บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 543 เกือบไปแล้ว

sprite

โม่ยี่เดิมคิดว่าเพียงคนอื่นที่สิ้นหวังในชีวิตเท่านั้น เมื่อสุดท้ายได้ยินว่าศาสตราจารย์หยวน เธอร่างกายแข็งทื่อ ก่อนดึงข้อมือของหญิงชราอย่างรุนแรง “คุณน้า คุณบอกว่าคนที่ก่อเรื่องจะฆ่าตัวตาย ข้างบนคือแม่ของหยวนชิงหลิงเหรอคะ?”

หญิงชราคล้ายไม่ได้ยินคำว่าหยวนชิงหลิงสามคำนี้มานานแล้ว เมื่อได้ยินพลันตะลึงงัน ก่อนเอ่ยช้า ๆ ว่า “จะไม่ใช่ได้ยังไง?”

โม่ยี่หัวใจเต้นโครมคราม สวรรค์ สวรรค์ สวรรค์!

เธอตบหน้าตัวเองอย่างหนักฉาดหนึ่ง เหตุใดเธอถึงเพิ่งมา ทั้งที่ควรมาเร็วกว่านี้ หากเกิดสิ่งใดขึ้น เธอจะบอกกับพระชายารัชทายาทเช่นไร?

เธอพยายามพุ่งตัวไปด้านหน้า พร้อมร้องตะโกนว่า “คุณแม่หยวนชิงหลิน คุณอย่าคิดไม่ตกเลย ลงมาเถอะ ฉันมีเรื่องสำคัญจะบอกกับคุณ คุณรีบลงมาเถอะ”

ตึกสูงยี่สิบกว่าชั้น ด้านล่างโหวกเหวกโวยวาย คำพูดนี้โม่ยี่ตะโกนเสียงดัง แต่ความจริงแทบไม่ได้สะท้อนออกไป

เธอจึงร้อนรนอย่างหนัก กระโดดขึ้นลงอยู่ด้านล่าง แต่ไม่สามารถดึงดูดความสนใจของคนด้านบนนั้นได้

เธอเห็นมีคนลงมาจากคอนโด และมีคนกำลังเดินขึ้นไป จึงรู้ว่าด้านบนต้องมีคนกำลังพูดโน้มน้าว เธอจึงรีบวิ่งไปที่ประตู แต่ถูกตำรวจหญิงดึงข้อมือไว้ “คุณ ขึ้นไปไม่ได้ค่ะ”

โม่ยี่กล่าวอย่างร้อนรนว่า “ฉันต้องขึ้นไป ฉันพูดโน้มน้าวให้เธอลงมาได้”

ตำรวจหญิงมองสำรวจเธอ “คุณเป็นอะไรกับเธอ?”

โม่ยี่กระทืบเท้าอย่างร้อนใจ “ฉันไม่ใช่ญาติเขา แต่รู้จักกับลูกสาวเธอ เชื่อฉัน ฉันสามารถพูดให้เธอลงมาได้จริง ๆ”

ตำรวจหญิงเอ่ยอย่างจริงจังว่า “หากคุณไม่ใช่คนในครอบครัวเธอ งั้นต้องขอโทษด้วย ฉันปล่อยคุณขึ้นไปไม่ได้ รีบไปเถอะ อย่าขัดขวางการช่วยเหลือคนของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเลย พวกเขาต่างต้องขึ้นไปแล้ว”

โม่ยี่เอ่ยอย่างร้อนรน “ไม่ ให้ฉันขึ้นไป หากไม่ขึ้นไปจะสายเกินแก้ อาจมีคนเสียชีวิตจริง ไม่งั้นคุณเรียกศาสตราจารย์หยวนให้ลงมาพบฉัน ฉันจะพูดกับเขาไม่กี่ประโยค ก่อนมอบของให้กับเขา ฉันมีของที่ทำให้เธอลงมาได้”

“ของอะไร?” ตำรวจหญิงถาม

“จดหมายของลูกสาวเธอ!”

“ลูกสาวเธอตายไปแล้ว” ตำรวจหญิงทำงานอยู่ในสถานีตำรวจใกล้ชุมชนแห่งนี้ จึงรู้ว่าดร. หยวนชิงหลิงตายไปแล้ว

โม่ยี่ใช้มือตบศีรษะ ก่อนตบหน้าตนเอง “นี่คือจดหมายลาตาย เธอมอบให้ฉันนานแล้ว แต่ฉันไม่รู้ ฉันสับสน ส่งมอบมันให้พ่อแม่ของเธอไม่ทันเวลา คุณให้ฉันขึ้นไปเถอะ ฉันจะต้องไปแก้ไขสถานการณ์”

