือของเขา

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 328 เป็นฝีมือของเขา ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 328 เป็นฝีมือของเขา เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 328 เป็นฝีมือของเขา บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 328 เป็นฝีมือของเขา ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 328 เป็นฝีมือของเขา

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 328 เป็นฝีมือของเขา นวนิยาย

พระชายาเว่ยฟังเขาพูดจนจบด้วยสีหน้าที่สงบ สีหน้าแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลย มีเพียงตอนที่เขาบอกว่าเขารักกู้จือเข้าแล้ว สีหน้าของนางเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็กลับมาเป็นปกติในไม่ช้า

แขนของนาง ยันอยู่บนผ้าห่มที่อยู่บนเตียง เชิดหน้ามองเขา กล่าวอย่างใจเย็น “ท่านมาได้พอดีเลย ข้ามีเรื่องจะคุยกับท่าน ท่านนั่งลงก่อนเถอะ”

แววตาของอ๋องเว่ยลุกไปด้วยไฟที่เกลียดชัง เผชิญกับใบหน้าที่สงบของนาง กลับอาละวาดไม่ออก แต่ไฟที่ไร้ชื่อในหัวใจของเขากำลังลุกไหม้

เขาค่อยๆปล่อยนางออก ยืนอยู่ข้างเตียงด้วยท่าทางที่เย็นชา “มีเรื่องอะไรจะพูด พูดมา ที่ตรงนี้ข้าไม่อยากจะนั่ง”

พระชายาเว่ยนั่งลงอย่างช้าๆ มองดูเขา น้ำเสียงอ่อนโยนมาก “สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ทำให้ทุกคนไม่มีความสุข ภายหลังที่ข้าก็รู้เรื่องนี้แล้ว อยู่ที่ตรงนี้ ข้าขอโทษท่านอ๋อง และรบกวนท่านอ๋องช่วยแสดงความขอโทษของข้ากับกู้จือด้วย”

อ๋องเว่ยรู้สึกว่ามันเป็นคำพูดที่ประชดประชันมาก “อย่ามาแกล้งทำดีเพื่อให้คนอื่นเห็นใจเลย เจ้าอยากที่จะให้กู้จือตาย จะรู้สึกผิดต่อนางได้ยังไง?”

พระชายาเว่ยกล่าว “ใช่ ข้าเคยเกลียดนาง แต่เมื่อมาคิดทบทวนดู เกลียดนางแล้วจะมีประโยชน์อันใด? นางพยายามไขว่คว้าในสิ่งที่ตัวเองอยากจะได้ เห็นแก่ตัว แต่ไม่มีอะไรน่าตำหนิ นางไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับข้า ข้าเพียงแค่เคยช่วยนางไปครั้งหนึ่งเท่านั้น คงไม่สามารถบอกให้นางปล่อยวางผลประโยชน์ของตัวเองเพื่อมาตอบแทนข้า ดังนั้น เรื่องเกลียดนาง บัดนี้มันไม่ได้อยู่ในหัวแล้ว”

“แล้วเจ้าให้พระชายาฉู่ออกหน้าแทนเจ้า มันหมายความว่ายังไง? เจ้าอย่าบอกข้า เจ้าไม่รู้มาก่อนว่านางจะมาทำให้กู้จือลำบากใจ คำพูดนี้แม้แต่ตัวเจ้าเองยังไม่สามารถโน้มน้าวให้ตัวเองเชื่อได้เลย ข้าก็ไม่อยากฟังคำพูดที่จอมปลอมแบบนี้”

พระชายาเว่ยกล่าว “พวกนางบอกว่าจะไปหากู้จือ ข้าก็รู้ว่าพวกนางจะไปทำให้กู้จือลำบากใจ”

แววตาของอ๋องเว่ยเกิดประกายไฟ “แล้วทำไมเจ้าไม่ห้าม? ทำไมเจ้าถึงได้ขยะแขยงเช่นนี้? กู้จือกำลังตั้งท้องอยู่ เจ้ากลับให้พวกพระชายาฉู่ไปประณามนาง จิตใจของเจ้าทำไมถึงได้ดำขนาดนี้?”

พระชายาเว่ยเงยหน้ามองเขา แววตามีความเย็นชา ริมฝีปากของนางโค้งขึ้นเล็กน้อย ราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่ตลกมาก “ทำไมข้าต้องห้ามด้วย? กู้จือเป็นอะไรกับข้า? ข้าทำไมต้องปกป้องนาง? ข้าไม่เกลียดนาง แต่ว่าข้าก็ไม่ได้ชอบนางนะ”

อ๋องเว่ยโมโหจนเกือบจะพูดไม่ออก “แต่พวกพระชายาฉู่นั้นออกหน้าแทนเจ้า”

พระชายาเว่ยถอนหายใจเบาๆ แววตาอ่อนโยน “ใช่ ดังนั้นข้าถึงได้ซาบซึ้งกับน้ำใจของพวกนาง และขอบคุณพวกนาง”

อ๋องเว่ยจ้องมองนาง อยากที่จะฉีกความร้ายกาจของนาง กล่าวอย่างโกรธเคือง “นี่มันคือเหตุผลบ้าบออะไร?”

