บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 592 งั้นก็ลงมือพรุ่งนี้เถอะ

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 592 งั้นก็ลงมือพรุ่งนี้เถอะ ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 592 งั้นก็ลงมือพรุ่งนี้เถอะ เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 592 งั้นก็ลงมือพรุ่งนี้เถอะ บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 592 งั้นก็ลงมือพรุ่งนี้เถอะ ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 592 งั้นก็ลงมือพรุ่งนี้เถอะ

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 592 งั้นก็ลงมือพรุ่งนี้เถอะ นวนิยาย

หลังจากที่หยู่เหวินเห้าไปแล้ว ท่านชายสี่เหลิ่งกับหรงเยว่ก็กลับไปที่ห้อง

หลังจากที่ท่านชายสี่เหลิ่งเข้ามาในห้องก็ให้หรงเยว่ปิดประตู กล่าวอย่างขุ่นเคือง “องค์รัชทายาทไม่ดีตรงไหน? เจ้าลองพูดมาสิ ตรงไหนไม่เหมาะ? ตาอย่าไปอยู่บนหัวเลย เจ้ามันอายุกี่ปีแล้ว มีผู้ชายยินดีเอาเจ้าก็พอ ยังจะมาเลือกมากอีก มิน่าล่ะถึงตอนนี้แล้วเจ้ายังแต่งไม่ออก”

หรงเยว่กลอกตา “นายท่าน เขาเหมาะสมทุกอย่าง มีสิ่งที่เดียวที่ไม่เหมาะ ก็คือเขาแต่งงานแล้ว เขามีพระชายารัชทายาทแล้ว”

ท่านชายสี่เหลิ่งกล่าว “งั้นก็จับพวกเขาแยกออกจากกัน”

หรงเยว่ส่ายหัว “ไม่ได้เจ้าค่ะ ยินดีที่จะฆ่าคนหนึ่งร้อยคน ก็ไม่ทำลายชีวิตคู่ของคนอื่น”

การกลับชาติเกิดยังง่ายกว่าแต่งงานเลย จุดนี้นางเข้าใจดีอย่างมาก จะหาคนที่เหมาะสมแต่งงานด้วยนั้นยากเหลือเกิน ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง

ท่านชายสี่เหลิ่งที่เห็นนางลำบากใจแบบนี้ ก็โมโหจนตบโต๊ะ “สมหน้าน้ำที่มีรูปร่างหน้าตาที่งดงามเช่นนี้ แต่กลับแต่งไม่ออก”

หรงเยว่ค่อยๆชำเลืองมองเขา “เราต่างก็ไม่ต้องว่าใครเลย ข้าแต่งไม่ออก แล้วท่านแต่งเมียหรือยัง? ท่านก็ไม่มีคนเอาเหมือนกัน มีทรัพย์สมบัติตั้งมากมาย แต่หาเมียไม่ได้”

ท่านชายสี่เหลิ่งกล่าวอย่างจริงจัง “นั่นเป็นเพราะข้าไม่อยากแต่ง ใต้หล้านี้มีผู้หญิงที่คู่ควรกับข้ามั้ย?”

หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาก็พูดอย่างครุ่นคิด “อย่างองค์รัชทายาท ทำไมถึงได้แต่งกับพระชายารัชทายาทแบบนี้ด้วยนะ? ไม่คู่ควรเลย องค์รัชทายาทผู้สง่างาม ใยถึงยอมแต่งงานง่ายๆเช่นนี้? ทำให้คนไม่เข้าใจเลยจริงๆ”

หรงเยว่รินชา “ข้าน้อยมองพระชายารัชทายาทก็ไม่ได้แย่ หน้าตาก็ดี นิสัยน่ารักอ่อนโยน ไม่วางท่าอะไรเลย อีกอย่าง สง่าราศีของนางออกจะดี”

“สง่าราศีดี? นางมีสง่าราศีอะไร?” ท่านชายสี่เหลิ่งรับแก้วชามา พูดอย่างไม่เห็นด้วย

หรงเยว่ครุ่นคิดไปครู่หนึ่ง “ก็เป็นคนที่มองแล้วสบายใจ รู้สึกว่านางมีความรู้ นางมีพลังที่ทำให้คนเข้าอยากเข้าใกล้”