เธอล้วงจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสะพายหลัง ก่อนยื่นไปตรงหน้าตำรวจหญิง ตำรวจหญิงคล้ายเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ชีวิตคนสำคัญ จึงเอ่ยว่า “ฉันจะไปกับคุณ หากคุณทำพฤติกรรมที่กระตุ้นจิตใจเธอ ฉันจะรีบพาคุณกลับไปที่สถานีตำรวจ”

“ดะ...ได้ รีบไปเถอะ” โม่ยี่ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนดึงตำรวจหญิงวิ่งเข้าไปกดลิฟต์

เพราะเกิดเรื่องขึ้น ภายในตึกจึงไม่มีคนขึ้นลง ดังนั้นลิฟต์จึงมาถึงอย่างรวดเร็ว

ลิฟต์พุ่งตรงขึ้นชั้นบน จากนั้นวิ่งจากบันไดของชั้นสุดท้ายขึ้นไปดาดฟ้า

บนดาดฟ้ามีคนอยู่มากมาย ทั้งนักดับเพลิง ตำรวจ หมอพยาบาล และมีหลายคนที่มองแล้วน่าจะเป็นคนในครอบครัวกำลังพูดโน้มน้าว ชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมสีขาว ผมขาวโพลนคนหนึ่งในนั้นแทบคุกเข่าลง ก่อนตะโกนอย่างโศกเศร้าสิ้นหวัง “คุณรีบกลับมาเถอะ รีบกลับเข้ามา อย่าทำให้พวกเราตกใจเลย”

นอกจากนี้ยังมีชายหนุ่มอีกคนที่คุกเข่าร้องไห้อยู่บนพื้น ขอร้องให้เธอกลับเข้ามา

ส่วนแม่หยวนชิงหลิงนั่งอยู่บนราวกั้น สองขากวัดแกว่งอยู่กลางอากาศด้านนอก เธอซูบผอมอย่างมาก ราวกับเพียงสายลมพัดมาล้วนพัดนางลงไปได้ เห็นแล้วอันตรายอย่างยิ่ง

เธอหันกลับมามองครอบครัวของเธอ ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ภายในดวงตาเปี่ยมด้วยความอาวรณ์ แต่กลับไม่ยอมลงมา

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่กล้าผลุนผลันเข้าใกล้ กลัวจะกระตุ้นเธอ และเธออาจกระโดดลงไป

โม่ยี่จึงรีบชูจดหมายขึ้น ก่อนตะโกนว่า “แม่หยวนชิงหลิง ฉันชื่อโม่ยี่ ฉันเพิ่งได้พบหยวนชิงหลิง เธอฝากให้ฉันนำจดหมายมาให้คุณ คุณดูสิ”

แม่หยวนชิงหลิงหันขวับกลับมามองเธอ พร้อมมองจดหมายที่เธอชูในมือ ก่อนส่ายศีรษะด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความโศกเศร้า สองมือพลันวางจากราวกั้น พร้อมขยับตัว

การขยับครั้งนี้ ล้วนทำให้ทุกคนตกใจจนหัวใจแทบกระดอนออกมา เจ้าหน้าที่ดังเพลิงเตรียมท่วงท่าพร้อมวิ่งพุ่งเข้าไป แทบกระโจนออกไป แต่แม่หยวนชิงหลิงกลับเพียงจัดท่าทางในการนั่งชั่วขณะ ไม่ได้กระโดดลงไป

แต่ศาสตราจารย์หยวนกลับตกใจจนหมดสติ

ตำรวจหญิงก็ตกใจ ก่อนลากโม่ยี่พลางเอ่ยว่า “คุณลงไปเลย อย่าอยู่เกะกะที่นี่”

โม่ยี่เองก็ตกใจจนร้องไห้ ก่อนเอ่ยอย่างอึดอัด “คุณแม่หยวนชิงหลิง คุณเชื่อฉันเถอะ เป็นหยวนชิงหลิงให้ฉันมาส่งจดหมาย เธอยังไม่ตาย ไม่ตายจริง ๆ ทำไมคุณถึงไม่เชื่อฉัน หากคุณกระโดดลงไป ฉันผิดบาปมากแน่ ความจริงหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ฉันควรนำจดหมายมาส่ง แต่น้องสาวฉันผ่าตัด ฉันจึงดูแลเธออยู่ที่โรงพยาบาลตลอดเวลา คุณควรลงมาดู ดูแล้วจะรู้ว่าจริงหรือเท็จ ลายมือของเธอ คุณจำได้แน่”

