บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 335 ท่านปู่ข้าเป็นคนทำ

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 335 ท่านปู่ข้าเป็นคนทำ ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 335 ท่านปู่ข้าเป็นคนทำ เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 335 ท่านปู่ข้าเป็นคนทำ บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 335 ท่านปู่ข้าเป็นคนทำ ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 335 ท่านปู่ข้าเป็นคนทำ

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 335 ท่านปู่ข้าเป็นคนทำ นวนิยาย

หยู่เหวินเห้าพูดว่า “ได้ ข้าตกลง”

“ท่านใช้ชีวิตของหยวนชิงหลิงมาสาบานสิ”ฉู่หมิงชุ่ยไม่เชื่อ

หยู่เหวินเห้าสีหน้ายังคงเฉยเมย “ข้าใช้ชีวิตของตัวเองกับพระชายาฉู่สาบาน ตอนที่เจ้าตาย ข้าจะอยู่ข้างกายเจ้า ”

ฉู่หมิงชุ่ยค่อยๆผ่อนลมหายใจเฮือกหนึ่ง “ข้าจะเชื่อท่านเป็นครั้งสุดท้าย ”

นางใช้สองมือยันพื้น พยายามโน้มไปข้างหน้า รอยเลือดนั้นราวกับร่องรอยแตกร้าวบนกำแพงเมืองหลากสี แตกร้าวคดเคี้ยวไปอย่างไร้กฎเกณฑ์ ภายใต้แสงสว่างริบหรี่ ดูแล้วช่างน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง

“ท่านปู่ของข้า ”นางใช้แรง พูดสี่คำนี่ใกล้หูของเขา

พูดจบ นางก็ถอนหายใจหนักๆหนึ่งครั้ง มองเขาอย่างเจ็บปวดเคียดแค้น

ริมฝีปากของหยู่เหวินเห้าโค้งขึ้น ยิ้มอย่างเย็นยะเยือก “ข้าก็คิดว่าเป็นเขา นอกจากเขาแล้ว คงไม่มีใครคิดแผนได้รอบคอบเช่นนี้ ”

“ใช่แล้ว นอกจากเขา ใครกันจะสามารถควบคุมทุกสิ่งให้อยู่ในมือได้”ฉู่หมิงชุ่ยแววตาว่างเปล่า “ที่จริง เขาคิดจะฆ่าข้าด้วย ตอนแรกคุยกันไว้แล้วว่า เขาจะไว้ชีวิตข้า ขอเพียงหยวนชิงหลิงตาย เขาจะล้างมลทินทั้งหมดให้ข้า ข้าจะยังคงเป็นคุณหนูใหญ่ของจวนโสวฝู่ แต่ที่จริงแล้ว สุดท้ายคนพวกนั้นคงฆ่าข้าไปด้วย ถ้าหากพวกท่านไม่มา ข้าก็คงจะตายอยู่บนเรือนั้น ”

“โสวฝู่ช่างใจร้ายจริงๆ ”หยู่เหวินเห้าพูด

ฉู่หมิงชุ่ยแววตาเจ็บปวด “ใช่แล้ว ใจร้ายมาก เขาจะฆ่าข้ากับท่านแม่ ข้าเกลียวเขาเข้ากระดูกดำ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ”

หยู่เหวินเห้าถาม “พวกโจรภูเขา เขาเป็นคนหามาหรือ”

“ใช่แล้ว ”ฉู่หมิงชุ่ยพูด

“เขาไปรู้จักพวกโจรภูเขาเหล่านั้นได้อย่างไร ”

ฉู่หมิงชุ่ยยังคงนิ่งอึ้ง แล้วก็พูดโพล่งออกไปว่า“ แน่นอน เขาเคยพาทหารไปปราบโจร พวกโจรซ่องสุมกันอยู่ที่ไหน เขาย่อมรู้ดีแก่ใจ ”

หยู่เหวินเห้ามองนาง “เขาเคยพาทหารไปปราบโจรหรือ”

ฉู่หมิงชุ่ยเงยหน้าขึ้นมองเขา “เขาพูดเช่นนี้ แน่นอนว่าคงไม่ใช่เขาที่ไปด้วยตนเอง เพียงแต่เป็นคำสั่งของเขาเท่านั้น ”

