บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 463 เป็นพ่อครั้งแรกให้คำแนะนำมากๆ

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 463 เป็นพ่อครั้งแรกให้คำแนะนำมากๆ ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 463 เป็นพ่อครั้งแรกให้คำแนะนำมากๆ เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 463 เป็นพ่อครั้งแรกให้คำแนะนำมากๆ บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 463 เป็นพ่อครั้งแรกให้คำแนะนำมากๆ ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 463 เป็นพ่อครั้งแรกให้คำแนะนำมากๆ

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 463 เป็นพ่อครั้งแรกให้คำแนะนำมากๆ นวนิยาย

ไม่ทันการอย่างชัดเจน ฮ่องเต้หมิงหยวนเข้ามาแล้ว

มองดูชุดเครื่องทรงสีเหลืองสว่างนั่นแฉลบผ่านตรงประตูตำหนัก นางทำได้เพียงขึ้นหน้าไป “ก่วงถิงคารวะฝ่าบาทเพคะ!”

ฮ่องเต้หมิงหยวนเมื่อเห็นท่าทางที่สะอาดสดชื่นของนางหลังจากอาบน้ำแล้ว บนหน้าไม่มีแป้งแม้แต่น้อย บริสุทธิ์ดั่งน้ำแร่ที่ผุดออกมาเช่นนั้น ความเร่าร้อนในดวงตาไม่มีแล้ว กลับเป็นความเคอะเขินเล็กน้อยกับความประหม่าเป็นส่วนใหญ่ ในดวงตามีความหมายที่จะถดถอยเล็กน้อย

เขาตกใจ ระงับความกระสับกระส่ายในจิตใจลง กล่าวว่า: “ไม่ต้องมีพิธี ข้ามาหาเจ้าเพื่อจะพูดคุย”

“เพคะ!” ฮู่ก่วงถิงแลบลิ้น “ฝ่าบาท หม่อมฉันกลับไปเปลี่ยนชุด ได้ไหมเพคะ?”

ฮ่องเต้หมิงหยวนเห็นว่าหลังจากที่นางยืนขึ้นมาก็ทำหน้าตาทะเล้น และไม่ได้เกร็งแล้ว กล่าวว่า: “ไม่จำเป็น แต่งตัวแบบนี้ก็ดีมากแล้ว”

ฮู่ก่วงถิงเอื้อมมือดึงชุดนอนเล็กน้อย “ไม่เรียบร้อยเพคะ”

แม่นมในวังเคยสอน พบฮ่องเต้จำเป็นต้องมีระเบียบเรียบร้อย

หลังจากที่ฮ่องเต้หมิงหยวนนั่งลงแล้ว นางกล่าวถามด้วยแววตาที่สดใส: “ฝ่าบาท ท่านมาดึกขนาดนี้ คือมีปัญหาหรือเพคะ?”

นางรู้ว่าไม่ใช่มานอนค้างแรม เพราะว่านอนค้างแรมมีกฎเกณฑ์ จำเป็นต้องเลือกป้ายชื่อ อีกทั้งมีขันทีติดตามมาบันทึก

ฮ่องเต้หมิงหยวนรู้สึกว่าใบหน้านั้นของนางสั่นไหวอยู่ด้านหน้าและในใจโดยตลอด ทำให้งุนงงครู่หนึ่ง จำไม่ได้ว่าตัวเองมาเพื่ออะไร

“ฝ่าบาท?” ฮู่ก่วงถิงเข้ามาใกล้ เรียกเบาๆเสียงหนึ่ง

ฮ่องเต้หมิงหยวนมองไป ในดวงตานั่นซ่อนความรักความห่วงใยอย่างหนาแน่น เขายืนขึ้นในทันทีทันใด “ไปนอนกับข้า!”

ในตำหนัก เงียบสงบเหมือนตายอย่างฉับพลัน

ต่อจากนั้น ก็เป็นรอยยิ้มที่ปริออกอย่างช้าๆนั่นของฮู่ก่วงถิง “ตามประสงค์เพคะ!”

