บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 374 เกิดเรื่องกับพระชายาเว่ย

sprite

แต่เสียดาย นางยังไม่ทันได้เดินมา หยู่เหวินเห้าก็จูงมือหยวนชิงหลิงหันตัวเดินไปแล้ว

นางหวงหยุดฝีเท้า อย่างผิดหวัง

ไม่เห็นว่านางกำลังเดินมาหรือ? นางตัวโตเด่นขนาดนี้ สีเสื้อผ้าสดใสขนาดนั้น น่าจะยากที่จะมองไม่เห็นนาง?

ช่างตาบอดจริง

นางหวงมองดูเงาหลังของพวกเขาอย่างโศกเศร้า ทันใดนั้นก็ไม่รู้ว่าจะตามไปหรือเดินกลับดี

ทางนั้น สองคนที่รีบเดินกลับมา หยวนชิงหลิงไม่ได้หันกลับไปมอง เพียงแค่ถามขึ้นด้วยเสียงเบาว่า “ตามมาไหม? ตามมาอยู่หรือเปล่า?”

“ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า น่าจะไม่ได้ตามมาแล้ว”หยู่เหวินเห้ากระซิบพูดขึ้น

หยวนชิงหลิงถอนหายใจ พร้อมพูดขึ้นว่า “ช่วงนี้การได้ยินของข้าเสื่อมลงมาก ท้องครั้งหนึ่งโง่ไปสามปีจริงๆ”

หยู่เหวินเห้าพูดขึ้นอย่างอ่อนโยนว่า “ฉลาดน้อยหน่อยก็ดี เจ้าควรที่จะฉลาดน้อยหน่อย ฉลาดเกินไปรับมือยาก”

“เจ้ายังจะรับมือข้า?”หยวนชิงหลิงกลอกตาขึ้นบนมองดูเขา

หยู่เหวินเห้ารีบพูดขึ้นว่า “ไม่กล้า ไม่กล้า แค่พูดไปงั้นๆแหละ ที่รักอย่าโกรธเลยนะ”

“ใช่ เจ้าพระยาเจิ้งเป่ยมาถึงหรือยัง?”หยวนชิงหลิงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ในทันใด

หยู่เหวินเห้าพูดขึ้นว่า “น่าจะมาถึงมะรืนนี้ ได้ยินมานะ ข้าไม่ได้ใส่ใจ”

เพียงแค่สั่งคนเฝ้าดูอยู่ตลอดแค่นั้น

เหมือนเจอศัตรูตัวฉกาจ

หยวนชิงหลิงพูดขึ้นว่า “เรื่องของหลอกุ้ยผิน หวังว่าโสวฝู่จะสามารถจัดการได้โดยเร็ว”

พูดถึงเรื่องนี้ หยู่เหวินเห้ายังค่อนข้างรู้สึกหงุดหงิด พร้อมพูดขึ้นว่า “ข้าเหมือนคนขี้ขลาดไร้ประโยชน์ อะไรก็ทำไม่ได้”

หยวนชิงหลิงหันไปกอดเขา พร้อมพูดขึ้นว่า “ท่านอ๋องผู้น่าสงสาร ข้าทำให้เจ้าต้องเหนื่อยแล้ว เดิมทำงานอยู่ในกรมการพระนครอยู่ดีๆ หากไม่ใช่เพราะข้าไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่ให้เจ้ามีชายารอง ก็คงไม่ทำให้เจ้าถูกเสด็จพ่อไล่ออก”

“เกี่ยวข้องอะไรกับเจ้า? เดิมก็ถูกพักงานอยู่แล้ว”หยู่เหวินเห้าพูดขึ้น แต่ก็มีความสุขที่สามารถทำให้นางเห็นใจ และจึงทำท่าทีน่าสงสาร

ทั้งสองคนกอดกันอยู่สักพัก เสียงของหมอหลวงเฉาดังขึ้นอยู่ทางด้านนั้นว่า “ท่านอ๋อง หักห้ามไว้ หักห้ามใจไว้”

หยวนชิงหลิงผลักเขาออกอย่างจนใจ พร้อมพูดขึ้นว่า “ช่วงนี้เขาวุ่นวายมาก”

“อดทนหน่อยเถอะ” หยู่เหวินเห้าหันไปส่งสายตาดุใส่หมอหลวง พร้อมพูดขึ้นว่า “หักห้ามอะไร? ข้าจะกอดนางก็ไม่ได้เชียวหรือ?”