หยู่เหวินเห้าพูด “ปราบโจร เจ้าพูดถึงอ๋องจี้หรือเปล่า ”

นางมองหน้าเขา หัวเราะขึ้นมา “ท่านสงสัยอ๋องจี้หรือ ไม่ใช่อ๋องจี้ ”

“ไม่ใช่พี่ใหญ่ ”ดวงตาของหยู่เหวินเห้าดำสนิทดุจท้องฟ้ายามราตรี “จะถึงวันมงคลของเขาแล้ว ย่อมไม่ใช่เขาแน่ ”

ฉู่หมิงชุ่ยค่อยๆพูดอีกว่า “ข้ารู้ว่าท่านเองก็คงจะแค้นใจท่านปู่ของข้ามาก ท่านวางใจได้ เมื่อไปทำการสอบสวนร่วมสองฝ่าย ข้าจะยอมสารภาพความจริงเรื่องของเขา เพื่อให้ท่านล้างแค้นให้หญิงคนนั้น ”

หยู่เหวินเห้าพูด “ใครบอกเจ้า ว่าจะมีการสอบสวนร่วมสองฝ่าย ”

ราชโองการของฮ่องเต้ เพิ่งจะมาถึงกรมการพระนครไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม นางก็รู้แล้ว

“ไม่มีหรือ ”ฉู่หมิงชุ่ยอึ้ง “ข้านึกว่าคดีใหญ่ขนาดนี้ คงไม่ได้ให้กรมการพระนครสอบสวนเพียงฝ่ายเดียวแน่ ”

หยู่เหวินเห้าพูดว่า “ใช่แล้ว มีราชโองการลงมาจริงๆ ให้กรมอาญาร่วมสอบสวนกับกรมการพระนคร แต่ว่า ในเมื่อเจ้าให้การสารภาพแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องขึ้นศาลแล้ว ”

ฉู่หมิงชุ่ยมองเขา เอ่ยอย่างสงบว่า “ก็ดี ”

หยู่เหวินเห้าค่อยๆยื่นมือออกไป กำที่ข้อมือของเขาเอาไว้

แววตานางยินดีขึ้นมา น้ำเสียงสั่นเครือ “พี่เห้า ”

หยู่เหวินเห้าหลุบตาลง สะกดกลั้นไอสังหารที่ผุดขึ้นมาในดวงตา เอ่ยอย่างนุ่มนวลว่า “หลับตาซะ”

“พี่เห้า ท่านยังคงลืมข้าไม่ได้สินะ”หางเสียงของนางยังคงแฝงแววตื่นเต้น “ท่าน”

กำลังภายในส่งผ่านไปช้าๆ บาดแผลที่ข้อมือนางปริออก เลือกทะลักพุ่งออกมา

เขายืนขึ้น ถอยไปหนึ่งก้าว มองหน้านางที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก นางใช้อีกมือไปกำข้อมือเอาไว้ อยากจะหยุดไม่ให้เลือดไหล แต่ว่า ก็ไร้ประโยชน์

แสงรำไรถูกร่างของหยู่เหวินเห้าบังไว้จนมิด เขายืนอยู่ท่ามกลางความมืด น้ำเสียงเยือกเย็น “เจ้าตายอย่างวางใจเถอะ ข้าบอกแล้ว ตอนที่เจ้าตาย จะจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้าที่นี่ ข้าไม่คืนคำ และขอบคุณความร่วมมือของเจ้า ที่สารภาพถึงคนที่อยู่เบื้องหลัง ”

ฉู่หมิงชุ่ยสั่นไปทั้งร่าง เสียเลือดในระยะเวลาอันรวดเร็วทำให้นางตัวเย็นไปทั้งร่าง ความหวาดกลัวเข้าโจมตีจิตใจนางราวกับแมลงนับหมื่นตัวที่เข้าเกาะกินในใจ ทุกส่วนของร่างกายสั่นเท่าขึ้นมาด้วยเหตุนี้ “พี่เห้า ช่วยข้า”

