บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 500 ถูกหลอก

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 500 ถูกหลอก ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 500 ถูกหลอก เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 500 ถูกหลอก บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 500 ถูกหลอก ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 500 ถูกหลอก

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 500 ถูกหลอก นวนิยาย

รอยยิ้มนี้ ดุจแสงอาทิตย์อบอุ่นในฤดูใบไม้ผลิ ส่องสว่างเข้าไปในใจของเจ้าพระยาจิ้งในทันใด

หัวใจของเจ้าพระยาจิ้งสั่นไหวชั่วครู่ รีบหลบตาทันที มีความรู้สึกละอายอย่างที่ไม่กล้าสบตาแม้กระทั่งกับเด็กอ่อนที่เพิ่งจะครบเดือน

ในใจเขารู้สึกสับสนซับซ้อนมาก

นี่เป็นหลานของเขานะ เขากำลังทำเรื่องที่เดนมนุษย์เท่านั้นจะทำได้

ในใจเขาเกิดความรู้สึกละอายใจขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย

แต่ว่า เขาก็คอยปลอบใจตัวเองตลอด การขายลูกสาวเพื่อให้ได้มาซึ่งเกียรติยศเขาไม่ได้เพิ่งทำเป็นครั้งแรกเสียหน่อย แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะไม่ยอมรับ แต่ว่าพอนึกย้อนไปถึงหลายปีที่ผ่านมา ที่เขาสามารถขายได้สามารถเสียสละได้ ไหนเลยจะเคยรู้สึกละอายใจ

แม้แต่เป็นคู่นอนกับหญิงอย่างกู้จือเขายังยินดีทำมาแล้ว แล้วจะนับประสาอะไรกับเรื่องนี้

นึกถึงตรงนี้ หัวใจเขาก็สงบลงได้บ้างเล็กน้อย

ได้ยินเสียงฝีเท้าของม้าดังกุบกับ เขาคิดไว้ว่าหลังจากส่งมอบตัวเจ้าข้าวเหนียวแล้ว ก็จะไปจากเมืองหลวงในทันที

ในใจเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจ ถ้าหากฟังคำพูดของลูกสาวออกจากเมืองหลวงตั้งแต่แรก ก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

ก้อนข้าวเหนียวน้อยในอ้อมอกขยับตัวทีหนึ่ง ศีรษะน้อยๆเอียงเข้าหา ถูไถไปกับผ้าห่อตัวที่ห่อหุ้มเอาไว้ ดูเหมือนจะรู้สึกหิวแล้ว

เกรงว่าเขาจะร้องไห้งอแง เจ้าพระยาจิ้งก็อุ้มสูงขึ้นเล็กน้อย ค่อยๆตบไปที่หลัง“รีบนอนเถอะ ตื่นมาก็ถึงแล้ว”

เดิมทีข้าวเหนียวไม่ได้ร้องไห้ แต่พอเขาพูดเช่นนี้ และตบหลังไปด้วย ปากก็แบะ และร้องไห้ออกมา

เจ้าพระยาจิ้งรีบปลอบทันที ทั้งโยกไปมาทั้งตบหลัง แต่ข้าวเหนียวกลับยิ่งอยู่ก็ยิ่งร้องไห้เสียงดัง

เจ้าพระยาจิ้งโมโห “ทำไมเจ้าจึงไม่รู้จักทำตัวให้มันคลายกังวลเล่า อย่าร้องไห้ ร้องแล้วทำให้ข้ารู้สึกว้าวุ่นอารมณ์ไม่ดี”

คนขับรถม้าที่อยู่ด้านนอกได้ยินเข้า ก็พูดว่า “นายท่าน หากไม่ใช่เพราะเด็กหิว ท่านก็ล้วงดูว่าใช่ฉี่แล้วหรือไม่ ฉี่แล้วจะไม่สบายตัว”

เจ้าพระยาจิ้งได้ยิน ก็วางข้าวเหนียวไว้บนตัก เปิดห่อผ้าออกดูชั่วครู่ ก็เห็นว่าผ้าอ้อมด้านในเปียกชุ่มฉี่ไปหมดแล้ว

