บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 544 พาพวกเราไปได้หรือไม่

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 544 พาพวกเราไปได้หรือไม่ ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 544 พาพวกเราไปได้หรือไม่ เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 544 พาพวกเราไปได้หรือไม่ บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 544 พาพวกเราไปได้หรือไม่ ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 544 พาพวกเราไปได้หรือไม่

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 544 พาพวกเราไปได้หรือไม่ นวนิยาย

ศาสตราจารย์หยวนหยิบโทรศัพท์ออกมา เห็นมีสายมากมายที่ไม่ได้รับ จึงเอ่ยอย่างเสียใจ “เมื่อวานภรรยาฉันหายออกไป พวกเราจึงกังวลอย่างมาก จึงเอาแต่ออกตามหาเธอ เจอตัวเธอก็ดึกดื่นแล้ว จึงไม่ได้โทรกลับหาเธอ”

แม่หยวนชิงหลิงหยิบโทรศัพท์มือถือมาดูทันที และเทียบหมายเลขโทรศัพท์กับของศาสตราจารย์หยวน เพื่อยืนยันว่าที่โม่ยี่พูดคือความจริง เธอโทรหาพวกเขาจริง

“ที่พูดในจดหมายเป็นความจริงเหรอ ตอนนี้เธออยู่ในประเทศหนึ่งที่ชื่อว่าเป่ยถัง และยังเป็นพระชายารัชทายาท คลอดแฝดสาม?” พี่ชายของหยวนชิงหลิงรู้สึกยากที่เชื่อ

โม่ยี่กล่าวอย่างสะอื้นว่า “เป็นความจริงแน่นอน หากฉันโกหกแม้คำเดียว ขอให้โดนฟ้าผ่าห้าครั้งจนตาย พวกคุณดูของขวัญที่เธอมอบให้พวกคุณสิ วิศกรตัวเล็ก ๆ อย่างฉันซื้อไม่ได้ อีกอย่างฉันและพวกคุณไม่ได้รู้จักกัน ฉันจะควักเงินในกระเป๋าซื้อของราคาแพงแบบนี้ให้พวกคุณทำไม?”

พี่ชายหยวนชิงหลิงเปิดกล่องผ้าสี่อันวางอยู่บนโต๊ะทีละอัน

กำไลหยกชั้นดีคู่หนึ่ง เนื้อแข็ง มันวาว แม่หยวนชิงหลิงรู้เรื่องหยก เพียงมองเนื้อหยกนี้ รู้ว่ากำไลคู่นี้ราคาไม่ต่ำกว่าสองแสน

ด้านล่างกล่องผ้ายังมีกระดาษแผ่นหนึ่งซ่อนอยู่ ด้านบนเขียนด้วยลายมือของหยวนชิงหลิงว่า “สุขสันต์วันเกิดอายุครบห้าสิบห้าปีค่ะแม่!”

แม่หยวนชิงหลิงร้องไห้ออกมา วันเกิดอายุห้าสิบหกของเธอเพิ่งผ่านไป แต่ตอนที่ชิงเอ๋อจากไป แน่นอนว่ายังไม่ถึงวันเกิดอายุครบห้าสิบห้าปี

กล่องผ้าชิ้นที่สองเป็นตราพิสูจน์ตัวรูปเต่าคู่หนึ่ง น่าจะรังสรรค์ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพราะร่องรอยการแกะสลักยังคงใหม่เอี่ยม ตราพิสูจน์ตัวรูปเต่าในยุคโบราณถือเป็นสัญลักษณ์แสดงตนประเภทหนึ่ง ขุนนางขั้นสามขึ้นไปหรือฮ่องเต้ของแคว้นจึงจะประดับได้

ด้านล่างตราพิสูจน์ตัวรูปเต่านี้ยังมีกระดาษแผ่นหนึ่งซ่อนอยู่ เขียนว่ามอบให้คุณพ่อ

ศาสตราจารย์หยวนค่อย ๆ หยิบขึ้นมา ปลายนิ้วลูบลานสลักด้านบน ทำขึ้นจากทองคำบริสุทธิ์ทั้งหมด เขาถอนหายใจอย่างหนักใจ จากนั้นร้องไห้ออกมา

