บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 347 พวกเราจะติดตามพระชายา

sprite

ข้าวมื้อนี้ เป็นงานเลี้ยงที่หงเหมิน

มู่หรูกงกงค่อยๆพยุงนางลุกขึ้นมา นางรู้สึกว่าเท้าของนางอ่อนขึ้นมาอย่างกะทันหัน ยืนไม่มั่นคง

คำพูดของฮ่องเต้หมิงหยวน แทงใจดำทุกคำ

ที่เจ้าห้าตกอยู่ในสถานการณ์เช่นวันนี้ จุดเริ่มต้นเรื่องเลวร้ายทั้งหมดมาจากนาง

ไม่ผิด

ไม่ว่านางจะใช่หยวนชิงหลิงคนเก่าคนนั้นหรือไม่ แต่ตราบาปนี้นางต้องเป็นคนแบกรับ

ไม่เช่นนั้น ภายหน้าหากเกิดอะไรขึ้นมา เรื่องนี้คงถูกคนอื่นสืบสาวเอาออกมาพูด

นางมองไปที่ชุดมังกรสีเหลืองอร่ามปักลายก้อนเมฆ ข้างบนมีมังกรผงาดอยู่หลายตัว ฝีเข็มละเอียดประณีต ลวดลายงดงามยิ่งนัก มังกรนั้นดูเหมือนจะมีชีวิตราวกับจะบินออกมาจากตัวเขาด้วยซ้ำ

ดวงตานางร้อนผ่าว โค้งคำนับ เอ่ยออกมาอย่างยากลำบากว่า “เสด็จพ่อรักษาตัวด้วย หยวนชิงหลิงขอลา”

ฮ่องเต้หมิงหยวนหันหลังให้นาง ไม่พูดอะไรสักคำ สีหน้านิ่งขรึม ความสง่างามทั้งหมดเหมือนจะถูกความเคร่งขรึมบดบังไปจนหมด ดูแล้วเย็นชาและแข็งกระด้างมาก

มู่หรูกงกงประคองหยวนชิงหลิงออกไป หมันเอ๋อกับอะซี่ที่รออยู่ข้างนอกถูกลมหนาวพัดจนตัวแข็งทื่อ

เห็นหยวนชิงหลิงลงมาแล้ว ทั้งสองก็เข้าไปประคอง มู่หรูกงกงถอนหายใจเบาๆ “พระชายา ไยต้องทำเช่นนี้ด้วย ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้มีผลดีต่อใครเลย ก็แค่คุณหนูฮู่คนหนึ่ง แต่งเข้ามาเป็นพระชายารอง ไม่กระทบต่อความรักระหว่างท่านกับอ๋องฉู่หรอกนะ”

อะซี่ตกใจสะดุ้ง “อะไรนะ ยังมีพระชายารองอีกคนหรือ”

หยวนชิงหลิงกดมือลง เอ่ยอย่างเหนื่อยอ่อนว่า “ไปเถอะ”

มู่หรูกงกงหันไปเรียกทหารรักษาพระองค์มาคนหนึ่ง ให้เขานำตัวขันทีตรวจฎีกาไปเชิญอ๋องฉู่เข้าวัง

ตลอดทางกลับจวน หมันเอ๋อกับอะซี่ต่างไม่มีใครกล้าถาม เพราะสีหน้าของหยวนชิงหลิงดูไม่ดีเลย

เป็นมู่หรูกงกงที่ตามออกมาด้วย เห็นหยวนชิงหลิงตกอยู่ในภวังค์แห่งความเงียบ ก็ถอนหายใจพูดว่า “พระชายาอย่าได้คิดโทษฮ่องเต้เลย เขาเองก็ไม่มีทางเลือก”

“ข้ารู้ ถ้าหากเขามีทางเลือก เขาก็คงไม่ทำกับข้าเช่นนี้ ”หยวนชิงหลิงพูดเสียงเบา

รู้สึกว่าแสงอันน้อยนิดข้างหน้าก็สลายหายไปหมดแล้ว แม่ทัพใหญ่ฮู่มีคุณงามความดีในการปราบโจร ถูกแต่งตั้งเป็นเจ้าพระยาเจิ้งเป่ย มีทัพใหญ่อยู่ขอบชายแดน อำนาจทหารในมือแข็งแกร่ง หากราชสำนักต้องการควบคุมเจ้าพระยาเจิ้งเป่ย ย่อมต้องให้ลูกสาวเขาอยู่ในเมืองหลวง แต่จะให้อยู่ไปสะเปะสะปะไม่ได้ ต้องอยู่อย่างสมเหตุสมผล