ท่านชายสี่เหลิ่งมองนาง รู้สึกความคิดเห็นไม่ตรงกันไม่สามารถเดินไปในทางเดียวกัน ก็เลยไล่นางออกไป

หลังจากที่ท่านชายสี่เหลิ่งพักอยู่จวนฉู่ไปสามวัน พบว่าตอนเช้ามีคนมากมายมารับยาที่นี่ แต่เมื่อมาคิดอย่างละเอียดแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เป็นเรื่องยากที่จะมีหมอหลวงมาอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องเขาไปเรียนเชิญถึงในวัง คนมาเบิกยาเป็นเรื่องปกติ

อีกอย่างไม่ยอมรับไม่ได้แล้ว ฝีมือของหมอหลวงท่านนี้ยอดเยี่ยมจริงๆ บาดแผลที่ขาของเขาแผลสมานได้ดีมาก บัดนี้ลงไปเดิน แม้ยังต้องให้คนพยุง แต่ความเจ็บได้ลดลงไปอย่างมาก

วันนี้เขาใช้ไม้เท้าเดินออกมา เห็นแม่นมอุ้มเด็กๆเดินเล่นที่ลานสวน อีกทั้งยังมีหมาป่าหิมะสามตัว

ในฐานะที่เป็นเจ้าสำนักเหลิ่งหลัง สิ่งที่เขาเสียใจที่สุดก็คือการที่เขาขอหมาป่าหิมะไม่ได้เลยสักตัว บัดนี้เขาสามารถเห็นทีเดียวถึงสามตัว จึงมีความรู้สึกที่อยากจะแย่งชิงขึ้นมาทันที

กลับมาก็มาหารือกับหรงเยว่ และได้เสนอแผนออกมาหนึ่งแผนการ อย่างเช่นอาศัยช่วงเวลากลางคืน ส่งคนมาที่ตระกูลฉู่ มาขโมยหมาป่าหิมะ ถือโอกาสขโมยของมีค่าไปด้วย เช่นนี้แล้วมันทำให้รู้สึกว่าถูกขโมยขึ้นบ้าน จะไม่สงสัยมาถึงตัวเขา

หรงเย่วรู้สึกว่าเขาทำเรื่องให้มันวุ่นวายเกินไป “นายท่าน ใช้เงินซื้อไม่ได้หรือ?”

ท่านชายสี่เหลิ่งตกใจ จากนั้นก็พูดอย่างไม่พอใจ “ในโลกนี้ไม่ใช่ว่าของอะไรก็ใช้เงินซื้อได้”

หลังจากที่นิ่งไปครู่หนึ่ง “งั้นเจ้าไปถามดู ต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะขาย”

หรงเย่วไปแล้ว กลับมารายงานเขา “ถามพระชายารัชทายาทแล้ว นางบอกว่าเงินเท่าไหร่ก็ไม่ขาย มันเป็นของขวัญที่ไท่ซ่างหวงพระราชทานให้กับหลานของราชวงศ์ ขายไม่ได้เจ้าค่ะ”

ท่านชายสี่เหลิ่งไม่พอใจทันที ต่อว่าหรงเยว่ที่คิดเองเออเอง “ก็บอกกับเจ้าแล้ว อย่าเอาแต่พูดเรื่องเงิน ตอนนี้กลายเป็นว่าเหมือนเราอยากได้หมาป่าหิมะของนาง”

อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่ง ในตอนค่ำหยวนชิงหลิงกลับหารือกับหยู่เหวินเห้า บอกว่าท่านชายสี่เหลิ่งต้องการซื้อหมาป่าหิมะ

หยู่เหวินเห้าถาม “ให้เงินเท่าไหร่ล่ะ?”

“ข้าไม่ได้บอกราคา มิรู้ว่าจะสามารถขายได้เท่าไหร่?”

