บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 466 ชื่อนี้ไม่ค่อยเหมาะสม

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 466 ชื่อนี้ไม่ค่อยเหมาะสม ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 466 ชื่อนี้ไม่ค่อยเหมาะสม เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 466 ชื่อนี้ไม่ค่อยเหมาะสม บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 466 ชื่อนี้ไม่ค่อยเหมาะสม ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 466 ชื่อนี้ไม่ค่อยเหมาะสม

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 466 ชื่อนี้ไม่ค่อยเหมาะสม นวนิยาย

หยู่เหวินเห้าจึงไปที่ห้องหนังสือ ชนกับสวีอีที่หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาพอดี ในปากอ่านอักษร เกือบจะชนกับหยู่เหวินเห้าแล้ว

“ท่านอ๋อง ทำให้ข้าน้อยตกใจหมดแล้วขอรับ ท่านไปห้องหนังสือหรือขอรับ?” สวีอีถาม

“อืม เจ้าบ่นพึมพำอะไรล่ะ?” หยู่เหวินเห้าเห็นเขาบุ่มบ่ามเป็นอย่างมาก จึงตำหนิ

สวีอีฉีกยิ้ม “แม่นมสี่เรียกข้าน้อยให้เขียนรายการส่งไปที่ห้องครัวขอรับ บอกว่ารอประเดี๋ยวแต่ละบ้านมาส่งของขวัญ ต้องการเชิญให้คนที่มารับประทานของหวานและขนม ความหมายโดยนัยคือทั้งปากและใจหวานซึ้ง ข้าน้อยจึงมาเขียนส่งไปให้ห้องครัว บอกให้ห้องครัวจัดเตรียมขอรับ”

“ไปเถอะ!” หยู่เหวินเห้าเห็นเขาทำเรื่องเป็นทางการ จึงไม่กลั่นแกล้งเขา สั่งให้ไปทำแล้ว

“ขอรับ เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวขอรับ” เมื่อสวีอีไปแล้ว

หยู่เหวินเห้าเข้าห้องหนังสือแล้ว เห็นบนโต๊ะวางกระดาษแผ่นหนึ่งไว้จริงๆ เขาดูครู่หนึ่ง เห็นเพียงอักษรแถวหนึ่งที่เขียนเอียงไปมาไม่เป็นระเบียบ เขาลำบากมากกว่าจะสามารถมองออกและแยกแยะได้อย่างชัดเจน “ซาลาเปาทังหยวนข้าวเหนียว? ชื่อเล่นนี้ง่ายดายขนาดนี้? งั้นข้าก็ทำได้นี่”

เขารู้สึกว่าบางอักษรมีที่ไม่เรียบร้อยอยู่บ้าง จึงได้เขียนขึ้นใหม่อีกฉบับ “แต่ว่า ยายหยวนความคิดหลักแหลม ซาลาเปานี่ใหญ่กว่าทังหยวน ทังหยวนใหญ่กว่าข้าวเหนียว ก็ใหญ่กลางเล็กพอดี ซาลาเปาเป็นคนโต ทังหยวนคือคนที่สอง ข้าวเหนียวคือคนที่สาม ได้แล้ว!”

หลังจากเขาเขียนเสร็จ จึงฉวยโอกาสที่ยังเช้าอยู่ รีบส่งเข้าวังก่อน

บนมุมซ้ายของโต๊ะ กระดาษแผ่นหนึ่งที่ใช้หยกขาวทับกระดาษไว้ ด้านบนเขียนว่า “คงชิน หนันซิง เหริ่นตง” หกคำ

ตอนนี้ กระดาษใบนี้ เห็นได้ชัดว่าโดดเดี่ยวเป็นพิเศษ

สามอย่างนี้ล้วนเป็นยาจีน เป็นหยวนชิงหลิงคิดกลั่นกรองออกมา นางคิดว่าหลังจากนี้ต้องการจะเปิดคณะแพทยศาสตร์ เด็กทั้งสามหลังจากนี้จะต้องเรียนจากนาง แพทย์แผนจีนดั้งเดิมจะเสื่อมโทรมไม่ได้ ดังนั้น นางจึงใช้สามสิ่งนี้เป็นชื่อเล่นของลูกๆ ส่งเสริมให้พวกเขาพัฒนาไปทางด้านการแพทย์

