บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 59 แม่นมสี่ยอมรับผิด

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 59 แม่นมสี่ยอมรับผิด ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 59 แม่นมสี่ยอมรับผิด เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 59 แม่นมสี่ยอมรับผิด บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 59 แม่นมสี่ยอมรับผิด ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 59 แม่นมสี่ยอมรับผิด

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 59 แม่นมสี่ยอมรับผิด นวนิยาย

บทที่ 59 แม่นมสี่ยอมรับผิด

ฮองเฮาหันไปมองแม่นมเป่าอย่างตกใจ “เจ้าฟังอะไรผิด?ข้าแค่ให้เจ้านำไข่มุกหนันมาคืน เจ้าไปทูลอะไรกับฝ่าบาท?”

“ฮองเฮา......” แม่นมเป่าเริ่มปากซีด และสั่นเทา “ข้าน้อยคิดเอาเอง จึงทูลฝ่าบาทว่าพระชายาส่งไข่มุกหนันมาให้เพื่ออ๋องฉู่ ดังนั้นจึงทูลไปว่าพระชายาขอให้ฮองเฮาช่วยอ๋องฉู่เพคะ”

ฮองเฮากริ้วทันที “เจ้าบังอาจเดาไปเองหรือ?ช่างใจกล้ายิ่งนัก!”

ทันใดนั้นฮองเฮาก็ฉุกคิดขึ้นได้ ยู่เป่าอยู่กับนางมานาน และเป็นคนเงียบมาตลอด ไม่มีทางที่จะพูดแบบนี้ต่อหน้าฝ่าบาทแน่นอน

ทันใดนั้นนางก็พลันนึกถึงฉู่หมิงชุ่ย

ก่อนหน้านี้ฉู่หมิงชุ่ยเคยบอกว่าจะไปหาเสียนเฟย แต่ว่านางคิดว่าตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้นาง เพราะเสียนเฟยเป็นหลานของไทเฮา ถ้าไปทำอะไรเสียนเฟย ยิ่งจะทำให้ยากกว่าเดิม

สีหน้าของฮ่องเต้หมิงหยวนเริ่มไม่ดีอย่างมาก ทำไมยู่เป่าถึงใจกล้าขนาดนี้?เกรงว่าจะเป็นคำสั่งจากฮองเฮา เขาจึงหันไปมองฮองเฮาด้วยสายตาเย็นยะเยือก

ฮองเฮาลุกขึ้นมาแสดงเจตนาตัวเองทันที พลันตบลงไปที่หน้าของแม่นมเป่า แล้วต่อว่า “บังอาจ เรื่องที่เจ้าคิดไปเอง เจ้ายังกล้าเอาไปทูลฝ่าบาทงั้นหรือ?เจ้ามีหลายหัวหรืออย่างไร?”

แม่นมเป่าคุกเข่าที่พื้น โดยไม่กล้าจับหน้าตัวเอง นางเพียงแค่ร้องขอฝ่าบาท “ฝ่าบาทโปรดให้อภัย โปรดให้อภัยหม่อมฉันด้วยเพคะ!”

ฮ่องเต้หมิงหยวนจึงพูดขึ้นด้วยสีหน้าไม่มีอารมณ์ “ทหาร เอาตัวนางออกไปลงโทษโบยสามสิบที”

ฮองเฮาปวดใจอย่างมาก แต่ก็ไม่กล้าพูดแทนนาง จึงพูดออกไปด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว “ถือว่าฝ่าบาทยังเห็นแก่เจ้า ยังไม่รีบขอบพระทัยฝ่าบาทอีกหรือ?”

