บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 377 กู้จือขอความช่วยเหลือ

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 377 กู้จือขอความช่วยเหลือ ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 377 กู้จือขอความช่วยเหลือ เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 377 กู้จือขอความช่วยเหลือ บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 377 กู้จือขอความช่วยเหลือ ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 377 กู้จือขอความช่วยเหลือ

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 377 กู้จือขอความช่วยเหลือ นวนิยาย

กู้จือร้องไห้ดิ้นรน ร่างกายหดไปข้างหลังอย่างที่สุด พร้อมพูดขึ้นว่า “พระชายาอ๋องฉู่ ขอร้องท่านปล่อยข้าไปเถอะ ท่านจับจนมือของข้าเจ็บไปหมดแล้ว เจ็บมาก”

กู้จือร้องไห้อย่างทุลักทุเล หากด้านนอกได้ยิน จะคิดว่าหยวนชิงหลิงตบตีนาง ไม่ใช่เพียงแค่จับข้อมือของนางเท่านั้น

พวกบ่าวใช้ข้ารับใช้หญิงชราร้อนใจมาก อยากเข้าไปช่วยแยกออก อะซี่กับหมันเอ๋อขวางอยู่ด้านหน้า พูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “ใครกล้าแตะพระชายาเพียงเส้นผม ข้าจะตัดมือของนางทิ้งทันที”

กู้จือร้องไห้พร้อมพูดขึ้นว่า “พระชายาอ๋องฉู่ ท่านสถานะสูงส่ง จะมายุ่งกับหม่อมฉันทำไม? หม่อมฉันผิดเอง ท่านบอกว่าหม่อมฉันผลักพระชายา งั้นก็เป็นหม่อมฉันทำเถอะ หม่อมฉันไม่แก้ตัว”

พระชายาจี้นั่งลงด้วยท่าทีเรียบเฉย ส่วนพระชายาซุนกลับอยากไปตบตีคน ผู้หญิงคนนี้เสแสร้งมาก

หยวนชิงหลิงจ้องมองดูนาง รอนางร้องไห้จนน้ำมูกจะไหลออกมา ค่อยปล่อยนางช้าๆ พร้อมพูดกับหมันเอ๋อว่า “เอากระจกมา”

หมันเอ๋อไม่รู้ว่านางจะเอามาทำอะไร แต่ก็ยังคงไปเอากระจกบานใหญ่มา หยวนชิงหลิงหลีกทาง จัดแขนเสื้ออย่างเชื่องช้าแปบหนึ่ง พร้อมพูดขึ้นอย่างเรียบเฉยว่า “ให้นางส่องดูสภาพของตนเอง”

หมันเอ๋อจึงดันกระจกบานใหญ่บานนั้นไปตรงหน้ากู้จือ กู้จือหยุดร้องไห้ทันที หดตัวไปข้างหลังอย่างอับอาย แต่กระจกบานใหญ่ขนาดนั้น ต่อให้นางขยับไปข้างหลังก็ยังสามารถมองเห็นผู้หญิงที่มีดวงตาสีแดง น้ำมูกไหลย้อย ผมเพ้ายุ่งเหยิงในกระจกนั้นได้

นางหลบจนไม่มีที่หลบ ดวงตาฉายแววโกรธเคือง จ้องมองหยวนชิงหลิงพร้อมพูดขึ้นว่า “พระชายาอ๋องฉู่อยากให้ข้าเห็นสภาพของตนเองว่าไม่เหมือนคนอย่างนั้นหรือ? เจ้าดูเพียงรูปร่างหน้าตา เจ้าดูผิวเผินไปไหม?”