ชื่อเล่นส่งถึงไท่ซ่างหวงทางนั้น ไท่ซ่างหวงดูแล้ว ค่อนข้างไม่เต็มใจ หยู่เหวินเห้าจึงกล่าว: “นี่คือยายหยวนตั้ง และแยกแยะได้ดีนะพ่ะย่ะค่ะ ท่านดูสิ ซาลาเปาใหญ่กว่าทังหยวน ทังหยวนใหญ่กว่าข้าวเหนียว แยกแยะได้ดี ใช่หรือไม่ขอรับ? ยายหยวนฉลาดมาก”

ไท่ซ่างหวงได้ยินว่าหยวนชิงหลิงตั้ง จึงอดกลั้นไว้ อย่างไรเสียคนอื่นเขาตั้งครรภ์สิบเดือนให้กำเนิดบุตรออกมาด้วยความยากลำบาก ตั้งชื่อเล่นก็ไม่อนุญาตหรือ?

“เอาเถอะ ชื่อเล่นไม่สำคัญ หลังจากครบหนึ่งปี ก็ไม่เรียกชื่อเล่นแล้ว ใช้ชั่วคราวเถอะ” ไท่ซ่างหวงกล่าว

หยู่เหวินเห้าแสดงความขอบคุณ จากนั้นก็ไปหาฮ่องเต้หมิงหยวนด้วยความดีใจเหลือเกิน

เมื่อคืนฮ่องเต้หมิงหยวนเหนื่อยเล็กน้อย ช่วงเที่ยงได้บรรทมไปครู่หนึ่งแล้ว เพิ่งจะตื่นขึ้นมาไม่นานก็ได้ยินว่าหยู่เหวินเห้ามา จึงได้ทำตัวให้กระปรี้กระเปร่าแล้วพบเขา

บอกว่าเอาชื่อเล่นมา จึงดูครู่หนึ่ง ก็รู้สึกรังเกียจเล็กน้อยอย่างแท้จริง หยู่เหวินเห้ากล่าว: “ยายหยวนตั้ง เสด็จปู่เห็นด้วยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้หมิงหยวนได้ยินว่าไท่ซ่างหวงเห็นด้วยแล้ว บอกขันทีสั่งให้บัณฑิตเข้ามาร่างกำหนดพระราชโองการ อนุญาตให้เขียนชื่อเล่นลงด้านข้างของแผนภูมิหยกประจำราชวงศ์ เอาพระประสงค์และชื่อเล่นส่งไปให้อ๋องชินลุ่ยหัวหน้าตระกูลในปัจจุบัน

หยู่เหวินเห้ารู้สึกสบายใจเป็นที่สุด

เพราะว่าชื่อเล่นตามหลักแล้วไม่ควรเขียนในแผนภูมิหยก แต่ว่า นี่เป็นการเห็นถึงความสำคัญและยอมรับของเสด็จพ่อที่มีต่อยายหยวนแล้ว

หลังจากออกมาจากห้องทรงพระอักษร ฉางกงกงขวางเขาไว้ ยื่นสิ่งของให้หยู่เหวินเห้า หยู่เหวินเห้าเปิดออก คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเสื้อคลุมเล็กๆสามชุด

“ที่บ้านของข้าทำเองกับมือ ท่านอ๋องอย่าได้รังเกียจ” ฉางกงกงกล่าวด้วยความเหนียมอาย

“ท่านทำเองกับมือ? ท่านยังทำงานเย็บปักถักร้อยเป็นด้วย?” หยู่เหวินเห้ารู้สึกแปลกใจมาก

“ไม่เป็นไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ? เสื้อผ้าเครื่องใช้บางอย่างของฮ่องเต้ ก็ไม่อนุญาตให้คนอื่นแตะต้อง” ฉางกงกงก็ไม่ได้รู้สึกอายคน ตอนนี้เพศสภาพสำหรับเขาแล้ว ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือมีชีวิตอยู่ได้นานเท่าไหร่ แข็งแรงหรือไม่