แม่นมเป่าเอาหัวโขกพื้น ร่างกายก็อ่อนระทวยไปแล้ว สีหน้าก็ดูซีดเซียวพลันพูดขึ้น “ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ”

แม่นมเป่าถูกนำตัวออกไป ไม่นานก็มีเสียงตีด้วยไม้ดังขึ้นพร้อมกับเสียงโอดโอย

ฮองเฮามีสีหน้านิ่งสงบ แต่ในใจกลับโมโหอย่างมาก พร้อมกับด่าฉู่หมิงชุ่ยตลอดเวลา

ขณะนี้เสียนเฟยเหมือนกับว่ากำลังดูเรื่องสนุกๆ อยู่ เดิมทีคิดว่าลูกสะใภ้ตัวเองต้องการประจบฮองเฮา และทำให้นางรู้สึกอัปยศ แต่ไม่นึกเลยว่าในนั้นจะมีเรื่องมากมายขนาดนี้ นางต้องตั้งใจดูถึงจะถูก

ฮ่องเต้หมิงหยวนหันไปมองหยวนชิงหลิง ด้วยแววตาสับสน

เรื่องนี้ถ้าจะสืบสวนต่อไปคงไม่ได้แล้ว ถึงแม้ว่าหยวนชิงหลิงจะบอกให้แม่นมสี่นำไข่มุกหนันไป แต่ถึงอย่างไรก็ควรจะหยุดไว้แค่นี้

เกรงว่าถ้าถามต่ออาจจะมีอะไรไม่คาดคิดมากกว่านี้

ยังไงแม่นมสี่ก็เป็นคนของไท่ซ่างหวง ไม่ควรจะประมาทมากไปกว่านี้ จะได้ไม่ทำให้ไท่ซ่างหวงเสียพระทัย

ในที่สุดเขาจึงค่อยพูดขึ้น “ในเมื่อเรื่องก็กระจ่างแจ้งแล้ว คนที่ควรลงโทษก็ลงโทษแล้ว พวกเจ้ากลับไปก่อนเถอะ”

ฮองเฮารู้แล้วว่าฝ่าบาทเข้าใจนางผิด คิดว่านางต้องการจะใส่ร้ายอ๋องฉู่ แต่ตอนนี้ถึงจะพูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์ ต้องกลับไปถามฉู่หมิงชุ่ยให้ละเอียดก่อน ดังนั้นจึงรีบขอตัวออกไปทันที

เสียนเฟยหันไปมองหน้าหยวนชิงหลิง แล้วก็ออกไป นางเองก็พอจะรู้แล้ว แต่ว่าดูพระองค์จะไม่ค่อยยอมที่ดำเนินการในเรื่องฉาวโฉ่นี้ เพราะในวังนั้นต้องมีเกียรติ

แม่นมสี่ก็กำลังจะคำนับแล้วออกไป แต่หยวนชิงหลิงกลับพูดขึ้น “แม่นม ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากถามท่าน”

ฮ่องเต้หมิงหยวนพูดเตือนทันที “พระชายา เรื่องทั้งหมดหยุดเพียงเท่านี้เถอะ”

หยวนชิงหลิงที่ท่าทางนิ่งสงบเมื่อครู่ เปลี่ยนไปทันที “เสด็จพ่อ เรื่องนี้ค่อนข้างใหญ่ จำเป็นต้องถามให้กระจ่างเพคะ”

แม่นมสี่หันมามองนาง แล้วพูดเสียงเรียบ “พระชายาอยากจะพูดอะไรเพคะ?อยากถามว่าไข่มุกหนันท่านเป็นคนบอกข้าน้อยนำไปให้ฮองเฮาอย่างนั้นใช่ไหมเพคะ?ในเมื่อพระชายาไม่กล้ายอมรับ งั้นก็ถือว่าข้าน้อยเป็นคนคิดเองทำเองเพคะ เชิญลงโทษข้าน้อยเถอะ”

หยวนชิงหลิงมองนาง “ท่านเป็นคนคิดเองทำเองหรือไม่ ในใจข้ารู้ดี แต่ที่ข้าต้องการจะถามก็คือทำไมท่านถึงเปลี่ยนยาของไท่ซ่างหวง แล้วโยนความผิดให้เสี่ยวโหลจื่อ”

พอนางพูดประโยคนี้ออกมา ฮ่องเต้หมิงหยวนตกใจทันที “พระชายาอ๋องฉู่ เจ้าพูดเหลวไหลอะไร?”

