บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 633 ท่านนี้คือย่าของข้า

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 633 ท่านนี้คือย่าของข้า ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 633 ท่านนี้คือย่าของข้า เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 633 ท่านนี้คือย่าของข้า บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 633 ท่านนี้คือย่าของข้า ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 633 ท่านนี้คือย่าของข้า

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 633 ท่านนี้คือย่าของข้า นวนิยาย

หยวนชิงหลิงพูดว่า “รู้ว่าหลานไม่ใช่หยวนชิงหลิงคนเดิมคนนั้น คิดว่าหลานยืมซากคืนชีพมาตลอด”

คุณย่าหยวนพูดว่า“เขาดีกับหลานจริงหรือเปล่าประเดี๋ยวย่าเห็นเขากับตาถึงจะรู้ ”นางถอนหายใจหนักๆหนึ่งเสียง มองใบหน้าของหลานสาว“ใบหน้าของหลานตอนนี้คล้ายกับใบหน้าเดิมอยู่หลายส่วน ก่อนจะมา โม่ยี่เคยเล่าสถานการณ์ของพวกหลานให้ย่าฟังแล้ว หมอหลินก็เล่าให้ฟังบางส่วน ย่ารู้ว่าหลานกำลังจะสร้างโรงเรียนแพทย์ แต่ยังหาหมอที่ยินดีจะช่วยหลานไม่ได้ ย่ากำลังคิดว่า ในเมื่อสัญญาของย่ากับโรงพยาบาลก็หมดอายุแล้ว ไม่สู้มาช่วยหลานดีกว่า ฉะนั้น ย่าคงไม่กลับไปแล้ว จะอยู่เฝ้าดูแลหลานที่นี่ หลานจะได้ไม่ต้องอยู่ที่นี่ตัวคนเดียว หลานรับผิดชอบดูแลย่าในบั้นปลายชีวิตก็พอ”

หยวนชิงหลิงได้ยิน ก็รู้สึกดีใจขึ้นมาทันที “จริงหรือ คุณย่าดีที่สุดเลย”

คุณย่าหยวนลูบที่แผลเป็นบนข้อมือของนาง ยังคงรู้สึกเจ็บปวดใจมาก“หลานอยู่ที่นี่ยังไม่ลืมในสิ่งที่ร่ำเรียนมา ที่แคว้นต้าซิงมีคนมากมายรู้จักหลาน พูดถึงหลานแล้วก็ชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ย่าได้ยินแล้ว ก็รู้สึกภูมิใจเหมือนกัน”

ระหว่างที่คุณย่าหยวนพูด ใบหน้าก็เผยให้เห็นแววปลอบโยน

หยวนชิงหลิงรู้สึกคาดไม่ถึง“จริงหรือ คนต้าซิงต่างก็รู้จักหลานหรือ คุณย่า หมอหลินคนนั้นเป็นใคร คุณย่าบอกว่านางเป็นคนพาคุณย่ามา หรือว่านางเองก็มีเครื่องแห่งกาลเวลา ”

คุณย่าหยวนดึงมือของนางเอาไว้ ค่อยๆเล่าขั้นตอนที่นางมาที่นี่ให้หยวนชิงหลิงฟัง

เดิมทีหลังจากที่โม่ยี่ได้นำข่าวคราวของหยวนชิงหลิงมาส่ง คุณพ่อหยวนก็ไปเล่าให้คุณย่าหยวนฟังที่โรงพยาบาล คุณย่าหยวนทั้งตื่นเต้นทั้งเจ็บปวดใจ ชั่วขณะนั้นก็ควบคุมอาการป่วยเอาไว้ไม่อยู่ พอดีกับที่เพื่อนร่วมงานเก่าแก่ที่อยู่ในโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนนั่นก็คือศาสตราจารย์หลินมีเหลนสาวคนหนึ่งชื่อหยางหรูไห่เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคหัวใจ จึงได้ให้นางมาช่วยทำการผ่าตัดให้กับคุณย่าหยวน

