บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 620 จะเหมาะสมได้อย่างไร

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 620 จะเหมาะสมได้อย่างไร ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 620 จะเหมาะสมได้อย่างไร เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 620 จะเหมาะสมได้อย่างไร บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 620 จะเหมาะสมได้อย่างไร ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 620 จะเหมาะสมได้อย่างไร

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 620 จะเหมาะสมได้อย่างไร นวนิยาย

หรงเยว่ได้ยินประโยคนี้ ก็พูดขึ้นอย่างจริงจังว่า “อะซี่ เจ้ายังอายุน้อย ไม่รู้ถึงความขมขื่นของข้า รอเมื่อเจ้ามีอายุเท่าข้า เจ้าก็จะร้อนใจ ถึงตอนนั้นอย่าว่าแต่แสร้ง ต่อให้เปลี่ยนแปลงทางร่างกายใบหน้า ขอเพียงมีส่วนช่วยให้ได้แต่งงาน เจ้าก็ล้วนจะยอมทำ”

อะซี่แลบลิ้นพร้อมพูดขึ้นว่า “ข้าไม่เดือดร้อน รอเมื่อข้าอายุสิบเจ็ด ท่านย่าน่าจะไปช่วยข้าเลือกคู่แล้ว”

หรงเยว่ถอนหายใจ พร้อมพูดขึ้นว่า “คนมีครอบครัวดีอย่างนี้นี่เอง”

อะซี่อึ้ง พร้อมถามขึ้นว่า “หรงเยว่ เจ้าไม่มีครอบครัวหรือ?”

“มีพ่อสามห้าคน และก็เป็นเพราะพวกเขาที่ทำให้ข้าไม่ได้แต่งงาน มักพูดว่าผู้ชายไม่ใช่คนดี บอกให้ข้าไม่ต้องแต่งงาน” หรงเยว่พูดขึ้นมาอย่างโกรธจัด

หยวนชิงหลิงกับอะซี่มองตากัน พ่อสามห้าคน? พ่อควรที่จะมีเพียงคนเดียวไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงมีสามห้าคน? แต่ดูท่าทีของหรงเยว่ ดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจ คิดว่าคงจะไม่ใช่เรื่องที่มีความสุขอะไร คนคนหนึ่งมีพ่อสามห้าคน แสดงว่าแม่ของนางแต่งงานหลายครั้ง ไม่ควรที่จะพูดถึง พวกนางจึงไม่ถามต่อ

แต่พวกนางไม่ถาม หรงเยว่กลับพูดขึ้นมาเอง

“หลังจากที่พ่อของข้าแต่งงานกับแม่ของข้า ก็ได้มีเมียน้อยอีกสองคน แม่ของข้าทนรับไม่ไหว จากไปตั้งแต่ตอนที่ข้ายังอยู่ในท้อง ตอนที่คลอดข้า อาศัยอยู่ในวัดร้างแห่งหนึ่ง ตอนนั้นด้านนอกมีพายุฝนตกอย่างหนัก ด้านในจึงมีหลายคนหลบฝนอยู่พอดี ข้าเกิดมาในค่ำคืนท่ามกลางพายุลมแรง แม่ของข้าคลอดข้าเสร็จก็เสียชีวิตแล้ว หลายคนที่หลบฝนอยู่ข้างในเห็นว่าข้าน่าสงสาร ต่างก็พูดว่าจะเลี้ยงดูข้า แย่งชิงตกลงกันไม่ได้ จึงตัดสินใจเลี้ยงข้าคนละหนึ่งปี แล้วก็เช่นนี้ ข้าจึงมีพ่อห้าคน”

หยวนชิงหลิงกับอะซี่ฟังแล้ว ก็รู้สึกอัศจรรย์อย่างมาก เด็กกำพร้าภายในวัดร้างแห่งหนึ่ง มีคนแย้งกันเลี้ยงดูถึงสี่คน? เมียของพวกเขาไม่สามารถคลอดเองได้หรือ? หากบอกว่าด้วยความสงสาร ใครคนใดคนหนึ่งรับเลี้ยงดูก็จบแล้ว ทำไมยังต้องเปลี่ยนกันคนละหนึ่งปี?

