บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 473 เล่าแผนอันยิ่งใหญ่

sprite

หยวนชิงหลิงแสดงถึงความสงสัยในความรู้ของเขา

นางเอ่ยว่า “ไม่ว่าเช่นไร ต้องถามกู้จือให้กระจ่าง”

“จวิ้นจู่จิ้งเหอพูดแล้วไม่ใช่หรือ กู้จือไม่เคยพูดความจริงแม้ประโยคเดียว คำพูดนางเจ้าจะเชื่อไม่ได้ ผู้ใดรู้ว่าจะทำให้ไขว่เขวอย่างไร?” หยู่เหวินเห้ากล่าว

หยวนชิงหลิงจึงเอ่ยว่า “ข้าไม่เชื่อกู้จือทั้งหมดแน่ แต่ก่อนจะสอบถามท่านพ่อ ต้องดูว่ากู้จือจะพูดเช่นไร”

“งั้นดี เจ้าก็สอบถาม อย่าพูดกับนางมาก คนผู้นี้ชั่วร้ายเกินไป พยายามอย่าเข้าไปคลุกคลี” หยู่เหวินเห้ากล่าว

หยวนชิงหลิงคล้องแขนเขา “ตกลง ข้ารู้แล้ว ฝ่าบาท ท่านช่วยพูดย้ำให้น้อยลงได้หรือไม่ วันนี้ไปทำสิ่งใดหรือ หายไปเกือบทั้งวัน”

หยู่เหวินเห้าเอ่ยอย่างหดหู่ “ไปที่กรมพิธีการ อยากรู้ว่าพวกเขาตั้งชื่อลูกเราว่าเช่นไร พวกเขาพูดว่าเสด็จพ่อยังไม่กำหนดลงมา นี่ก็หลายวันแล้ว ยังไม่ชื่อเต็มเลย จึงต้องเรียกเจ้าซาลาเปาบัวลอยไปก่อน เลยอึดอัดใจ”

“ข้าคิดว่าเรียกง่าย ติดปากยิ่ง” ตอนแรกหยวนชิงหลิงรู้สึกสติกระเจิดกระเจิง แต่ตอนนี้คิดดูแล้ว รู้สึกว่าความจริงชื่อเล่นเหล่านี้ก็ไม่เลวเลย เหมาะเป็นชื่อเล่นอย่างเป็นทางการจริง ๆ

หยู่เหวินเห้ากล่าวว่า “พูดคล่องติดปากก็ใช่ แต่เมื่อคิดว่าสวีอีเป็นคนตั้ง ข้าหงุดหงิดในใจ”

เขาประคองหยวนชิงหลิงไปพักผ่อนบนเตียง “ห้ามขยับไปที่ใดเด็ดขาด เจ้ากำลังอยู่ไฟ ต้องทำตัวเหมือนคนอยู่ไฟ”

“ทราบเจ้าคะ” หยวนชิงหลิงนอนลง ก่อนยื่นมือออกจากผ้าห่มดึงแขนหยู่เหวินเห้าไว้ ก่อนเอียงหน้ามองเขา แววตาลึกล้ำขึ้นหลายส่วน “อย่าไป อยู่กับข้า”

หยู่เหวินเห้านั่งลงบนขอบเตียง เอนตัวลงกอดนาง ด้วยแววตาอาลัย “หลายวันมานี้ยุ่งมากจริงๆ ในจวนมีผู้คนมามากมาย ข้าล้วนไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนเจ้า ขอโทษด้วย”

หยวนชิงหลิงมองเขา ก่อนยกมุมปากขึ้นอมยิ้ม “เจ้าห้า ตอนนี้ท่านคือรัชทายาทแล้ว ต่อไปมีแผนคิดจะทำสิ่งใดหรือ?”

หยู่เหวินเห้าเอ่ยอย่างขมขื่นว่า “ถูกต้อง ได้เป็นรัชทายาทแล้ว ตำแหน่งสูงขึ้น การสังสรรค์ต่อไปจะเพิ่มขึ้น อนาคตยังไม่กล้าพูด หวังเพียงในกระเป๋ามีเงินเพิ่มขึ้นสักสองตำลึง เราจะตระหนี่เกินไป จนเป็นการดูถูกสถานะนี้ไม่ได้ใช่หรือไม่?”

