บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 507 ความฝันย้อนกลับไป

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 507 ความฝันย้อนกลับไป ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 507 ความฝันย้อนกลับไป เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 507 ความฝันย้อนกลับไป บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 507 ความฝันย้อนกลับไป ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 507 ความฝันย้อนกลับไป

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 507 ความฝันย้อนกลับไป นวนิยาย

หยู่เหวินเห้าหันไปมองหมอหลวงเฉา "รีบหาวิธีเร็วเข้า"

สมองของหมอหลวงเฉาหมุนเร็วจี๋ กัดฟันพลางพูดว่า “ไม่มีวิธีอื่นแล้ว ต้องล้วงคอ”

“ทำอย่างนั้นไม่ได้ มันจะส่งผลร้ายกับกระเพาะ” หยู่เหวินเห้าตัดใจทำไม่ลง

หมอหลวงเฉาพูดขึ้นว่า "เช่นนั้นก็พาพระชายาออกไปเดินเล่นเถอะ ให้นางได้เดินออกกำลังกายให้เหงื่อออกบ้าง หลังจากเหงื่อออกกลับมาค่อยเช็ดตัวด้วยน้ำร้อน วิธีนี้จะช่วยบรรเทาฤทธิ์เหล้าให้เจือจางลง อย่างน้อยก็พอจะทำให้นางรู้สึกดีขึ้นได้"

หยู่เหวินเห้าทนกับความทรมานใจไปวูบหนึ่ง แต่ก็จนใจอย่างยิ่ง ถ้ามันพอจะทำให้นางรู้สึกดีขึ้นได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว

ดึกดื่นค่อนคืน เขาประคองนางเดินออกไปข้างนอก ตอเป่าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนายหญิงของมัน จึงเดินตามหลังไปตลอดทาง

ร่างทั้งร่างของหยวนชิงหลิงกดทับลงไปบนร่างของหยู่เหวินเห้า นางมีสติสัมปชัญญะอยู่ แต่ก็เมามากจนเหมือนโลกหมุน อยากอาเจียนก็อาเจียนไม่ออก รู้สึกอึดอัดทรมานอย่างยิ่ง

หลังจากเดินไปได้ครู่หนึ่ง หยู่เหวินเห้ากลับมีสติแจ่มชัดขึ้นมาแล้ว ฤทธิ์เหล้าก็สลายหายไปจนหมดไม่มีเหลือ

เขาตัดสินใจอุ้มหยวนชิงหลิงขึ้นมาแล้วกลับไปที่ห้อง แล้วสั่งให้คนเตรียมน้ำร้อน

เขาให้แม่นมสี่กับแม่นมฉีกลับไปพักผ่อน ส่วนเขาก็อยู่คอยดูแลหยวนชิงหลิงด้วยตัวเอง

เมื่อถอดเสื้อผ้า ค่อยบรรจงเช็ดผิวของนางด้วยผ้าขนหนูร้อน ๆ เช็ดเบา ๆ ตรงแผลที่ท้องของนาง เขายื่นมือออกไปลูบไล้เบา ๆ นึกถึงความเจ็บปวดที่นางได้รับในตอนนั้น ก็รู้สึกเป็นทุกข์อย่างมาก ไหนเลยจะยังสนใจเรื่องที่ตัวเองต้องอดกลั้นต่อความปรารถนามาเป็นเวลาหลายเดือนได้อีก?

อันที่จริงเมื่อนึกย้อนกลับไป ฉากในวันนั้นมันเป็นอะไรที่น่าตื่นตระหนกมาก ถ้าหากวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกับนางจริง ๆ โลกของเขาคงพังทลายไม่มีชิ้นดีไปแล้ว

ไม่รู้ว่าชีวิตที่อยู่โดยปราศจากนาง จะยังมีความหมายอะไรอีก?