เธอชูจดหมายตลอด แต่ตำรวจหญิงกลับดึงเธอลงไปอยู่ตลอด เธอจึงต้องตะโกนไปที่ชายหนุ่มคนนั้น “คุณคือพี่ชายของหยวนชิงหลิงสินะ คุณดูจดหมายฉบับนี้ และยังมีรูปภาพของเธอในกระเป๋าสะพายของฉัน รูปภาพปัจจุบันของเธอ ของขวัญที่เธอฝากมาให้พวกคุณ ล้วนอยู่ในกระเป๋าสะพาย”

เธอพูด พร้อมทิ้งกระเป๋าสะพายลง ก่อนต้านทานการฉุดลากของตำรวจหญิงไม่ไหว จึงถูกลากลงบันไดไป

พี่ชายของหยวนชิงหลิงที่เดิมคุกเข่าอยู่บนพื้น เมื่อได้ยินโม่ยี่พูดเช่นนี้ พร้อมเห็นจดหมายและกระเป๋าสะพายที่ทิ้งไว้บนพื้น เขาจึงเดินมาเก็บจดหมายขึ้น เพียงเขาเห็น ตกตะลึงไปทั่วร่าง “สวรรค์ เป็นลายมือของชิงเอ๋อ แม่เป็นลายมือของชิงเอ๋อ เป็นเธอ”

เขาอ่านอย่างกระตือรือร้น อ่านจนทั่วร่างกายตะลึงงัน หลังจากอ่านจบ เขาเปิดกระเป๋าสะพาย ด้านในมีกล่องผ้าเล็ก ๆ หลายกล่อง และมีภาพใบหนึ่ง ก่อนเขาจะเปิดออกอย่างช้า ๆ

บุรุษไม่เสียน้ำตาง่าย ๆ นอกจากเป็นเรื่องที่เสียใจจริง ๆ เขามองภาพนั้น พร้อมน้ำตาไหลรินลงมา

แม่หยวนชิงหลิงในที่สุดรู้สึกตัว ก่อนเอ่ยถามอย่างสั่นเครือ “จริงเหรอ?”

พี่ชายของหยวนชิงหลิงกล่าวพลางร้องไห้ว่า “แม่ เป็นเรื่องจริง ดูสิครับ!”

เขากางภาพไปที่แม่หยวนชิงหลิง ภายในภาพวาดสามีภรรยาคู่หนึ่งพร้อมเด็กสามคน ใบหน้าของหญิงสาว ดวงตาสุกสกาวฟันขาว เป็นลูกสาวของเธอ

ศาสตราจารย์หยวนถูกตบจนได้สติ ค่อย ๆ เดินเข้าไปดู อดร้องห่มร้องไห้ไม่ได้

เขาเดินเข้าไป เจ้าหน้าที่ดับเพลิงคุ้มครองอยู่ด้านข้าง เขายื่นมือให้แม่หยวนชิงหลิง ริมฝีปากสั่นระริก “อะหยา กลับมาเถิด”

ลมรุนแรง จนพัดเสื้อแม่หยวนชิงหลิงปลิวไสว ราวกับพญาครุฑบินถลาลงไป

ภาพนี้ทำให้คนมองตื่นตะลึงไปด้วย

แต่โชคดีที่มือของเธอยื่นกลับมา ส่งให้กับศาสตราจารย์หยวน

ขณะลงสู่พื้นนั้น ศาสตราจารย์หยวนกอดเธอ ร้องไห้สะอึกสะอื้น

ทุกคนที่จิตใจหวาดหวั่น สงบลงในที่สุด

หลังผ่านไปครึ่งชั่วโมง โม่ยี่นั่งอยู่บนโซฟาห้องรับแขกของตระกูลหยวน

สองขาเธอยังคงสั่นเทา หลังผ่านการร้องไห้ไปยกหนึ่ง ดวงตาบวมแดงอย่างหนัก

จดหมายและภาพคนในตระกูลหยวนล้วนเห็นหมดแล้ว แม้ลายมือจะเป็นของชิงเอ๋อ แต่ในเรื่องราวที่เธอพูดมา กลับทำให้คนยากที่เชื่อถือ

เห็นดวงตาเปี่ยมด้วยความหวังของทั้งสาม ได้ยินเสียงเอ่ยถามสั่นเทาของแม่หยวนชิงหลิงว่าจริงหรือไม่ โม่ยี่ร้องไห้ออกมาทันที

เธอกลัวมากจริง ๆ หากเธอมาช้ากว่านี้อีกวัน ไม่ เกรงว่าแค่ช้าหนึ่งชั่วโมง เกรงว่าต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่

เธอร้องไห้อยู่สักพัก ก่อนเช็ดน้ำตาพลางเอ่ยว่า “เมื่อวานฉันโทรหาพวกคุณ พวกคุณล้วนไม่รับสาย ความจริงเมื่อวานฉันคิดบอกพวกคุณ”