บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 683 วิเคราะห์อ๋องอานสักหน่อย

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 683 วิเคราะห์อ๋องอานสักหน่อย ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 683 วิเคราะห์อ๋องอานสักหน่อย เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 683 วิเคราะห์อ๋องอานสักหน่อย บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 683 วิเคราะห์อ๋องอานสักหน่อย ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 683 วิเคราะห์อ๋องอานสักหน่อย

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 683 วิเคราะห์อ๋องอานสักหน่อย นวนิยาย

หลังจากที่อ๋องอานออกจากวัง เขาก็ขี่ม้าตรงไปยังกรมการพระนคร

เขารู้ว่าหลังจากหยู่เหวินเห้าได้รับบาดเจ็บ จะต้องเชิญหยวนชิงหลิงไปที่นั่นอย่างแน่นอน อีกทั้งอาการบาดเจ็บของหยู่เหวินเห้าก็ไม่ใช่เบา ๆ ในระยะเวลาสั้น ๆ เท่านี้ย่อมไม่อาจเคลื่อนไหวได้ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า หยวนชิงหลิงจะต้องอยู่ที่กรมการพระนครแน่

หลังจากอ๋องอานออกจากกรมการพระนครไป ในกรมก็เพิ่มการป้องกันให้แน่นหนามากขึ้น

ในความมืดมิดมองเห็นได้ว่า มีม้าตัวหนึ่งวิ่งตะบึงเข้ามาอย่างรวดเร็ว เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบว่ารูปพรรณสัณฐานเหมือนกับอ๋องอาน จึงเตรียมการป้องกันอย่างเคร่งเครียด รวมถึงมีคนรีบเข้าไปรายงานทันที

อ๋องอานพุ่งเข้าไปที่ประตูกรม พลิกตัวลงจากหลังม้า พูดด้วยเสียงแหบแห้งว่า “ข้าไม่ได้มาเพื่อก่อเรื่อง ข้าอยากพบพระชายารัชทายาท เร็วเข้า!”

หยวนชิงหลิงดูแลหยู่เหวินเห้าอยู่ด้านหลังที่ทำการ นอนคว่ำหน้าฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ พอได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างนอก นางก็ลืมตาขึ้นอย่างมึนงง พอดีกับที่อาซี่ผลักเปิดประตูเข้ามาแล้วพูดว่า "พี่หยวน อ๋องอานมาอีกแล้ว บอกว่าอยากพบท่าน”

เดิมทีหยู่เหวินเห้านอนหลับอยู่ ได้ยินว่าอ๋องอานมาก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที ดวงตาเบิกกว้าง พูดว่า "เขามาอีกแล้วรึ? คิดจะทำอะไรอีกล่ะ? เสียสติไปแล้วรึ? ดี! มาเลย สู้กันอีกสักตั้งก็ได้ ครั้งนี้ข้าจะไม่ไว้ไมตรีอีกต่อไปแล้ว! "

“เขาบอกว่าเขาต้องการพบข้า” หยวนชิงหลิงเห็นท่าทางเขาดิ้นรนแบบพร้อมแลกชีวิตแล้ว ก็รีบเข้าไปปลอบเขาว่า “ เจ้าอย่าเพิ่งลุก เดี๋ยวถ้าแผลเปิดอีกมันจะเป็นปัญหาได้”

“พบเจ้าไปเพื่ออะไร? ห้ามไปพบเขาตามลำพัง ให้เขาเข้ามาที่นี่” หยู่เหวินเห้าพูดอย่างกังวล

หยวนชิงหลิงรู้ว่าเขาไม่วางใจ จึงพูดกับอาซี่ว่า: "เจ้าไปบอกอ๋องอานว่าข้ากำลังดูแลอาการบาดเจ็บของรัชทายาทอยู่ ถ้าเขามีอะไรจะพูดให้เข้ามาพูดที่นี่"

“ได้ ข้าจะออกไปบอกสวีอี” อาซี่พูดจบก็หันหลังกลับ แล้วเดินออกไปทันที

หยู่เหวินเห้าสงบลงแล้ว หันไปมองหยวนชิงหลิงพลางพูดว่า "เจ้าบอกว่าเขาต้องการพบเจ้า หรือว่าจะมาเชิญเจ้าเข้าวังไปรักษาพี่สะใภ้สี่?"

