บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 520 หมาป่าทำไมหรือ

sprite

หยู่เหวินเห้าก็ไม่ได้ช่วยอธิบายแทนจิ้งถิง กล่าวเพียง “เขาอยู่ในจวนยังต้องอยู่อีกระยะหนึ่ง เจ้าก็เช็ดตาให้สว่างดูดีๆ เขาเป็นคนดีจริงๆหรือดีแบบจอมปลอม เจ้าฉลาดขนาดนี้ จะต้องสามารถมองออกได้เป็นแน่”

หยวนชิงหลิงฟังออกว่าคำพูดของเขาค่อนข้างมีความไม่พอใจ ดูท่า เขาใส่ใจกับมิตรภาพอันนี้จริงๆ

หยวนชิงหลิงนึกถึงไม่กี่วันนี้ที่ได้ไปมาหาสู่กับจวิ้นจู่ การปฏิบัติของจวิ้นจู่เที่ยงตรงเปิดเผย นางคงจะไม่ถึงกับหาสามีที่มีแผนการล้ำลึกผู้หนึ่ง

นางขอโทษและแสดงความสำนึกผิด “เป็นข้าที่คิดมาก หลังจากนี้จะไม่พูดจาเช่นนี้อีกเด็ดขาด”

หยู่เหวินเห้ายื่นมือออกไปดึงคางของนาง มองดูใบหน้าของนาง “ยายหยวน ข้าพบว่าท่าทางของเจ้าคนผู้นี้ถูกต้องเรียบร้อยเป็นอย่างมาก แม้ว่าบางเวลาเจ้าจะดุ บ้าอำนาจ ไม่ค่อยมีเหตุผล แต่ถ้าหากเจ้าทำผิดแล้ว เจ้าจะขอโทษอย่างแน่นอน แม้ว่าจะเป็นข้าทาสคนรับใช้ เจ้าก็สามารถพูดคำว่าขอโทษได้ พฤติกรรมเช่นนี้ของเจ้าดีนะ ทำให้คนรู้สึกสบาย”

“เมื่อไหร่ที่ข้าไร้เหตุผลกัน?” หยวนชิงหลิงเผลอหัวเราะออกมา “นี่ท่านจะชมข้าก็ชมข้าเถอะ ทำไมต้องเหยียบก่อนทีหนึ่งล่ะ?”

หยู่เหวินเห้าหัวเราะแล้ว “ให้รางวัลทำโทษแยกอย่างชัดเจนไงล่ะ ทำถูก ก็ต้องชื่นชม ทำผิดแล้ว ก็ต้องว่ากล่าว”

หยวนชิงหลิงกล่าวอย่างไม่พอใจ “ยังไงท่านก็ดูแลตัวเองให้ดีก่อนเถอะ ตั้งแต่ที่แม่ทัพใหญ่มา ความรู้สึกว่าท่านดำรงอยู่ในบ้านหลังนี้ก็คือศูนย์ ลูกๆเข้าวังก็ไม่รู้เรื่อง ยังมีหน้าจะมาว่าข้าอีกแน่ะ?”

หยู่เหวินเห้าสีหน้าจริงจังขึ้นมา “ทำไมลูกๆเข้าวังล่ะ? อีกทั้งเข้าวังไปสามวันแล้ว ใครบอกให้ส่งไปหรือ?”

“ไม่ใช่เพราะวันนั้นไข้ขึ้นมีอาการไอ ไทเฮารู้เข้า เรียกให้ส่งเข้าไปดูหรือ? ดูไปก็ตัดใจให้พวกเขาออกมาไม่ได้แล้ว บอกว่าพวกเราเลี้ยงลูกไม่เป็น” หยวนชิงหลิงกล่าวด้วยความกลัดกลุ้ม

หยู่เหวินเห้าอ๋อเสียงหนึ่ง แล้วกล่าวถาม “เช่นนั้นตอนนี้อาการป่วยของลูกๆหายแล้วสินะ?”