หรงเยว่หัวเราะ เหลือบมองดูทั้งสองคน พร้อมพูดขึ้นว่า “ยังมีคำเรียกอีกอย่างหนึ่ง ข้าคือจวิ้นจู่ของแคว้นต้าซิง พ่อของข้าเป็นท่านอ๋องของแคว้นต้าซิง แม่ของข้าถูกเมียน้อยทำร้าย หนีมายังเป่ยถัง แล้วพ่อของข้างก็ส่งคนสนิททั้งสี่คนมาตามหาข้า แต่พวกเขากลัวข้ากลับไปแล้วจะถูกทำร้าย ดังนั้นจึงอยู่ดูแลปกป้องข้าอยู่ที่เป่ยถัง”

พูดมาตั้งนาน กลับเป็นการถูกหรงเยว่ล้อเล่น อะซี่พูดบ่นขึ้นว่า “ชาติกำเนิดของตนเองทำไมถึงกลายเป็นเรื่องเล่า? ใจเจ้ากว้างใหญ่มากหรงเยว่”

หรงเยว่กำหมัด พร้อมถอนหายใจพูดขึ้นด้วยเสียงเบาว่า “คลายบรรยากาศความตื่นเต้นหน่อย ที่จริงในใจของข้ากลัวหลู่เฟยเหนียงเหนียงจะไม่ชอบข้า”

หรงเยว่ที่มีความมั่นใจในตัวเองมาตลอด กลับกลายเปลี่ยนเป็นไม่มั่นใจขึ้นมาในทันใด ทำให้หยวนชิงหลิงค่อนข้างคาดไม่ถึง

นางยิ้มพร้อมพูดปลอบขึ้นว่า “เจ้าวางใจ ในเมื่อหลู่เฟยเหนียงเหนียงยอมพบเจ้า แสดงว่าในใจของนางก็ไม่ได้ปฏิเสธเจ้า เจ้าเพียงแค่ทำตัวให้ดีที่สุดก็พอ คนคํานวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต ให้เป็นไปตามธรรมชาติ อย่ากดดันตนเองขนาดนั้น”

หรงเยว่พยักหัว มองดูหยวนชิงหลิงอย่างซาบซึ้งใจ พร้อมพูดขึ้นว่า “พระชายารัชทายาทช่วยข้าขนาดนี้ ต่อไปข้าจะไม่ลืมบุญคุณของเจ้าเด็ดขาด”

หยวนชิงหลิงหัวเราะพร้อมพูดขึ้นว่า “ดูเจ้าพูดจาอะไรกัน? ต่อไปหากเจ้าแต่งงานกับเจ้าหกแล้ว ข้ากับเจ้าก็เป็นสะใภ้คนพี่คนน้อง เป็นครอบครัวเดียวกัน”

ในใจหรงเยว่อยากที่จะให้เรื่องประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่นางก็เคยสืบเรื่องของหลู่เฟย ค่อนข้างหัวสูง อาจจะไม่ชอบนางก็ได้

อะซี่ไม่สนใจว่าหรงเยว่จะตื่นเต้น ถามขึ้นอย่างอยากรู้ว่า “พี่หรงเยว่ หากหลู่เฟยเหนียงเหนียงไม่ชอบเจ้า เจ้าจะทำยังไง? จะตัดใจหรือ?”