หยวนชิงหลิงพูดเสียงเบา: "ไม่รู้สิ เจ้าอย่าเดาส่งเดชเลย นอนลงก่อน"

หยู่เหวินเห้าดึงมือนางไว้ ยืมแรงขยับขึ้นไปด้านหน้าล็กน้อย ขอให้หยวนชิงหลิงยกหมอนให้เขาสูงขึ้นอีกหน่อย เพื่อให้เขาดูมีท่วงท่างามสง่าไม่ดูด้อยในสายตาใคร

เขาพูดว่า “ถ้าหากใช่ล่ะก็ ไปก็ไม่ดี ไม่ไปก็ไม่ดี ถ้าไปแล้วรักษาไม่หาย ความรับผิดชอบก็จะมาตกอยู่กับเจ้า แต่ถ้าไม่ไป พี่สะใภ้สี่ก็ต้องตายแน่นอน เจ้าคิดว่าจะทำเช่นไรรึ?”

หยวนชิงหลิงพูดขึ้นว่า: "ลองฟังดูก่อนแล้วกัน"

ในฐานะพระชายารัชทายาท แน่นอนว่านางสามารถเลือกได้ว่าจะไปหรือไม่ไป

แต่ในฐานะหมอ นางไม่มีทางเลือก อีกทั้งคนคนนั้นคือพระชายาอานเสียด้วย

สิ่งที่นางจำได้แม่นยำที่สุดเกี่ยวกับพระชายาอาน ก็คือครั้งหนึ่งตอนที่พวกนางได้คุยกัน นางมองดูตัวเองอย่างเหนียมอาย พูดว่านางกลัวว่าบรรดาพี่น้อง พี่สะใภ้น้องสะใภ้ จะทำลายมิตรภาพความสัมพันธ์อันดีต่อกันในวันใดวันหนึ่ง

อ๋องอานปกป้องนางได้อย่างดีมาก ไม่ยอมให้นางต้องสัมผัสกับสิ่งสกปรกใด ๆ ในโลกภายนอกเลยแม้แต่น้อย แต่พระชายาอานก็ไม่ใช่คนโง่ไร้สมอง นางสามารถรับรู้ได้ถึงบรรยากาศของสถานการณ์อันตึงเครียด ที่ทุกคนต่างพร้อมจะหันดาบเข้าหากันได้ทุกเมื่อ

ดังนั้น นางจึงดูเหมือนผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่มีความสุขในชีวิต แต่ในใจนางลึก ๆ กลับมีความรู้สึกสับสนย้อนแย้งอยู่

ยิ่งอ๋องอานปกป้องนางไว้ในปราสาทที่สร้างขึ้นบนความว่างเปล่ามากเท่าไหร่ ยามเมื่อนางมองลงมา ก็ยิ่งเกิดความรู้สึกหวาดหวั่น ชวนอกสั่นขวัญหายมากขึ้นเท่านั้น

สวีอีนำทางอ๋องอานเข้ามา นอกจากสวีอีแล้ว ยังมีทังหยางกับอาซี่ พวกเขาทั้งหมดต่างมายืนขวางอยู่ตรงหน้าหยวนชิงหลิง จ้องมองอ๋องอานอย่างไม่เป็นมิตร

หยวนชิงหลิงไม่ได้พบหน้าอ๋องอานมาหลายวันแล้ว ดังนั้นเมื่อนางได้เห็นเขาในแวบแรก นางก็ถึงกับตกใจจนผงะไปเลยทีเดียว

เมื่อก่อนที่ได้เห็นเขา  มักจะเห็นคนที่มีจิตใจอันกระฉับกระเฉง ดูมีชีวิตชีวา แต่งกายหรูหรา สง่างามสูงศักดิ์เหมือนดั่งหยกเนื้อดีอยู่เสมอ

แต่ตอนนี้กว้านที่เขาใส่หลุดลุ่ย เส้นผมกระจัดกระจาย เสื้อผ้าก็มีรอยยับย่นทั้งยังอาบย้อมไปด้วยคราบเลือดบางส่วน บนใบหน้ามีไรหนวดขึ้นเป็นตอ เบ้าตาลึกโหล เส้นผมจำนวนหนึ่งบนขมับเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดแกมเหลือง ไม่หลงเหลือความสูงส่งงามสง่าเหมือนดังแต่ก่อน

เขายืนอยู่ที่นั่นในสภาพที่เหมือนคนตกอับ คล้ายคนที่ถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยวเดียวดาย ต้องเหลือตัวคนเดียวในโลกใบนี้ก็ไม่ปาน ในดวงตาไม่หลงเหลือแววเย่อหยิ่งชั่วร้ายเหมือนเมื่อก่อนให้เห็น ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย ก่อนจะอ้าปากขึ้นพูดช้า ๆ ว่า " พระชายารัชทายาท ข้ามีเรื่องจะมาขอร้องเจ้า "