พระชายาเว่ยก้มหน้าลง รอยยิ้มที่มุมปากเหมือนถูกเกาะไว้ที่ริมฝีปาก ไม่เคยเปลี่ยน “ท่านอ๋อง ในโลกนี้ ก็ไม่เคยมีเหตุผลที่หลงเมียน้อยจนทำลายเมียหลวงเหมือนกันนะ”

“นางชุย” น้ำเสียงของอ๋องเว่ย ทันใดนั้นก็เย็นชาอย่างมาก ใบหน้าเย็นชาไร้ความปรานี “พูดจนถึงสุดท้าย เจ้าก็ยังถือสากู้จือ เจ้ากับเขาก็ได้กลับไปรื้อฟื้นความรักครั้งเก่า แล้วทำไมต้องมาสนว่าข้าจะมีเมียน้อยหรือไม่? ในเมื่อในใจเจ้ายังไม่เคยลืมผู้ชายคนนั้นเลย วันนี้เจ้ากำลังหวังอยากจะให้ข้าเลิกร้างกับเจ้าใช่ไหม เพื่อให้พวกเจ้าสามารถกลับไปฟื้นฟูความรักครั้งเก่า?”

สีหน้าของพระชายาเว่ย ตกใจไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มที่อยู่ในมุมปาก ก็ได้กลายเป็นรอยยิ้มที่ขมขื่น จากข้างในริมฝีปาก คำพูดประโยคหนึ่งได้ค่อยลอยออกมา “เจ้าอย่าไปพูดถึงเขา เจ้าไม่คู่ควร”

หนึ่งฝ่ามือ ได้ตบลงไปบนใบหน้าของพระชายาเว่ยอย่างแรง อ๋องเว่ยตะโกนเสียงดัง “นางชุย เจ้าไม่อยากมีชีวิตแล้วเหรอ”

“พระชายา!” ยายแก่และสาวใช้ตกใจจนเกือบตาย มองอย่างตัวสั่นแล้วตะโกนเรียกไปหนึ่งที แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่ดุร้ายและกำลังโมโหของอ๋องเว่ย ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปเลย

ศีรษะของพระชายาเว่ย เอียงไปเลย มุมปากมีเลือดซึม นางใช้มือค่อยๆเช็ดไปหนึ่งที ยังคงกล่าวด้วยความเหนื่อยล้า “ข้าอยากถามท่านเพียงคำเดียว ตอนแรกที่ท่านยืนกรานจะแต่งงานกับข้า เป็นเพราะท่านชอบข้า หรือว่าแค่อยากจะเอาชนะท่านชายชิงหยาง?”

ในใจอ๋องเว่ยเต็มไปด้วยความโกรธ ความอัปยศและความเกลียดชังกัดกินทุกตารางนิ้วในหัวใจของเขา มือข้างหนึ่งของเขาจับคางของพระชายาเว่ยเอาไว้ บีบนางให้มองสบตาเขา กล่าวอย่างโหดร้าย ข้าไม่ชอบเจ้าเลยแม้แต่นิดเดียว เพียงแต่ข้าไม่อยากให้ท่านชายชิงหยางแต่งงานกับเจ้า ปีที่แล้วที่เจ้าแท้งโดยไม่มีสาเหตุ เจ้าอยากรู้สาเหตุไหม? เป็นข้าที่ยกน้ำแกงให้เจ้าด้วยมือของข้าเอง นั่นมันไม่ใช่น้ำแกง แต่มันเป็นยาทำแท้ง เป็นข้าที่ข้าลูกของเจ้าด้วยมือของข้าเอง”

พระชายาเว่ยสั่นไปทั้งตัว ใบหน้าที่สงบนิ่งมาโดยตลอด เย็นเยือกเหมือนน้ำแข็ง ค่อยๆแตกออก แววตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง สองมือของนางจับข้อแขนของเขาเอาไว้ น้ำเสียงที่ออกมาจากซอกฟัน “ท่านพูดอีกครั้ง”

คำพูดนี้ ตัวพระชายาเว่ยไม่ได้ยินแล้ว หูของนาง สมองของนาง ได้ระเบิดเป็นผุยผงไปแล้ว ข้างหูเหลือเพียงแต่เสียงโวง

แต่นางรู้ว่าตัวเองนั้นถามออกไป และได้จ้องมองปากของเขาตลอดเวลา อ่านคำพูดแต่ละคำที่ออกมาจากปากของเขา “ลูกของเจ้ากับท่านชายชิงหยาง ข้าเป็นคนฆ่ามันเอง”