ดวงตาคู่หงส์หรี่ลง กลายเปลี่ยนเป็นโหดเหี้ยม พร้อมพูดขึ้นว่า “ตัดใจเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด หากนางไม่ยอม ข้าก็จะลักพาตัวอ๋องหวยไป ไม่ว่าจะไกลสุดขอบฟ้า ไม่ว่ายังไงข้าก็จะต้องแต่งงานกับเขา”

นี่ค่อยเป็นวิธีที่สมกับเป็นหรงเยว่ หยวนชิงหลิงกับอะซี่ต่างก็หัวเราะขึ้นมา

หลู่เฟยออกจากวังในครั้งนี้อย่างไม่เอิกเกริก ไม่ได้เชื้อเชิญฮูหยินมากมายมาเป็นแขก ยังไงเรื่องนี้ก็ยังไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ เผื่อผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ดีอย่างที่คิด ถึงตอนนั้นจะกลายเป็นที่ขบขัน

เดิมฮ่องเต้ไม่ได้บอกว่าผู้หญิงคนนี้พระชายารัชทายาทเป็นคนแนะนำ ด้วยความที่นางรบเร้าถามหลายครั้ง ค่อยรู้ว่าพระชายารัชทายาทชื่นชอบผู้หญิงคนนี้

ตอนนั้นหยวนชิงหลิงรักษาอาการป่วยของอ๋องหวย หลู่เฟยมอบยาเม็ดจื่อจินของอ๋องหวยให้กับหยวนชิงหลิง พร้อมทั้งพูดว่าบุญคุณความแค้นเลิกแล้วต่อกัน แต่นางรู้ตัวเองดี เรื่องนี้ไม่มีทางเลิกแล้วต่อกัน บุญคุณที่ช่วยชีวิตยังไงก็ติดหนี้ไปแล้ว เพราะฉะนั้นในใจลึกๆยังคงซาบซึ้งในตัวหยวนชิงหลิง

ดังนั้นเมื่อรู้ว่าเป็นผู้หญิงที่หยวนชิงหลิงแนะนำ ยังไงก็เป็นความหวังดีของหยวนชิงหลิง บวกกับสาเหตุอื่นๆ ดังนั้นจึงตัดสินใจเจอหน้าดู

นางมองดูลูกชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เหมือนดั่งต้นไม้หยก ก่อนหน้านี้ไม่นาน ขาเพียงข้างเดียวของเขาก็ไม่สามารถที่จะเดินออกมาจากประตูผีได้ ตอนนั้นหมดหวังขนาดไหน เคยคิดเสียที่ไหนว่าจะยังมีวันนี้?

บางที ก็ไม่ควรที่จะคาดหวังอะไรมากเกินไป ขอให้เขามีความสุขก็พอ หากเขาชอบผู้หญิงคนนั้น งั้นก็เลือกคนนี้แหละ จะได้ไม่ต้องเดือดร้อน ให้คนอื่นนินทาพูดอะไรต่ออะไรให้เขาต้องเสียใจ

เมื่อคิดถึงเช่นนี้ แววตาหลู่เฟยก็มุ่งมั่นขึ้นมา

ได้ยินเสียงรายงานขึ้นว่าพระชายารัชทายาทมาแล้ว อ๋องหวยก็ลุกขึ้นไปต้อนรับ

เพิ่งมาถึงหน้าประตู ก็เห็นหยวนชิงหลิงพาสาวสวยคนหนึ่งมาด้วย ชายเสื้อผ้าปลิวไสว เหมือนดั่งนางฟ้ามาจุติ ทำให้เขาไม่กล้าจ้องมอง รีบยกมือประสานพูดขึ้นว่า “น้องถวายบังคมพี่สะใภ้ห้า”

หยวนชิงหลิงอมยิ้มเดินไปหาพร้อมพูดขึ้นว่า “ลุงหกไม่ต้องเกรงใจ ที่นี่ลมแรง รีบเข้าไปกันเถอะ”