ฮู่ก่วงถิงหลังจากนั้นเป็นเวลานาน ล้วนขอบคุณวันนี้ ขอบคุณพระชายาฉู่และแฝดทั้งสาม

เพราะว่า หากไม่ใช่เพราะพระชายาฉู่ให้กำเนิดแฝดทั้งสาม ฮ่องเต้ก็จะไม่ดีอกดีใจขนาดนั้น ตื่นเต้นสนอกสนใจเป็นที่สุดจึงหาคนพูดคุยด้วย

แต่ว่า หลังจากนั้นหยวนชิงหลิงบอกนางว่า ควรจะขอบคุณที่นางสนมเข้านอนเร็ว

เรื่องนี้ค่อยพูดหลังจากนี้ ไม่เอ่ยถึงเป็นการชั่วคราว

สถานการณ์ของหยวนชิงหลิงค่อยๆคงที่แล้ว เมื่อเจ้าอาวาสประกาศว่านางได้กลับมาจากประตูแห่งความตายแล้ว หยู่เหวินเห้าแทบจะทรุดลงนั่งบนพื้น มือสองข้างปิดหน้าไว้อยู่นานล้วนไม่ได้วางลง

เช้าตรู่วันถัดมา เปลหามที่ได้เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ ในที่สุดก็ได้ใช้แล้ว

หยวนชิงหลิงถูกส่งกลับตำหนักเซี่ยวเยว่ หลังจากฟื้นมา นางเห็นทารกสามคนนอนอยู่ข้างกายของตัวเอง มือเท้ากวัดแกว่ง ตาแป๋วๆหมุนไปมา

หยู่เหวินเห้านั่งอยู่ข้างเตียง กุมมือนางไว้ตลอด ดวงตาสองข้างอดหลับอดนอนจนแดงก่ำ เห็นนางฟื้นมา ในตาของเขาก็มีความซาบซึ้งจะร้องไห้ นิ้วมือเคลื่อนไปบนหน้าของนางเบาๆ ใช้ด้านหน้าของนิ้วมือลูบไล้เบาๆ “หยวน เจ้าลำบากแล้ว” “

“เป็นความจริง!” เสียงของนางแหบมาก อ่อนแอมาก แทบจะไม่มีแรง เจ็บบาดแผล มดลูกหดตัวก็เจ็บ แต่ว่าในใจมีความสุขมาก นั่นคือความรู้สึกที่อธิบายไม่ออกชนิดหนึ่ง ในสมองล้วนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

“พวกเราไม่เกิดแล้ว” หยู่เหวินเห้ากล่าวเบาๆ

หยวนชิงหลิงยิ้มอย่างอ่อนโยน “ท่านไม่อยากได้ผู้หญิงสักคนแล้วหรือ”

“ข้ามีผู้หญิงคนหนึ่งแล้ว” เขาหอมแก้มของนาง เพ่งมองอย่างลุ่มหลง “ไม่ต้องการแล้ว ผู้ใดก็ไม่คุ้มค่าให้พวกเราต้องเสี่ยงเช่นนี้อีก ครั้งนี้ข้าตกใจพอแล้ว”

หยวนชิงหลิงค่อยๆยื่นมือออกมา ลูบหนวดสั้นที่คางของเขา เขาซีดเซียวมาก ทำให้นางสงสาร “ข้าเคยพูด ข้าจะไม่เป็นอะไร ท่านต้องเชื่อข้าสิ”

หยู่เหวินเห้าใช้ใบหน้าถูไถฝ่ามือของนาง ดวงตาแดงเป็นอย่างมาก เสียงเบาๆ “หยวน เจ้าเก่งมาก เก่งมาก”

เขากอดนางเข้าในอ้อมแขนเบาๆ ตอนนี้กอดนางทั้งตัว ในใจจึงได้รู้สึกสงบ

หยวนชิงหลิงหลับตา ถอนหายใจเบาๆ แม้ว่าราวกับได้เผชิญกับความลำบากและอันตรายมากมายเป็นที่สุด แต่ ตลอดมาล้วนเป็นคุ้มค่า