ฝั่งโม่ยี่พอรู้ว่าคุณย่าหยวนกำลังทำการรักษาโรค จึงได้บินมาอีกครั้งเพื่อเยี่ยมเยียน ได้พบเข้ากับหยางหรูไห่พอดี ที่แท้หยางหรูไห่ก็เป็นคุณหมอเจ้าของไข้ที่รักษาน้องสาวของนาง

เพราะว่าหยางหรูไห่นั้นถูกอ๋องสำเร็จราชการแทนพระองค์เรียกตัวมาเพื่อรักษาโรคให้น้องสาวของโม่ยี่ ฉะนั้นโมยี่จึงมั่นใจว่าหยางหรูไห่นั้นสามารถติดต่อกับอ๋องสำเร็จราชการแทนพระองค์ได้ จึงได้แอบเล่าเรื่องนี้ให้กับคุณย่าหยวนฟัง คุณย่าหยวนพอได้ยินก็รู้สึกทนไม่ไหว รีบเรียกหาตัวศาสตราจารย์หลินมา ให้ศาสตราจารย์หลินช่วยพูดเกลี้ยกล่อม ให้หยางหรูไห่ไปหาท่านอ๋องที่ลึกลับคนนั้น ปรากฏว่า หยางหรูไห่ได้ยินว่าคุณย่าหยวนต้องการไปตามหาหลานสาว จึงบอกว่าไม่จำเป็นต้องไปหาท่านอ๋อง นางสามารถขอให้แม่ของนางหลินไห่ไห่ช่วยเหลือได้

หยวนชิงหลิงได้ยินสิ่งที่คุณย่าเหล่ามา ก็รู้สึกมึนงงอยู่บ้าง “ศาสตราจารย์หลินที่คุณย่าพูดถึง ใช่คุณปู่หลินหรือเปล่า”

“ใช่เขานั่นแหละ หลานเคยพบเขา”คุณย่าหยวนพูด

หยวนชิงหลิงจัดระเบียบข้อมูลที่ได้รับมาในสมองชั่วครู่ “หมอหลินที่พวกเราพบเมื่อสักครู่ นางชื่อหลินไห่ไห่ เป็นหลานสาวของศาสตราจารย์หลิน คนที่ทำการผ่าตัดให้น้องสาวของโม่ยี่คือลูกสาวของหลินไห่ไห่ชื่อหยางหรูไห่ หมายความว่าอย่างนี้ใช่ไหม”

หยวนชิงหลิงรู้สึกไม่เข้าใจ “แต่ว่า ทำไมหมอหลินไห่ไห่จึงมาอยู่ที่นี่ แต่ลูกสาวของนางหยางหรูไห่กลับอยู่ในโลกของพวกเราล่ะ”

คุณย่าหยวนส่ายหน้า “เรื่องนี้ย่าก็ไม่รู้ หมอหลินพาย่ามาที่นี่ แต่ได้กำชับไว้นักหนาว่านอกจากหลานแล้ว ก็ไม่ให้บอกกับใครถึงสถานะของตัวเอง ถ้าหากย่าจะอยู่ที่นี่ ก็ต้องอยู่ที่นี่ในฐานะน้องสาวของนาง”

หยวนชิงหลิงยิ้มออกมา “คุณย่า คุณย่ายังเป็นน้องสาวเขาได้หรือ คนอื่นเขาอายุน้อยกว่าคุณย่านะ อีกอย่าง นางเป็นหลานสาวของคุณปู่หลิน ถ้าอย่างนั้นก็คงจะอายุประมาณสามสิบกว่ากระมัง”

ไม่ถูกต้อง หมอหลินดูอย่างไรก็เหมือนคนอายุหกสิบกว่าแล้ว

คุณย่าหยวนมองนาง ยิ้มขึ้นมา “เด็กโง่ ในสมองของหลาน กาลเวลาหมุนเวียนไปพร้อมกันหรืออย่างไร”

หยวนชิงหลิงตบที่ศีรษะหนึ่งที “อ๋อ ใช่แล้ว ถ้าหากหลานข้ามมิติเวลากลับไป ย้อนกลับไปตอนที่คุณย่าอายุยี่สิบปี ถ้าอย่างนั้นหลานก็คงดูแก่กว่าคุณย่าเยอะเลย”