“กอดแน่นไป อาจจะส่งผลกระทบต่อท้อง อีกอย่าง กอดไปนานๆ ใครจะไปรู้ว่าท่านอ๋องจะไม่....แค๊กๆ” สายตาของหมอหลวงค่อยๆหันหนี

หยู่เหวินเห้าโกรธจัด จูงมือหยวนชิงหลิงเดินเข้าห้องไป

หมอหลวงเฉาถอนหายใจ ง่ายไหม? ง่ายไหม?

ผ่านไปสองวัน พระชายาซุนกับพระชายาจี้ก็มาพร้อมกัน

ปกติสองคนนี้ไม่ถูกกัน ครั้งนี้มาพร้อมกัน ทำให้หยวนชิงหลิงค่อนข้างแปลกใจ

แต่พระชายาซุน พูดขึ้นอย่างเรียบเฉยว่า “เจอกันที่ด้านนอกพอดี จึงเข้ามาด้วยกัน ช่วงนี้พระชายาจี้สบายดีไหม?”

พระชายาจี้ก็พูดขึ้นอย่างเรียบเฉยว่า “ขอบคุณพระชายาซุนที่ห่วงใย ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว”

“นั่นเป็นเพราะความดีความชอบของพระชายาอ๋องฉู่ เห็นทีพระชายาจี้จะต้องขอบคุณพระชายาอ๋องฉู่เป็นอย่างดีเสียแล้ว”

หยวนชิงหลิงฟังเสียงพระชายาพวกนี้ แล้วก็ค่อนข้างเริ่มปวดหัว

พระชายาซุนมาเพื่อบอกข่าวหนึ่ง ให้กับหยวนชิงหลิง

ยังไงก็ไม่ใช่ความลับ ดังนั้นนางจึงไม่สนใจว่าพระชายาจี้จะอยู่ด้วยหรือไม่ พูดกับหยวนชิงหลิงด้วยสีหน้าอมทุกข์ว่า “เกิดเรื่องกับชายาเจ้าสามแล้ว”

พระชายาเว่ย?

หยวนชิงหลิงอึ้ง แล้วถามขึ้นว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”

“เมื่อวานกระโดดลงมาจากห้องใต้หลังคา ขาหักไปข้างหนึ่ง”พระชายาซุนถอนหายใจ

หยวนชิงหลิงคิดถึงอาการป่วยของนาง หากอาการป่วยยังคงร้ายแรงต่อไปเรื่อยๆ ช้าเร็วนางก็ต้องตาย

พระชายาซุนพูดขึ้นอย่างโกรธเคืองว่า “เจ้าว่าทำไมนางถึงได้โง่ขนาดนั้น? เฮ้อ เจ้าสามเองก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ที่ไม่สนใจแม้แต่ความเป็นความตายของนาง เมื่อคืนกู้จือคนนั้นก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงได้ลื่นล้มหนึ่งที ส่งผลกระทบต่อครรภ์ เจ้าสามจึงเอาแต่เฝ้ากู้จือคนนั้นอยู่ตลอด ไม่ไปดูนาง นางต้องอดทนต่อความเจ็บปวดอยู่คนเดียว”

ความเจ็บปวดจากขาที่หัก เจ็บปวดไปถึงขั้วหัวใจ

อีกอย่าง พวกหมอก็ไม่ได้มียาแก้ปวดอย่างดีอะไรเพื่อช่วยระงับอาการปวด ยาระงับอาการปวดของแพทย์แผนจีนออกฤทธิ์ค่อนข้างช้า สำหรับคนที่ขาหักนั้นเท่ากับเป็นการทุกข์ทรมานอย่างมาก

พระชายาซุนมองดูนาง พร้อมพูดขึ้นอย่างขอร้องว่า “เจ้าช่วยระงับอาการปวดได้ไหม? เจ้าไปดูนางหน่อย”

หยวนชิงหลิงพยักหัว พร้อมพูดขึ้นว่า “ได้ เดี๋ยวข้าตามเจ้าไป”

