บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 651 อ๋องอานแต่งชายารอง

sprite

มีเพียงพระชายาอานปิดซ่อนเรื่องนี้เอาไว้ ทว่าอะหลูกลับต่างออกไป

วันถัดมาหลังคุยงานกับอ๋องอาน นางรีบเอ่ยว่า “อ๋องอาน รอหลังท่านเข้ารับตำแหน่งเจ้ากรมการพระนคร อะหลูไปจากจวนอ๋องเพคะ”

อ๋องอานแปลกใจมากทีเดียว ก่อนมองนางพลางถามขึ้น “เพราะเหตุใด เจ้าจะไม่อยู่ข้างกายข้าแล้วหรือ เจ้าเคยพูดไม่ใช่หรือ จะต้องเห็นข้าขึ้นครองบัลลังก์?”

อะหลูฝืนยิ้มออกมา “ทั้งใจของอะหลูยินยอมช่วยเหลือท่านอ๋อง แต่เส้นทางนี้ยากลำบากกว่าที่อะหลูคิดไว้ก่อนนี้ยิ่งเพคะ ไร้ชื่อเสียงวาสนาอะหลูไม่สนใจ ไม่พอใจอะหลูสามารถอดทน แต่อะหลูกลัวทำลายความรู้สึกของท่านอ๋องและพระชายา โดยเฉพาะตอนนี้พระชายาอานกำลังทรงพระครรภ์ ไม่ควรโมโห อะหลูทราบว่าท่านอ๋องหวังมีซื่อจื่อมานานมากแล้ว หวังว่าครั้งนี้จะสมปรารถนา”

อ๋องอานเอ่ยว่า “พระชายามีนิสัยใจกว้างอยู่แล้ว ไม่คิดเล็กคิดน้อยพวกนี้กับเจ้าหรอก เจ้าและนางก็แทบไม่ไปมาหาสู่กันอยู่แล้ว วันหน้าปรากฏตัวต่อหน้านางให้น้อยก็เพียงพอแล้ว เรื่องไม่จำเป็นต้องใส่ใจ”

อะหลูเอ่ยเสียงดังฟังชัดว่า “พระชายาใจกว้าง อะหลูในใจย่อมไม่คิดเลยเถิด กลัวคำพูดจากปากของผู้คนยากที่จะหยุดยั้ง สุดท้ายต้องพูดถ้อยคำที่ทำร้ายพระชายาอยู่ดี ท่านอ๋องอย่าโน้มน้าวอีกเลย อะหลูตัดสินใจว่าจะจากไปเพคะ”

อ๋องอานมองนาง แววตาปรากฏความขุ่นเคือง

อะหลูติดตามเขามานานเช่นนี้ ในใจนางครุ่นคิดสิ่งใด เขาแจ่มแจ้ง

รู้ชัดว่าตอนนี้เขาห่างจากนางไม่ได้ ยังใช้การลาจากมากดดัน หรือสุดท้ายนางอดทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ

อ๋องอานมองออกแต่ไม่พูดออกมา เพียงเอ่ยเสียงเรียบว่า “ข้ารู้ว่าหลายปีมานี้ทรมานเจ้า เจ้าวางใจเถิด ข้าไม่ให้เจ้าได้รับความไม่เป็นธรรมแน่ เมื่อวานพระชายาเสนอให้ข้าแต่งเจ้าเป็นชายารอง หากเจ้ายินยอม ข้าจะกราบทูลต่อเสด็จพ่อ”

อะหลูเงียบงันพักหนึ่ง ก่อนเอ่ยหน้าเอ่ยว่า “ขอบพระทัยท่านอ๋อง”

แววตาของอ๋องอานปรากฏความแปลกใจ แต่พลันเก็บงำไว้ “อืม!”

ยกนางเป็นชายารอง ไม่ได้เอ่ยถึงเพียงครั้งเดียว อ๋องอานก็ทรงยินดีที่จะเอ่ยถึง เพราะรู้ว่าอะหลูไม่ได้เห็นตำแหน่งชายารองอยู่ในสายตา เอ่ยขึ้นทุกครั้งนางจะปฏิเสธทุกครั้ง

แต่ปฏิเสธหรือไม่ปฏิเสธ อ๋องอานเอ่ยออกมาแล้ว ถือเป็นการให้รางวัลนาง นางไม่รับก็ช่างเถิด

อ๋องอานชื่นชอบความสนุกที่ไม่ต้องทุ่มเทประเภทนี้ โดยไม่รู้สึกเบื่อหน่าย แต่ไม่คิดว่าครั้งนี้อะหลูกลับตอบตกลง

อ๋องอานเฉลียวฉลาดระดับใด? เพียงมองแวบเดียวก็เข้าใจดี

อะหลูไม่ได้ดูถูกตำแหน่งชายารอง เพียงไม่ได้ครองตำแหน่งชายาเอก เมื่อไม่ได้สิ่งที่ดีที่สุด ก็ยอมลดระดับมาเอาสิ่งที่ดีรองลงมา นางไม่ได้ทอดทิ้งการเป็นชายาเอกของเขา เพียงตอนนี้เลือกก้าวทีละก้าว ไม่คิดจู่ ๆ ก้าวกระโดดขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดอีกแล้ว

