บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 448 อาหารที่กินมีปัญหา

sprite

อะซี่ที่ฟังอยู่ข้างๆได้ยินคำพูดนี้ ก็สะกดกลั้นความอยากรู้ไว้ไม่อยู่ถามขึ้นว่า “เพิ่งจะแต่งงานกัน แต่ท่านย่าบอกกับข้าว่า ท่านเจ้าพระยามีลูกชายสองคนลูกสาวอีกหนึ่งคน หนึ่งในลูกชายนั้นเป็นลูกบุญธรรม ซึ่งก็คือแม่ทัพผู้มีชื่อเสียงของต้าโจวแม่ทัพใหญ่เฉินจิ้งถิง ทำไมพวกท่านจึงเพิ่งแต่งงานกันได้เล่า”

หยวนชิงหลิงกระแอมไอหนึ่งเสียง ส่งสัญญาณให้อะซี่ไม่ต้องถามเรื่องเหล่านี้ นี่มันเสียมารยาทเกินไปแล้ว นอกเสียจากอะซี่จะไม่เคยได้ยินเรื่องหญิงที่แต่งงานไปเป็นภรรยาของพ่อม่ายเมียตาย

อะซี่รู้ตัวว่าเสียมารยาท จึงได้เอ่ยเสียงอ่อนว่า “ขออภัยด้วย ข้าเสียมารยาทแล้ว”

ท่านป้าจูเพ่ยกับยิ้มอย่างใจกว้างพูดว่า “ไม่เป็นไร นี่ก็ไม่ใช่ความลับอะไร ลูกชายกับลูกสาวนั้น ล้วนไม่ใช่ข้าให้กำเนิด ข้าเป็นแม่เลี้ยงของพวกเขา”

อะซี่พยักหน้า “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง”

นางรู้สึกละอายอยู่บ้าง จึงพูดว่า “พี่หยวน ข้าจะออกไปเรียกให้คนเอาน้ำชามาสักหน่อย”

“ไปเถอะ”หยวนชิงหลิงพูด นางเองก็ยืนขึ้นมา ประคองท้องเดินไปสองก้าว นั่งนานเกินไป เอวแทบจะหักแล้ว

มือของนางยื่นไปทางด้านหลัง คิดอยากจะนวดที่เอวสักหน่อย กลับพบว่ามือของตนนั้นงุ่มง่ามมาก แม้แต่ยื่นอ้อมไปด้านหลังยังทำไม่ได้

ท่านป้าจูเพ่ยยืนขึ้น ประคองนางให้กลับไปนั่งลง พูดว่า “ท้องของท่านใหญ่ขนาดนี้ เอวคงประคองไว้ไม่ไหว นั่งนานไปหรือนอนลงก็ทรมาน ข้าช่วยท่านนวดสักหน่อย ท่านวางใจได้ ฝีมือการนวดของข้า จะไม่ไปแตะจุดสำคัญอื่นๆ และไม่กระเทือนต่อเด็กในท้องของท่านด้วย”

“นี่ นี่จะรบกวนท่านช่วยนวดให้ข้าได้อย่างไร ช่างเสียมารยาทเกินไปแล้ว”หยวนชิงหลิงรีบพูดขึ้น

“ไม่พูดมากความแล้ว คนท้องก็มีอำนาจพอๆกับฮ่องเต้ ใครก็ดุไม่เท่าหญิงตั้งครรภ์ ”

พูดแล้ว นางก็หันกลับไปดึงเก้าอี้ตัวเล็กๆมานั่งลงด้านหลังของหยวนชิงหลิง สองมือค่อยๆกางออกแนบไปที่แผ่นหลังของหยวนชิงหลิง นิ้วทั้งสิบค่อยๆเคลื่อนไหวกดนวดลงไป ขึ้นๆลงๆ หนักบ้างเบาบ้าง นิ้วมือของนางคล่องแคล่วมาก จุดที่กดลงไปล้วนเป็นตำแหน่งที่หยวนชิงหลิงรู้สึกปวดเมื่อยทั้งสิ้น

