บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 359 ยายสามตายแล้ว

sprite

อะซี่ออกมาพยุงหมอหลวง “ท่านหมอหลวง ข้าส่งท่านกลับไป”

หมอหลวงถอนหายใจ “แม่นางอะซี่ ไม่ต้องหรอก เจ้ากลับไปดูแลพระชายาเถอะ หากมีอะไร ก็รบกวนแม่นางอะซี่รีบมาแจ้งข้า น่าเสียดาย ฮ่องเต้ก็ไม่ให้ข้าพักอยู่ในจวนเจ้าพระยา ไม่เช่นนั้น ยังสามารถดูอาการของพระชายาได้ตลอดเวลา”

พูดจบ เขาก็ขึ้นรถม้าด้วยตัวเอง บอกให้อะซี่กลับเข้าไป

อะซี่กลับเข้ามาแล้ว ก็รายงานหยู่เหวินเห้า “ท่านอ๋องวางใจเถอะ ฝีมือการโกหกของหมอหลวงนั้นล้ำเลิศมาก แม้แต่ตายังไม่กะพริบเลย ทำให้ทหารรักษาพระองค์ตกใจ”

หยวนชิงหลิงยิ้มแล้ว เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย มองหยู่เหวินเห้าแล้วกล่าว “แผนการตื้นๆแบบนี้ เสด็จพ่ออาจจะดูออกก็ได้”

“เขาดูออกก็ไม่สำคัญ นี่เป็นหลานของเขา เขาไม่ตื่นเต้นใครจะตื่นเต้น? เขาสงสัยแล้วก็จะคิดว่าหากมันเป็นเรื่องจริงล่ะ?” หยู่เหวินเห้ากล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ

เพื่อให้ทุกวันสามารถที่จะอยู่ตรงนี้นานขึ้นมาหน่อย เขาก็พยายามอย่างสุดชีวิตแล้ว

หยู่เหวินเห้ากล่าวปลอบ “เจ้าก็อย่าคิดมากเลย รักษาครรภ์ให้ดี ควรกินก็กิน ควรดื่มก็ดื่ม ควรนอนก็นอน สำหรับคนในจวน ข้าจะสั่งอะซี่จับตาดูเอาไว้ ใครกล้าทำให้เจ้าลำบากใจ อนาคตข้าจะจัดการมัน อีกอย่าง ท่านย่านั้นก็ปกป้องเจ้าอย่างเห็นได้ชัด ก่อนหน้านี้ก็ได้ยินมาว่านางค่อยๆได้อำนาจคืนมา มีเขาเป็นหลัก คนที่ไม่อยากจะมีชีวิตแล้วถึงกล้าจะมารังแกเจ้า?”

หยวนชิงหลิงยิ้มกล่าว “ข้าไม่ได้เป็นห่วงเรื่องนี้”

นางถอนหายใจเบาๆ “เพียงแต่คิดไม่ถึงว่ามาช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ ยังต้องมาชิงไหวชิงพริบกับเสด็จพ่อ แล้วทางเจ้าพระยาเจิ้งเป่ยจะพาคุณหนูฮู่กลับมาเมื่อไหร่ ท่านรู้หรือเปล่า?”

“น่าจะสองสามวันนี้ก็คงจะถึง ข้าได้คิดแผนการเอาไว้แล้ว ให้เสด็จพ่อรับนางเป็นลูกสาวบุญธรรม ปลอบใจโดยการแต่ตั้งนางเป็นองค์หญิงแล้วค่อยหาสามีที่เหมาะสมให้กับนาง”

เสด็จพ่อจะยอมหรือ? หยวนชิงหลิงเหมือนมีความหวัง

“ไม่ยอมก็ไม่มีวิธีอื่น ไม่ว่ายังไงข้าก็จะไม่แต่ง ไม่งั้น ก็ให้เสด็จพ่อดูว่ามีอ๋องคนไหนยินดีจะแต่ง ก็ให้แต่งไป” หยู่เหวินเห้ากล่าว

หยวนชิงหลิงครุ่นคิดไปครู่หนึ่ง “บัดนี้คนที่ยังไม่แต่งงานและอายุเหมาะสม ก็มีเพียงน้องหกอ๋องหวย น้องแปดน้องเก้า น้องแปดน้องเก้านั้นไม่เหมาะ อ๋องหวย.......”