นางหันหน้าไปดูเด็กทั้งสามคน พวกเขาทั้งหมดอยู่ในผ้าอ้อม มองไม่ชัด นางพยายามอยากจะยกหัวให้สูงขึ้นหน่อย

หยู่เหวินเห้ากล่าว: “เจ้าอย่าขยับ ข้าให้เจ้าดู”

เขามือเดียวยกขึ้นมาสองคน พลิกหมุนแล้วคว้าจับด้านหลังของผ้าอ้อม ให้ใบหน้าของพวกเขาห้อยลงมาต่อหยวนชิงหลิง เช่นนั้นหยวนชิงหลิงก็ไม่ต้องหันตัวก็สามารถมองเห็นได้

ใบหน้าทั้งสองของทารกปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างฉับพลัน หยวนชิงหลิงตกใจยกใหญ่จริงๆ ยังไม่ได้มองอย่างชัดเจน ก็ได้ยินแม่นมสี่พูดอย่างตกใจว่า: “ว้าย ท่านอ๋องของข้าเอ๊ย ท่านอุ้มเด็กเช่นนี้ได้อย่างไรล่ะเจ้าคะ? เดี๋ยวจะอ้วก......”

แม่นมสี่ยังพูดไม่ทันจบ ทารกคนที่สองแหวะนมออกมาดั่งน้ำพุ แหวะออกมาเต็มหน้าหยวนชิงหลิง

“อ้า!” หยู่เหวินเห้าเห็นหน้าของหยวนชิงหลิงเต็มไปด้วยนม เขาตกใจจนเอาทารกโยกไป กล่าวว่า: “รีบออกแรงหรี่ตา เลี่ยงไม่ให้นมไหลเข้าไปในตา”

ทารกทั้งสองถูกเขาโยนไปบนเตียงที่มีผ้าห่มโดยตรง และโชคดีเป็นเตียงที่มีผ้าห่ม ไม่ได้ตกลงไปเจ็บ แต่อาจเพราะตกใจแล้ว ร้องอุแว้ๆเสียงดัง

แม่นมสี่สงสารจนทนไม่ไหว รีบเข้าไปช่วยอุ้มขึ้นมาทันที แล้วเรียกหมันเอ๋อกับอะซี่เข้ามาอุ้ม เห็นทารกร้องไห้จนน้ำตาไหลออกมาแล้ว นางโกรธจนกล่าวอย่างรุนแรง: “ไม่เคยเห็นคนที่เป็นพ่อเช่นนี้มาก่อน ดูสิทำให้ทารกตกใจจนกลายเป็นอย่างไรแล้ว? เฮ่อ อุ้มไป อุ้มไป อยู่ที่นี่ไม่ได้ น่ากลัวเกินไปแล้ว หัวใจนี้ถูกทำให้ตกใจจนแทบจะทะลุออกมาแล้ว หมันเอ๋อ อะซี่ พวกเราไป”

หยู่เหวินเห้าเช็ดนมให้หยวนชิงหลิงเรียบร้อย มองดูหยวนชิงหลิงอย่างตะลึงพูดไม่ออก “ไม่เคยเห็นแม่นมสี่โมโหหนักขนาดนี่ใส่ข้ามาก่อน”

หยวนชิงหลิงยิ้มด้วยความอ่อนแอแล้ว “ห้า ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านเป็นพ่อแล้ว?”

“รู้สิ!” หยู่เหวินเห้ากลุ้มใจมาก “ทั้งสามล้วนอยู่ต่อหน้าต่อตาแล้ว จะไม่รู้ได้อย่างไร?”