อ๋องอานไม่คิดแต่งตั้งชายารองแม้แต่นิดเดียว เขาต้องการให้เสด็จพ่อทรงเห็นว่าเขาเพียงทุ่มเทให้งานราชการและการทหาร และไม่ถูกฉุดรั้งจากสตรีในเรือน

และบุรุษเมื่อลั่นวาจาแล้ว ต้องรักษาสัจจะ เมื่อเขาเอ่ยออกไป อะหลูตอบตกลงแล้ว เขาต้องทำให้ได้ มิฉะนั้นต่อไปอะหลูจะไม่ภักดีต่อเขา

เรื่องมากมายก่อนหน้านี้ต่างพึ่งพานาง ชั่วยามนี้ไม่สามารถหาคนมาแทนนางได้ และอะหลูทำงานน่าเชื่อถือ ละเอียดรอบคอบ ทราบว่างานเขามีมากมาย และเปลี่ยนแปลงไม่ได้

เขาให้อะหลูออกไป ก่อนกลับเรือนบอกกล่าวเรื่องนี้แก่พระชายาอาน

พระชายาอานฟังแล้ว ยิ้มออกมา “สมควรให้ตำแหน่งแกนางแล้วเพคะ เพื่อเลี่ยงไม่ให้คนเอ่ยว่าจวนอ๋องอานเอาเปรียบนาง”

อ๋องอานประคองใบหน้านางพลางเอ่ยถาม “เจ้าถือหรือไม่ หากเจ้าถือสา ข้ามีวิธีการแก้ปัญหา”

พระชายาอานยิ้มกว้างขึ้น “จะถือสาได้เช่นไรเพคะ นี่คือสิ่งที่ข้าเอ่ยขึ้นเอง ท่านอ๋องเพียงทำตามเท่านั้น ทั้งตอนนี้ตั้งครรภ์ บางครั้งไม่อาจปรนนิบัติท่านอ๋องได้ ข้างกายท่านอ๋องควรมีคนเคียงข้างถึงจะถูกเพคะ คนผู้นี้ไม่อาจไร้ยศตำแหน่ง หากไม่มีสถานะ ถือเป็นการดูถูกท่านอ๋อง”

อ๋องอานโอบกอดนาง ก่อนเอ่ยเสียงละมุน “เจ้าทั้งจิตใจอ่อนโยนและมีคุณธรรม ทำให้ข้าโปรดปรานเจ้า”

พระชายาอ๋องอานอิงแอบอยู่ในอ้อมกอดเขาเงียบ ๆ ก่อนพึมพำว่า “ได้ยินคำพูดนี้ของท่านอ๋อง เพียงพอแล้ว”

รอยยิ้มของนางเลือนหายจากมุมปาก ความขมขื่นอัดแน่นทั่วดวงตา นางพูดปลอบตนเองมาตลอดว่าต้องไม่ถือสา ไม่ใช่อะหลู ต้องเป็นผู้อื่น

ท่านอ๋องไม่อาจไม่แต่งตั้งชายารอง

และท่านอ๋องอยู่ข้างกายนางมาหลายปีเช่นนี้ ไม่เคยเอ่ยว่าต้องการแต่งชายารอง นางจึงรังเกียจว่าตนไร้คุณธรรม ควรเป็นฝ่ายจัดแจงให้ท่านอ๋องตั้งแต่แรก

เป็นเช่นนี้ดีแล้ว ดีร้ายคือเรื่องเก็บงำไว้ในใจมานาน ต่อไปไม่ต้องหนักใจเพราะเรื่องนี้อีกแล้ว

“ยังปวดท้องอยู่หรือไม่?” อ๋องอานผละออกจากนาง ก่อนถามเสียงอ่อนโยน

พระชายาอานส่ายศีรษะ บนใบหน้ายังคงซีดเซียว “ดีขึ้นมากแล้วเพคะ อาจเพราะอากาศเย็น ทานอาหารไม่ระวังจึงปวดท้อง รักษาตัวไม่กี่วันหายดีแล้วเพคะ ท่านอ๋องโปรดวางใจ”

อ๋องอานขมวดคิ้ว น้ำเสียงแม้ตำหนิกลับห่วงใย “เป็นบ่าวไพร่ที่ทำงานไม่ได้เรื่อง เจ้าเองไม่ควรปกป้องเช่นนี้ ควรด่าทอต้องด่า ควรลงโทษต้องลงโทษ ต้องมีความเด็ดขาดของนายหญิงถึงจะถูก ข้าไม่อาจอยู่ข้างกายเจ้าตลอดเวลา เจ้าต้องระวังตัวให้มาก”

พระชายาอ๋องอานพยักหน้าเบา ๆ “ทราบเพคะ ข้าไร้ประโยชน์ มักทำให้อ๋องกังวลใจ”

ในใจนางรู้สึกพ่ายแพ้อย่างหนัก นางรู้ว่านิสัยตนอ่อนแอ ไร้ท่าทางของนายหญิง ยากที่จะแยกแยะจิตใจผู้คนหรือความจริงเท็จ

หากไม่ใช่อ๋องอานโปรดปรานนาง ผู้ใดจะเห็นนางอยู่ในสายตา?