“เจ้าอยากจะขายมันจริงหรือ?” หยู่เหวินเห้ามองนางอย่างประหลาดใจ

หยวนชิงหลิงไหล่ตก “จนก็ต้องขายของในบ้าน เพียงแต่ ก็ขายไม่ได้ มันเป็นสิ่งที่ไท่ซ่างหวงประทานให้กับพวกเด็กๆ”

หยู่เหวินเห้าเห็นนางกลุ้มใจ ก็พูดขึ้น “งั้นก็ขายไปเถอะ ต่อให้ไปขายแล้ว หิมะหมาป่าก็จะกลับมาเอง”

หยวนชิงหลิงเบิกตากว้าง “จริงหรือ? ขายแล้วยังรู้จักกลับมาอีก?”

หยู่เหวินเห้ายิ้มแล้วพูด “จริงสิ หมาป่าหิมะมันจำเจ้าของ หากมันจำเจ้าของแล้ว ต่อให้ถูกขายไปสุดหล้าฟ้าเขียว ก็สามารถกลับมาได้”

หยวนชิงหลิงก็หวั่นไหวทันที เพียงแต่ว่า การทำเช่นนี้จะไร้คุณธรรมหรือเปล่า? ท่านชายสี่เหลิ่งนั้นเสียเงินไปแล้วนะ

ช่างเถอะ ถึงเวลาใช้เงินจริงๆค่อยว่ากันอีกที

“ได้เอ่ยเรื่องเขาโรคเรื้อนกับเสด็จพ่อแล้วรึยัง?” หยวนชิงหลิงถามเรื่องงานแล้ว

ครั้งนี้ถึงตาของหยู่เหวินเห้าไหล่ตกแล้ว “วันนี้ได้พูดไปแล้ว เสด็จพูดให้มาสองตัวอักษร”

“ไม่ได้?”

หยู่เหวินเห้ามองนาง ปากนางได้เบ้ลงมาแล้ว “ไปให้พ้นเลย!”

“แล้วจะทำเช่นไร?” หยวนชิงหลิงร้อนใจแล้ว “มันก็ยืดเยื้อมันมานานแล้ว คงไม่สามารถที่ยืดเยื้อไปตลอด”

หยู่เหวินเห้าจับไหล่ทั้งสองข้างของนางเอาไว้ พูดปลอบใจ “อย่าใจร้อน ข้าได้พูดกับโสวฝู่ฉู่แล้ว บอกให้โสวฝู่ฉู่ไปคุยกับเสด็จพ่ออีกครั้ง หากไม่ได้จริงๆ ข้าค่อยจัดการให้เจ้าขึ้นไปอย่างลับๆ”

นี่เป็นสิ่งที่แย่ที่สุดที่คิดเอาไว้ คงไม่สามารถที่ทอดทิ้งโดยที่ไม่สนใจ ปล่อยให้พวกเขาตายอยู่บนเขาโดยที่ไม่มีคนสนใจ

“แต่ว่า การแอบขึ้นไปแล้วหากถูกคนอื่นรู้เข้า ข้านั้นมิเป็นไร เจ้าคงต้องถูกลงโทษใช่มั้ย?” หยวนชิงหลิงถามอย่างเป็นห่วง

หยู่เหวินเห้าแบมือ “ถูกลงโทษก็ถูกลงโทษสิ ไม่กลัวหรอก”

ชีวิตร้อยกว่าชีวิตเทียบกับการถูกลงโทษ มันจะแค่ไหนเชียว?

“ใช่แล้ว ท่านชายสี่เหลิ่งพักอยู่ที่จวนสามสี่วันแล้ว เรายังไม่ได้ต้อนเราเขาเป็นทางการเลย พรุ่งนี้ข้าจะจัดงานเลี้ยง เรียกคนมาร่วมสังสรรค์ด้วยกัน เรามาเลี้ยงรับรองเขาหน่อย” หยู่เหวินเห้าเสนอ

หยวนชิงหลิงที่กำลังกลุ้มเรื่องเขาโรคเรื้อน พูดขึ้น “แล้วแต่ท่าน ท่านก็ให้ทังหยางจัดการละกัน”