“บอกว่าหายแล้ว ทุกวันแม่นมสี่ล้วนวิ่งเข้าไปรอบหนึ่ง นางก็ไม่วางใจ ก็กลัวว่า.......” หยวนชิงหลิงเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง “เกรงว่าเสด็จแม่จะเข้ามาแย่งลูกไป”

ดวงตาของหยู่เหวินเห้าจริงจัง “เจ้าก็วางใจเถอะ ครั้งนี่เป็นเสด็จย่าลงโทษนางด้วยตัวเอง นางไม่กล้าก่อความวุ่นวายแล้ว อย่างอื่นเรื่องอะไรก็สามารถปล่อยตามใจนางได้ แต่เด็กๆเป็นลูกรักดั่งดวงใจของเสด็จย่า แตะต้องไม่ได้ ใครแตะต้องก็เดือดร้อนผู้นั้น”

“ข้าคิดว่าก็ถูก ดังนั้นจึงวางใจ” หยวนชิงหลิงกล่าว ชะงักครู่หนึ่ง มีความซึมเศร้าเล็กน้อย “แต่ว่า ลูกๆอยู่ข้างในวังตลอดข้าก็ไม่วางใจ ท่านว่า จะสามารถเข้าไปพาออกมาได้เมื่อไหร่ล่ะ?”

หยู่เหวินเห้าหัวเราะแล้วกล่าว “ภายในสามวันห้าวันนี้เจ้าเลิกคิดได้เลย เสด็จย่าแย่งไปแล้ว จะคืนให้พวกเราได้ง่ายๆที่ไหนกัน? หากว่าเจ้าคิดถึงจนทนไม่ไหว พรุ่งนี้เข้าวังไปเยี่ยมเป็นเพื่อนเจ้า”

“ได้เลย” หยวนชิงหลิงอยากเข้าวังไปเยี่ยมแล้วจริงๆ พูดไปก็นึกอีกเรื่องนึงขึ้นได้ กล่าว “ถูกแล้ว สวีอีบอกว่าหลังจากที่พวกเด็กๆเข้าวังแล้ว หมาป่าหิมะทั้งสามตัวก็ไม่กินอะไรเลย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นน่ะ?”

หยู่เหวินเห้าแปลกใจ “น่าแปลกขนาดนี้เชียว? ทั้งสามวันก็ไม่ได้กินหรือ?”

“ไม่ใช่ได้อย่างไรล่ะ? ล้วนหมอบอยู่ในบ้าน ท่าทางหมดอาลัยตายอยาก ให้เนื้อก็ไม่กิน เมื่อก่อนข้าเคยหยอกเล่น ดมได้กลิ่นเนื้อก็มา ชอบมากเชียว แต่วันนี้ข้าเข้าไปดูครู่หนึ่ง สวีอีเอาเนื้อป้อนพวกเขา ก็ยังไม่กิน ถามก็ไม่ตอบ”

หยู่เหวินเห้าหัวเราะแล้วกล่าว “เจ้าถามพวกมันไม่พูดเป็นแน่ เจ้าก็ฟังภาษาสัตว์ไม่รู้เรื่องอีก”

หยวนชิงหลิงชะงัก ยิ้มเยาะ “ก็ไม่ใช่เพราะฟังไม่ออกหรือ? ข้าร้อนใจจนเลอะเลือนแล้วจริงๆ”

หยู่เหวินเห้าจูงมือของนาง “ไป พวกเราไปดู อาจจะเพราะสภาพอากาศร้อน ไม่ชอบกินของ อีกทั้งบวกกับหมาป่าก็ไม่ใช่ว่าต้องกินทุกวัน”

หมาป่าหิมะตั้งแต่ที่มาแล้ว ก็อยู่ห้องข้างๆห้องของทารกมาโดยตลอด สวีอีทำเตียงให้พวกมันหมดแล้ว อย่างไรก็ตามเป็นของขวัญที่ไท่ซ่างหวงประทานให้ ดังนั้นจึงล้ำค่าเป็นพิเศษ ก็กลัวว่าจะทำให้เหล่านายน้อยหมาป่าเสียหาย

สวีอีหวงแหนลูกหมาป่าทั้งสามตัวนี้เป็นอย่างมาก เป็นเขาที่ดูแลมาโดยตลอด พาออกไปเดินเล่น พาเข้าไปให้เด็กๆดู เฝ้าดูอยู่ข้างๆ สามารถบอกได้ว่าดูแลอย่างรอบคอบ

ตอนนี้สวีอีก็อยู่ด้านในห้อง เห็นหยู่เหวินเห้าและหยวนชิงหลิงเข้ามา เขากล่าวขึ้นด้วยความกังวลใจ “รัชทายาท พระชายารัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ เหล่านายน้อยหมาป่ายังไม่กินอะไรเลย ไม่เช่นนั้นหาหมอหลวงมาตรวจหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

หยู่เหวินเห้าเผลอหัวเราะออกมา “เขาไม่ได้รักษาหมาป่าสักหน่อย หาเขามีประโยชน์อะไรล่ะ?”

เขามองดูหมาป่าน้อยทั้งสามหมอบอยู่บนเตียง ร่างกายเล็กๆหดเป็นก้อน ท่าทางเซื่องซึม อาจเป็นเพราะไม่ได้กินข้าว แสดงให้เห็นความตัวเล็กซูบผอมอ่อนแอเป็นพิเศษ หยู่เหวินเห้ากล่าวด้วยความแปลกใจ “ผอมลงเยอะขนาดนี้เชียว? ไม่ใช่ว่าหมาป่าทนหิวได้มากหรือ?”

“หมาป่าที่โตแล้วถึงสามารถทนหิวได้ กินมื้อหนึ่งสามารถอยู่ได้ครึ่งเดือน ตอนนี้พวกมันยังเป็นเด็กน้อย ต้องกินเนื้อถึงจะได้พ่ะย่ะค่ะ” สวีอีได้ทำการศึกษาการเลี้ยงหมาป่ามาแล้วรอบหนึ่ง

หยู่เหวินเห้าอุ้มขึ้นตัวหนึ่งในนั้นขึ้นมา เห็นเพียงหมาป่าหิมะตัวเล็กๆเกาะบนข้อมือของเขาอย่างเซื่องซึม เหมือนปุยฝ้ายก้อนหนึ่ง ไม่มีน้ำหนักอะไร “นี่คือของใคร?”

“ของข้าวเหนียว” หยวนชิงหลิงกล่าว “ตัวเล็กที่สุดเป็นของข้าวเหนียว อีกทั้งสามารถแยกออกได้ ท่านดู ของซาลาเปาตัวนั้นปากแหลมมาก ของทังหยวนใบหน้าจะกลมหน่อย พูดขึ้นมาก็แปลก หมาป่าเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นนิสัยหรือรูปลักษณะภายนอก ล้วนค่อยๆเหมือนคนที่เป็นทาสพวกมัน”

หยู่เหวินเห้ามองดูหมาป่าน้อยในมือ ดวงตาของหมาป่าน่ารักไร้เดียงสา เหมือนกับข้าวเหนียวมากจริงๆ

แล้วมองดูของซาลาเปาตัวนั้น สายตาเจ้าเล่ห์ ยังเหมือนกับซาลาเปาจริงๆ

“ทำไมไม่กินเนื้อล่ะ?” หยู่เหวินเห้าลูบท้องของหมาป่าหิมะตัวน้อย ทั้งแบนและว่างเปล่า ท่าทางเหมือนหิวมากจนจะแย่แล้วจริงๆ “คงไม่ได้ป่วยแล้วหรอกนะ?”

เขาเอาหมาป่าหิมะตัวน้อยวางกลับไปบนเตียง มันก็ตัวอ่อนยวบลงไปหมอบอีกแล้ว ยังคงเป็นท่าทางที่เซื่องซึมไร้ชีวิตชีวาเช่นนั้น

สวีอีกล่าวอยู่ด้านข้าง “หรือว่าเพราะคิดถึงเจ้านายน้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ?”

หยวนชิงหลิงหัวเราะก๊ากออกมาเสียงหนึ่ง “ยังจะคิดถึงเจ้านายน้อยอีกแน่ะ เจ้านายน้อยของพวกมันเคยเห็นพวกมันกี่ครั้งเชียว? ไม่แน่ในสายตาพวกมัน เจ้าก็คือเจ้านายของพวกมันน่ะ?

สวีอีกล่าวพึมพำ “ไม่พ่ะย่ะค่ะ ล้วนไม่ฟังที่ข้าน้อยสั่งสอน กลับเป็นครั้งก่อนที่ก่อความวุ่นวาย ทันทีที่พระราชนัดดาร้องไห้ พวกมันก็สงบแล้ว”

หยวนชิงหลิงหัวเราะแล้วกล่าว “น่าประหลาดขนาดนี้เชียวหรือนี่? ดี พรุ่งนี้ข้าเข้าวัง พาพวกเขากลับมา ดูลูกหมาป่ากิน......อ้า ทำข้าตกใจหมดเลย!”