อ๋องอานสวมกอดภรรยารัก ในใจปีติยินดี แต่ความปีติยินดีถูกความทะเยอทะยานของอะหลูทำลายไปไม่น้อย ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ ความจริงไม่ควรแต่งชายารอง

เสด็จพ่อทรงเรียกตัวเขากลับมาครั้งนี้ แม้ไม่อาจคว้าตำแหน่งเจ้ากรมการพระนครไว้ได้ ต้องคิดแผนการอื่นเตรียมไว้ หากเอ่ยเรื่องแต่งชายารองไปตอนนี้ เกรงว่าเสด็จทรงคิดว่าเขาหมกมุ่นเรื่องส่วนตัว ไม่ใส่ใจเรื่องราชการ

และพระชายาอานเพิ่งตั้งครรภ์ หากเขาเสนอแต่งชายารองออกไป อาจทำให้ไทเฮาไม่พอใจ

เวลานี้อ๋องอานกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

แต่หลังขบคิด เขายังเข้าวังเอ่ยเรื่องนี้ เอ่ยว่าตอนนี้พระชายาอานตั้งครรภ์ ในจวนจำต้องมีคนจัดการดูแล รวมทั้งอะหลูอยู่ในจวนมานาน ถ่อมตนต่อพระชายา งานภายในภายนอกล้วนจัดการได้อย่างเหมาะสม รับนางไว้ถือว่าช่วยให้พระชายาไม่ต้องกังวลใจ

ฮ่องเต้หมิงหยวนตรัสถามถึงชาติกำเนิดของอะหลู เมื่อได้ยินว่าบรรพบุรุษอะหลูคือทหารผู้จงรักภักดี เพียงต่อมาตระกูลตกต่ำจึงมาเป็นผู้ดูแลในจวนอ๋อง แต่ไม่ได้ขายตัวเป็นบ่าวไพร่ ฮ่องเต้หมิงหยวนจึงสนับสนุน

ฮ่องเต้หมิงหยวนสนับสนุน กุ้ยเฟยย่อมไม่เอ่ยอันใด กลับเป็นทางไทเฮานั้นที่พูดฉอด ๆ หลายประโยค ว่าไม่ควรเอ่ยเรื่องนี้ในเวลานี้ ทำให้พระชายาไม่พอใจ กลัวโมโหจนกระทบถึงครรภ์

แต่ไทเฮาเอ่ยเพียงไม่กี่ประโยคเท่านั้น ตอนนี้ชีวิตของนางมีหลานเพิ่มเข้ามา จึงไม่เข้มงวดเช่นอดีตขนาดนั้นอีกแล้ว

เพราะในราชสำนักกำลังเกิดเรื่องราวมากมาย อ๋องอานแต่งชายารองจึงดำเนินการอย่างเรียบง่าย รวมทั้งครอบครัวของอะหลูไม่ได้ใหญ่โต เรื่องนี้เรียบง่ายได้ก็ทำอย่างเรียบง่าย

อะหลูไม่มีความคิดเห็น นางเดิมไม่ได้เรียกร้องให้จัดงานแต่งใหญ่โต ชายารองคืออนุภรรยา จัดงานใหญ่โตดูไม่เหมาะสม นางวาดหวังถึงพิธีแต่งตั้งฮองเฮาในวันหน้า

สามวันหลังจากนั้น ถือว่าเป็นวันมงคลวันหนึ่ง อ๋องอานแต่งอะหลูเป็นชายารอง แต่นางไม่ชื่นชอบผู้อื่นเรียกนางว่าชายารอง จึงเอ่ยลงไปว่าให้เรียกว่าพระชายาหลูเท่านั้น

แม้เอ่ยว่าเรียบง่าย แต่งานเลี้ยงยังถูกจัดขึ้น หยู่เหวินเห้าติดพันคดีมากมายยังได้รับเทียบเชิญ เมื่อเป็นพี่น้องแตกหักกันแล้ว เขาต้องไปชนจอกสุราอวยพรสักจอกแน่

ผู้คนภายนอกรู้ว่าหยวนชิงหลิงตอนนี้อยู่ที่หมู่ตึกเหมย ดังนั้นเทียบเชิญของจวนอ๋องอานจึงถูกส่งไปที่หมู่ตึกเหมยเช่นกัน เทียบเชิญนี้อะหลูเป็นผู้ส่งไป ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอ๋องอาน