บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 419 ข้าทำเอง

sprite

นี่ทำให้ฉู่หมิงหยางโกรธจัด พูดขึ้นด้วยเสียงเกรี้ยวกราดว่า “หยวนชิงหลิง ข้าไม่ทำร้ายเจ้า เจ้ากลับกล้าทำร้ายข้าหรือ?” นางยกแส้สีแดงขึ้น ราวกับสายฟ้าฟาดขึ้นลอยอยู่ในอากาศ เสียงแส้ดังหึ่ง ฟาดตรงมายังที่ท้องของหยวนชิงหลิง

หมันเอ๋อตกตะลึง ลืมความหวาดกลัวในใจที่มีต่อนาง ยื่นมือไปขวาจับแส้ไว้ ฉู่หมิงหยางหัวเราะเย้ย ดึงแส้กลับ บนแส้เต็มไปด้วยหนามเหล็ก เมื่อถูกดึง มือของหมันเอ๋อก็เต็มไปด้วยเลือดสีแดง เลือดเนื้อเลือนราง

หยวนชิงหลิงเห็นแล้ว ก็โกรธจนปวดท้อง ยื่นไม้ปราบแล้วก็ตีลงไป มีหมันเอ๋อคอยปกป้องอยู่ด้านหน้า ฉู่หมิงหยางไม่สามารถตอบโต้ แม้แต่แส้ก็ทิ้งไว้บนพื้น ทำได้เพียงวิ่งหลบหนี พร้อมกรีดร้องขึ้นว่า “ท่านอ๋อง ช่วยข้าด้วย”

อ๋องจี้หันกลับมามอง เห็นนางถูกหยวนชิงหลิงกระหน่ำตี จึงรีบวิ่งกลับมา กลับคิดไม่ถึงว่าพระชายาจี้จะก้าวออกมาขวางไว้ พร้อมพูดขึ้นด้วยเสียงเย็นชาว่า “ท่านอ๋อง ละครของเจ้าในวันนี้ คิดไม่ถึงว่าจะมีคนมากมายขนาดนี้เข้ามาเกี่ยวข้องใช่ไหม? เพื่อให้ได้หย่ากับข้า นับว่าเจ้าลงทุนอย่างมาก”

“ผู้หญิงบ้า หลบไป”อ๋องจี้เป็นห่วงฉู่หมิงหยาง ยกฝ่ามือขึ้นอย่างโกรธจัดแล้วก็ตบลงไปอย่างไม่ไยดี

ตอนนี้เขาทั้งเกลียดทั้งรังเกียจพระชายาจี้ โดยเฉพาะเมื่อเห็นใบหน้าที่เหมือนคนป่วยนั้นแล้วก็ยิ่งโกรธ

พระชายาจี้ร่างกายอ่อนแอ ฝ่ามือนี้แทบจะตบจนนางล้มลงไปกองบนพื้น

นางเซไปหนึ่งก้าว ก่อนที่อ๋องจี้ที่ก้าวไปข้างหน้า นางกระโดดมาข้างหลัง รัดคออ๋องจี้ไว้ มือเลื่อนผ่านใบหน้าขึ้นไปข้างบน คว้าจับผมของเขาแล้วดึงไปข้างหลัง อ๋องจี้ไม่ได้ทันระวังตัว จึงล้มลงพื้นในทันใด พระชายาจี้ควบขี้บนตัวเขาไว้อย่างรวดเร็วเหมือนดั่งลิง โค้งซ้ายขวา ตบลงไปหลายที ตบจนนางหายใจหอบเหนื่อย

การกระทำของนางทั้งหมดนี้ เหมือนเป็นการฝึกฝนไว้แล้วอย่างเนิ่นนาน ระบายออกมาได้อย่างน่าตกตะลึง

ในขณะที่อ๋องจี้จะยกมือขึ้น นางได้ใช้มีดสั้นจ่อลงบนคอของเขา ผมเผ้าของงานยุ่งเหยิง ดวงตาเยือกเย็น พร้อมพูดขึ้นว่า “ลองขยับดูสิ?”

“เจ้ากล้าหรือ?”ใบหน้าอ๋องจี้โกรธจัด ดวงตาลุกเป็นไฟ โกรธจนอยากจะฉีกพระชายาจี้ให้แหลกเป็นผงละเอียด

พระชายาจี้หัวเราะพร้อมพูดขึ้นว่า “เรื่องมาถึงขนาดนี้ ยังจะมีอะไรที่ข้าไม่กล้า? ข้าสามารถเสียสละทำทุกอย่างเพื่อเจ้า เจ้าจะไม่ตอบแทนอะไรข้าเลยก็ได้ แต่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายชีวิตของข้า หรือโยนข้าออกไปเหมือนดั่งเศษผ้าขี้ริ้ว เจ้าฟังข้าไว้ให้ดี ในความที่เป็นสามีภรรยากัน หากไม่มีความรักต่อกัน ก็จะมีเพียงความเกลียดชัง นับแต่นี้ไป ขอเพียงข้ายังมีลมหายใจ ก็จะขอเป็นปฏิปักษ์กับเจ้าไปตลอด”

อ๋องจี้พูดขึ้นอย่างโกรธจัดว่า “เจ้าสมควรหรือ?”