นางยื่นมือที่เต็มไปด้วยเลือดออกมา แล้วก็ค่อยๆเคร่งขรึมลง นางเบิกตากว้าง ม่านตาค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น ข้างใน อัดแน่นไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง

หยู่เหวินเห้ามองนางอย่างเงียบๆอยู่อย่างนั้น สีหน้ายังคงสงบไม่มีทีท่าใดๆ

เขาจึงพูดขึ้นด้วยเสียงอันเบาว่า “เจ้าใช้มุมมองที่ไม่เข้าท่าของปู่เจ้า แต่ข้านั้นมองทุกอย่างออก ข้าได้เตรียมการป้องกันเขาไว้แล้ว เจ้าก็อย่าได้คิดเลยว่าเขาจะฆ่าหยวนชิงหลิงเพื่อเจ้า”

ก่อนที่นางจะสิ้นใจ หยู่เหวินเห้าก็โน้มตัวเข้าไป พูดชื่อหนึ่งที่ข้างหูของนางด้วยเสียงต่ำ

ฉู่หมิงชุ่ยเบิกตากว้าง ร่างกระตุกอย่างรุนแรง ในลำคอมีเสียงคำรามต่ำหนึ่งเสียงส่งออกมา ทั้งร่างเกร็งแข็ง ดวงตาเต็มไปด้วยความแค้นใจและเจ็บปวด

ฉู่หมิงชุ่ยตายตาไม่หลับ

ชุดสีแดงเข้มสะบัดผ่านเสาเหล็กของห้องขัง สีหน้าของหยู่เหวินเห้านั้นราบเรียบและเย็นชา จากไปอย่างไร้ร่องรอย

การสอบสวนร่วมกับกรมอาญาในช่วงเย็นนั้นถูกยกเลิก เพราะหัวหน้าพัศดีในคุกมารายงานว่า ฉู่หมิงชุ่ยฆ่าตัวตายไปแล้ว

บุคคลสำคัญได้ตายไปแล้ว คำให้การของโจรสองคนนั้นก็ไม่ได้มีน้ำหนักบ่งชี้ถึงใครเป็นการเฉพาะ ฉะนั้น ไม่จำเป็นต้องสอบสวนอีก ความผิดทั้งหมด ให้ฉู่หมิงชุ่ยเป็นคนรับไว้ทั้งหมด

แรงงานขนส่งทั้งสองคน มีความผิดฐานร่วมกันฆ่าคนและลักพาตัวพระชายาฉู่ ลงโทษโดยการตัดหัวประหารชีวิต

หยู่เหวินเห้าสั่งการให้ผู้ช่วยเจ้ากรมไปตรวจสอบอย่างลับๆ ว่าวันนี้มีใครไปที่ห้องขังบ้าง เพื่อไปพบฉู่หมิงชุ่ย

หลังจากผู้ช่วยเจ้ากรมไปตรวจสอบแล้ว ก็รายงานว่า “เป็นหัวหน้าพลตระเวนซุน”

หยู่เหวินเห้าสีหน้าเรียบเฉย “เรื่องนี้อย่าเอะไป เจ้าก็ทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

ผู้ช่วยเจ้ากรมถามว่า“ใต้เท้า แล้วคำให้การของฉู่หมิงชุ่ยนั่น……”

“ฉีกทิ้งเถอะ”วันนี้ตอนสอบสวน ผู้ช่วยเจ้ากรมได้จดบันทึกอยู่ในห้องขังข้างๆกัน

“แต่ว่า นางยอมรับสารภาพถึงโสวฝู่ฉู่ ……”ผู้ช่วยเจ้ากรมลังเลอยู่ชั่วครู่

“ไม่ใช่โสวฝู่ฉู่”

ผู้ช่วยเจ้ากรมนิ่งอึ้ง “ท่านอ๋องรู้หรือว่าเป็นใคร”

“เป็นอ๋องจี้”หยู่เหวินเห้ามองเขา “ส่วนหัวหน้าพลตระเวนซุน เมื่อก่อนเคยติดหนี้บุญคุณอ๋องจี้”