หลังจากเช็ดตัวเสร็จห่มผ้าให้นางแล้ว จึงค่อยล้างหน้าให้นางช้า ๆ

ฝุ่นบนใบหน้าถูกชะล้างออก เผยให้เห็นใบหน้าสีขาวอมชมพู ในช่วงเดือนที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีเรื่องราวมากมายให้ต้องเหน็ดเหนื่อยจัดการ แต่เรื่องอาหารการกินก็นับว่าใช้ได้ การบำรุงก็ดี สีหน้าก็ดีขึ้นมาก ทั้งขาวนวลเนียนมีเลือดฝาด เป็นสีแดงก่ำดั่งผลแอปเปิ้ลที่สุกปลั่ง ทำให้คนที่เห็นยากจะอดใจไม่กัดสักคำไม่ได้

เมื่อก่อนเขาเอาแต่เรียกนางว่าผู้หญิงอัปลักษณ์อยู่เสมอ เพราะหยวนชิงหลิงในตอนนั้น ต่อให้รูปร่างหน้าตาภายนอกจะดูดีแค่ไหน แต่ภายในจิตใจของนางอัปลักษณ์สิ้นดี ดังนั้นในสายตาของเขาจึงมองว่านางอัปลักษณ์มาโดยตลอด

ทุกวันนี้ เขารู้สึกเพียงว่านางช่างแสนดีทุกด้าน ไม่มีด้านไหนที่ไม่ดี ต่อให้นางปากเบี้ยวตาเหล่ นางก็ยังคงงดงามในสายตาของเขาอยู่ดี

ผู้หญิงคนนี้ เป็นภรรยาของเขา เป็นคนที่คลอดลูกชายสามคนให้เขา

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ในอกของเขาก็เต็มไปด้วยความรู้สึกอย่างหนึ่ง เรียกว่าเป็นความซาบซึ้งที่จู่โจมเข้ามาอย่างรุนแรง ซึ่งมันทำให้เขาเกิดความรู้สึกอยากจะร้องไห้

“ลำบากเจ้าแล้ว หยวน ตลอดชีวิตนี้ของข้า จะไม่มีวันทำให้เจ้าต้องน้อยเนื้อต่ำใจเป็นอันขาด ข้าจะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้เจ้าปลอดภัยไปตลอดชีวิต” หยู่เหวินเห้าหอมแก้มนาง พลางพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

หยวนชิงหลิงได้ยินแล้ว จึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ ดวงตาของนางราวปกคลุมไปด้วยละอองน้ำชั้นหนึ่ง ส่งเสียงเรียกออกมาอย่างสนิทสนมว่า "เจ้าห้า!"

“อยู่นี่!” หยู่เหวินเห้ารีบเข้าไปกอดนาง “ข้าอยู่ที่นี่”

หยวนชิงหลิงพยายามมองเขาอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายก็ฝืนเปิดเปลือกตาเอาไว้ไม่ไหว จึงค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลงช้า ๆ อีกครั้ง “ข้าเวียนหัว”

หยู่เหวินเห้าพูดอย่างเอาใจว่า: "นอนเถอะ อีกเดี๋ยวข้าก็มาแล้ว"

เขายกน้ำออกไป เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนอนด้านนอก กอดนางนอนหลับเงียบๆ

สมองของเขาแจ่มชัดมาก หลังผ่านความอึกทึกครึกครื้น ทุกอย่างก็กลับคืนสู่ความสงบ แต่นี่ต่างหากถึงจะเป็นชีวิตของเขา

เขาไม่รู้ว่าจะใช้อะไรมาอธิบายอารมณ์ของเขาในขณะนี้ได้ ความสุขหรือ? แต่เขาก็แอบรู้สึกกลัวด้วยเช่นกัน

กลัวว่าจะสูญเสียไป

คนเรายิ่งตอนที่มีความสุข ก็จะยิ่งกลัวว่าอาจจะต้องสูญเสียความสุขนั้นไป

หยวนชิงหลิงพลิกตัว ขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของหยู่เหวินเห้า นี่เป็นท่านอนที่สบายที่สุดของนาง กระทั่งในความฝันก็ยังรู้สึกปลอดภัย

“ชิงเอ๋อ ทำไมถึงมานอนที่นี่ล่ะ? กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนเชียว ดื่มจนเมาแล้วเหรอ?”