หยวนชิงหลิงพูดขึ้นด้วยเสียงเย็นชาว่า “สภาพที่เจ้ามองเห็นในกระจก นอกจากรูปร่างของเจ้าแล้ว ยังเป็นภายในจิตใจของเจ้า อัปลักษณ์ไหม? เจ้าเองยังไม่กล้าดูใช่ไหม? กู้จือ สิ่งที่เจ้ากระทำ ว่าเจ้าเป็นเดรัจฉานยังจะเป็นการดูถูกเหยียดหยามเดรัจฉาน”

กู้จือกำหมัดแน่น ดวงตาแดงก่ำเป็นประกายอย่างเด่นชัด พูดขึ้นอย่างจนใจน่าสงสารว่า “ทำไมเจ้าจะต้องทรมานข้า? เจ้าคิดว่าไม่ยุติธรรมต่อพระชายาเว่ย แล้วไม่ควรที่จะไปหาท่านอ๋องหรือ? ข้าเป็นแค่เพียงผู้หญิงอ่อนแอคนหนึ่ง ข้าจะสามารถทำอะไรได้? สถานการณ์ของข้าก็ไม่ได้ดีไปกว่าพระชายาเว่ย อย่างน้อย นางยังคงเป็นพระชายาตำแหน่งสูงส่ง ส่วนข้าเป็นแค่เมียที่ไม่มีสถานะ อย่างน้อยพระชายาเว่ยก็ยังมีพวกเจ้าช่วยออกหน้า ข้าล่ะ? วันนี้พวกเจ้าถอดเสื้อผ้าเหยียดหยามข้า ใครมาสงสารข้า? เจ้าเป็นถึงพระชายาสูงส่ง รังแกผู้หญิงอ่อนแอคนหนึ่งอย่างข้า เจ้าดูมีเกียรติแล้วหรือ?”

พระชายาซุนอดทนไม่ไหวอีกแล้ว ตบโต๊ะแล้วลุกขึ้น พร้อมพูดขึ้นอย่างโกรธเคืองว่า “แม่ไก่แก่ ปากของเจ้าช่างพูดเก่งจริงๆ เจ้าน่าสงสารตรงไหน? ตอนนั้นเจ้าแทบจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ใครกันที่ช่วยเหลือเจ้า? หากเจ้ารู้สึกน่าสงสาร แล้วทำไมไม่ไสหัวไป? ข้าเชื่อว่าหากเจ้ายอมไสหัวไป พระชายาเว่ยจะต้องให้เงินเจ้าและช่วยจัดการให้เจ้าได้อยู่ดีมีสุข ทำไมถึงยังอยู่ในจวนอ๋อง และยังร้องไห้คร่ำครวญว่าน่าสงสาร? พระชายาอ๋องฉู่พูดว่าเจ้าอัปลักษณ์ เจ้าช่างอัปลักษณ์จริงๆ กระทำเรื่องแย่ น่าอับอาย แต่ไม่ยอมให้คนอื่นดูถูกประชดประชัน ไม่เคยเห็นผู้หญิงที่หน้าไม่อายอย่างเจ้ามาก่อน”

หยวนชิงหลิงกับพระชายาจี้ขำกับคำว่าแม่ไก่แก่ของพระชายาซุน เดิมหยวนชิงหลิงยังอยากพูดอะไรอีก แต่ก็อดทนไม่ไหวหันหน้าไปหัวเราะ

แต่ที่จริงคำพูดที่นางจะพูดก็มีความหมายเดียวกับอย่างที่พระชายาซุนพูด กู้จือคนนี้ กระทำเรื่องแย่ น่าอับอาย แต่ไม่ยอมให้คนอื่นดูถูกประชดประชัน ทำท่าทีน่าสงสารให้ใครดู?

กู้จือฟังคำต่อว่าของพระชายาซุน จนนิ่งอึ้งไปสักพัก สีหน้าแสดงท่าทีเศร้าหมอง นอนอยู่บนเตียง แล้วร้องไห้ขึ้นมาอย่างเจ็บปวด

หยวนชิงหลิงรอนางร้องไห้ได้พอประมาณแล้ว ค่อยพูดขึ้นอย่างเชื่องช้าว่า “กู้จือ ข้ารู้ว่าเจ้าน่าสงสาร วางใจเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะเข้าวังไปพบฮองเฮา จะช่วยทูลให้กับเจ้า เชื่อว่าในฐานะที่ฮองเฮาเป็นผู้หญิง จะต้องยอมที่จะช่วยเจ้าออกหน้าแน่”