ผู้ช่วยเจ้ากรมตกตะลึง “ที่แท้ก็เป็นอ๋องจี้หรอกหรือ”

หยู่เหวินเห้าพูดอย่างไม่พอใจ “เสียดาย ที่ข้าไร้หลักฐาน ได้แต่ละเว้นเขาไว้ก่อนในครั้งนี้”

ผู้ช่วยเจ้ากรมมองเขา “แต่วันนี้ตอนที่ท่านอ๋องอยู่ในคุก เหมือนจะเคยบอกกับฉู่หมิงชุ่ยว่า ไม่ใช่อ๋องจี้ ”

“นั่นก็แค่คำพูดหยั่งเชิง ”หยู่เหวินเห้าพูด

ผู้ช่วยเจ้ากรมพยักหน้า “ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง ”

“เจ้าออกไปเถอะ คดีนี้สิ้นสุดแล้ว ไม่ต้องเอ่ยขึ้นอีก”หยู่เหวินเห้าพูด

ผู้ช่วยเจ้ากรมคำนับแล้วถอยออกไป

หยู่เหวินเห้ามองเงาหลังของเขา แววตาเย็นเยียบ

เขาเก็บสายตากลับมา พูดกับทังหยางว่า “ส่งคนไปจับตาดูผู้ช่วยเจ้ากรมเอาไว้”

ทังหยางไม่ได้ตามเข้าไปในคุกด้วย ฉะนั้นจึงไม่รู้ถึงเรื่องราวที่สอบสวน เมื่อครู่ท่านอ๋องพูดถึงอ๋องจี้ ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจไม่น้อย

“ไม่ใช่อ๋องจี้ ใช่หรือไม่ ”ทังหยางถามขึ้น

“ไม่ใช่”นิ้วของหยู่เหวินเห้าจับแท่นฝนหมึกเอาไว้ ปลายนิ้วขาวซีด ดวงตาดำขลับมีไอเย็นเยือกส่งออกมาเป็นระลอก “แรกเริ่ม ข้าก็คิดว่าเป็นพี่ใหญ่”

ทังหยางพูดว่า “ถ้าอ๋องจี้ต้องการทำร้ายพระชายา ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ อีกอย่างเขากำลังจะมีงานมงคล ไม่จำเป็นต้องทำให้ตนเองหมดอำนาจลงเช่นนี้ ถึงแม้อยากจะให้พระชายาตาย เขาย่อมต้องมีวิธีการอื่น ไม่จำเป็นต้องทำให้เรื่องมันใหญ่โตขนาดนี้ ไม่ได้มีผลดีกับเขาเลย ”

“เขา เดาใจเสด็จพ่อไม่ได้ และเขาก็ไม่เข้าใจเกี่ยวกับองครักษ์ลับผี เรื่องนี้ เขาทำไม่ได้ อีกอย่าง คนคนนี้นั้นมาหาฉู่หมิงชุ่ยอย่างกะทันหัน เดิมฉู่หมิงชุ่ยไม่ได้คิดวางแผนจะทำเช่นนี้ เดิมทีนางแค่อยากจะสร้างความร้าวฉานระหว่างพี่น้องของข้ากับเจ้าเจ็ด เจ้าลองคิดดูดีๆก็จะเข้าใจ”หยู่เหวินเห้าพูด

ทังหยางพยักหน้า “จริงพ่ะย่ะค่ะ เดิมที่ฉู่หมิงชุ่ยคิดจะใช้เรื่องในร้านเหล้าเยว่เต๋อมาทำให้ท่านอ๋องกับอ๋องฉีผิดใจกัน เห็นได้ชัดว่าแผนการได้เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน ”

หยู่เหวินเห้าหรี่ตาลง ฉายแววเย็นยะเยือก “สามารถวางแผนการที่แยบยลรอบคอบได้ในระยะเวลากระชั้นชิดเช่นนี้ ยังคิดไปถึงองครักษ์ลับผี เสด็จปู่ด้วย คนพวกนั้นต้องคุ้นเคยกับองครักษ์ลับผีเป็นอย่างดี รู้ว่าต้องปล่อยข่าวอย่างไรเพื่อให้องครักษ์ลับผีได้ยิน ”