ให้เจ้าห้าแต่งนางมาเป็นรองชายา ทุกอย่างก็เป็นไปตามความเหมาะสม

ทำไมจึงเป็นเจ้าห้า ก็เข้าใจได้ง่ายมาก ฮ่องเต้บอกว่านางไม่เข้าใจความคิดเขา ที่จริงนางเข้าใจดี

ตอนนี้ผู้มีอำนาจสูงสุดทั้งสามฝ่ายต่างเล็งมาที่ตัวเจ้าห้า และนางเองก็ตั้งครรภ์ ฉะนั้นเจ้าห้ามีโอกาสอย่างยิ่งที่จะเป็นตัวเลือกขึ้นเป็นรัชทายาท ภายหน้าหากแต่งตั้งรัชทายาทแล้ว ลูกสาวของเจ้าพระยาเจิ้งเป่ยก็จะเป็นพระชายารองในองค์รัชทายาท เขาย่อมต้องปกป้องเจ้าห้า ถึงแม้จะไม่ยอมปกป้อง อย่างน้อยก็คงไม่สร้างความวุ่นวาย

ที่จริงก็รับรู้ได้ถึงความคิดของไท่ซ่างหวงตั้งแต่แรกแล้ว นางจึงรู้สึกร้อนใจตั้งแต่นั้น

เพราะเจ้าห้าไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว ข้างหลังของเขามีพลังหลายสายคอยผลักดันเขาอยู่ พลังเหล่านี้ล้วนทรงพลังกว่ากำลังทั้งหมดที่เขามี เขาแทบจะไม่สามารถเป็นตัวเองได้ เขาได้แต่ให้คนอื่นผลักเขาเดินไปข้างหน้า

เหมือนเช่นตอนนี้

นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ แต่เขาจะไม่เอาก็ไม่ได้

ที่น่าขันก็คือนางนึกว่าฉู่หมิงชุ่ยตายไปแล้ว ฉู่หมิงหยางก็แต่งไปเป็นพระชายารองของอ๋องจี้ ที่สุดก็สามารถอยู่อย่างสงบสุขได้แล้ว แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด

นางไม่ได้แค้นเคืองฮ่องเต้หมิงหยวน เพราะในมุมมองของเขา ความสงบสุขของเป่ยถัง ย่อมสำคัญกว่าความสุขของนางเป็นไหนๆ

นางเป็นใคร เพื่อนางคนเดียว จะให้ผู้อื่นทำตามใจนางโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมได้หรือ

“กงกง เสด็จพ่อมีความลำบากของท่านเอง ข้าไม่ได้จะต่อต้านโดยไม่เห็นความหวังดีของผู้อื่น ข้ารู้ดีแก่ใจว่าเส้นทางที่เขาเลือกให้นั้นดีที่สุดแล้ว ท่านอ๋องไม่มีทางชื่นชอบคุณหนูฮู่ แม้จะแต่งเข้าบ้านมาแล้วนางก็ไม่ได้มีอิทธิพลต่อข้า พวกเราสามีภรรยาก็ยังคงรักใคร่กลมเกลียวกันดี ”

มู่หรูกงกงเอ่ยอย่างไม่เข้าใจว่า “ในเมื่อพระชายารู้ แล้วไยต้องปฏิเสธฮ่องเต้ด้วยเล่า ท่านก็รู้ดี ถ้าฮ่องเต้ต้องการบีบคั้นท่านจริงๆ คงไม่จงใจเชิญท่านมาทานอาหารในวังแน่ พูดกับท่านดีๆ ถ้าทรงมีพระบัญชาลงไป ท่านก็ไม่สามารถปฏิเสธพระบัญชาได้แล้ว“

