บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 397 เจอหน้ากันอีกครั้ง

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 397 เจอหน้ากันอีกครั้ง ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 397 เจอหน้ากันอีกครั้ง เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 397 เจอหน้ากันอีกครั้ง บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 397 เจอหน้ากันอีกครั้ง ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 397 เจอหน้ากันอีกครั้ง

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 397 เจอหน้ากันอีกครั้ง นวนิยาย

หยวนชิงหลิงรู้สึกว่าเขาตัดสินด้วยความคิดเห็นส่วนตัว “ไม่ใช่ การเผชิญหน้าต้องดูเวลาที่เหมาะสม ตอนนี้บาดแผลของนางยังไม่หายดี สำหรับนางแล้ว นอกจากจะผ่านความเป็นความตายแล้ว ยังเคยผ่านความสิ้นหวังและเจ็บปวดมา การเผชิญหน้ากันตอนนี้ ไม่ใช่ความกล้าหาญ แต่เป็นความโหดเหี้ยม ถ้านางเห็นอ๋องเว่ย ก็จะนึกถึงเรื่องที่อ๋องเว่ยฆ่าลูกของเธอด้วยมือของอ๋องเว่ยเอง ที่นางได้รับไม่ใช่ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศหักหลังหรือบาดแผลทางอารมณ์ แต่ที่นางได้รับคือความแค้นจากการฆ่าลูก”

เหลิ่งจิ้งเหยียนส่ายหน้า“พระชายา นี่เป็นความคิดของท่านเองหรือเปล่า ”

มือของหยวนชิงหลิงกำที่เท้าแขนของเก้าอี้ไว้แน่น เส้นเอ็นที่มือก็โผล่ออกมาแล้ว “เป็นความคิดของข้าเอง ตอนนี้ข้าก็ตั้งท้องอยู่ ถ้าหากมีคนฆ่าลูกของข้า จากนั้นก็เสแสร้งแกล้งทำเหมือนไม่มีอะไรแล้วมาพูดคำว่าขอโทษต่อหน้าข้า เช่นนั้นสำหรับข้าแล้ว เป็นการทำร้ายกันครั้งที่สอง ให้อ๋องเว่ยไปเสียเถอะ ไม่จำเป็นต้องขอโทษ ข้าคัดค้านไม่เห็นด้วย”

เหลิ่งจิ้งเหยียนมองนางที่มีท่าทีราวกับถูกกระตุ้นเสียเอง รู้สึกว่าคุยกับนางต่อไปไม่ได้แล้ว จึงหันไปพูดกับหยู่เหวินเห้าว่า “ท่านอ๋องเล่าคิดอย่างไร”

หยู่เหวินเห้านิ่งอึ้งไปชั่วครู่ เขาไม่เข้าใจความนึกคิดและจิตใจของผู้หญิงเลยสักนิด แต่เขาที่กำลังจะเป็นว่าที่คุณพ่อลูกสามในอนาคตอันใกล้นี้ ที่จริงเขาค่อนข้างเห็นด้วยกับความคิดของยายหยวน

จะพบหน้าศัตรูที่ฆ่าลูกตัวเอง มีเพียงการฆ่าเพื่อล้างแค้นหนทางเดียวเท่านั้น

แต่ทว่า เขาใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่ ก็รู้สึกว่าถ้าให้จวิ้นจู่จิ้งเหอได้พบกับเจ้าสาม ด่าสั่งสอนเขาดีๆสักครั้งก็นับว่าได้ระบายอารมณ์ออกมาบ้าง ก็เป็นเรื่องที่ดี หรือจะตบเขาสักสองสามที บางทีก็ใช้มีแทงเขา ก็เป็นบทลงโทษที่เจ้าสามควรจะได้รับ

ฉะนั้น เขาจึงพูดว่า “ในเมื่อเสด็จพ่อมีพระบัญชาแล้ว เช่นนั้นก็ทำตามเถอะ ถ้าหากจวิ้นจู่จิ้งเหอถูกกระตุ้นจนตื่นเต้นมากไป ก็ให้ลากตัวเจ้าสามออกไปก็พอ”

ความคิดเห็นของบุรุษสามคนเหมือนกันหมด หยวนชิงหลิงจะพูดอะไรก็ไร้ประโยชน์ นางเองก็ไม่สามารถเข้าวังเพื่อขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้ได้