เขารู้สึกคับข้องใจเป็นอย่างยิ่ง ทีนี้จะไปหาผ้าอ้อมจากที่ไหนมาเปลี่ยนให้เขาเล่า

ถ้าหากไม่รองผ้าอ้อมเอาไว้ ถ้าหากฉี่อีกครั้ง ห่อผ้าทั้งหมดคงเปียกไปหมด เช่นนั้นคงจะร้องไห้มากกว่านี่

“ทนอีกเดี๋ยว ทนอีกเดี๋ยวข้าส่งมอบเจ้าไปแล้วก็ไม่ใช่เรื่องของข้าแล้ว ”เจ้าพระยาจิ้งไม่สนใจเขา ยังคงห่อผ้าอ้อมกลับไปเหมือนเดิม

แต่ข้าวเหนียวไม่ฟัง ร้องไห้หนักขึ้นไปอีก ร้องไห้เสียงดังจนคล้ายจะหมดลมหายใจอยู่รอมร่อ

คนขับรถม้าได้ยินเสียงเด็กร้องไห้อย่างร้ายกาจถึงขนาดนี้ ก็หยุดรถม้าลง เลิกผ้าม่านขึ้น ไม่รอให้เขาได้พูดจา เจ้าพระยาจิ้งก็ตะคอกเสียงดุว่า “เดินทางต่อไป ใครให้เจ้าหยุดรถ”

คนขับรถม้าเป็นชายหนุ่มอายุน้อย เขาพูดว่า “นายท่าน เด็กไม่สบายตัว ถ้าขืนยังร้องต่อไปจนลมเย็นเข้าแทรกจะทำให้อาเจียนได้ ท่านจัดการก่อนดีกว่า อย่าให้เด็กทรมานเลย”

เจ้าพระยาจิ้งยกมือขึ้น เอ่ยอย่างบูดบึ้งว่า “ไม่ต้องสนใจ เจ้าสนแต่เรื่องเร่งเดินทางก็พอ”

คนขับรถม้าเห็นเขาโกรธ ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก ได้แต่เร่งเดินทางต่อไป

ข้าวเหนียวร้องไห้จนในที่สุดก็อาเจียนออกมาจริงๆ อาเจียนจนเลอะไปทั้งตัวเจ้าพระยาจิ้ง เจ้าพระยาจิ้งมองชุดผ้าไหมของตนเองที่ถูกนมที่อาเจียนออกมาทำเลอะเทอะไปหมด โมโหจนทำให้เขาตีไปที่ก้นของข้าวเหนียวหนึ่งที

ฝ่ามือที่ตีลงไปนี้ยิ่งร้ายกาจ ทำให้ข้าวเหนียวร้องไห้จนไร้สุ้มเสียงไปเลย

เจ้าพระยาจิ้งตระหนกตกใจ “พอแล้ว พอแล้ว ตาผิดไปแล้ว ไม่ควรจะตีเจ้า โธ่ ทำไมจึงได้อ่อนแอนักนะ ไม่ได้ใช้แรงตีเจ้าเสียหน่อย แค่แตะเจ้าเบาๆเท่านั้น เจ้าก็ร้องไหนจะเป็นจะตาย อย่างเจ้า ถ้าตกไปอยู่ในมือคนอื่น……”

คำพูดของเขาหยุดลงทันที ผ่านไปชั่วครู่ เขาก็ค่อยๆคลี่ห่อผ้าออกอีกครั้ง โยนผ้าอ้อมที่เปียกชุ่มทิ้งไป ไม่ใช้รองก้นอีก

เสียงร้องของข้าวเหนียวก็หยุดลงในทันที

ชั่วขณะเดียวกันใบหน้าที่ยังคงมีคราบน้ำตาก็ยิ้มขึ้นมา

ในดวงตาดำขลับนั้น ยังคงมีน้ำตารื้นเป็นประกายอยู่ แต่เขาก็ฉีกยิ้มออกมาทั้งอย่างนั้น เผยให้เห็นเหงือกอ่อนนุ่มน่ารักของเขา