แต่ช่วงที่ผ่านมานี้ข้าประสบพบเจอแต่เรื่องเลวร้าย ทำให้ท่านอ๋องต้องคอยเป็นห่วงกังวลอยู่เสมอ เขาไม่มีทางให้คุณหนูฮู่แต่งเข้ามาแน่ เขาปฏิเสธพระบัญชามีโทษหนักหรือข้าที่ค้านหัวชนฝาในวันนี้จะมีโทษหนักกว่ากัน กงกงลองตรองดูก็จะรู้ ข้ากลับบ้านมารดา เพื่อหาพื้นที่สงบอยู่

มู่หรูกงกงอดไม่ได้ที่จะชื่นชม “พระชายาช่างละเอียดรอบคอบนัก ข้าน้อยเลื่อมใส ถ้าฮ่องเต้ได้รับรู้ถึงความคิดเช่นนี้ของท่าน ก็คงจะปฏิบัติต่อท่านอย่างดี”

หยวนชิงหลิงพูด “ จะปฏิบัติต่อข้าดีหรือไม่ ข้าไม่สนใจแล้ว ขอแค่ท่านอ๋องมีชีวิตที่ราบรื่นก็พอ”

ที่นางใส่ใจ สำหรับคำพูดที่พูดกับมู่หรูกงกงนั้น ก็เพื่อที่จะได้รับการปฏิบัติที่ดีจากฮ่องเต้ในภายหน้า

นางไม่มีทางจะปล่อยเจ้าห้าไปง่ายๆ นางถอยเพื่อจะก้าวต่อ และเพื่อรักษาชีวิตแต่งงานของนางเอาไว้

นางต้องรักษามันไว้ให้ได้ ไม่เช่นนั้น หลังจากลูกเกิดมาแล้ว ก็จะถูกพรากไป นางจะไม่ยอมให้ครอบครัวต้องแตกแยกเด็ดขาด

ในจวนอ๋อง ไม่ว่าเจ้าห้าจะคอยเฝ้ามองอย่างเข้มงวดแค่ไหน สุดท้าย นางก็ยังยืนอยู่บนปากเหวอยู่ดี

ความใส่ใจของเจ้าห้าที่มีต่อนาง ทำให้เขาได้รับผลกระทบไปทุกที่ ทั้งที่รู้ดีว่าใครคือคนร้าย แต่ก็ไม่กล้าจะลงมือจัดการ ก็เพียงเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะตอบโต้จนถึงแก่ชีวิตของนาง

เหมือนเขาจะเดินทุกก้าวด้วยความระมัดระวัง ที่แท้จริงแล้วทุกก้าวนั้นล้วนยากลำบาก

ออกจากวัง ขึ้นรถม้า นางเลิกผ้าม่านออก มองไปยังประตูด้านตะวันออกของราชวัง ในความมืดมิด ราชวังดุจสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ที่นอนสงบนิ่ง ประตูตะวันออกก็เหมือนปากใหญ่กระหายเลือด จะกลืนกินทุกคนที่เข้าไปข้างใน

พอคิดว่าภายหน้าจะได้อยู่ห่างไกลจากที่นี่แล้ว ในใจของหยวนชิงหลิงก็รู้สึกผ่อนคลายไปเปลาะหนึ่ง

ลูบไปที่ท้องของตนซึ่งลูกน้อยกำลังเคลื่อนไหวช้าๆ นางก็ยิ่งแน่วแน่มากขึ้น

มู่หรูกงกงยังคงนั่งอยู่ข้างหน้ากับคนขับรถม้า อะซี่กับหมันเอ๋อคอยรับใช้อยู่ด้านใน

อะซี่อดทนมานาน ตอนที่ม่านถูกปิดลง นางก็พูดอย่างโมโหว่า “ฮ่องเต้จะหาพระชายารองให้ท่านอ๋องอีกแล้วหรือ พระชายา ท่านอย่ายอมเด็ดขาด”

หยวนชิงหลิงค่อยๆลูบไล้ลายปักบนเสื้อบริเวณหน้าท้อง เอ่ยเสียงเบาว่า “อะซี่ พรุ่งนี้เจ้าก็กลับจวนตระกูลหยวนไปเถอะ”

อะซี่นิ่งอึ้ง “พระชายา ท่านไม่ต้องการให้ข้าอยู่ด้วยแล้วหรือ”