หยู่เหวินเห้าน้อมคำนับแสดงความขอบคุณด้วยความจริงใจ

ฉับพลันนั้นก็นึกถึงทองคำที่ไท่ซ่างหวงประทานให้เป็นของขวัญ จึงลากฉางกงกงไปทางด้านข้าง “ถูกแล้ว กงกง ถามท่านเรื่องหนึ่ง วันนี้ไท่ซ่างหวงประทานทองคำหนึ่งแสนชั่งให้ยายหยวน ทองคำเหล่านี้มาจากที่ใดกัน? ไม่ได้เอามาจากท้องพระคลังของประเทศหรอกนะ?”

ฉางกงกงหัวเราะก๊ากแล้ว “นี่จะเป็นไปได้อย่างไร? ไท่ซ่างหวงจะเอาทองเอาเงินออกมาจากท้องพระคลังของประเทศประทานเป็นของขวัญให้กับพระชายาได้อย่างไรล่ะพ่ะย่ะค่ะ? นี่ล้วนเป็นของเขาเอง ท่านจำไม่ได้แล้วหรือ? ขณะที่เขาสละบัลลังก์ ได้ประทานเหมืองทองคำให้ตัวเอง”

“ห๊า? มีเรื่องแบบนี้ด้วย?” หยู่เหวินเห้าตกตะลึง แสดงให้เห็นว่าไม่รู้

ฉางกงกงกล่าว: “ใช่พ่ะย่ะค่ะ มีเรื่องนี้ เหมืองทองเหมืองแร่เหล็กมีทั้งหมด ไท่ซ่างหวงยังเปิดบริษัทการเงินในเมืองหลวงอีกด้วย ล้วนรับสั่งให้คนจัดการดูแล ทุกวันล้วนมีทองเข้ามาเป็นถัง”

จิตใจของหยู่เหวินเห้ารับไม่ได้เล็กน้อย “พูดอีกอย่างคือ เสด็จปู่ของข้ายังเป็นคนที่ร่ำรวยมหาศาลด้วย?”

“จะไม่ใช่คนที่ร่ำรวยมหาศาลได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?” ฉางกงกงกล่าว

หยู่เหวินเห้ากล่าวพึมพำ: “ขออภัยที่เสียมารยาท ขออภัยที่เสียมารยาท เมื่อก่อนยังบอกว่าตาเฒ่าเขายากจนอยู่เลย ยังบอกว่าราชวงศ์ของพวกเราอับจนอยู่เลย”

ขณะที่เขาได้ทำความดีความชอบในการทำศึก ได้รับพระราชทานรางวัล เขายังเอาทองคำห้าร้อยชั่งให้ไท่ซ่างหวง เพื่อช่วยเหลือเขาน่ะ

เงินทองในวังโดยปกติล้วนขาดแคลน ทุกปีเงินที่ไทเฮาควรจะได้รับคือเงินแท่งสามพันตำลึง ไท่ซ่างหวงก็ไม่ต่างกันนัก แม้ว่าทั้งหมดทุกอย่างไม่ต้องใช้จ่ายเงินของตัวเอง แต่เตรียมนั่นเตรียมนี่ ประทานรางวัลเล็กน้อย นี่ล้วนเป็นการจ่ายเงิน

อย่างน้อย ไทเฮาและท่านแม่ทางนั้น ทุกปีตระกูลซูล้วนให้เงินเข้ามาช่วยเหลือไม่น้อย แม้แต่ฮองเฮา ก็ได้รับเงินมาจากตระกูลฉู่ทางนั้นทุกปี บางครั้งฮองเฮายังช่วยเหลือเสด็จพ่ออีกนิดหน่อย ทำอะไรไม่ได้นี่ เงินในวังมักจะไม่พอใช้จ่ายอยู่เสมอ

หยู่เหวินเห้าตั้งแต่เล็กก็รู้สึกว่าในครอบครัวของตัวเองยากจนเป็นอย่างมาก คิดไม่ถึง เขาจะเป็นลูกหลานคนรวยรุ่นที่สามโดยมิได้คาดคิด

เขาออกไปจากวังด้วยความซวนเซและความปีติยินดี

ฉางกงกงปิดปากแล้วแอบหัวเราะ กลับไปเอาเรื่องนี้เล่าให้ไท่ซ่างหวงฟัง

ไท่ซ่างหวงฟังจบ ค่อนข้างงงงัน “ข้ายากจน? เขาไม่ดู ข้าสูบใบยาสูบอะไร? ไม่ดูว่าทุกเดือนข้าต้อนรับโสวฝู่ฉู่พวกเขา ดื่มเหล้าอะไร?”