กล่องผ้าชิ้นที่สาม คือมีดผ่าตัดขนาดเล็กทำจากทองด้ามหนึ่ง ดูคล้ายมีดผ่าตัดแบบย่อส่วน ด้านล่างมีกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนว่า “ฉันเชื่อว่าพี่ชายจะกลายเป็นแพทย์ศัลยกรรมระบบประสาทที่ยอดเยี่ยมที่สุดแน่นอน”

พี่ชายของหยวนชิงหลิงยิ้มทั้งน้ำตา

กล่องผ้าชิ้นสุดท้าย เป็นป้ายอายุยืนยาวชิ้นหนึ่ง ทำจากหยกเนื้อแข็งเช่นกัน พร้อมสลักนกกระเรียนและต้นสนอายุยืน ด้านล่างมีกระดาษที่เขียนว่า “หลานขออวยพรวันเกิดให้คุณย่า ขอให้คุณย่าอายุยืนยาวร้อยปี!”

พี่ชายของหยวนชิงหลิงถอนหายใจ “ตอนนี้คุณย่ายังอยู่ในโรงพยาบาล”

โม่ยี่จึงเอ่ยว่า “ยังอยู่ที่โรงพยาบาลเหรอ อยู่มาปีกว่าแล้วนี่คะ?”

พี่ชายของหยวนชิงหลิงส่ายหน้า “ไม่ใช่ เพิ่งเข้าไปเมื่อสองเดือนก่อนนี้เอง หลังออกมาก็เข้าโรงพยาบาลอีก”

โม่ยี่ตะลึงงัน “ฉันได้ยินพระชายารัชทายาทบอกว่าคุณย่าอยู่ในโรงพยาบาล ฉันยังคิดว่าออกจากโรงพยาบาลมาแล้ว”

“เธอบอกว่าคุณย่าอยู่ในโรงพยาบาล?” พี่ชายของหยวนชิงหลิงแปลกใจอย่างมาก ก่อนเอ่ยถามศาสตราจารย์หยวน “พ่อครับ ตอนน้องจากไป คุณย่าเข้าโรงพยาบาลหรือยังครับ?”

“ยัง คุณย่าของลูกสุขภาพแข็งแรงมาตลอด ไม่เคยเข้าโรงพยาบาล” ศาสตราจารย์หยวนเอ่ยพลางส่ายหน้า

โม่ยี่ร้องอ๋อขึ้น “ฉันได้ยินพระชายารัชทายาทบอกว่านางกังวลอาการป่วยของคุณย่ามาก บอกว่าเมาสุราคานนั้น ฝันถึงท่าน ยังบอกท่านว่านางมีลูกแล้ว ท่านบอกนางว่ารอนางกลับมาอยู่ตลอด”

แม่หยวนชิงหลิงพลันลุกยืนขึ้น สั่นเทิ้มไปทั่วร่างอย่างหนัก “คุณพูดว่าอะไร เธอบอกแบบนี้เหรอ เธอพูดแบบนี้จริงเหรอ?”

โม่ยี่ตกใจเพราะความตื่นเต้นของเธอ ก่อนมองเธออย่างตกตะลึง “คะ พูดแบบนี้จริง ๆ”

แม่หยวนชิงหลิงพลันร้องห่มร้องไห้ พลางร้องไห้พลางเอ่ยกับศาสตราจารย์หยวน “คุณยังจำได้ไหม วันหนึ่งคุณทำงานกลับมา ฉันบอกคุณว่าลูกสาวเรากลับมา เธอเมา ยังบอกฉันว่ามีลูกแล้ว คุณบอกว่าเป็นภาพหลอน ฉันรู้ว่าไม่ใช่ภาพหลอน เป็นเธอจริง ๆ เธอเคยกลับมาจริง ๆ”