นวดอยู่อย่างนี้สักพัก ชั่วขณะนั้นหยวนชิงหลิงรู้สึกว่าอาการปวดเมื่อยเจ็บที่เอวหายดีขึ้นเป็นอย่างมาก ความรู้สึกเช่นนี้ ช่างดีจริงๆ

“ข้าไม่ได้เอาเข็มมาด้วย ไม่เช่นนั้นคงช่วยท่านฝังสักสองเข็ม จะได้ผลดีขึ้นมากกว่านี้”ป้าจูเพ่ยพูดยิ้มๆ

“ท่านฝังเข็มเป็นด้วยหรือ”หยวนชิงหลิงถามอย่างประหลาดใจ

ท่านป้าจูเพ่ยประคองนางให้นั่งลง พูดว่า “เป็นบ้างเล็กน้อย ท่านค่อยๆเดินสักสองสามก้าว อย่าเดินนาน เดินสักสองสามก้าวเป็นบางครั้ง เพื่อให้เลือดลมหมุนเวียนสักหน่อย จากนั้นก็ต้องนั่งนิ่งๆหรือไม่ก็นอนอยู่กับเตียง วันนี้ท่านนั่งนานไปหน่อยแล้ว”

นางประคองหยวนชิงหลิงไปนอนลงที่เก้าอี้กุ้ยเฟย หยวนชิงหลิงรู้สึกว่าแรงประคับประคองบริเวณเอวมีพลังขึ้นมาก เป็นเวลานานแล้วที่ไม่ได้สัมผัสกับความรู้สึกผ่อนคลายเช่นนี้ อดไม่ได้ที่จะพูดว่า :“ถ้าหากฮูหยินสามารถอยู่ต่อที่จวนอ๋องได้อีกสักพักคงจะดี”

ท่านป้าจูเพ่ยพูดยิ้มๆว่า “นี่ก็มีม้าตัวหนึ่งที่จะคัดเลือกเพื่อส่งกลับไปที่ต้าโจวแล้ว หลังจากคัดเลือกเสร็จแล้ว ข้าค่อยมาอยู่ที่นี่สักพัก แต่ว่า คงจะเป็นช่วงเวลาที่พระชายาใกล้จะถึงกำหนดคลอดแล้ว ”

หยวนชิงหลิงมองนางอย่างลึกล้ำ “ข้าจะรอฮูหยิน ฮูหยินอย่าลืมต้องมาให้ได้นะ”

“พระชายามีมิตรภาพอันจริงใจ ข้าต้องมาแน่”ท่านป้าจูเพ่ยยิ้มอย่างสดใส

หยวนชิงหลิงมองนาง แววตาค่อยๆผ่อนคลายลง

หลังจากสองสามีภรรยาเจ้าพระยาเจียงหนิงกลับไปแล้ว หยวนชิงหลิงเหมือนจะผ่อนคลายไปทั้งร่าง แม้แต่การหายใจที่ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยจะสะดวกนักก็โล่งขึ้นมาก

กลางคืนตอนที่นอนลง หยู่เหวินเห้าดูออก ถามขึ้นว่า “เจ้าเหมือนจะดีใจมาก พูดอะไรกับฮูหยินเจ้าพระยาเจียงหนิงหรือ”

“เรื่องใหญ่บางเรื่อง เรื่องใหญ่ที่สำคัญมาก”หยวนชิงหลิงเอ่ยอย่างอารมณ์ดี

“เรื่องใหญ่อะไร”หยู่เหวินเห้าตะแคงตัวมองนาง ขยับร่างออกไปด้านนอกเล็กน้อย ช่วงนี้นางค่อนข้างจะครองพื้นที่เยอะ พอนอนลงไปก็กินเนื้อที่ไปครึ่งเตียง

“เรื่องใหญ่ของผู้หญิง อย่างเช่นเรื่องคลอดลูกและการให้นมเป็นต้น ท่านอย่าถามเลย ขาข้าเหมือนจะเป็นตะคริว ท่านรีบช่วยข้านวดสักหน่อย”