นางได้แต่พูดกับกู้ซือว่า “พรุ่งนี้ท่านก็จับตาดูอ๋องเว่ยให้ดี ถ้าหากเขาพูดอะไรที่เกินเลยไป ให้รีบตีเขาให้สลบหรือไม่ก็ลากตัวเขาออกไปทันที”

กู้ซือพูดว่า “พระชายาโปรดวางใจ ถ้ามีอะไรไม่เข้าท่า ข้าจะรีบนำตัวเขาออกไปทันที”

หยวนชิงหลิงพยักหน้า “พรุ่งนี้ข้าจะกลับไปเร็วหน่อย ทางที่ดีตอนที่ท่านไป ให้ข้าอยู่ที่นั่นด้วย”

กู้ซือรับคำ

สรุปแล้ว คืนนี้หยวนชิงหลิงพักอยู่ที่จวนอ๋อง นอนอยู่ข้างกายของหยู่เหวินเห้า แต่ก็ยังหลับไม่ลง

แต่หยู่เหวินเห้าที่นอนคว่ำอยู่ก็ยังคงนอนหลับได้สนิทมาก

หลังเที่ยงคืน หยวนชิงหลิงหลับไปด้วยความสะลึมสะลือ แต่กลับรู้สึกว่าตนเองนอนอยู่ในเตาไฟอย่างไรอย่างนั้น สะดุ้งตื่นขึ้นมายื่นมือออกไปจับที่หน้าผากของหยู่เหวินเห้า ทำเอาตกใจตื่นหายง่วงอย่างปลิดทิ้ง

ไข้ขึ้นสูงมาก

นางรีบลงจากเตียงไปเอากล่องยา เอาปรอทวัดไข้มาวัดไข้ให้เขา

“เจ้าห้า เจ้าห้า ตื่นสิ” หยวนชิงหลิงตบหน้าเขาเบาๆ

หยู่เหวินเห้าลืมตาขึ้นมองนางอย่างสะลึมสะลือแวบหนึ่ง จากนั้นก็ค่อยๆปิดเปลือกตาลง ลำคอแหบแห้งอย่างรุนแรง “หยวน ข้าง่วง ”

เขาอยากจะพลิกตัว หยวนชิงหลิงกดที่แขนของเขาเอาไว้ “อย่าเพิ่งขยับ ท่านเป็นไข้ ข้ากำลังวัดไข้ให้ท่านอยู่ ประเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”

“เป็นไข้ แต่ข้ารู้สึกหนาวมาก” หยู่เหวินเห้าขดร่าง เป่าลมออกจากปากคำหนึ่ง รู้สึกหนาวจนตัวสั่นจริงๆ

หยวนชิงหลิงรีบเดินออกไปตามหาคน คืนนี้สวีอีไม่ไปไหน นอนอยู่บนเก้าอี้กุ้ยเฟยที่อยู่นอกห้อง พอได้ยินว่าท่านอ๋องเป็นไข้สูง เขาก็รีบดีดตัวขึ้นมาขยี้ดวงตาสักครู่ “ต้องไปตามหมอหลวงหรือไม่ ”

“ไม่ต้อง เจ้าไปเอาน้ำร้อนมาให้ข้า ต้องร้อนนะ ยังมี น้ำที่ต้มเดือดแล้วหนึ่งกา เรียกหมันเอ๋อตื่น ให้นางช่วงเจ้า” หยวนชิงหลิงพูด

สวีอีเดินออกไปราวกับพายุ “ได้พ่ะย่ะค่ะ”

หยวนชิงหลิงเดินกลับเข้าไป เอาปรอทวัดไข้ออก อุณหภูมิร่างกายร้อนถึงสี่สิบองศา

นางเอายาลดไข้ให้เขากินก่อน ให้ไข้ลดลงก่อนแล้วค่อยฉีดยาเข้าเส้นเลือด จากนั้นค่อยให้น้ำเกลือ

สวีอีไปตักน้ำร้อนมา นางจุ่มผ้าเช็ดหน้าลงไปให้เปียกชุ่ม ปิดจนหมาด น้ำร้อนมาก นางสะบัดผ้าเช็ดหน้ากับมือสองครั้ง จากนั้นก็เช็ดที่หน้าผากของเขา เช็ดมือเช็ดร่างกาย