ศาสตราจารย์หยวนนึกย้อนไป เย็นวันหนึ่งเลิกงานกลับมา ภรรยาร้องไห้ราวเสียสติ บอกว่าชิงเอ๋อกลับมาแล้ว ยังบอกว่าชิงเอ๋อแต่งงานแล้ว มีลูกแล้ว ตอนนั้นเขาคิดว่าอาการป่วยของภรรยารุนแรงขึ้น เธอเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง ระยะนี้อาจจะเห็นภาพหลอน เธอพะวงอยู่กับการตายของลูกสาว กลางวันคิดถึง กลางคืนฝันถึง เห็นภาพหลอนของลูกสาวถือว่าเป็นปกติ

ตอนนั้นหลังเขาคาดเดาเช่นนี้ วันถัดมาพาเธอไปพูดคุยกับจิตแพทย์ต่อไป จิตแพทย์เองก็เอ่ยถึงการเกิดภาพหลอน จนสุดท้ายกระทั่งเธอเองถูกพูดโน้มน้าวว่าคือภาพหลอน

เพราะการเกิดภาพหลอน เธอจึงเปลี่ยนยา และยิ่งอาการแย่ลง สุดท้ายเกิดภาพหลอนมากมายขึ้นจริง จนทำให้อารมณ์เธอยิ่งไม่คงที่ หลังผ่านการพยายามฆ่าตัวตายมาสามสี่ครั้ง คืนวานยังวิ่งเตลิดออกไป พวกเขาตามหาอยู่นานกว่าจะพบ เธอกลับไปที่โรงเรียนอนุบาลที่ลูกสาวเคยเรียน โรงเรียนแห่งนั้นกำลังจะถูกทุบทิ้ง เธอจึงร้องไห้อยู่ตรงนั้นทั้งคืน

หลังพากลับมา ให้กินยาและนอนหลับ เดิมคิดว่าผ่านไปด้วยดีแล้ว คิดไม่ถึงวันนี้เธอจะฆ่าตัวตายอีก

จนถึงตอนนี้ ทั้งสามคนในตระกูลหยวนจึงเชื่อในคำพูดของโม่ยี่

แต่พี่ชายหยวนชิงหลิงพลันเอ่ยถามว่า “รัชสมัยที่คุณบอกไม่มีบันทึกอยู่ แล้วคุณไปได้ยังไง คุณสามารถเดินผ่านข้ามเวลาไปเหรอ มีเครื่องย้อนเวลาจริงเหรอ?”

โม่ยี่เอ่ยว่า “ไม่ใช่เครื่องย้อนเวลา ความจริงเรื่องนี้พูดแล้วก็ลึกลับ เมื่อกี้ฉันบอกว่าน้องสาวฉันผ่าตัด เพราะก่อนนี้เธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้หมดสติ ตอนฉันสิ้นหวังนั้นมีคนมาหาฉัน ให้ฉันไปที่แห่งหนึ่งช่วยพวกเขาสร้างอาวุธจากโลหะหายากประเภทหนึ่ง เพียงฉันไป เขาหาหมอเก่งที่สุดมาผ่าตัดเปิดกะโหลกให้น้องฉัน ช่วยน้องสาวฉัน ตอนนั้นฉันไร้หนทาง จึงตอบตกลงเขา และยังมีอีกหลายคนที่ไปพร้อมกับฉัน หากพวกคุณไม่เชื่อ อีกเดี๋ยวให้จะเบอร์โทรศัพท์ของทุกคนแก่พวกคุณ พวกคุณโทรไปตรวจสอบด้วยตนเอง แคว้นที่ฉันไปคือต้าโจว เป็นแคว้นที่อยู่ติดกับแคว้นเป่ยถัง ภารกิจสุดท้ายของฉันคือพูดเชื่อมความสัมพันธ์ด้านการทหารระหว่างสองแคว้น ดังนั้นฉันจึงตามแม่ทัพของแคว้นต้าโจวไปที่เป่ยถัง ตอนนั้นฉันจึงได้พบกับหยวนชิงหลิง เธอเป็นพระชายารัชทายาทแห่งแคว้นเป่ยถัง เพิ่งคลอดบุตรเป็นแฝดสาม ระหว่างคุยกันเธอรู้ว่าฉันเองมาจากปัจจุบัน ดังนั้นจึงถามเวลาและสถานที่กับฉัน สุดท้ายอยู่ในยุคเดียวกันกับที่เธอใช้ชีวิตพอดิบพอดี เลยวานให้ฉันนำจดหมายมาให้พวกคุณ เรื่องทั้งหมดเป็นแบบนี้ ความจริงคำพูดพวกนี้ฉันพูดออกมาไม่ได้ แต่ตอนนี้น้องสาวฉันหายดีแล้ว ฉันก็เลยไม่กลัว”