หยู่เหวินเห้ากล่าว “ยังมีน้องเจ็ดอีกคนไม่ใช่หรือ? เพิ่งจะเสียภรรยาไป เหมาะสม”

หยวนชิงหลิงยิ้มอย่างเคืองๆ ท่านยังจะคิดดึงน้องเจ็ดมาเกี่ยวข้องด้วยหรือ? เรื่องนี้ก็อย่าดึงเขาลงน้ำเลย ให้เขาทำใจอยู่ในจวนของตัวเองสักพักเถอะ

อันที่จริงหยู่เหวินเห้าก็ทำไม่ลง แต่ก็ได้กล่าวชื่นชมหยวนชิงหลิง “พี่สะใภ้ห้าคนนี้ช่างดีนัก เขาน่าจะซาบซึ้งน้ำใจของเจ้า”

“หน้าไม่อาย” หยวนชิงหลิงต่อว่า “เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับอ๋องฉี? ท่านไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเขา ชีวิตเขาก็สงบสุขอย่างมาก ยังต้องมาซาบซึ้งอะไรอีก?”

หยู่เหวินเห้าพิงลงไปที่ขอบเตียงอรหันต์ สองมือสอดไว้ใต้หัว จ้องหมอหยวนชิงหลิงด้วยแววตาเป็นประกาย แล้วกล่าว “ครั้งนี้ ข้านั้นได้ทุ่มสุดตัวอย่างไร้ยางอายไปแล้ว ไม่รู้ว่าเสด็จปู่จะช่วยพวกเรายังไง? เขาก็คงไม่เผชิญหน้ากับเสด็จพ่อโดยตรงอย่างแน่นอน”

หยวนชิงหลิงกล่าวด้วยเสียงเบา “เดิมข้าก็ไม่อยากจะไปรบกวนคนแก่อย่างท่าน”

“ไม่รบกวนก็ไม่ได้เลย เราใช่คู่ต่อสู้ของเสด็จพ่อที่ไหนกันล่ะ? หยู่เหวินเห้าตบที่ไหล่ตัวเอง หยวนชิงหลิงก็โน้มตัวนอนลง หมอนอยู่บนแขนของเขา เขาใช้แรงกอดมันแน่นๆ ไม่ว่ายังไงการแต่งชายารองนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เจ้าทำใจให้สบายได้เลย”

“เจ้าโทษข้าหรือเปล่า? ที่ข้าพูดกับเสด็จพ่อว่าจะกลับบ้านของตัวเองแบบนี้” หยวนชิงหลิงถาม

หยู่เหวินเห้านิ่งไปครู่หนึ่ง “ตอนแรกลืมโกรธ ตอนนี้เจ้าพูดขึ้นมา ก็อยากจะโกรธอยู่ เจ้าดื้อรั้นขึ้นมาจริงๆ เสด็จอาจจะไม่สั่งให้เจ้ากลับบ้านตัวเองก็ได้”

หยวนชิงหลิงยิ้มกล่าว “แล้วทำไมต้องทำเช่นนั้นด้วยล่ะ? ในเมื่อเขาก็ได้พูดออกมาชัดเจนขนาดนั้น อีกอย่าง ข้ารู้สึกว่าเป็นแบบนี้ประจำมันก็ไม่ใช่วิธี ต้องทำให้ฐานะของข้านั้นชัดเจน หลีกเลี่ยงการมีครั้งต่อไป”

หยู่เหวินเห้ารู้สึกว่านางพูดมีเหตุผล “ต้องทำให้เด็ดขาดสักครั้งหนึ่ง ไอ้หยา เจ้าว่าข้าทำไมถึงได้เสน่ห์แรงแบบนี้นะ?” มีแต่คนมาชอบ

หยวนชิงหลิงเงยหน้ามองใบหน้าด้านข้างที่หล่อเหลาของเขา คำพูดนี้จริง แม้จะดูหลงตัวเอง

“ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่าจะชิงตำแหน่งรัชทายาท หากมีความช่วยเหลือของเจ้าพระยาเจิ้งเป่ย ก็จะมีชัยไปกว่าครึ่ง เจ้าไม่เคยคิดจริงๆหรือ?” หยวนชิงหลิงถาม

หยู่เหวินเห้าค่อยๆผลักนางออก หรี่ตามองนาง “จริงจังหรือเปล่า?”