หยู่เหวินเห้ารีบดีดตัวขึ้นมาทันที รีบโน้มตัวเข้าไป ก็มีแค่ขาสองข้างนี่ล่ะที่เขากล้าใช้แรงในการบีบนวด ตอนนี้ให้หอมที่หน้าผากนางยังไม่กล้าใช้แรงมาก เพราะกลัวจะเกิดผลกระทบกับบริเวณอื่นๆไปด้วย

เก้าเดือน ได้เข้าสู่ช่วงเวลานับถอยหลังรอให้กำเนิดแล้ว

หยวนชิงหลิงเองก็ได้นับวันเวลากำหนดคลอดไว้แล้ว เห็นท้องของตนเองเริ่มเลื่อนต่ำลงไป น่าจะคลอดภายในสิบวันแปดวันที่จะถึงนี้แล้ว

แต่ว่ายิ่งอยู่นางก็ยิ่งลำบากขึ้นทุกวัน กลางคืนก็นอนไม่หลับทั้งคืน หายใจไม่ออก บางทีหายใจแค่เฮือกเดียวก็ต้องใช้แรงทั้งร่างกายในการสูดลมหายใจเข้าจากนั้นค่อยผ่อนลมหายใจออก

ในวังตื่นเต้นเป็นอย่างมาก มีหมอหลวงมาอยู่เวรเฝ้าดูหยวนชิงหลิงถึงสี่คน

เจ้าอาวาสก็พักอยู่ในจวน แต่ก็เข้าไปในวังเพื่ออยู่เป็นเพื่อนไท่ซ่างหวงเป็นบางครั้ง

ฮูหยินเจ้าพระยาเจียงหนิงก็มาอยู่ในจวนอ๋องแล้ว คอยช่วยนวดเอวให้หยวนชิงหลิงเพื่อบรรเทาอาการปวดบวมเมื่อยล้า

เสียนเฟยกับไทเฮาได้ส่งคนออกมาถามไถ่อาการทุกวัน สุดท้ายก็ส่งแม่นมผู้รู้ใจมาพักอาศัยอยู่ด้วยในจวนอ๋องฉู่ซะเลย จะได้ช่วยเหลือดูแลกัน

สามารถพูดได้ว่า ทั้งจวนอ๋องฉู่นั้น ล้วนเป็นคนในวัง ตามหลักแล้ว แม้แต่เข็มเล่มเดียวก็ทิ่มเข้าไปไม่ได้

แต่ว่า วันนี้ดันมีเรื่องเกิดขึ้นเล็กน้อย

อากาศของเดือนสาม เดิมทีก็มีความชื้นอยู่บ้าง แม้จะยังคงมีลมหนาวพัดผ่านในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่อบอุ่นขึ้นแล้ว แต่ว่า อาหารการกินทั้งหลายของหยวนชิงหลิงล้วนเป็นของสดใหม่ และมีแม่นมฉีเป็นคนตรวจสอบเองกับมือ จากนั้นก็มือลู่หยากับหมันเอ๋อคอยจับตาและคุ้มครองส่งไปให้ถึงมือหยวนชิงหลิง แม่นมสี่กับอะซี่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบขั้นสุดท้าย ใช้เข็มเงินทดสอบพิษ

ถ้าหากหยู่เหวินเห้าอยู่ด้วย เช่นนั้นหยู่เหวินเห้าก็จะเป็นหนูทดลองในการทดลองกิน เขากินแล้วไม่เป็นไร หยวนชิงหลิงค่อยกิน

กระบวนการทั้งหมดในการกินดื่ม สามารถพูดได้ว่าไม่มีจุดบกพร่องแม้แต่นิดเดียว

แต่ว่า วันนี้หยวนชิงหลิงเกิดท้องเสียขึ้นมาอย่างกะทันหัน

ภายในหนึ่งวัน ไปเข้าห้องน้ำมากกว่าสิบครั้ง ท้องเสียจนนางแทบจะไม่มีแรงหายใจแล้ว

ในเวลานี้ หมอหลวงก็ไม่กล้าจะให้กินยาใดๆ กลับเป็นหยวนชิงหลิงที่หายามาให้ตนเองกิน

แต่พอถึงตอนกลางคืน ท้องก็จุกเสียดขึ้นมาอีกครั้ง อาการจุกเสียดนี้ไม่ใช่อาการหดของมดลูกเมื่อถึงเวลาคลอด แต่คล้ายกับความเจ็บเมื่อเป็นลำไส้อักเสบ