ฉางกงกงหัวเราะแล้วกล่าว: “นี่ก็โทษท่านอ๋องไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ คิดถึงตอนนั้น ขณะที่ท่านเสด็จขึ้นครองราชย์ ราษฎรร่มเย็นเป็นสุข ทุกหนทุกแห่งสงบสันติ เพราะเหตุนี้ก่อให้เกิดขุนนางกินสินบนทำการทุจริต ยุคที่รุ่งเรืองเกิดขุนนางทุจริต ท่านคิดวิธีการปกครองประเทศให้ดีทันที กวาดล้างขุนนางที่ทุจริต ริเริ่มปกป้องความสุจริต เพราะเหตุนี้ทำให้ค่าใช้จ่ายในพระราชวังลดลงเป็นอย่างมาก หลังจากที่ฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ ปฏิบัติตามการทำงานของท่าน ยิ่งลดลงเป็นครั้งที่สอง ทำให้ค่าใช้จ่ายของตัวเขาเองก็ไม่เพียงพอ ทุกปีมีใบแสดงนี้ออกไปไม่รู้มากเท่าไหร่น่ะพ่ะย่ะค่ะ”

การพระราชทานรางวัลความชอบในการทำศึกหรือผลงานในการปฏิบัติหน้าที่นี้ ทั้งหมดสามารถเบิกเงินออกมาจากท้องพระคลังของประเทศได้

แต่สำหรับการพระราชทานรางวัลภายใน เช่นพระราชทานรางวัลเชื้อพระวงศ์ ฮ่องเต้ก็ควักกระเป๋าของตัวเอง กระเป๋าของฮ่องเต้ว่างเปล่าแล้ว ก็ทำได้เพียงเขียนหลักฐานใบแสดงหนี้

ไท่ซ่างหวงกล่าวอย่างเชื่องช้า: “รักษาประเทศ เจ้าพูดง่ายดายขนาดนั้น? เป็นฮ่องเต้ ก็ต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง ทำไมข้าถึงได้สละราชบัลลังก์เร็วขนาดนั้น? ก็ไม่ใช่เพราะเป็นฮ่องเต้แล้วยากจนหรือ?”

กฎเกณฑ์ที่ตัวเองตั้งขึ้น ละทิ้งเองไม่ได้ ทำได้เพียงสละบัลลังก์แล้ว แน่นอน ตอนนั้นก็ล้มป่วยจนแทบตายแล้วจริงๆ

ทางหยู่เหวินเห้ากลับถึงวัง รายงานเรื่องน่ายินดี: “เสด็จพ่อทรงอนุญาตแล้ว และยังบอกอีกว่าเอาชื่อเล่นเขียนไว้ด้านข้างแผนภูมิหยกพร้อมกันเลย”

“หากเขียนเข้าในแผนภูมิหยก ไม่เช่นนั้นชื่อเล่นนี้ก็ทำเป็นชื่อด้วยเลย หลังจากนี้ก็ไม่ต้องตั้งชื่อแล้ว”

นางรู้สึกว่าก็ดีมาก เช่นนั้นความสอดคล้องของชื่อ หยู่เหวินX ชื่อเหริ่นตง หรือชื่อหนันซิง ไพเราะเป็นที่สุด

หยู่เหวินเห้าตะลึงเล็กน้อย “นี่......ไม่ค่อยเหมาะสมหรอกมั้ง?”

หยู่เหวินX ชื่อทังหยวน ชื่อซาลาเปา ชื่อข้าวเหนียว จะไม่เป็นเรื่องตลกให้คนขันหรือ?