หยวนชิงหลิงยังไม่ทันจะพูดอะไร หยู่เหวินเห้าก็กระแอมไอขึ้นมาเสียงหนึ่ง อ๋องอานหันไปมองหยู่เหวินเห้าอย่างตกใจและเจ็บปวด พูดอย่างร้อนใจว่า: "เจ้าห้า คืนนี้ข้าทำร้ายเจ้า ข้าต้องขออภัยเจ้าด้วย แต่เห็นแก่ความเป็นพี่น้องเถอะนะ ข้าไม่เคยขอร้องอะไรเจ้าเลย ตอนนี้พี่สี่ขอร้องเจ้าสักเรื่อง หวังว่าเจ้าจะเห็นแก่ความรักระหว่างพี่น้องของพวกเรา โปรดให้พระชายารัชทายาทเข้าวังเพื่อไปรักษาพี่สะใภ้สี่ของเจ้าด้วยเถอะ นาง.....ไม่มีความผิดอะไร ทั้งยังไม่เคยทำร้ายพวกเจ้ามาก่อนเลย "

หยู่เหวินเห้าหันไปมองเขา ขยับปากอ้าออก เดิมทีคิดอยากจะพูดประชดประชันออกไปว่าครั้งนี้รู้จักพูดถึงความรักระหว่างพี่น้องแล้วหรือ? ทำไมเมื่อก่อนไม่เห็นจะรู้จักคิดถึงบ้างเลยล่ะ?

เพียงแต่ คำพูดเหล่านี้กลับไม่อาจพูดออกมาจากปากได้ ทำได้เพียงมองไปที่หยวนชิงหลิง

หยวนชิงหลิงเงียบไปครู่หนึ่ง ทั้งไม่ได้ปฏิเสธ อ๋องอานก้าวไปข้างหน้าแล้วพูดกับนางด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนว่า: "เจ้ามีเงื่อนไขอะไร? เจ้าว่ามาได้เลย ขอเพียงข้าสามารถทำได้ ข้าจะตอบตกลงพวกเจ้าอย่างแน่นอน"

หยวนชิงหลิงวางมือบนกล่องยาที่อยู่บนโต๊ะ แล้วพูดขึ้นว่า “เงื่อนไขมีเพียงข้อเดียว ถ้ารักษาไม่ได้ โปรดเชื่อว่าข้าได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว ขอเพียงท่านอ๋องรับปากเงื่อนไขข้อนี้ ข้าจะไปกับเจ้าทันที"

“ตกลง ข้ารับปาก!” อ๋องอานตอบรับไปประโยคหนึ่ง แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหยวนชิงหลิงจะให้ความช่วยเหลืออย่างราบรื่นเช่นนี้

หยู่เหวินเห้าได้รับบาดเจ็บ ไม่สามารถตามไปได้ สวีอีกับทังหยางรวมถึงอาซี่จึงร่วมทางไปด้วย

กู้ซือเฝ้าอยู่หน้าประตูวัง เขาปล่อยให้อ๋องอานเข้ามา หยวนชิงหลิงก็สามารถเข้ามาได้ แต่ว่าทังหยางกับสวีอีไม่สามารถเข้าวังในเวลากลางคืนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไปที่วังหลัง ทั้งสองไม่อาจตามเข้าไปได้ ด้วยเหตุนี้ จึงมีเพียงอาซี่คนเดียวที่ตามเข้าไป

อาซี่ตื่นตัวระแวดระวังไปตลอดทาง เพราะกลัวว่าจู่ ๆ อ๋องอานจะเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมา แต่หลังจากที่อ๋องอานเดินเข้าไปถึงตรอกในวัง ก็บอกหยวนชิงหลิงว่าเขาขอล่วงหน้าไปก่อน ขอให้ทั้งสองคนตามมาโดยเร็ว

เมื่อเห็นอ๋องอานวิ่งจากไปอย่างรวดเร็วราวกับเหาะ อาซี่ก็อดแปลกใจไม่ได้ “คิดไม่ถึงเลยว่าอ๋องอานจะให้ค่ากับความรักมากมายเช่นนี้ นี่ไม่เหมือนกับตัวเขาในยามปกติเลยจริง ๆ”