มีดสั้นของพระชายาจี้ค่อยๆตีบนใบหน้าของเขา พร้อมพูดขึ้นว่า “รากฐานของเจ้าในหลายปีมานี้ ล้วนเป็นข้าทำเพื่อเจ้า ขอเพียงข้าพูดเพียงคำเดียว ว่าข้าสนับสนุนเจ้าห้า พวกเขาจะยังติดตามเจ้า หรือติดตามเจ้าห้า? ท่านอ๋อง เป็นคนอย่ากระตือรือร้นที่คิดแต่อยากประสบความสำเร็จ และก็อย่าใจร้ายจนเกินไป เจ้าคิดว่าข้าไม่มีประโยชน์อะไรอีกต่อไป แต่หลายปีมานี้ข้าได้จับจุดอ่อนของพวกเขาไว้ในมือจนหมดแล้ว ถึงสามารถทำให้พวกเขาเชื่อฟังและเคารพเจ้า ไม่เช่นนั้นเจ้าคิดว่าเป็นเพราะที่เจ้าเป็นราชโอรสองค์โต พวกเขาจึงยอมนอบน้อมต่อเจ้าหรือ? เจ้ายังไม่มีคุณสมบัตินั้น ความสามารถเจ้าธรรมดา สามารถมีวันนี้ได้ เป็นเพราะข้าสร้างบันไดให้เจ้าขึ้นมาทีละขั้น จนเจ้าขึ้นมาเป็นอยู่อย่างทุกวันนี้ แต่ข้าก็สามารถที่จะดึงเจ้าลงมาได้ทุกเมื่อ”

อ๋องจี้มองดูแววตาที่เยือกเย็นของงาน แล้วฟังคำพูดพวกนี้ ภายในใจก็เกิดความหวาดกลัว

ด้านนอก หยู่เหวินเห้าได้ช่วยสวีอีออกไปได้แล้ว

หยู่เหวินเห้าตวัดดาบเหมือนดั่งสายลม พร้อมพูดขึ้นว่า “หากใครยังไม่ถอยไป ข้าจะจับลงโทษให้หมด”

ทันใดนั้น ทหารจวนต่างก็ไม่กล้าขยับ หันไปมองรอบๆ คนที่ได้รับบาดเจ็บล้มลงมีมากกว่าครึ่ง

ทางด้านหยวนชิงหลิงก็ตีจนฉู่หมิงหยางเอามือกุมหัว หลบไปด้านหลัง นางสูดลมหายใจ หันไปมองหยู่เหวินเห้าที่อยู่ด้านนอกถูกลมพัดเสื้อผ้าปลิวไสว ท่าทีดูน่าเกรงขาม พร้อมทั้งเกิดความรู้สึกว่า เขาหล่อมาก

พระชายาจี้เห็นหยู่เหวินเห้าควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว ค่อยปล่อยอ๋องจี้แล้วค่อยๆลุกขึ้นมา

อ๋องจี้กระโดดลุกขึ้นมา ฝ่ามือหนึ่งตบลงบนใบหน้าพระชายาจี้ พร้อมกัดฟันพูดขึ้นว่า “ข้าจะค่อยๆคิดบัญชีกับเจ้า”เขาเดินออกไป ชี้ไปที่หยู่เหวินเห้าพร้อมพูดขึ้นอย่างโมโหว่า “เจ้าห้า วันนี้เจ้าบุกเข้ามาในจวนอ๋องจี้ของข้าอย่างไร้เหตุผล ทำร้ายทหารจวนของข้าจนได้รับบาดเจ็บ ยังนำตุ๊กตาต้องคำสาปมาใส่ร้ายป้ายสีข้า เจ้าต้องการอะไรกันแน่?”

ได้ฟังเขาแว้งกัดเช่นนี้ หยู่เหวินเห้าไม่รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด

เขาลากดาบพร้อมหันมา ปลายดาบกระทบพื้นส่งเสียงดัง บนคมดาบยังเปื้อนไปด้วยเลือด ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย เสื้อผ้าฉีกขาดไปหลายรอย พร้อมพูดขึ้นด้วยเสียงเยือกเย็นว่า “พี่ใหญ่ เจ้าคิดว่าข้าอยากทำอะไร? ก็ต้องเป็นการทำให้จวนอ๋องจี้ของเจ้าเดือดร้อนไม่ได้อยู่อย่างสงบน่ะสิ”

อ๋องจี้จ้องมองดูเขาอย่างเย็นชา แล้วก็มองดูอ๋องฉี พร้อมพูดขึ้นว่า “เจ้าเจ็ด ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอย่างไร หากเสด็จพ่อถาม ยังไงเจ้าก็ไม่สามารถหลุดพ้น ความผิดฐานทะเลาะวิวาท จะต้องถูกลงโทษ หากเจ้าไม่อยากเดือดร้อน ก็รีบพาชายารองของเจ้าแล้วก็กลับไป”