ชั่วพริบตานั้น น้ำตาของเจ้าพระยาจิ้งแทบจะไหลออกมาอยู่แล้ว

เขากำลังทำอะไรอยู่ เขาทำลายตัวเอง ทำลายลูกสาว ตอนนี้แม้แต่หลานน้อยที่เพิ่งจะครบเดือนก็ยังจะส่งไปให้คนอื่นทำร้ายตามอำเภอใจอีกหรือ

เขาคิดถึงท่านแม่ที่มองเขาด้วยสายตาโศกเศร้าแฝงความเกลียดชัง พูดเสียงลอดไรฟันออกมาประโยคหนึ่ง ให้เขามีชีวิตอยู่เหมือนคน

ตอนนี้ แม้แต่หมูหมาเขายังเทียบไม่ได้

แต่ว่าชีวิตของเขาก็อยู่ในกำมือของอ๋องอัน เขาจะทำอะไรได้อีก

ในใจของเจ้าพระยาจิ้งต่อสู้กับความคิดของตัวเองอยู่นาน แล้วก็ก้มหน้ามองข้าวเหนียว เขาถอนหายใจหนักๆหนึ่งเสียง “เจ้าว่า ถ้าหากตาเกิดเรื่องอะไรขึ้น พ่อของเจ้าจะช่วยตาหรือไม่ ”

เขายิ้มเหมือนจะร้องไห้ไม่น่าดูเลยสักนิด “ไม่มีทาง พวกเขาต่างก็ดูถูกตา แม้แต่แม้เจ้าก็ดูถูกตาด้วย ข้าคงได้แต่ขายเจ้า เจ้าเป็นหลานแท้ๆของอ๋องอัน เขาไม่มีทางทำร้ายเจ้าแน่”

ข้าวเหนียวมองเขาด้วยดวงตากลมแป๋ว ไม่ร้องไห้ กลับดูเหมือนจะรู้สึกแปลกใหม่มาก

ในใจของเจ้าพระยาจิ้งเกิดลังเลขึ้นมา จึงได้สั่งให้คนขับรถม้าหยุดรถลงทันที ให้เขาคิดทบทวนดีๆดูก่อน

คนขับรถม้าจอดรถไว้ข้างทาง

ผ่านไปนาน ก็ได้ยินเสียงเบาๆส่งออกมาจากหลังม่าน “ไม่ไปภูเขาซีซานแล้ว กลับกันเถอะ ไปจวนอ๋องฉู่”

คนขับรถม้าเลิกผ้าม่านขึ้น มองเจ้าพระยาจิ้ง ยิ้มบางๆ “ท่านเจ้าพระยา ควรจะไปที่ใด ก็ไปที่นั่นเถอะ”

เจ้าพระยาจิ้งจ้องมองคนขับรถม้าอย่างประหลาดใจ “เจ้า……”

คนขับรถม้ายิ้มจางๆ “ท่านเจ้าพระยาไม่ต้องตกใจ ข้าน้อยเป็นคนของรัชทายาท ”

เจ้าพระยาจิ้งปิดปาก ความตื่นตระหนกในดวงตาใกล้จะแตกสลายแล้ว

“ท่านเจ้าพระยาโปรดฟังที่ข้าน้อยพูด……”

รถม้า ยังคงเดินทางต่อไปยังทิศทางที่ไปทางภูเขาซีซาน

จนกระทั่งไปถึงจุดรับช่วงต่อ เจ้าพระยาจิ้งอุ้มห่อผ้าลงจากรถม้า เดินเท้าไประยะทางประมาณสิบจั้ง ก็เห็นกระท่อมหลังหนึ่งอยู่ข้างภูเขา

เจ้าพระยาจิ้งเคาะประตูอยู่ด้านนอก ประตูเปิดออก คนที่เปิดประตูเป็นบัณฑิตวัยกลางคนที่สวมชุดสีเขียวคนหนึ่ง

เขามองไปยังด้านหลังของเจ้าพระยาจิ้งก่อน เมื่อเห็นว่าไม่มีใครตามมา ก็ยื่นมือออกไปและพูดว่า“ท่านเจ้าพระยา ส่งพระราชนัดดาให้ข้าเถอะ ”

เจ้าพระยาจิ้งไม่ให้ ยื่นคอออกไปดูข้างในครู่หนึ่ง “ท่านอ๋องเล่า”