หยวนชิงหลิงหันไปมองฮ่องเต้หมิงหยวน “เสด็จพ่อ ถึงหม่อมฉันจะกล้ามากขนาดไหน ก็ไม่กล้าที่จะพูดเหลวไหล ใส่ร้ายคนของไท่ซ่างหวงหรอกเพคะ”

ฮ่องเต้หมิงหยวนชะงักไปชั่วขณะ เพราะยังไงนางก็ไม่น่าจะเลอะเลือนขนาดนั้น

นางหันมามองแม่นมสี่ “ไท่ซ่างหวงดีกับท่านไม่น้อย ทำไมท่านถึงต้องการเอาชีวิตพระองค์ด้วย?”

“หุบปาก!” แม่นมสี่หันมามองนางด้วยสายตาแข็งกร้าว “ข้าน้อยไม่เคยคิดจะทำร้ายไท่ซ่างหวงเลยสักนิด”

“แล้วท่านกล้าพูดไหมล่ะว่าท่านไม่ได้เปลี่ยนยา?” หยวนชิงหลิงถามขึ้น

แม่นมสี่นิ่งไปทันที

ฮ่องเต้หมิงหยวนที่โมโหจนคิดจะตบโต๊ะ ก็ค่อยๆ เอามือลง พร้อมกับหันไปจ้องหน้าแม่นมสี่ ในใจก็นิ่งลงไปมาก

แม่นมสี่สามารถจะแก้ต่างได้ แต่นางกลับไม่พูด

แสดงว่านางยอมรับแล้ว

ฮ่องเต้หมิงหยวนทั้งโกรธและไม่อยากเชื่อ ทำไมถึงเป็นแม่นมสี่?

“พระชายา ท่านมีหลักฐานหรือไม่?” มู่หรูกงกงไม่อยากเชื่อจึงถามขึ้น

หยวนชิงหลิงตอบ “หลักฐานอยู่ที่ตำหนักฉินคุน แม่นมสี่คงจะอยากไปพูดต่อหน้าไท่ซ่างหวง ถึงจะยอมใช่หรือไม่ ?ยังไงท่านก็ทำร้ายพระองค์ไปแล้วครั้งหนึ่ง เกรงว่าท่านคงไม่สนใจว่าพระองค์จะเสียพระทัยจนล้มป่วยไปอีกสินะ งั้นเราไปพิสูจน์ที่ตำหนักฉินคุนกัน”

แม่นมสี่แทบจะเงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสายตาที่ดูมืดดำขึ้น หน้าตาที่ดูกังวลก็ดูผ่อนคลายลง เหมือนกับว่าตัวนางนั้นแก่ขึ้นสองสามปี

ในตำหนักเงียบดั่งป่าช้า นอกจากเสียงหายใจที่ฟังดูโมโหของฮ่องเต้หมิงหยวนแล้ว ก็ไม่มีเสียงใครอีกเลย จากนั้นฮ่องเต้หมิงหยวนถึงได้พูดขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด “ทำไม?”

แม่นมสี่ยิ้มออกมาด้วยสีหน้าที่เหมือนจะร้องไห้ “ข้าน้อยไม่เคยมีความคิดที่จะทำร้ายไท่ซ่างหวง ยานั่นข้าน้อยเป็นคนเปลี่ยนเอง แต่ว่าข้าน้อยไม่รู้ว่ามันคือยาพิษ พอหลังจากที่รู้ก็สายไปแล้ว”

“ดังนั้นท่านจึงฆ่าเสี่ยวโหลจือเพื่อให้เขารับโทษแทนท่าน!” หยวนชิงหลิงพูดเสียงแข็ง

“ไม่ใช่ฝีมือข้าน้อย” แม่นมสี่พูด

“ใครเป็นคนสั่งให้ท่านเปลี่ยนยา?” ฮ่องเต้หมิงหยวนรู้สึกว่ามันมีเงื่อนงำอยู่เบื้องหลัง ในวังนี้คนที่สั่งแม่นมสี่ได้นั้นมีไม่เยอะ