ปกติอ๋องฉีจะไม่ก่อเรื่องเดือดร้อน มีนิสัยไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องใดๆ เป็นเพราะฮองเฮามีรับสั่งไว้

อีกอย่าง ในระหว่างพี่น้อง ถึงแม้เขากับเจ้าห้าจะดูเหมือนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่ความจริงแล้ว เขาเป็นคนที่ไม่มีเรื่องกับใครเลยต่างหาก

โดยเฉพาะกับพี่ใหญ่ เขากลับมีความเคารพนับถือ

เพียงอ๋องจี้สามารถไล่เขาไปได้ เรื่องในวันนี้ก็จะสามารถทูลต่อหน้าฮ่องเต้ ขอเพียงเขาปฏิเสธไม่ยอมรับเรื่องตุ๊กตานั่น เสด็จพ่อก็จะไม่ลงโทษเขาเพียงคนเดียว

อ๋องฉียืนนิ่งไม่ขยับ ท่าทีดูลังเล

หยวนหย่งอี้ยืนอยู่ด้านหน้าอ๋องฉี พร้อมพูดขึ้นอย่างเรียบเฉยว่า “พวกเราไม่ไป จะรอจนกว่ามีคนของที่ทำการปกครองมา เรื่องในวันนี้พวกเราเห็นกับตา เป็นพยานได้”

อ๋องฉีก็รีบพูดขึ้นว่า “ใช่ พวกเราไม่กลับ”

อ๋องจี้พูดขึ้นอย่างโกรธจัดว่า “เจ้า....”

หยู่เหวินเห้าถือดาบไว้ในมือ พร้อมพูดขึ้นด้วยแววตาเรียบเฉยว่า “พี่ใหญ่ ยังจะสู้จนถึงที่สุดไหม? วันนี้ข้าจะสู้กับเจ้าจนถึงที่สุด”

สีหน้าอ๋องจี้เขียวปัด เงียบไม่พูดไม่จา หันไปจ้องมองดูพระชายาจี้แวบหนึ่ง

เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เขาคาดไม่ถึงมาก่อน

ใช้หยวนชิงหลิงเป็นตุ๊กตาต้องคำสาป เพราะตอนนี้นางกำลังตั้งครรภ์ และเป็นที่โปรดปรานของเสด็จพ่อ เสด็จพ่อมองเพียงนิด ก็จะลงโทษในทันที

เขาไม่คิดว่าจะกลายเป็นเช่นนี้ กลายเป็นมีเรื่องกับเจ้าห้าขึ้นมา

นี่ไม่ส่งผลดีต่อเขา

เขาเพียงแค่อยากยกฉู่หมิงหยางขึ้นมาเป็นยาชาเอกโดยเร็ว เพื่อได้รับการสนับสนุนจากตระกูลฉู่ เพราะครอบครัวของหญิงชั่วคนนั้น ตอนนี้ค่อยๆขาดการสนับสนุนทางการเงิน ไม่ช่วยเหลือเขาอีกต่อไปแล้ว

นี่เป็นเรื่องที่เขาเร่งรีบที่จะกระทำ แต่คิดไม่ถึงว่า หญิงชั่วคนนั้นจะแอบส่งคนไปตามเจ้าห้ามา และยิ่งคิดไม่ถึง เจ้าเจ็ดก็มาด้วย

ตอนนี้ในใจของเขาทั้งโกรธทั้งโมโห

เดิมเขาก็ไม่ได้คิดที่จะกระทำให้เรื่องใหญ่โต กลับเกิดการเปลี่ยนแปลง กลายเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมา

เขารู้ดีว่าวันนี้ตนเองจะต้องพ่ายแพ้ ดังนั้นจึงตั้งสติ หลังจากสงบสติอารมณ์แล้วก็พูดกับหยู่เหวินเห้าว่า “เรื่องระหว่างพี่น้อง จะทำให้ใหญ่โตขนาดนี้ทำไม? มีอะไรไม่สามารถคุยกันเพื่อแก้ปัญหาได้หรือ? เข้ามานั่งคุยกันก่อนสิ”

หยู่เหวินเห้าพูดขึ้นอย่างไม่ยอมอ่อนข้อว่า “มีอะไรควรพูดอีก รอสืบสวนก็พอ”

“เจ้าห้า อย่าทำเกินไป”อ๋องจี้พูดเตือนอย่างโกรธจัด

“ตุ๊กตานี้ใครเป็นคนทำ?” หยู่เหวินเห้าถามขึ้นด้วยเสียงเย็นชาว่า “ข้าไม่อยากฟังอีกว่าข้าพาคนมาสร้างความเดือดร้อน ถึงตอนนี้แล้วหากพี่ใหญ่ยังคิดจะแว้งกัด งั้นเจ้าจะเสียใจ”

สีหน้าอ๋องจี้เขียวปัด สักพักค่อยพูดขึ้นอย่างโมโหว่า “ตุ๊กตานี้ ข้าเป็นคนสั่งให้หยางเอ๋อทำ เดิมนี่เป็นเรื่องภายในจวน ไม่คิดที่จะรบกวนพวกเจ้า”