“ถามไปอย่างนั้นแหละ” หยวนชิงที่ลูบคิ้วของเขาอยู่ เวลามันมุ่ยขึ้นมานั้นดูดุมากเลย มิน่าล่ะยัยหยวนหย่งอี้ถึงได้กลัวเขา

“โกรธจริงๆแล้วหรือ?” หยวนชิงหลิงถาม

หยู่เหวินเห้าส่ายหัว ไม่ “การจะชิงตำแหน่งรัชทายาท ไม่ต้องใช้ความช่วยเหลือของเจ้าพระยาเจิ้งเป่ย แค่เขาไม่เข้ามายุ่งก็พอแล้ว”

จู่ๆเขาก็นึกถึง คุณหนูฮู่คนนั้น เขาไม่ได้สนใจ บางที่พี่สี่อาจจะสนใจก็ได้

บัดนี้หางของพี่สี่โผล่ออกมาแล้ว เกรงว่าก้าวต่อไปคงจะไปขอให้ท่านเจ้าพระยาเจิ้งเป่ยสนับสนุน

ไม่ได้ ข้าต้องขัดขวางไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้น

เขาไม่แต่งงานกับคุณหนูฮู่ ไม่ต้องการการสนับสนุนของเจ้าพระยาเจิ้งเป่ย แต่ว่า เจ้าพระยาเจิ้งเป่ยก็ไม่สามารถช่วยพี่สี่ และก็ไม่สามารถไปช่วยพี่ใหญ่

หยู่เหวินเห้าคิดถึงตรงนี้ จึงลุกขึ้นนั่ง “ข้าต้องไปแล้ว ข้าจะไปคุยกับเหลิ่งจิ้งเหยียนหน่อย พรุ่งนี้ข้าค่อยมาใหม่ เจ้ารีบพักผ่อนเถอะ”

หยวนชิงหลิงเห็นสีหน้าของเขาหนักใจขึ้นมากะทันหัน และจะไปหาเหลิ่งจิ้งเหยียนอีกด้วย ต้องมีเรื่องสำคัญอย่างแน่นอน นางกล่าว “ได้ ระวังตัวด้วย”

“รู้แล้ว!” เขาหอมแก้มนางไปหนึ่งที เหมือนไม่อยากจะจากไป “วางใจเถอะ ไม่นานเจ้าก็จะได้กลับไป”

หยวนชิงหลิงยิ้มๆ “ไม่รีบ ข้าอยู่ที่นี่ก็ดีอยู่”

“ข้าไม่วางใจ” หยู่เหวินเห้าลุกยืนขึ้น ถือโอกาสดึงตัวนางขึ้นมาโอบกอดไปหนึ่งที จูบหน้าผากนางไปหนึ่งที “ข้าไปล่ะ”

หยวนชิงหลิงปล่อยเขา มองเขาเดินออกไปจากประตู

หลังจากที่หยู่เหวินเห้าจากไปไม่นานนัก เจ้าพระยาจิ้งก็มาปรากฏตัวที่หอสิงหนิงด้วยความระมัดระวัง

เขายื่นหัวไปมองดู แน่ใจว่าหยู่เหวินเห้าได้ไปแล้วจริงๆ จึงได้เอามือไขว้แล้วยืดอกเดินเข้าไป เพื่อไม่เสียความน่าเกรงขามของท่านเจ้าพระยา

เขาไอไปหนึ่งที “ได้ยินว่า เมื่อกี้ท่านอ๋องมาที่นี่”

กวาดมองห้องด้วยแววตาที่ล่อกแล่ก ว่ามีข้าวของที่เสียหายหรือเปล่า เมื่อแน่ใจว่าไม่มี แล้วก็มองใบหน้าของหยวนชิงหลิง มีรอยฝ่ามือหรือพวกบาดแผลหรือเปล่า ก็พบว่าไม่มี

สถานการณ์นั้นค่อนข้างจะดี น่าจะไม่โกรธมาก

หยวนชิงหลิงมองใบหน้าที่ยังมีความหวาดกลัวของเขา ในใจอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ พ่อของเจ้าของร่างเดิม เป็นคนที่มีใจคิดชั่วแต่ไม่ความกล้าเอาเสียเลย