ในภาพเบลอๆนั้น หยวนชิงหลิงเหมือนได้ยินเสียงคนเรียกนาง แต่นางเวียนหัวมาก จึงบ่นพึมพำออกไปว่า "ข้าเวียนหัว"

“ลูกไปดื่มกับใครมาเหรอ?” คนพูดถอนหายใจเบา ๆ “บอกแล้วไงว่าไม่ให้ลูกดื่มเหล้า ทำไมถึงดื้อไม่เชื่อฟังอีกแล้วนะ”

เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป ผ่านไปครู่หนึ่ง ก็มีผ้าร้อนผืนหนึ่งมาประคบที่หน้าผาก

หยวนชิงหลิงลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางความสะลึมสะลือ ใบหน้าดวงหนึ่งค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในสายตา หยวนชิงหลิงตกใจจนน้ำตาไหลออกมาจากสองตา "คุณแม่?"

“อะไรกัน ไม่รู้จักแม่ซะแล้วเหรอ? ” หญิงสาวยิ้ม หยิบผ้าขนหนูออกจากหน้าผากของนางแล้วเช็ดที่ใบหน้าให้เบาๆ “ไปดื่มกับใครมาล่ะ?”

หยวนชิงหลิงตกใจจนพูดอะไรไม่ออกไปแล้ว นางลุกขึ้นช้า ๆ มองแม่ด้วยแววตาทึ่มทื่อ ทำไมคุณแม่ถึงได้ทั้งผอมทั้งซีดเซียวขนาดนี้ล่ะ?

แม่หยวนชิงหลิงหยิบผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำไป นางรีบผุดลุกขึ้น ยังคงรู้สึกเวียนหัวเหมือนเดิม แต่โซฟา ทีวี โต๊ะน้ำชา ตู้ หน้าต่างกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน...

สวรรค์ ที่นี่คือบ้านนี่นา นางกลับมาบ้านแล้วเหรอ?

นางวิ่งเข้าไปในห้อง ตู้เสื้อผ้าในห้องมีกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน นางเห็นตัวเองในกระจก กางเกงยีนส์ เสื้อ T-shirt ผมหางม้า ที่คอสวมสร้อยคอจี้ทองคำขาวประดับเพชร

เนื้อละเอียด เป็นของขวัญวันเกิดตอนอายุครบยี่สิบสามที่คุณแม่มอบให้นางนั่นเอง

สวรรค์! สวรรค์! สวรรค์!

หยวนชิงหลิงนั่งลงบนเตียง นี่มันเป็นไปได้ยังไงกัน? นางกลับมาแล้วเหรอ? เจ้าห้าล่ะ? ลูกๆล่ะ?

นางเอามือปิดหน้าแล้วเริ่มร้องไห้

“ชิงเอ๋อ เป็นอะไรไปน่ะ?” แม่หยวนชิงหลิงยืนอยู่ที่ประตูพร้อมผ้าขนหนูร้อน สายตาตื่นตระหนก “ใครรังแกลูกเหรอ?”

หยวนชิงหลิงเงยหน้าขึ้น น้ำตาไหลอาบนองหน้า ยืนขึ้นแล้วโผเข้าไปซุกหน้าลงในอ้อมแขนแม่ "คุณแม่คะ ขอโทษนะคะ หนูทำให้แม่เสียใจ"

แม่หยวนชิงหลิงลูบผมของนางอย่างอ่อนโยน พึมพำเสียงแผ่วเบาว่า: “ไม่เป็นไรหรอกลูก ไม่เป็นไร กลับมาก็ดีแล้ว กลับมาก็ดีแล้ว แม่รออยู่ที่นี่มาโดยตลอด รอให้ลูกกลับบ้าน”