“ในโลกของเขา มีเพียงพระชายาอานเท่านั้นที่เป็นตัวตนอันงดงามสมบูรณ์แบบ เขาย่อมรักใคร่หวงแหนมากเป็นธรรมดา” หยวนชิงหลิงสาวเท้าก้าวเดินอย่างรวดเร็ว พลางตอบคำถามของอาซี่ไปด้วย

อาซี่เดินไล่ตามขึ้นมา ถามว่า “เช่นนั้นพี่หยวนคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ ว่าเพื่อพระชายาอานแล้ว เขาจะยอมปล่อยวางการต่อสู้แย่งชิงอำนาจการครองบัลลังก์ ? หรือบางทีเขาอาจจะกลายเป็นคนดีขึ้นมาได้ นั่นคงจะดีมากเลยทีเดียวนะ”

หยวนชิงหลิงหัวเราะ “อาซี่ การคิดอย่างไร้เดียงสาเป็นเรื่องดี แต่อ๋องอานขบคิดวางแผนเรื่องนี้มานานขนาดนั้นแล้ว เขาจะยอมปล่อยวางมันไปง่าย ๆ ได้อย่างไรกัน? บางทีตอนนี้เขาอาจเต็มใจประนีประนอมเป็นการชั่วคราวเพื่อพระชายาอาน นั่นเพราะชีวิตนี้ของเขา ไม่อาจทนรับการสูญเสียนี้ได้ เขามองในแง่กำไรขาดทุนว่ามันหนักหนาสาหัสมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรู้สึกรักใคร่ที่เขามีต่อพระชายาอานนั้นเป็นของจริง ในเส้นแบ่งระหว่างความเป็นความตายเช่นนี้ ความรู้สึกมักจะอยู่เหนือความมีเหตุมีผลเสมอ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาสูญเสียพระชายาอานไป หรือพระชายาอานรอดปลอดภัยไร้อันตรายแล้ว เขาก็จะกลับมาเป็นเหมือนเก่า"

อาซีมองดูหยวนชิงหลิงอย่างชื่นชม "พี่หยวน การวิเคราะห์ของท่านช่างอย่างละเอียดลึกซึ้งนัก!"

หยวนชิงหลิงยิ้มแต่ไม่พูดอะไร จะดีจะร้ายนางก็เคยเรียนโทในสาขาจิตวิทยาคลินิกมาก่อน

อันที่จริง นางก็เคยศึกษาวิจัยพฤติกรรมของอ๋องอานมาก่อน คนคนนี้มักใช้วิธีการอันโหดเหี้ยมชั่วร้าย พร้อมทำทุกวิธีเพื่อให้ตัวเองบรรลุเป้าหมาย บางครั้งก็ชั่วร้าย บางครั้งก็กลับดำให้เป็นขาวได้อย่างไม่นึกละอาย

เขารักพระชายาอาน แต่ไม่ได้ซื่อสัตย์ เขาสามารถอยู่กับผู้หญิงคนอื่นได้ เช่นอะหลูเป็นต้น แต่เขามีท่าทีห่างเหินเย็นชากับอะหลูมาก เห็นได้ชัดว่าแค่ต้องการใช้ประโยชน์ แต่ไม่ได้มีความรักใคร่เสน่หาอะไรเลยแม้แต่น้อย

ไม่น่าแปลกใจหรอก ความรักกับความต้องการทางเพศของผู้ชาย มักแยกออกจากกันเสมอ

มีผู้ชายหลายคนที่ในใจรักใครคนหนึ่งอยู่ แต่ก็ยังสามารถปฏิสัมพันธ์ทางเนื้อหนังกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ได้เหมือนเดิม พวกเขาไม่คิดว่านี่คือการทรยศ เพราะพวกเขาเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าหัวใจของพวกเขาภักดีต่อความรู้สึกนี้

แต่คนประเภทนี้มักจะมีสองมาตรฐาน คือไม่สามารถยอมรับได้ว่า คนที่ตัวเองรักมีปฏิสัมพันธ์ทางเนื้อหนังกับผู้ชายคนอื่น เพราะคิดเอาเองว่าความรักและการร่วมรักของผู้หญิง จะต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน

คนอย่างอ๋องอานก็น่าจะจัดอยู่ในประเภทนี้

นางส่ายหัว เร่งฝีเท้าวิ่งเหยาะ ๆ ตามอาซี่ไปตลอดทาง จนเวลาแบบนี้แล้ว ยังจะมัวคิดถึงผู้ชาย ผู้หญิง ความสัมพันธ์ทางเพศอะไรอีกล่ะ ? มันไม่มีความหมายอะไรแล้วทั้งนั้น