คุณย่าหยวนพูดว่า “แต่ไม่ว่าอย่างไร เรื่องนี้หลานรู้ดีกว่าย่า เรื่องทั้งหมดมันก็เป็นอย่างนี้ แต่ว่า ที่ย่ามาที่นี่ได้ ก็มีเงื่อนไขเหมือนกัน ถ้าหากสามารถสร้างโรงเรียนแพทย์ได้สำเร็จ แคว้นต้าซิงจะส่งนักเรียนกลุ่มใหญ่มาที่นี่ทุกปี เพื่อเข้าเรียนในโรงเรียนแพทย์”

หยวนชิงหลิงไม่เข้าใจ “แล้วทำไมต้าซิงไม่เปิดโรงเรียนของตัวเองล่ะ”

คุณย่าหยวนมองนาง รู้สึกว่าหลังจากที่หลานสาวมาที่นี่แล้วก็เหมือนจะดูโง่ไปมากจริงๆ “แล้วหลานว่า ทำไมทุกปีประเทศของเราจึงมีนักเรียนมากมายออกไปเรียนที่ต่างประเทศล่ะ ในนั้นมีนักเรียนแพทย์อยู่ไม่น้อยที่เดียว เพราะอะไร”

หยวนชิงหลิงตบที่ศีรษะอีกครั้ง พูดอย่างหงุดหงิดว่า “คุณย่า หนึ่งครรภ์โง่สามปี เห็นทีจะเป็นเรื่องจริง มาตรฐานการแพทย์ของทั้งสองประเทศไม่เท่ากัน แน่นอนว่าต้องมีความจำเป็นมาก แต่ว่า ถ้าหากคนของเป่ยถังเองก็สามารถไปเรียนรู้วิชาแพทย์ที่ต้าซิงได้ สำหรับสองประเทศแล้วอย่างนี้ถึงจะถือว่ายุติธรรม”

คุณย่าหยวนเอ่ยเสียงเบาว่า “เรื่องเหล่านี้ ก็ให้คนที่มีอำนาจเขาไปคิดหาหนทางเถอะ พวกเราที่เป็นหมอไม่ก้าวก่ายการเมือง”

ย่าหลานสองคน พูดคุยกันอีกพักใหญ่ ก็ได้ยินหมันเอ๋อเข้ามารายงานว่าท่านอ๋องมาถึงแล้ว

วันนี้ที่ถนนเฉิงอันมีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้น ตายไปสองคน หนึ่งชายหนึ่งหญิง ชายเป็นพ่อหม้าย หลังจากเมียตายก็เลี้ยงลูกชายทั้งสองคน ลูกชายต่างก็เป็นหนุ่มแล้ว ทำมาหากินเล็กๆอยู่ข้างนอก ไม่นับว่าร่ำรวยเหลือกินเหลือใช้ แต่ก็ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก

หญิงผู้ตายนั้นเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างๆกัน ตายอยู่บนเตียงของพ่อหม้าย ทั้งสองต่างก็ไม่สวมใส่เสื้อผ้า

เวลาเที่ยงตอนที่ได้รับรายงานเรื่องคดี หัวหน้าพลตระเวนได้ลาหยุดงาน หยู่เหวินเห้าจึงต้องตามออกไปตรวจดูสถานที่เกิดเหตุ ผู้ตายทั้งสองตายอย่างน่าอนาถ ชายนั้นถูกเฉือนอวัยวะเพศจนขาด บนร่างถูกมีดฟันสิบกว่าแผล หญิงนั้นถูกตัดลิ้นขาด หูและจมูกก็ถูกเฉือนออกไป นิ้วมือนิ้วเท้าก็ถูกตัด และถูกโยนทิ้งไป เลือดไหลนองเต็มพื้น น่าอนาถเป็นอย่างยิ่ง