แม่นมสี่โขกหัวตัวเอง “ฝ่าบาทประหารข้าน้อยเถอะ ข้าน้อยพูดไม่ได้เพคะ”

“ท่าน.....” ฮ่องเต้หมิงหยวนหมดหวังอย่างที่สุด “เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว คนที่อยู่เบื้องหลังท่านก็ไม่กล้าพูดงั้นหรือ?เสียทีที่ไท่ซ่างหวงเชื่อใจท่านมาตลอด”

แม่นมสี่เริ่มปากสั่น ทั้งเสียใจและเจ็บปวด “ฝ่าบาทรับสั่งประหารข้าน้อยเถอะเพคะ เห็นแก่เมื่อก่อนที่ข้าน้อยก็ช่วยพระองค์ไว้ไม่น้อย อย่าได้บีบคั้นข้าน้อยเลยเพคะ ถึงข้าน้อยจะต้องตาย แต่ก็ไม่สามารถพูดออกมาได้ อย่างน้อยก่อนตายก็ทำให้ข้าน้อยรู้สึกทรมาน”

ฮ่องเต้หมิงหยวนทำไม่ลงจริงๆ เขาไม่ใช่คนที่ใจอ่อน แต่สำหรับแม่นมสี่กับฉางกงกงนั้น พวกเขาไม่ใช่แค่เป็นบ่าวรับใช้ เพราะตอนที่เขายังเป็นรัชทายาทนั้น ทั้งสองคนก็ให้ความช่วยเหลือเขามาโดยตลอด

หยวนชิงหลิงรู้ว่านางไม่มีทางพูดออกมา

ในใจของแม่นมสี่นั้น ไท่ซ่างหวงยังเป็นคนที่สำคัญมาก

ถึงขนาดยอมเอาชีวิตตัวเองแลกกับไท่ซ่างหวง

ที่นางทำแบบนี้นั้น แสดงว่ายังมีคนที่สำคัญมากกว่าไท่ซ่างหวง และไม่ว่ายังไงนางก็เลือกที่จะยอมตาย เพื่อปกป้องคนคนนี้

และในตอนนี้หยวนชิงหลิงถึงได้นึกถึงเรื่องของไข่มุกหนัน “แล้วใครเป็นคนสั่งให้ท่านนำไข่มุกหนันไปมอบให้ฮองเฮา?”

แม่นมสี่นิ่งไปพักหนึ่ง และยังไม่ยอมพูด

ฮ่องเต้หมิงหยวนจึงพูดขึ้นด้วยความโมโห “เรื่องนี้ก็พูดไม่ได้อย่างนั้นหรือ?”

แม่นมสี่น้ำตาไหลออกมา พร้อมกับพูดขึ้นอย่างสะอึกสะอื้น “เรื่องที่ให้นำไข่มุกหนันไปให้ฮองเฮา เป็นรับสั่งของพระชายาฉีเพคะ นางโกรธที่ตอนนั้นพระชายาฉู่วางแผนแย่งอ๋องฉู่ จึงต้องการแก้แค้น”

“เรื่องเปลี่ยนยาก็เป็นฝีมือของนางใช่หรือไม่?” ฮ่องเต้หมิงหยวนถามขึ้นด้วยสายตาน่ากลัว

แม่นมสี่ส่ายหน้า “ไม่ใช่เพคะ นางยังไม่อำนาจสั่งข้าน้อยให้ทำร้ายไท่ซ่างหวงได้ขนาดนั้น”

“แต่นางมีอำนาจสั่งให้เจ้าใส่ร้ายพระชายาฉู่งั้นหรือ?” ฮ่องเต้หมิงหยวนถามขึ้นเสียงแข็ง