เจ็บจนนางบิดตัวไปมาบนเตียง เจ็บจนทนไม่ไหว เหงื่อไหลท่วมตัว และยังอาเจียนด้วย

หยู่เหวินเห้าร้อนใจจนแทบจะบ้าแล้ว หิ้วตัวหมอหลวงเข้ามาทีละคน แล้วก็โยนออกไปทีละคน เขาตะคอกว่า “พวกเจ้าก็ช่วยกันคิดหน่อย นี่มันเป็นอะไรกันแน่ เป็นเพราะถูกยาพิษหรือว่ากินของแสลงจนท้องเสียกันแน่”

ถูกวางยาพิษนั้นคงเป็นไปไม่ได้แน่ การตรวจสอบเป็นไปอย่างรัดกุมมาก อาหารระยะหลังนี้ ล้วนเป็นแม่นมฉีที่ทำเองกับมือ วัตถุดิบก็เป็นของสดใหม่ทั้งสิ้น

หมอหลวงต่างก็อับจนหนทาง

สุดท้ายก็รายงานไปยังในวัง หลังจากฮ่องเต้หมิงหยวนรับทราบแล้ว ก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก สั่งให้หัวหน้าโรงหมอหลงรีบไปตรวจสอบที่จวนอ๋องทันที เอาอาหารที่หยวนชิงหลิงเคยกินทั้งหมดมาทำการตรวจสอบอีกครั้ง

แต่ว่า ของที่พระชายากินทั้งหมดได้ผ่านการตรวจสอบแล้ว ไม่มีปัญหาเลยสักนิด

หยู่เหวินเห้าเห็นหยวชิงหลิงเจ็บปวดเป็นอย่างมาก หัวใจของเขาแทบจะสลายแล้ว พูดอย่างเดือดดาลว่า “ยังจะตรวจของพวกนี้ทำไมอีก ระงับอาการปวดก่อน รักษาให้นางก่อน เรื่องอื่นข้าจะตรวจสอบด้วยตัวข้าเอง”

หัวหน้าโรงหมอหลวงอุ้มกล่องยาวิ่งเข้าไป หลังจากจับชีพจรแล้ว บอกว่าพระชายามีอาการเย็นพร่องอย่างรุนแรง

แต่ว่า ร่างกายของหญิงตั้งครรภ์นั้นถ้าไม่เกิดความร้อน ก็เกิดอาการเย็นพร่อง ไร้หนทางแก้ไข ไม่สามารถนับว่าเป็นสาเหตุมาจากการตั้งครรภ์

เพราะว่าไม่กล้าใช้ยา สุดท้ายก็ได้ฮูหยินเจ้าพระยาเจียงหนิงใช้วิชาฝังเข็มให้หยวนชิงหลิง นี่จึงทำให้นางบรรเทาอาการเจ็บลงได้บ้าง

เพียงแต่ ไม่ได้ระงับอาการปวดทั้งหมด นางบอกว่าหยวนชิงหลิงยังคงต้องทนต่ออาการปวดเช่นนี้ เพราะว่าการฝังเข็มในช่วงนี้ก็ไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ ทำได้เพียงกระตุ้นจุดฝังเข็มเบาๆเท่านั้น เพื่อบรรเทาจุดที่ปวด

เพียงแต่พอถูกทรมานจากอาการปวดเช่นนี้แล้ว หยวนชิงหลิงรู้สึกว่าตนเองกลายเป็นคนพิการไปแล้ว

พิการไปทั้งร่าง นางนอนอยู่บนเตียง ทำได้แค่อ้าปากกว้างเพื่อหายใจ เบ้าตาก็บุ๋มลึกลงไปมาก