วันนี้หยู่เหวินเห้าได้อยู่ในที่เกิดเหตุพร้อมกับพวกข้าราชการที่ออกมาทำหน้าที่ค้นหานิ้วมือนิ้วเท้าของหญิงผู้ตายด้วยกัน ชิ้นส่วนถูกแยกทิ้งไปที่สวนในลานบ้านและในมุมสวน

ช่วงเวลาพลบค่ำจึงรวมพลกลับ หยู่เหวินเห้าออกจากถนนเฉิงอันก็ตรงมาที่จวนเหลิ่ง เพราะว่าห่างกันแค่สองช่วงถนนเท่านั้น ใกล้มาก กลางคืนเขาต้องทำงานนอกเวลาอีก ฉะนั้นจึงไปที่จวนเหลิ่งเพื่อบอกให้หยวนชิงหลิงทราบ รวดกินข้าวด้วยกันสักมื้อ

แต่ว่าวันนี้ตอนที่ทำคดี บนร่างมีร่องรอยคราบเลือดติดอยู่ เขาเองก็ไม่ได้มีเวลามาสนใจ จึงตรงดิ่งมาทันที

ตอนที่หยวนชิงหลิงประคองคุณย่าออกไป ก็เห็นร่างของหยู่เหวินเห้าที่เปื้อนไปด้วยคราบเลือด ชะงักค้างไปทันที คิดว่าเจ้าห้าเองก็คงไม่ได้หวังว่าการพบหน้ากับคุณย่าครั้งแรก จะอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้

หยู่เหวินเห้าเห็นหยวนชิงหลิงออกมาพร้อมกับผู้อาวุโสท่านหนึ่ง ผู้อาวุโสท่านนี้เขาไม่รู้จัก แต่รู้ว่าเป็นผู้อาวุโสคนนั้นที่อ๋องชินสู้บอกว่าต้องการพบหยวนชิงหลิง เข้าไปคำนับ “คำนับท่านผู้อาวุโส”

คุณย่าหยวนมองเขา หน้าตาก็ดูดี ดวงตาสดใส หน้าผากโหนกนูน เค้าโครงหนักแน่นเด็ดเดี่ยว ทั้งร่างไม่มีความหยิ่งทะนงของความเป็นคุณชายผู้สูงศักดิ์เลยแม้น้อย แวบแรกที่มองไป แค่หน้าตา คุณย่าหยวนก็ให้เขาไปสิบคะแนน

หยวนชิงหลิงเคยบอกกับคุณย่าว่าหยู่เหวินเห้าเป็นเจ้ากรมการพระนคร ควบคุมดูแลความสงบเรียบร้อยของเมืองหลวง แต่ว่าคราบเลือดที่เต็มร่างนี้……

เฮ้อ อย่างไรเสียหลานสาวก็คลอดลูกของเขาออกมาตั้งสามคนแล้ว หลานเขยคนนี้ยังไงก็คงต้องยอมรับแล้ว

คุณย่าหยวนเก็บความคิดรวบรวมสติ เผยรอยยิ้มบางๆที่ดูมีเมตตา “เพิ่งเลิกงานหรือ”

หยู่เหวินเห้าตอบรับเสียงหนึ่ง คำศัพท์ที่ว่าทำงานเลิกงาน ก่อนหน้านี้เคยได้ยินยายหยวนพูดอยู่บ่อยครั้ง เขามองไปทางหยวนชิงหลิง เห็นดวงตาของหยวนชิงหลิงบวมเป่งราวกับลูกท้อ ก็อดไม่ได้ที่จะนิ่งอึ้งไปชั่วครู่

หยวนชิงหลิงประคองแขนของคุณย่าหยวนเอาไว้ พูดเสียงเบาๆว่า “เจ้าห้า ท่านนี้คือท่านย่าของข้า ”

หยู่เหวินเห้ายิ้ม “ทำไมจึงนับท่านย่าเพิ่มขึ้นอีกคนเล่า”

หยวนชิงหลิงมองเขา เอ่ยอย่างจริงจังว่า “ไม่ใช่การนับท่านย่าเพิ่มอีกคน นางเป็นท่านย่าของข้าจริงๆ คุณย่าของข้า”