หยวนชิงหลิง

พูดจบ นางลุกขึ้นมา สะบัดแขนเสื้อ พร้อมพูดขึ้นว่า “เราไปกันเถอะ”

กู้จือนอนฟุบอยู่บนเตียง ฟังคำพูดพวกนี้แล้ว สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที

พวกหยวนชิงหลิงออกไปแล้ว ไม่ว่าสีหน้ากู้จือจะเปลี่ยนไปเป็นอย่างไร แต่ก็ยังคงร้องไห้ไม่หยุด

ข้ารับใช้หญิงชราพูดปลอบว่า “ฮูหยินอย่าเสียใจ เสียใจแล้วจะส่งผลกระทบต่อร่างกาย เดี๋ยวท่านอ๋องมาเห็นจะเป็นห่วงอีก”

กู้จือเช็ดน้ำตา ขมวดคิ้วอย่างคิดหนัก พร้อมพูดขึ้นว่า “ข้าจะไม่รู้หรือว่าเขาเป็นห่วงข้า? แต่นี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ข้าอยากได้ หากท่านอ๋องเอ็นดูข้าน้อยหน่อย ดีต่อพระชายาหน่อย ข้าก็ยอม”

ข้ารับใช้หญิงชราพูดขึ้นว่า “ฮูหยินท่านช่างใจดีใจกว้างจริงๆ ปกติพระชายาเป็นคนดีมาตลอด แต่ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอย่างไร มักจะชอบทำให้ท่านอ๋องโกรธ ท่านอ๋องไม่พอใจนางก็สมควรแล้ว ท่านอย่าคิดมากเลย ท่านอ๋องรักใคร่ท่าน ช้าเร็วยังไงก็จะต้องสู่ขอให้ท่านเป็นชายารอง ท่านตั้งใจดูแลครรภ์อย่างดีก็พอ”

กู้จือถอนหายใจ ลูบต้องท้องน้อย เงยหน้ามองดูข้ารับใช้หญิงชรา ดวงตาบวมแดง พร้อมพูดขึ้นว่า “มามา เจ้าพูดความจริงกับข้า ข้ากระทำไม่ดีต่อพระชายาใช่ไหม?”

ข้ารับใช้หญิงชรารู้เพียงว่าตอนนี้นางเป็นที่รักใคร่ของท่านอ๋อง จึงพูดขึ้นอย่างเอาใจนางว่า “ฮูหยิน จะมีเหตุผลถูกผิดอะไร? คนมีความสามารถอย่างท่านอ๋อง ผู้หญิงคนไหนเห็นแล้วจะไม่สนใจ? และท่านอ๋องเองก็ชอบพอเจ้าอย่างจริงใจ”

ข้ารับใช้หญิงชราเห็นนางไม่พูดไม่จา ก็พูดต่อไปว่า “อีกอย่าง ก็เป็นเพราะพระชายาเองที่คิดมาก ที่จริงนางเป็นชายาเอก ต่อให้ท่านมีลูกชาย ก็ต้องเรียกนางว่าท่านแม่ เท่ากับเป็นลูกชายของนาง ยังไงก็ดีกว่านางท้องเองแล้วก็แท้ง”

กู้จือได้ยินเช่นนี้ แล้วก็ขนลุกไปทั้งตัว ถอนหายใจพร้อมพูดขึ้นว่า “ลูกที่ข้าคลอด จะให้เขาเรียกคนอื่นว่าท่านแม่ได้อย่างไร?”

ข้ารับใช้หญิงชราอึ้ง พร้อมพูดขึ้นว่า “ฮูหยิน นี่ก็เพราะไม่มีทางเลือกไง”

กู้จือเงียบ ภายในใจรู้สึกขมขื่น

ใช่ ต่อให้นางเป็นที่โปรดปรานขนาดไหน แต่ยังไงก็ไม่มีสถานะ

ต่อไปเมื่อลูกคลอดออกมา ก็ต้องเรียกพระชายาว่าท่านแม่

นางรู้สึกเคว้งคว้างขึ้นมาในทันใด แล้วก็คิดถึงคำพูดของหยวนชิงหลิง แล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ่งทุกข์ทรมานขึ้นมา

พวกหยวนชิงหลิงต่างก็ออกไปกันแล้ว พระชายาซุนถามขึ้นว่า “พรุ่งนี้เช้าเจ้าจะเข้าวังไปทูลเรื่องนี้ให้กับฮองเฮาจริงหรือ?”