หยู่เหวินเห้าไม่สามารถหงายได้ปกติ ได้แต่นอนคว่ำ ตอนที่ทำการเช็ดตัวด้านหน้าก็ลำบากอยู่ไม่น้อย สวีอีเข้ามาช่วยเหลือ ดึงตัวเขาขึ้นมาได้เล็กน้อย ทำเอาหยู่เหวินเห้าเจ็บจนต้องกัดฟัน เกรงว่าหยวนชิงหลิงจะสงสาร กัดฟันแน่นไม่ให้มีเสียงลอดไรฟันออกมาได้

หมันเอ๋อยกน้ำร้อนเข้ามา หยวนชิงหลิงให้นางวางไว้ให้เย็นก่อน ค่อยป้อนให้เขาดื่ม

ระหว่างที่ไข้ขึ้นสูง คนก็สะลึมสะลือ พลางดื่มพลางทำหก ทำให้เครื่องนอนเปียกน้ำไปด้วย

หมันเอ๋อไปเอาผ้าขนหนูมารองที่นอนตรงที่เปียกน้ำเอาไว้ สวีอีช่วยไปขยับตัวเขาเข้าไปข้างในอีกนิด ขยับนิดเดียว ก็ทำให้เขาเจ็บจนแทบทนไม่ไหว

บังคับให้ดื่มน้ำเข้าไปมากกว่าหนึ่งแก้วครึ่ง บวกกับได้รับการเติมน้ำเกลือ ผ่านไปชั่วครู่ หยู่เหวินเห้าก็ค่อยๆยกศีรษะขึ้นมา มองหยวนชิงหลิงด้วยสายตาสะลึมสะลือ “หยวน กลั้นไม่ไหวแล้ว”

มีบาดแผล การเข้าห้องน้ำเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก

เคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็กระเทือนไปทั้งร่าง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการไปปัสสาวะเลย

สวีอีเอากระโถนปัสสาวะมา หยู่เหวินเห้าโมโห “ไม่เอาของสิ่งนี้ คิดวิธีย้ายข้าไปในห้องน้ำ”

“ไม่ได้ ทำอย่างนั้นจะเจ็บเกินไป” หยวนชิงหลิงพูดปลอบ “ใช้กระโถนฉี่นี่แหละ รอให้พรุ่งนี้หายดีกว่านี้แล้ว ค่อยประคองท่านไปที่ห้องน้ำ”

หยู่เหวินเห้าดื้อดึงเอาแต่ใจขึ้นมา ไม่ฟังใครทั้งนั้น ต้องไปเข้าห้องน้ำให้ได้

แม้ว่าห้องน้ำจะอยู่ข้างนอก แต่ก็ต้องเดินเข้าเดินออก เขาเองก็เดินไม่ได้ สิ้นเปลืองกำลังเป็นอย่างยิ่ง

สวีอีถือกระโถนฉี่เอาไว้ มองหยวนชิงหลิงอย่างจนใจ “พระชายา ถ้าเช่นนั้นก็ประคองท่านอ๋องออกไปเถอะ”

หยวนชิงหลิงได้แต่ใช้ให้หมันเอ๋อไปเชิญทังหยางมา

ทังหยางกับสวีอีหิ้วปีกหยู่เหวินเห้าออกไป ผ่านไปชั่วครู่ ก็หิ้วกลับเข้ามา

การทรมานครั้งนี้ เจ็บจนหยู่เหวินเห้าตื่นตัวเต็มที่ แต่หนังตากลับลืมไม่ขึ้นสักที

หยวนชิงหลิงวัดไข้อีกครั้ง สามสิบเก้าจุดสามองศา นั่นก็หมายความว่า กินยาลดไข้แล้ว ก็ไม่สามารถทำให้ไข้ลดได้

นางเพิ่มยาเข้าไป ยังคงให้น้ำเกลือต่อไป

การทรมานครั้งนี้ ยาวนานต่อเนื่องไปถึงเช้าของอีกวัน และยังคงมีไข้อยู่ในระดับขึ้นลงไม่ต่ำกว่าสามสิบเก้าองศา