หยู่เหวินหัวมีความคิดอย่างอย่างหนึ่ง ได้พูดกับหยวนชิงหลิง “เมื่อวานเสด็จพ่อตรัสว่า เริ่มตั้งแต่ปีหน้า มีความประสงค์จะลดเงินที่ให้กับสถานฝูโย่ว ข้าอยากจะสนับสนุนให้กับพ่อค้าที่ร่ำรวยบริจาคเงินช่วยเหลือ เพื่อให้ผ่านพ้นปีหน้า คาดว่าปีถัดไปเป่ยถังก็น่าจะดีขึ้นมาบ้างแล้ว”

“ท่านคิดจะอยากจะให้ท่านชายสี่เหลิ่งช่วย?” หยวนชิงหลิงถาม

“เคยมีความคิดเช่นนี้มาก่อน”

หยวนชิงหลิงก็รู้สึกละอายใจทันที “ท่านชายสี่เหลิ่งช่างน่าสงสารจัง เขาถูกรถม้าของเราชนจนบาดเจ็บยังไม่พอ เรายังคิดอยากจะได้เงินของเขาอีก”

หยู่เหวินเห้ายักไหล่แบมือ “จะทำยังไงได้ล่ะ? ฝั่งสถานฝูโย่ว มีเด็กและคนชราตั้งมากมาย ลดเงินของพวกเขา มันก็ไม่สามารถให้พวกเขากินอิ่มนอนอุ่นแล้ว”

หยวนชิงหลิงถอนหายใจ บ้านเมืองยากจน ถึงอย่างไรก็ต้องให้พวกเศรษฐีมาช่วยกันรับผิดชอบต่อสังคมบ้าง

นางพูดด้วยเสียงเบา “อันที่จริงเป่ยถังมีข้อเสียมากมาย ต้องการการแก้ไข บัดนี้ท่านชายสี่เหลิ่งก็อยู่ตรงนี้แล้ว ทำไมท่านไม่คุยกับท่านชายสี่เหลิ่งเรื่องร่วมมือกัน? อย่างเช่นเขาออกทุน ราชสำนักออกกฎที่เอื้ออำนวย ก่อตั้งกิจการหลายๆอย่าง กระตุ้นเศรษฐกิจ ราชสำนักสามารถได้ส่วนแบ่ง และยังสามารถเพิ่มรายได้จากภาษี ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว”

หยู่เหวินเห้าครุ่นคิดไปครู่หนึ่ง “ความคิดนี้ของเจ้าดีมาก การค้ากับการเกษตรต้องเดินไปด้วยกัน ถึงเวลาเรามาลองพูดหยั่งเชิงกับท่านชายสี่เหลิ่งดูละกัน”

ท่านชายสี่เหลิ่งคนนี้ มาพร้อมกับเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ คาดไม่ถึง เขากลับกลายเป็นเป้าหมายของรัชทายาทกับพระชายาไปแล้ว เป้าหมายของพวกเขานั้นบริสุทธิ์มาก ก็คือต้องการเงินที่อยู่ในกระเป๋าของเขา

ฝ่ายหนึ่งต้องการเงิน ฝ่ายหนึ่งต้องการชีวิต ต่างฝ่ายต่างมีแผนการของตัวเอง

ฤดูใบไม้ร่วงที่หนาวเย็น ท่านชายสี่เหลิ่งได้จามติดต่อกันหลายครั้ง รู้สึกเย็นที่หลังของเขา เขาพลิกตัว และห่อตัวอยู่ในผ้าห่ม รังหมา นี่มันรังหมาชัดๆ เรือนรับรองของรัชทายาทจะสบายซาวโถ๋จุ้ยของเขาได้อย่างไร? ดูท่าต้องรีบหว่านเสน่ห์ให้หยวนชิงหลิงติดกับ ให้นางทิ้งลูกทิ้งผัว จากนั้นก็ค่อยฆ่านางตามเหตุผล เสร็จภารกิจแล้วกลับบ้าน มากสุดเงินหนึ่งแสนตำลึงนั้นก็ให้นางเป็นสมบัติฝังในโลง เช่นนี้แล้วต่อให้นางตายก็มีคุณค่าแล้ว

ได้ พรุ่งนี้ก็เริ่มลงมือเลย ต้องลำบากใจเขาแล้วจริงๆ!