หยวนชิงหลิงหัวเราะพร้อมพูดขึ้นว่า “ไม่ใช่ที่เข้า พี่สะใภ้รองเจ้าเข้าวัง”

“ข้า?”พระชายาซุนอึ้ง

หยวนชิงหลิงพูดขึ้นว่า “ไม่ผิด ตอนนี้ข้าเข้าวังไม่ได้ พรุ่งนี้เจ้าเข้าไปในวัง ทูลให้ฮองเฮาทราบ บอกว่าอ๋องเว่ยกักตัวหญิงสาวไว้ในจวน ซึ่งผู้หญิงคนนั้นไม่เต็มใจ เจ้าคอยดูว่าฮองเฮาจะทำอย่างไร”

พระชายาซุนพูดขึ้นอย่างเยาะเย้ยว่า “นางไม่เต็มใจตรงไหน? ข้าเห็นนางเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง”

“ในใจนางเต็มใจหรือไม่ เราไม่สน วันนี้นางพูดว่าไม่เต็มใจ คำพูดประโยคนี้ พวกเราทั้งสามคนรวมทั้งอะซี่ ต่างก็ได้ยินเองมากับหู นางจะบ่ายเบี่ยงไม่ได้”

พระชายาซุนยังคงสงสัย จึงพูดขึ้นว่า “แต่ฮองเฮาก็ต้องถาม อีกอย่าง คิดว่ายังไงเจ้าสามก็ต้องไปอาละวาดที่จวนเจ้าพระยาจิ้งแน่ เพราะยังไงวันนี้เจ้าก็ไปรังแกสนมรักของคนอื่น.....ไม่ ฮูหยินแล้ว”

หยวนชิงหลิงหัวเราะ พร้อมพูดขึ้นว่า “ฮองเฮาถามเป็นเรื่องของฮองเฮา ส่วนหากอ๋องเว่ยจะมา ก็ให้เขามา ข้ามีวิธีพูดดักเขาได้”

พระชายาซุนมองดูนาง พร้อมพูดขึ้นว่า “มีเจ้าตั้งใจจะทำอะไร? เป็นไปได้หรือ?”

พระชายาจี้พูดขึ้นอย่างอดทนไม่ไหวว่า “ปกติก็เห็นเจ้าฉลาดอยู่ ทำไมวันนี้พูดยังไงเจ้าถึงไม่เข้าใจล่ะ? ฮองเฮาไม่มีทางตามกู้จือไปถามความ มีแต่จะตามอ๋องเว่ยไปถาม พรุ่งนี้เจ้าเข้าวัง ยังไงก็ต้องยืนยันพูดว่ากู้จือฟ้องว่าอ๋องเว่ยบีบบังคับขืนใจให้นางอยู่ในจวน มีพวกเราสามคนเป็นพยาน ฮองเฮาจะเชื่อคำพูดของเจ้า แต่คำพูดของสะใภ้ห้าก็ไม่ค่อยรุนแรง เจ้าควรพูดว่า กู้จือคนนั้นขอความช่วยเหลือจากพวกเรา นางหวังอยากให้พวกเราช่วยให้นางได้ออกไปจากจวนอ๋อง”

ครั้งนี้พระชายาซุนฟังเข้าใจแล้ว แต่นางไม่อยากให้พระชายาจี้ได้ใจ ดังนั้นจึงหันไปถามหยวนชิงหลิงว่า “หมายความเช่นนี้จริงๆหรือ?”

หยวนชิงหลิงหัวเราะ พร้อมพูดขึ้นว่า “ความหมายเช่นนี้จริง เจ้าทำตามนี้เถอะ”