พระชายาจี้มองดูหยวนชิงหลิงแวบหนึ่ง พร้อมพูดขึ้นว่า “ทำไมเจ้าถึงได้ยุ่งมากขนาดนี้? นี่เป็นเรื่องระหว่างสามีภรรยาของคนอื่น”

หยวนชิงหลิงพูดขึ้นอย่างไม่ค่อยพอใจว่า “ข้าไม่ได้จะไปยุ่งเรื่องเกี่ยวกับระหว่างสามีภรรยาของพวกเขา ข้าแค่จะไปดูอาการบาดเจ็บที่ขาของนาง ช่วยรักษาระงับอาการปวดให้กับนาแค่นั้นเอง”

พระชายาจี้บ่นพึมพำขึ้นว่า “ตอนนั้นข้าขอร้องให้เจ้าช่วยรักษาให้กับข้า ต้องลงทุนลงแรงอย่างมาก แต่ทีนี้ดูเจ้าสิ จะไปถึงบ้านด้วยตนเอง”

หยวนชิงหลิงหัวเราะเราพูดขึ้นว่า “คนอื่น พระชายาเว่ยไม่เคยทำร้ายข้า”

พระชายาจี้ทำหน้าเศร้า พูดไม่ออก

กลางวัน หยู่เหวินเห้าสั่งคนมาบอกหยวนชิงหลิงว่า วันนี้ไม่กลับมาแล้ว ฮ่องเต้มีราชโองการ ให้อ๋องจี้นำข้าราชการร้อยคนไปที่ประตูเมือง เพื่อต้อนรับเจ้าพระยาเจิ้งเป่ยเข้าเมืองหลวง

หยวนชิงหลิงจึงถือกล่องยาขึ้นรถม้าไปกับพระชายาซุน พระชายาจี้ก็บอกว่าจะไปด้วย ทำให้พระชายาซุนค่อนข้างคาดไม่ถึง

พระชายาซุนพูดขึ้นอย่างเรียบเฉยว่า “เจ้าไปก็ได้ แต่ขอร้องถึงตอนนั้นขอพระชายาจี้พูดจาระมัดระวังด้วย อย่าว่านาง”

พระชายาจี้กลอกตามองบน พร้อมพูดขึ้นว่า “ข้ากินอิ่มแล้วขึ้นอึดหรือไง? จะไปว่านางทำไม? ปกติข้าก็เป็นคนดีคนหนึ่งอยู่แล้ว”

นี่ถือว่าเป็นเรื่องจริง

ปกติที่ผ่านมาต่อหน้าแล้วนางก็เป็นคนดี เห็นคนก็พูดจาดี เห็นผีก็พูดจาดี

ภรรยาพี่ชายน้องชายทั้งสามคน ต่างก็มีความคิดที่แตกต่าง นั่งบนรถม้าคันเดียวกันแล้วก็ออกเดินทาง

อะซี่กับหมันเอ๋อสวีอีก็ตามมาด้วย เดิมหมอหลวงเฉาไม่เห็นด้วยอยู่ตั้งนาน สุดท้ายถูกแม่นมสี่พูดหว่านล้อมกลับมา เขาไม่มีทางเลือก จึงทำได้เพียงหยุดฝีเท้าแล้วพูดขึ้นว่า “ไม่ควรออกเดินทาง รถม้าโยกเยก พระชายาไม่รู้จักรักใคร่ห่วงใยตนเองเลย”

สำหรับหยวนชิงหลิง สามารถออกมาสูดลมหายใจ นางดีใจอย่างมาก

แต่ว่านางกำลังไปดูพระชายาเว่ยที่หวังจะฆ่าตัวตาย แสดงท่าทีมีความสุข จะไม่ค่อยเหมาะสม

รถม้ามาถึงจวนอ๋องเว่ย วันนี้อ๋องเว่ยก็จะต้องไปยังประตูเมือง ตอนนี้กำลังรวมพลกันอยู่ที่กรมทหาร

ขุนนางในจวนอ๋องเว่ยนำทางพาพวกนางไปยังห้องพระชายาเว่ย

ภายในห้องพระชายาเว่ยก่อไฟไว้ ค่อนข้างอบอุ่น