“งั้นทำไมท่านถึงสามารถโยนพวกเขาทิ้งได้ล่ะ? นี่โชคดีที่อยู่.......บนเตียง” ดวงตาของหยวนชิงหลิงแทบจะลืมไม่ไหวแล้ว เหน็ดเหนื่อยมาก

หยู่เหวินเห้าเห็นดังนั้น “ได้ ข้ารู้แล้ว ครั้งหน้าจะไม่ทำ เจ้ารีบนอน เจ้าเหนื่อยแล้ว”

หยวนชิงหลิงหลับตาลง ในใจตระหนักได้อย่างชัดเจน แอบแปลกใจ ตามหลักแล้วตัวเองเพิ่งจะเสียเลือดอย่างมากมายเสร็จสิ้น ตอนนี้สภาพควรจะย่ำแย่มาก

ตอนนี้นางรู้สึกเพียงเหนื่อย เจ็บ และเหมือนกับผู้หญิงที่ผ่าท้องคลอดธรรมดาเช่นนั้น

นางไม่ได้สืบเสาะไปจนถึงราก หรือว่าเพราะ ฮูหยินเจ้าพระยาเจียงหนิงให้นางใช้ยาอะไรดีๆ

ครู่หนึ่ง แม่นมสี่เข้ามาแล้ว หมันเอ๋อกำลังยกน้ำร้อน ต้องการเช็ดหน้าให้หยวนชิงหลิง

แม่นมสี่เพียงทำเป็นมองไม่เห็นหยู่เหวินเห้า มุ่งตรงไปออกคำสั่งหมันเอ๋อ

หยู่เหวินเห้ากล่าวด้วยความน้อยใจ: “แม่นมท่านโกรธเคืองอะไรข้าล่ะ? ข้าไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย”

แม่นมสี่มองดูเขา กล่าวอย่างโกรธเคือง: “ท่านอ๋อง เด็กผู้ชายทั้งสามคนเป็นพระชายาที่แทบจะใช้ชีวิตของตัวเองแลกมา ทำไมท่านถึงได้ไม่รักและไม่ทะนุถนอมเพียงนี้ล่ะเจ้าคะ?”

“นี่คือการเป็นพ่อครั้งแรกของข้า ไม่รู้นี่” หยู่เหวินเห้าแก้ตัว

แม่นมสี่กล่าวด้วยจิตใจที่กลัดกลุ้มและท่าทางที่ไม่ดีนัก: “ไม่ใช่ไม่รู้ ท่านไม่ได้เอาใจใส่บุตรชายโดยสิ้นเชิง ท่านเพียงปฏิบัติต่อพวกเขาทั้งสามให้ได้ครึ่งของที่ปฏิบัติต่อพระชายา เช่นนั้นเหล่าบุตรชายก็มีความโชคดีแล้วเจ้าค่ะ”

หยู่เหวินเห้ากล่าว: “ความหมายของแม่นมคือข้าไม่ควรปฏิบัติดีๆต่อพระชายา?”

แม่นมสี่มองค้อนเขาแวบหนึ่ง “ทำไมไม่ควรปฏิบัติดีๆต่อพระชายาเจ้าคะ? ท่านปฏิบัติดีๆต่อพระชายานั่นคือเป็นสัจธรรมความถูกต้องไม่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ พระชายาให้กำเนิดบุตรเพื่อท่าน แม้แต่ชีวิตก็แทบจะทิ้งแล้ว ชีวิตนี้ของท่านล้วนต้องปฏิบัติดีๆต่อนาง แต่ปฏิบัติดีๆต่อนาง มีผลกระทบกับการปฏิบัติดีๆต่อลูกๆของท่านหรือเจ้าคะ? ท่านจำไว้ให้ดี พวกเขาทั้งสาม เป็นถึงสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งที่สุดที่อยู่บนโลกนี้ของท่านและพระชายา พวกเขาทั้งสาม ก็คือสิ่งที่สามารถพิสูจน์ความคงอยู่ของความรักความสัมพันธ์ของพวกท่านได้มากที่สุดนะเจ้าคะ”

หยู่เหวินเห้าได้ยินคำนี้ รู้สึกสะเทือนใจชั่วขณะ ท้ายสุดมองดูหยวนชิงหลิงนิ่งๆเงียบๆไร้คำพูดจา