ความหวังที่มีอยู่อันน้อยนิดได้พังทลายไปหมด นางอ่านไปเพียงไม่กี่คำ ราวกับมีมีดพันเล่มหมื่นเล่มมาทิ่มแทงใจของนาง เจ็บจนนางต้องขดตัวเอาไว้

นางค่อยๆปล่อยมือเขา มองสายตาของเขา เหมือนคนแปลกหน้าที่เต็มไปด้วยความเกลียด

ร่างของนางเซไปข้างหลัง จากนั้นก็ค่อยๆล้มลงไป ใบหน้าเหมือนคนที่ตายไปแล้ว ทันใดนั้นก็มองไม่เห็นอะไรเลย

เห็นนางเป็นแบบนี้ ในใจอ๋องเว่ยก็มีแต่ความเจ็บปวดที่ไม่สิ้นสุด ราวกับว่าความเกลียดชังที่ถูกเก็บไว้ตลอดหนึ่งปีกว่า ในที่สุดก็ได้ปลดปล่อยมันออกมาในวันนี้

เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “ข้าจะทูลเสด็จพ่อ ให้ออกหนังสือเลิกร้างให้เจ้า เจ้าอย่ามาหวงตำแหน่งของกู้จือเอาไว้ จะแกล้งตาย ก็กลับไปตายที่บ้านของตัวเอง ชีวิตนี้ข้าไม่อยากจะเห็นเจ้าอีก”

พูดจบ เขาไม่มองพระชายาเว่ยแม้แต่หางตา สะบัดแขนเสื้อแล้วออกไป

ยายแก่และสาวใช้ก็รีบเข้าไป เห็นใบหน้าของนางมีรอยนิ้วมือแดง ยายแก่ก็ร้องไห้ “ไอ้หยา ทำไมท่านอ๋องถึงได้เลอะเลือนเพียงนี้นะ?”

“พระชายา ท่านเป็นยังไงบ้าง?” สาวใช้ถามพร้อมกับร้องไห้

พระชายาเว่ยเหมือนตายไปแล้วอย่างนั้น นอนไม่ขยับอยู่บนพื้น แววตายังคงเต็มไปด้วยร่องรอยของรอยร้าว

“พระชายา พระชายา ท่านเป็นอะไรไปแล้ว? ท่านตอบแม่นมอู๋หน่อย” ยายแก่ร้องไห้เขย่าแขนของนาง

พระชายาเว่ยค่อยๆหันหน้าไปมองยายแก่ เหมือนมองคนแปลกหน้า น้ำตากลับไหลออกมาอย่างรวดเร็ว ไหลออกมาทางหาตา

“แม่นมอู๋..........” น้ำเสียงของนางอ่อนโยนแต่ไร้เรี่ยวแรง เหมือนเสียงที่บีบออกมาจากในก้อนนุ่น “ที่นี่หนาวจังเลย”

แม่นมอู๋กล่าวอย่างรีบร้อน “หนาว? ได้ ได้ เพิ่มเตา เพิ่มเตา.........”

นางหันหน้าไปอย่างรีบร้อน ให้คนไปเอาเตามาสองอัน นางนั่งอยู่ข้างเตียง ใช้แรงช่วยนางนวดหน้า ช่วยนางห่มผ้า ถามนางอย่างห่วงใย “ยังหนาวไหม? หน้ายังเจ็บอยู่ไหม?”

“แม่นมอู๋” นางถอนหายใจอย่างเงียบๆ และเอียงหัวไปอย่างช้าๆ ราวกับนกกระจอกเทศที่พยายามจะซ่อนหัวของมัน พูดพึมพำ “หรือเพราะข้านั้นหลงใหลในความจอมปลอม ทำไมตอนนั้นเชื่อถึงเขาล่ะ? ทำไมถึงซาบซึ้งใจล่ะ? หรือเพราะอายุยังน้อย คิดว่าองค์ชายของราชวงศ์จะรักข้าโดยไม่อาจลืมเลือน ต่อสู้เพื่อข้าอย่างไม่คิดชีวิต ข้าก็เลยตามเขามา สุดท้าย คนที่ผิดยังเป็นตัวเอง บัดนี้จะโกรธจะเกลียดใครได้?”

แม่นมอู่ร้องไห้ “พระชายา ท่านอยากทำเช่นนี้ ตอนนั้นท่านอ๋องชอบท่านจริงๆ เมื่อกี้เป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ผู้ชาย มักจะหลงใหลของใหม่ๆ ท่านอ๋องต้องกลับมาอย่างแน่นอน เขาต้องรู้ว่าตัวเองผิด”

พระชายาเว่ยหลับตาลง กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เกือบจะไม่ได้ยิน “กลับไปไม่ได้แล้ว ข้ากับเขา จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว”