บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 529 ไม่มีข้อเรียกร้องอะไร

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 529 ไม่มีข้อเรียกร้องอะไร ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 529 ไม่มีข้อเรียกร้องอะไร เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 529 ไม่มีข้อเรียกร้องอะไร บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 529 ไม่มีข้อเรียกร้องอะไร ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 529 ไม่มีข้อเรียกร้องอะไร

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 529 ไม่มีข้อเรียกร้องอะไร นวนิยาย

หยวนชิงหลิงจำได้แล้วว่านางเป็นฮูหยินของตี๋เว่ยหมิง แต่วันนี้คนที่อยู่ข้างนอกมีมากเกินไป อีกอย่างสายเลือดของตระกูลจูนั้นแรงมาก ทุกคนหน้าตาคล้ายกันจริงๆ บวกกับวันนี้นางไม่ได้สังเกตอย่างละเอียด เกรงจะจำผิดคน ฉะนั้นจึงต้องถาม

นางจูใหญ่กล่าวว่า “สามีหม่อมฉันแซ่ตี๋”

เช่นนั้นก็ไม่ผิด หยวนชิงหลิงยืดหลังตรง ถามด้วยเสียงเรียบๆว่า “ฮูหยินแม่ทัพใหญ่ใช่หรือไม่ ตอนที่หัวหน้าหมอหลวงกับหมอหลวงเฉามาให้ขา เจ้าถามหรือไม่ ทำไมเจ้าจึงได้ไร้มารยาทเช่นนี้ ”

“นี่……”

หยวนชิงหลิงถามอีกว่า “หรือว่า เจ้ามีวิธีการรักษา ”

นางจูใหญ่เม้มปาก “ถ้าหากหม่อมฉันมีวิธีรักษา ก็คงทำไปตั้งนานแล้ว ยังจะรบกวนพระชายารัชทายาททำไม”

หยวนชิงหลิงเปิดกล่องยาออก เอ่ยเสียงเรียบว่า “ถ้าหากท่านไม่มีวิธีการ เช่นนั้นท่านก็แค่คนนอกวงการ แค่ยืนดูก็พอ อย่าถามอะไรมากมายให้เสียเวลา ดีหรือไม่ ”

นางจูใหญ่ไม่ชอบใจน้ำเสียงของนาง เอ่ยเสียงเย็นว่า “ทำไมท่านจึงพูดเช่นนี้ ยาของท่านพวกเราก็ไม่เคยเห็นมาก่อน จะไม่ให้ถามสักหน่อยเลยหรือ ถ้าหากให้ยาผิดไป หรือให้ยาไม่เหมาะสม จะทำให้คนแก่ต้องทรมานอย่างไร้สาเหตุหรือ พวกเราที่เป็นลูกหลานเห็นแล้วก็รู้สึกปวดใจทั้งนั้น”

หยวนชิงหลิงถามกลับไปว่า “ท่านสามารถถามได้ แต่อย่าตั้งแง่สงสัย ตอนที่หัวหน้าหมอหลวงมาดูอาการฮูหยินกั๋วกงเจ้าไม่ได้ตั้งแง่สงสัย ยาที่เขาใช้ไร้ผล ฮูหยินกั๋วกงยังคงกลั้นจนทรมานเหมือนเดิม ท่านเคยว่าอะไรหรือไม่ ส่วนเรื่องที่ข้าจะใช้ยาได้เหมาะสมหรือไม่ ฮูหยินกั๋วกงใช้ยาระงับปวดของข้าไปแล้วท่านไม่เห็นหรือ”

“นั่นมันไม่เหมือนกัน หัวหน้าหมอหลวงเป็นผู้นำของโรงหมอหลวง เขามีอำนาจ แล้วเรื่องระงับปวดก็อีก พระชายารัชทายาทก็บอกแล้วนี่นาว่าแค่ชั่วคราว ฤทธิ์ยาหมดแล้วก็จะปวดอีก”นางจูใหญ่ได้สติ ก็พูดเสียงเย็น

หยวนชิงหลิงแบมือ “ฉะนั้น ท่านคัดค้านข้าที่จะทำการรักษาให้แม่ของท่านใช่หรือไม่ ”

นางจูใหญ่ชะงักไป เอ่ยด้วยสีหน้าเรียบๆว่า “ก็แค่ถามอย่างละเอีอดเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าคัดค้าน”

“เจ้าไม่ได้คัดค้าน แต่เจ้ากำลังขัดขวาง รู้หรือไม่ ”

นางจูใหญ่ยิ้มเย็นหนึ่งเสียง “ขัดขวางตอนไหนกัน ท่านมาดูอาการ แต่กลับมาโต้เถียงกับหม่อมฉัน ไม่เห็นท่านทำการรักษาสักที”

โต้เถียง

สีหน้าของหยวนชิงหลิงเปลี่ยนไปทันที ทั้งร่างฉายแววพลังอำนาจออกมา “บังอาจ เจ้ากำลังพูดจาอยู่กับใคร ”

จูกั๋วกงที่ไม่พูดจาตลอดมา ก็คิดอยากจะหยั่งเชิงดู แต่ได้ยินนางจูใหญ่ที่ยิ่งพูดก็ยิ่งเลยเถิด จึงตะคอกเสียงดุว่า “เจ้าหุบปาก ถ้ายังพูดมากก็ไสหัวออกไป”

นางจูใหญ่เห็นท่านพ่อโกรธ แล้วมองเห็นหยวนชิงหลิงที่สีหน้าเปลี่ยนไปทันที ก็หุบปากฉับ

นางจูเล็กใช้มือดันนางจูใหญ่เบาๆหนึ่งครั้ง “พี่ใหญ่ท่านอย่าพูดมากอีกเลย ถ้าหากพระชายารัชทายาทไม่มีวิธีรักษา จะมาส่งยาให้ทำไม ท่านช่างสงสัยมากไปแล้ว”

นางจูใหญ่พึมพำว่า “แค่ถามก็ไม่ได้หรือ ทำไมจึงได้ขวางเช่นนี้ ”

หยวนชิงหลิงเห็นนางจูเล็กใช้สายตาถลึงมองนางจูใหญ่อีกครั้ง และขี้เกียจจะพูดด้วยแล้ว จึงเดินเข้าไปตรวจร่างกายให้กับฮูหยินกั๋วกง

นางยื่นมือกดลงไปที่บริเวณท้อง ใช้แรงกดลงไป ถามนางว่าเจ็บหรือไม่ ตอนที่ฮูหยินกั๋วกงบอกว่าเจ็บ นางจูใหญ่ก็รู้สึกกลัวขึ้นมา

“ท่านใช้แรงกดนางขนาดนี้ ก็ต้องเจ็บแน่นอน นี่ท่านมาตรวจดูอาการหรือมาทรมานคนกันแน่”

หยวนชิงหลิงถอยไปหนึ่งก้าว “เจ้ามาสิ เจ้ามาทำ ”

เดิมทีจูกั๋วกงก็รู้สึกปวดใจที่หยวนชิงหลิงกดท้องฮูหยินกั๋วกงเช่นนี้ แต่พอคิดว่านี่เป็นการรักษาย่อมต้องตรวจหาสาเหตุของโรค แม้ว่าฮูหยินจะบอกว่าปวด แต่ไม่ได้แสดงออกว่าทรมานมาก คิดว่าคงจะอยู่ในขอบเขตที่พอจะทนรับได้ ตอนนี้เห็นหยวนชิงหลิงปล่อยมือไม่สนใจเพียงเพราะนางจูใหญ่คอยจับผิด จึงได้พูดกับนางจูเล็กว่า “พานางออกไป อย่าให้นางเข้ามาเด็ดขาด ”

นางจูได้ยินคำสั่งของท่านพ่อ รู้สึกว่าพี่ใหญ่อยู่ที่นี่จะเป็นการทำเสียเรื่องเสียมากกว่า จึงลากตัวนางออกไป จากนั้นตนเองค่อยเข้ามา

หลังจากหยวนชิงหลิงทำการตรวจร่างกายแล้ว ยืนยันว่าเป็นอาการปวดจากการเป็นนิ่ว จึงได้ทำการหาหลอดเลือดดำและให้น้ำเกลือกับนาง ยาที่ใช้เป็นยาฆ่าเชื้อขับปัสสาวะ

จูกั๋วกงมองอย่างประหลาดใจ ถามอย่างรู้สึกยินดีว่า “พระชายารัชทายาท สิ่งของเหล่านี้ของท่าน เคยให้ไท่ซ่างหวงใช้ใช่หรือไม่ ก่อนหน้านี้ตอนเข้าวังข้าเคยได้ยินฉางกงกงพูดถึง ว่าทำเช่นนี้ ”

“อืม ก็ใช่ ”หยวนชิงหลิงรู้ว่าเขาหมายถึงวิธีการเช่นนี้ แต่ว่า ก็พูดเน้นไปว่า “น้ำยาไม่เหมือนกัน เพราะว่าอาการป่วยไม่เหมือนกัน ”

จูกั๋วกงรับคำในลำคอ นั่งลงข้างกายฮูหยินจูกั๋วกง ถามเสียงเบาว่า “ยังปวดอยู่หรือไม่ ”

“ไม่ปวด แค่รู้สึกจุกเสียดอยู่บ้าง ”ฮูหยินกั๋วกงเอ่ยเสียงนุ่ม จากนั้นก็มองไปทางหยวนชิงหลิง เอ่ยอย่างซาบซึ้งใจว่า “ขอบคุณพระชายารัชทายาทมาก ทำให้ข้าเหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง ”

หยวนชิงหลิงยิ้มจางๆส่ายหน้า “ฮูหยิน ต้องรักษาให้ถึงต้นตอ ยังต้องใช้เวลาอีกนาน อย่าเพิ่งรีบขอบคุณเลย ”

ฮูหยินกั๋วกงมองจูกั๋วกง “ประเดี๋ยวต้องขอบคุณพระชายารัชทายาทดีๆ เข้าใจหรือไม่ ”

“รู้แล้ว”จูกั๋วกงตอบรับ ราวกับเด็กที่แสนจะเชื่อฟัง

เมื่อให้น้ำเกลือจนถึงครึ่งขวดแล้ว ฮูหยินกั๋วกงบอกว่าอยากจะลองไปเข้าห้องน้ำดู นางจูเล็กรีบเข้ามาช่วยทันที ห้องน้ำอยู่ข้างนอก หยวนชิงหลิงไม่ให้นางออกไป เพราะยังให้น้ำเกลืออยู่ เอากระโถนเข้ามาก็พอ นางหลบออกไปชั่วครู่

หลังจากผ่านไปครู่เดียว นางก็เข้ามาใหม่ ถามว่า “เป็นอย่างไรบ้าง”

ฮูหยินกั๋วกงดูแล้วสีหน้าผ่อนคลายลงมาก ขอบคุณหยวนชิงหลิงเป็นการใหญ่

กลับเป็นจูกั๋วกงที่ตอนนี้ไม่พูดอะไรเลย ได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก กุมมือของฮูหยินกั๋วกงเอาไว้แน่น แต่ว่า หลังจากถอนหายใจแล้ว สีหน้าเขาก็ผ่อนคลายลง

หลังจากให้น้ำเกลือเสร็จแล้ว หยวนชิงหลิงให้ยาเอาไว้และขอตัวกลับ บอกว่าพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่

จูกั๋วกงส่งหยวนชิงหลิงไปถึงห้องโถงใหญ่ที่อยู่ด้านนอก หยู่เหวินเห้าเห็นพวกเขาออกมากันแล้ว จึงลุกขึ้นถามว่า “เป็นอย่างไรบ้าง”

หยวนชิงหลิงพูดว่า “ระงับปวดได้ชั่วคราวแล้ว พรุ่งนี้ข้าค่อยมาใหม่ ”

หยู่เหวินเห้าจึงประสานมือขึ้นคำนับให้กับจูกั๋วกงและทุกคน “เอาล่ะ พวกข้าขอตัวลาก่อน ”

จูกั๋วกงนิ่งอึ้งไปชั่วครู่ น้ำเสียงไม่ค่อยจะเป็นมิตรเท่าไหร่นัก “รัชทายาทสมควรจะมีเรื่องคุยกับข้าไม่ใช่หรือ”

หยู่เหวินเห้าประหลาดใจ “เรื่องอะไร ”

จูกั๋วกงนั่งลง ฮึหนึ่งเสียงพูดว่า “อย่าเสแสร้ง ท่านพาพระชายารัชทายาทมาทำการรักษาอาการป่วยของภรรยาข้า ไม่ใช่เพราะมีจุดประสงค์หรอกหรือ”

หยู่เหวินเห้ายิ้มๆ “ท่านหมายถึงเรื่องพันธมิตรน่ะหรือ เรื่องนี้ไม่รีบ ค่อยคุยกันวันหลัง เพราะนี่ก็ดึกมากแล้ว พระชายารัชทายาทก็เหนื่อยแล้ว นางเพิ่งจะอยู่เดือนเสร็จไม่นาน จะอยู่ดึกมากไปไม่ได้”

จูกั๋วกงมีความแข็งกร้าวอยู่บ้าง “ข้าขอพูดคำที่ไม่น่าฟังไว้ก่อนเลยว่า เรื่องหนึ่งก็ส่วนเรื่องหนึ่ง พระชายารัชทายาทรักษาโรคให้กับภรรยาข้า ข้าซาบซึ้งใจนัก แต่ก็อย่าได้เหมารวมไปกับเรื่องอื่น ”

ตี๋เว่ยหมิงได้ยินคำพูดนี้ หัวใจก็ผ่อนคลายลง เห็นที พ่อตาของเขาก็ไม่ได้เลอะเลือน

เขามองหยู่เหวินเห้าอย่างได้ใจ แผนที่คิดอยู่ในใจแทบจะสูญสลายไปแล้ว ทำงานเสียเวลาเปล่าๆ คงผิดหวังน่าดู

ไหนเลยจะรู้ว่า หยู่เหวินเห้าไม่มีทีท่าจะผิดหลังเลยแม้แต่น้อย พูดว่า “ที่พระชายารัชทายาทรักษาโรคให้กับฮูหยินกั๋วกง เพราะเลื่อมใสในน้ำใจอันบริสุทธิ์ดุจโพธิสัตว์ของฮูหยิน นี่ย่อมไม่สามารถเหมารวมกับเรื่องอื่นๆได้ ถ้าหากเหมารวมจริงๆ ก่อนทำการรักษาก็ควรจะเอ่ยถึงแล้ว กั๋วกงคงไม่ถึงกับคัดค้านข้าจนไม่สนใจความเป็นความตายของฮูหยินกั๋วกง เมื่อครู่ไม่เอ่ย ตอนนี้ก็ไม่ควรเอ่ยถึง ไม่เช่นนั้น หลังจากข้ากลับไปแล้ว คงต้องถูกพระชายารัชทายาทตำหนิเอาได้ การให้การรักษาช่วยชีวิตคนเป็นเรื่องบริสุทธิ์ ถ้าหากไปปนกับเรื่องอื่นๆ ก็จะเสียหายต่อภาระหน้าที่ของหมออันพึงกระทำ”

พูดจบ เขาก็ยิ้มอย่างสดใส จูงมือหยวนชิงหลิงเดินออกไป

จูกั๋วกงมองเงาหลังของทั้งสองคนอย่างครุ่นคิด ลูบหนวดตนเอง

ตี๋เว่ยหมิงเดินเข้าไปพูดว่า “ท่านพ่อ ท่านทำเช่นนี้ถูกแล้ว อย่าให้คนอื่นจับจุดอ่อนท่านเพื่อให้เลือกจุดยืน รัชทายาทมีความสามารถฉลาดจริงหรือไม่ ยังต้องใช้เวลาเพื่อสังเกตดู”

จูกั๋วกงจ้องมองเข้า เอ่ยเสียงเย็นว่า “รัชทายาทฉลาดหรือไม่ ข้าไม่รู้ แต่ข้าแน่ใจว่าเจ้าน่ะมันเจ้าเล่ห์”