หยวนชิงหลิงเงยหน้าขึ้น เห็นน้ำตาของแม่ไหลอาบเต็มสองตา นางรู้สึกเหมือนว่าตัวเองอยู่ในความฝัน แต่เมื่อเอื้อมมือออกไปเช็ดน้ำตาให้แม่ กลับรู้สึกว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริงอย่างมาก

นางจูงมือแม่เดินออกไป จึงได้สังเกตเห็นรูปของตัวเองที่แขวนอยู่บนผนังบ้าน

เป็นรูปถ่ายตอนเรียนจบ สวมหมวกดร.ดุษฎีบัณฑิต มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ตอนนั้นคุณพ่อยังบอกเลยว่าใบหน้านี้เหมือนยิ้มรับลมฤดูใบไม้ผลิ งดงามน่ามองเป็นที่สุด

ตอนนั้นยังคิดอยู่ว่าอยากจะแขวนมันไว้บนผนัง แต่เพราะรูปนี้พี่ชายล้างแล้วพื้นหลังเป็นสีขาวดำ คุณแม่บอกว่ามันดูแล้วไม่เป็นมงคลควรหลีกเลี่ยงดีกว่า จึงไม่ยินดีที่จะแขวนมันไว้

ตอนนี้ กลับถูกแขวนอยู่บนผนังอย่างน่าประทับใจ

นางมองดูโซฟาที่นอนอยู่เมื่อครู่นี้ บนโซฟาก็มีรูปถ่ายนางอยู่ด้วยเช่นกัน ใส่กรอบรูปไว้อย่างเรียบร้อย เป็นรูปถ่ายที่คุณพ่อถ่ายให้ตอนอายุครบสิบห้าปี นางนั่งอยู่บนชิงช้าในสนาม พี่ชายช่วยผลักให้อยู่ข้างหลัง ในรูปนั้นจับช่วงเวลาที่ตัวนางเหินลอยอยู่กลางอากาศ ดังนั้น ในรูปถ่ายจึงเป็นภาพนางที่กำลังเหินบินเข้ามา ยิ้มกว้างจนปากแทบจะฉีกไปถึงหลังหูอยู่แล้ว

“ชิงเอ๋อ ลูกไปไหนมาน่ะ? ทำไมดื่มซะจนเมาแบบนี้ล่ะลูก?” แม่หยวนชิงหลิงดึงมือนางขึ้นมากุม พลางมองด้วยสายตาซื่อ ๆ ขณะเอ่ยถาม

หยวนชิงหลิงไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร นางคิดอยู่ตลอดเวลาว่านี่คือความฝัน แต่มันก็ดูสมจริงมาก

“หนู... หนูคลอดลูก เลยดื่มจนเมาในงานเลี้ยงฉลองครบเดือนของลูกๆค่ะ พอตื่นขึ้นมาก็มาอยู่ที่นี่แล้ว หนูไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แม่คะ หนูตายไปจากที่นี่แล้วหรือเปล่าคะ?” หยวนชิงหลิงถามอย่างสับสนงงงัน

แม่หยวนชิงหลิงน้ำตาไหล “ลูกยังไม่ตาย ลูกยังอยู่ในใจแม่เสมอ”

หยวนชิงหลิงมองใบหน้าที่เดิมทีเคยอิ่มเอิบของแม่ แต่ตอนนี้กลับซูบผอมลงจนน่าสงสาร เบ้าตาจมลึกลงไปเป็นโพรง หัวใจของนางเจ็บปวด ความเจ็บปวดนั้นค่อย ๆ ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

แม่หยวนชิงหลิงจับมือนางแล้วนั่งลง หยวนชิงหลิงเห็นยาที่วางอยู่บนโต๊ะน้ำชา จึงหยิบขึ้นมาดู พบว่ามันคือ Paroxetine ซึ่งเป็นยารักษาโรคซึมเศร้า

“แม่คะ!” หยวนชิงหลิงร้องไห้โฮออกมาทันที โผเข้าไปกอดคุณแม่จนแน่น “หนูขอโทษค่ะ หนูขอโทษ!”