“เงินทองในจวนเราขาดแคลน นี้ก็ถือว่าไร้หนทางเช่นกัน” หยวนชิงหลิงทำตัวตระหนี่ถี่เหนียว ก่อนปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวล

“นี่ยังเรียกว่าขาดแคลนหรือ?” หยู่เหวินเห้าเบิกตากว้าง “เก้าหมื่นตำลึงที่ขูดรีดจากทางพี่ใหญ่ ไท่ซ่างหวงให้รางวัลเจ้าแสนตำลึงทอง ยังมีทองคำพิธีการอาบน้ำวันที่สามของบุตรชายเราอีกพวกนั้น หากคำนวณแล้ว หลายพันตำลึงเงินทีเดียว นี่เรียกว่าขาดแคลนได้เช่นไร?”

“เงินเหล่านั้น ต้องเก็บไว้ทำเรื่องใหญ่ ท่านจริงจังเสียบ้าง เรื่องนี้จำต้องอาศัยความช่วยเหลือจากท่านและทังหยาง” หยวนชิงหลิงคิดว่าควรหารือเรื่องนี้กับเขาสักหน่อย เวลานี้เงินทองเพียงพอ นางเองก็ถ่ายโอนไปแล้ว จึงควรกำหนดหลักการสำหรับเรื่องนี้

เมื่อได้ยินว่าเป็นเรื่องที่จริงจัง หยู่เหวินเห้าเก็บสีหน้า แววตาเคร่งขรึมขึ้น พร้อมเอ่ยว่า “เจ้าพูดมา”

หยวนชิงหลิงมองเขา เขาผู้นี้ ปกติดูไม่จริงจังอย่างมาก รักความสนุก ชอบเสแสร้ง ดัดจริต

แต่เพียงพูดว่าเป็นเรื่องจริงจัง เขาตัวตั้งตรงขึ้น คล้ายเปลี่ยนใบหน้ากลายเป็นอีกคน จริงจังอย่างมาก และบุรุษที่จริงมักมีเสน่ห์ดึงดูดใจยิ่งนัก

“พูดมา!” หยู่เหวินเห้าเห็นนางมองอย่างนิ่งเงียบ ไม่พูดออกมาแม้คำเดียว รู้ว่าเป็นเรื่องที่ยากที่เอ่ย “เจ้าวางใจได้พูดมาเถอะ หากเจ้าคิดว่าสมควร เช่นนั้นก็ทำเถิด”

หยวนชิงหลิงใช้ปลายนิ้วถูหลังมือของเขา ก่อนเอ่ยว่า “ก่อนนี้ท่านบอกกับข้า การแพทย์ของเป่ยถังล้าหลัง ราษฎรมารักษาราคาแพง โรงหมอหุ้ยหมิงมีจำนวนน้อย หลังข้าได้ฟังเรื่องนี้ จึงคิดอยู่ตลอด มีวิธีใดที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ได้”

เรื่องนี้เป็นเรื่องหนักพระทัยเสด็จพ่อยิ่งนัก คนเรากินอาหารแห้ง ไม่เจ็บป่วยเป็นไปไม่ได้ แต่มารับการรักษาในโรงหมอ ราคาสูงอย่างไร้เหตุผลจริง ๆ โรงหมอหุ้ยหมิงไม่เพียงพอ

หยวนชิงหลิงจึงเอ่ยว่า “เช่นนั้นหากเปิดโรงเรียนแพทย์ อบรมแพทย์เข้าโรงหมอหุ้ยหมิงจำนวนมากได้เล่า?”

หยู่เหวินเห้าได้ฟังข้อเสนอนี้ ตะลึงงันชั่วขณะ “โรงเรียนแพทย์?”