บัณฑิตวัยกลางคนเอ่ยด้วยเสียงเรียบเย็นชา “ไม่จำเป็นต้องถามมากมายขนาดนั้น แค่ส่งพระราชนัดดาให้ข้าก็พอ หนี้ระหว่างท่านกับท่านอ๋องย่อมถือว่าหมดสิ้นแล้ว ”

เจ้าพระยาจิ้งอุ้มข้าวเหนียวเอาไว้แน่น “ไม่ได้ ข้าต้องการพบท่านอ๋อง ให้ท่านอ๋องรับปากกับข้าด้วยตนเอง วันหน้าจะไม่มีทางยกเรื่องพวกนั้นขึ้นมาพูดอีก ไม่เช่นนั้นข้าคงมอบพระราชนัดดาให้พวกเจ้าไม่ได้”

บัณฑิตวัยกลางคนยิ้มเย็น สายตามีแววดูถูกอยู่บ้าง “เจ้าพระยาจิ้ง ท่านไม่มีทางเลือก”

พอเขายกมือขึ้น ทันใดนั้นก็เห็นชายหนุ่มรูปร่างบึกบึนหลายคนออกมาจากข้างใน แต่ละคนสวมชุดที่มีความคล่องตัวมาก ในมือถือดาบ เดินบีบเข้ามาหาเจ้าพระยาจิ้ง

เจ้าพระยาจิ้งตกใจจนรีบถอยหลังไป พูดเสียงแหลมว่า “พวกเจ้าจะทำอะไร อยากจะแย่งหรือ เจ้าไปเรียกท่านอ๋องออกมา ข้าจะมองเด็กให้พวกเจ้า แต่ต้องให้เขารับปากข้าก่อน ”

บัณฑิตวัยกลางคนบูดบึ้ง สั่งการด้วยเสียงดุ “ไป แย่งเอาตัวพระราชนัดดามาให้ข้า”

ชายหนุ่มรูปร่างบึกบึนบีบเข้ามา ยื่นมือออกไปแย่งข้าวเหนียวที่อยู่ในอ้อมอกของเจ้าพระยาจิ้ง เจ้าพระยาจิ้งกอดเอาไว้แน่น พูดอย่างโมโห “พวกเจ้ากล้าแย่งตัวหรือ นี่คือพระราชนัดดา ไม่กลัวโทษประหารหรืออย่างไร ”

“เจ้าพระยาจิ้ง”บัณฑิตวัยกลางคนหัวเราะเสียงเย็น “นี่ไม่ใช่การแย่งชิง นี่คือการที่ท่านส่งมาเองกับมือ พระชายารัชทายาทก็ช่างโชคร้ายเสียจริง ที่มีพ่ออย่างท่าน ”

เขายิ้มอย่างชั่วร้าย พูดว่า “หลังจากแย่งตัวเด็กมาได้แล้ว ก็ฆ่าเขาเสีย ถือเสียว่าเป็นการมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับพระชายารัชทายาท ”

เจ้าพระยาจิ้งร้องอย่างตกใจหนึ่งเสียง โยนห่อผ้าออกไปทันที หมุนตัวแล้ววิ่งหนี

บัณฑิตวัยกลางคนรับห่อผ้าเอาไว้ ในมือหนักขึ้นเล็กน้อย พอก้มหน้าลงไปมองกลับเห็นว่าในห่อผ้าเป็นหมอนที่ใช้ในรถม้าใบหนึ่ง ก็ตกใจและโมโหขึ้นมาทันควัน

“ถูกหลอกแล้ว รีบตามไป”

องครักษ์ลับผีลงมาจากบนฟ้า ในมือถือดาบสกัดกั้นคนที่กำลังไล่ตาม

ในใจของบัณฑิตวัยกลางคนหนักอึ้งขึ้นมาทันที ยกมือขึ้นให้สัญญาณคนถอยหนี แต่กลับได้ยินเสียงฝีเท้าม้าที่ควบมาดังขึ้น หญิงสาวที่สวมชุดอย่างคล่องตัวกว่าสิบคนควบม้ามาอย่างรวดเร็ว ในมือถือธนู ล้อมเป็นวงเอาไว้ ไร้ทางถอยหนีแล้ว