พี่ชายของหยวนชิงหลิงตื่นเต้นอย่างมาก ก่อนรีบเอ่ยถาม “คุณแนะนำคนคนนั้นให้พวกเรารู้จักได้ไหม ให้เขาพาพวกเราไปสักครั้งได้หรือเปล่า เพียงสามารถพาพวกเราไปได้ จะต้องแลกด้วยอะไรพวกเราล้วนยอมหมด”

โม่ยี่เอ่ยขอโทษ “เรื่องนี้ฉันช่วยไม่ได้จริง ๆ เพราะฉันไม่มีวิธีติดต่อเขา มีเพียงเขาที่มาหาฉัน ฉันไม่มีวิธีติดต่อเขา”

โม่ยี่เห็นสีหน้าพวกเขาพลันผิดหวัง ในใจรู้สึกผิดอย่างมาก แต่เรื่องนี้เธอช่วยไม่ได้จริง ๆ

“ไม่มีวิธีจริงเหรอ?” แม่หยวนชิงหลิงมองเธอด้วยน้ำตา แววตานี้น่าสงสาร ทำให้คนปวดใจ โม่ยี่จึงส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนเงียบงันชั่วขณะ แล้วเธอเอ่ยว่า “ฉันจะช่วยถามคนอื่นให้พวกคุณแล้วกัน ฉันช่วยไม่ได้จริง ๆ”

“ดี ดี รบกวนเธอด้วย” ทั้งสามพูดขึ้นพร้อมกัน

โม่ยี่หยิบโทรศัพท์ออกมา หลังกลับมาจากยุคโบราณ พวกเขาสี่คนสร้างกลุ่มหนึ่งขึ้น ปกติมักพูดคุยกัน

เธอถามคนอื่นอีกสามคนที่เหลือในกลุ่มว่ามีวิธีตามหาอ๋องสำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่

ทั้งสามคนตอบกลับมาว่าไม่มีอย่างรวดเร็ว

คำตอบกลับนี้ทำให้สามีภรรยาตระกูลหยวนและพี่ชายผิดหวังอย่างหนัก

โม่ยี่จึงเอ่ยปลอบใจว่า “แม้จะไปไม่ได้ แต่พวกคุณรู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ คิดซะว่าเธอไปทำงานต่างเมือง กลับมาไม่ได้ หรือแต่งงานไปอยู่ต่างเมืองก็พอแล้ว”

แม่หยวนชิงหลิงอกสั่นขวัญผวา “นี่จะเหมือนกันยังไง หากไม่เห็นกับตาว่าเธอมีชีวิตที่ดี คนเป็นแม่จะวางใจได้ยังไง แม้เห็นแค่แวบเดียวก็ตาม แม่ลูกความจริงสนิทสนมกันที่สุด ก่อนนี้อยากเจอก็ได้เจอ แม้กลับมาไม่ได้ก็โทรวิดีโอมาได้ จู่ ๆ วันหนึ่งบอกว่าจะไม่ได้เห็นตลอดชีวิต ช่างโหดร้ายจริง ๆ”

สุดท้ายคำว่าโหดร้ายมาก ดังขึ้นมาพร้อมเสียงสะอื้น