“โรงเรียนที่อบรมแพทย์โดยเฉพาะ เชิญแพทย์จากโรงหมอหุ้ยหมิงมาสอน กำหนดหลักสูตร สามปีออกรักษา โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งนั้น แต่หลังแพทย์จำนวนมากนี้จบการศึกษา จำเป็นต้องเป็นแพทย์ประจำโรงหมอหุ้ยหมิงสามปีจึงจะสามารถออกไปเปิดโรงหมอได้ ท่านคิดว่าความคิดนี้เป็นเช่นไร?”

หยู่เหวินเห้าแววตาเปล่งประกายเล็กน้อย “เจ้าคิดสิ่งนี้ได้เช่นไร?”

“ไม่ดีหรือ?” หยวนชิงหลิงเอ่ยถาม

หยู่เหวินเห้ายื่นมือบีบใบหน้าของนางอย่างตื่นเต้น “ไม่ เยี่ยมมาก เจ้าหยวน นี่คือวิธีที่เยี่ยมมากจริง ๆ แม้จะไม่สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว แต่โรงเรียนแพทย์นี้สามารถกระจายไปทั่วเป่ยถัง ถึงเวลานั้น สามารถบรรเทาสถานการณ์เช่นนี้ลงได้มากทีเดียว”

หยวนชิงหลิงเห็นเขาตกลง กล่าวยิ้ม ๆ “ไม่ต้องรีบร้อนกระจายไปทั่วแคว้น ต้องทดสอบที่เมืองหลวงสักแห่งก่อน เงินพวกนี้พวกเราจะเป็นคนจ่าย สร้างโรงเรียนแพทย์แห่งแรกขึ้นมา รับสมัครลูกศิษย์หนึ่งร้อยคน เชิญเหล่าแพทย์เกษียณที่วิชาแพทย์เก่งกาจมาสอนพวกเขา เรื่องนี้ ยังต้องให้ท่านคิดหาวิธี”

“ตกลง!” หยู่เหวินเห้าสนับสนุนเต็มที่ “หากตอนแรกจะรับศิษย์ร้อยคน เช่นนั้นเจ้าเตรียมเชิญแพทย์มาสอนกี่คน?”

“สามคน สามสิบสามคนต่อห้องเรียน” หยวนชิงหลิงกล่าว

หยู่เหวินเห้าจึงเอ่ยว่า “เรื่องนี้เชื่อมือข้าเถอะ ข้าจะไปช่วยหาแพทย์ให้เจ้า หลังเจ้าออกจากอยู่ไฟ พวกเรารีบตระเตรียมเรื่องนี้”

หยวนชิงหลิงกล่าวยิ้ม ๆ ว่า “เรื่องนี้ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล ท่านทำใจได้หรือ?”

หยู่เหวินเห้าจึงเอ่ยว่า “เรื่องประโยชน์ของแคว้นและราษฎร เสียเงินทองเท่าใดถือว่าคุ้มค่า”

เมื่อได้ฟังประโยคนี้ หยวนชิงหลิงรู้สึกว่าตนแต่งกับคนไม่ผิดจริง ๆ

หยู่เหวินเห้าถูริมฝีปากนางครู่หนึ่ง “รีบนอนเถิด ข้าจะอยู่กับเจ้า รอเจ้าหลับแล้ว ข้าถึงจะออกไป”

หยวนชิงหลิงปิดตาลง ก่อนหลับอย่างแฝงไปด้วยรอยยิ้ม

หยวนชิงหลิงหลับจนถึงเวลาบ่าย หมันเอ๋อเข้ามาปลุกนาง บอกว่าพากู้จือมาถึงแล้ว

หยวนชิงหลิงขยี้ดวงตาอย่างง่วงงุน เมื่อไม่เห็นเจ้าห้าภายในห้อง เอ่ยถามว่า “เจ้าห้าเล่า?”

“ใต้เท้าเหลิ่นมาเชิญรัชทายาทออกไปเจ้าคะ” ก่อนหมันเอ๋อยื่นมือประคองนาง “ระวังเจ้าคะ ระวังบาดแผล”

“ไม่เป็นไร” หยวนชิงหลิงนั่งลง รู้สึกความตึงแน่นบริเวณบาดแผลคลายลงเล็กน้อย จึงค่อย ๆ ลุกขึ้น “พากู้จือไปที่ห้องด้านข้างเถิด”