อ๋องหวยไม่กล้ามองดูหรงเยว่ แต่ดวงตาทั้งคู่ของหรงเยว่ กลับเหมือนถูกดึงดูด จ้องมองใบหน้าของเขาอย่างไม่อาจละสายตา ก่อนหน้านี้เห็นเขาครั้งแรกก็รู้สึกว่าหล่อเหลาอย่างที่สุด วันนี้ได้เห็นอีกครั้ง ยิ่งรู้สึกหล่อ อ่อนโยนและสง่างาม หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะขึ้นมาทันที และก็ยิ่งตื่นเต้นขึ้นมา

หยวนชิงหลิงพานางเข้าไปถวายพระพรหลู่เฟย หลู่เฟยกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือ ดวงตาทั้งคู่จ้องมองดูหรงเยว่ ในใจอดไม่ได้ที่จะตื่นตระหนก งดงามถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

นางเห็นหรงเยว่เดินมาถวายพระพร ท่าทีใจกว้างมีมารยาท ไม่มีความด้อยของคนที่มาจากครอบครัวเล็กๆแม้เพียงนิด สิ่งนี้ทำให้ในใจหลู่เฟยให้คะแนนไปแล้วหนึ่งคะแนน

นางจะไปรู้ได้อย่างไร การที่หรงเยว่ทำได้ขนาดนี้ ได้ผ่านการฝึกฝนมากี่รอบ เพื่อเป็นที่ประทับใจในการพบกันครั้งแรก

แต่ก็มีเพียงตอนที่ถวายพระพร สามารถดูได้ เมื่อหรงเยว่นั่งลง ความเคยชินในยุทธภพก็เผยออกมา อยากที่จะนั่งไขว่ห้าง ดีที่มีอะซี่ไอเตือนนางอยู่ด้านข้าง ทำให้นางรีบนั่งลงอย่างมีมารยาทขึ้นมา

เพียงแต่ หลู่เฟยมองเห็นแล้ว ขมวดคิ้วขึ้นมาในทันใด โดยเฉพาะพี่สะใภ้ทั้งสองของหลู่เฟย นางอู่กับนางเตียว หลังจากทำความเคารพหยวนชิงหลิง ก็แอบพูดนินทากันขึ้นมา น้ำเสียงไม่ดัง แต่หลู่เฟยได้ยินพอดี พูดว่าหรงเยว่ไม่มีมารยาท

หยวนชิงหลิงเห็นท่า จึงรีบพูดขึ้นอย่างยิ้มแย้มว่า “เอาของฝากที่ท่านชายสี่เตรียมไว้ให้กับเหนียงเหนียงเข้ามา”

นางเตียวหัวเราะออกมาทันที พร้อมพูดขึ้นว่า “ยังจัดเตรียมของฝากด้วยหรือ? นี่เป็นธรรมเนียมอะไรกัน?”

สีหน้าหลู่เฟยยิ่งย่ำแย่ การพบกันในครั้งนี้ที่จริงก็เพียงเพื่ออยากดู ตามธรรมเนียมแล้ว ถึงแม้จะเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม สุดท้ายหลู่เฟย จะต้องให้ของฝากหรงเยว่หนึ่งชิ้น พูดว่าเป็นของฝาก ที่จริงก็เป็นการประทานให้กับหรงเยว่

ตอนนี้หลู่เฟยไม่ได้ประทานอะไรให้ หรงเยว่กลับให้ของฝากก่อน จะทำให้มีคนขบขันนางได้

วันนี้ที่นางเตียวกับนางอู่มา เดิมก็มาเพื่อต้องการที่จะดูถูกลูกสาวพ่อค้าคนนี้ นางจะได้ไม่มีความคิดเหมือนคางคกอยากกินเนื้อห่านฟ้า นึกว่าครอบครัวของตนเองมีเงินแล้วจะสามารถ ปืนป่ายขึ้นมาเป็นหงส์ได้หรือ ถึงแม้อ๋องหวยจะเคยป่วยเป็นวัณโรค แต่ยังไงก็เป็นเชื้อพระวงศ์ รัชทายาทบัญชา นางคู่ควรเสียที่ไหน?