เดิมทีหยวนชิงหลิงนั้นอยากจะรีบกลับไปที่จวนเจ้าพระยาจิ้ง แต่หยู่เหวินเห้ายังคงมีไข้สูงไม่ลดลง นางก็เลยไม่กล้าไปไหน จึงได้สั่งให้อะซี่ไปเฝ้าสังเกตการณ์ที่จวนเจ้าพระยาจิ้ง ให้คนของตระกูลชุยมาช่วยดูด้วยอีกหลายคน เกรงว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก

อะซี่จึงรีบออกเดินทางไปอย่างรีบร้อน

จนกระทั่งประมาณช่วงเที่ยง หยู่เหวินเห้าก็ค่อยๆมีเหงื่อไหลออกมา ไข้ก็เริ่มลดลง

หยวนชิงหลิงแทบจะลมจับแล้ว

แต่ว่า ก็ไม่กล้าไปพักผ่อน ให้คนไปเตรียมรถม้า นางจะกลับจวนเจ้าพระยาจิ้งก่อน

คนยังไม่ทันได้ขึ้นรถม้า ก็เห็นม้าเร็วตัวหนึ่งวิ่งมาถึงอย่างรวดเร็ว อะซี่ดึงเชือกบังคับม้าเอาไว้ กระโดดลงจากหลังม้า วิ่งเข้ามาประคองตัวหยวนชิงหลิงเอาไว้ เอ่ยด้วยสีหน้าขาวซีดว่า “พี่หยวน เกิดเรื่องแล้ว อ๋องเว่ยทำร้ายจวิ้นจู่จิ้งเหอจนบาดเจ็บ”

หยวนชิงหลิงได้ยิน ก็ตกใจจนยืนไม่อยู่ คว้าหมับไปที่มือของหมันเอ๋อเอาไว้ ถามอย่างตกใจว่า “ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ มีกู้ซือคอยดูแลอยู่มิใช่หรือ จวิ้นจู่จิ้งเหอเป็นอย่างไรบ้าง อาการหนักหรือไม่”

“หมอหลวงอยู่ที่นั่น น่าจะไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต” อะซี่พูด

หยวนชิงหลิงรีบขึ้นรถม้าทันที เรียกให้อะซี่ตามขึ้นไปด้วย ถามว่า “เจ้าอยู่ในเหตุการณ์ด้วยหรือไม่ เกิดเรื่องอะไรขึ้น”

อะซี่ปาดเหงื่อ และพูดว่า “ข้าอยู่ในเหตุการณ์ อ๋องเว่ยถามจวิ้นจู่จิ้งเหอว่าตอนนั้นนางยินดีและเต็มใจจะไปกับเขาใช่หรือไม่ แล้วเคยรักเขาจริงๆหรือไม่ จวิ้นจู่จิ้งเหอจึงตอบว่าตอนนั้นนางยินดีและเต็มใจจะไปกับเขา และก็เคยรักเขามาก แต่ตอนนี้ไม่ได้รักแล้ว ก็พูดออกไปแค่ประโยคนี้ อ๋องเว่ยนิ่งไปนานมาก จากนั้นก็หมุนตัวแล้ว ไม่รู้ว่าทำไมกลับหันหน้าพุ่งตรงเข้าไปอย่างกะทันหัน ใช้ฝ่ามือตบไปที่ช่วงอกของจวิ้นจู่จิ้งเหอ พูดอย่างบ้าคลั่งว่าจวิ้นจู่จิ้งเหอโกหก กู้ซือกับข้าดึงอย่างไรก็ไม่เป็นผล”

หยวนชิงหลิงรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาในใจ นางก็กังวลเรื่องนี้

อ๋องเว่ยนั้นรู้สึกไม่มีความปลอดภัยในความสัมพันธ์นี้ เขาคิดมาตลอดว่าจวิ้นจู่จิ้งเหอนั้นถูกบีบจนไร้หนทางและต้องแต่งงานกับเขา และตอนนั้นก็พานางหนีมาด้วย เป็นการบังคับเพื่อพาหนี เขาทำเรื่องที่ทำร้ายจิตใจจวิ้นจู่จิ้งเหอตั้งมากมาย คำตอบที่เขาอยากได้ยินที่สุดก็คือ จวิ้นจู่จิ้งเหอไม่เคยรักเขามาก่อน

เช่นนั้นที่เขาทำไปทั้งหมด ก็ล้วนมีเหตุผลรองรับแล้ว