บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 699 ทำตัวเป็นผู้หญิงที่ดุร้าย

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 699 ทำตัวเป็นผู้หญิงที่ดุร้าย ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 699 ทำตัวเป็นผู้หญิงที่ดุร้าย เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 699 ทำตัวเป็นผู้หญิงที่ดุร้าย บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 699 ทำตัวเป็นผู้หญิงที่ดุร้าย ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 699 ทำตัวเป็นผู้หญิงที่ดุร้าย

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 699 ทำตัวเป็นผู้หญิงที่ดุร้าย นวนิยาย

หยวนชิงหลิงพูดว่า “ท่านน่ะไม่รู้จักวิธีในการจัดการเงิน ค่าใช้จ่ายของหนึ่งเดือน ท่านเอาไปเลี้ยงเหล้าจนหมดในมื้อเดียว ไม่ว่าจะให้ท่านสิบตำลึงหรือสองร้อยตำลึง อย่างไรก็คงใช้ได้ไม่พ้นเดือนอยู่ดี ใช่แล้ว ออกไปทำงานครั้งนี้ เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่ หรือว่า ได้พบกับใครบางคนหรือไม่ ”

นางจำได้ว่าเสี้ยนจู่โหรหมิ่นกับคุณหนูห้าแห่งตระกูลกู้เดินทางไปฮู่ยโจว ไม่รู้ไว้ได้พบกันหรือไม่

เขาออกไปทำงานครึ่งเดือน กลับบ้านไม่ได้เข้ามากอดมาหอมนางเหมือนแต่ก่อน กลับมาแล้วก็กล่าวโทษว่านางเอาเงินเก็บส่วนตัวของเขาไปทำให้เขาต้องทนหิว ถ้าเมื่อใดที่เขารู้สึกผิดในใจ ก็จะหาเรื่องควบคุมคนอื่นก่อน

ปรากฏว่า เมื่อหยู่เหวินเห้าได้ยินคำพูดนี้ ดวงตากลอกไปมาหลายครั้ง เห็นได้ชัดว่ารู้สึกผิดในใจ

“ก็…… ก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเสียหน่อย พบกับ…… ไม่ได้พบกับใครทั้งนั้น มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่เป็นไรมาก”หยู่เหวินเห้าหยิบเอาลูกพลับแช่แข็งที่ถูกโยนทิ้งไว้ข้างๆขึ้นมาอีก กัดคำใหญ่ๆ สีหน้าเป็นกังวล

หยวนชิงหลิงไม่ถามอีก นั่งลงตรงหน้าเขา สองมือเท้าไว้ใต้คางมองเขา

หยู่เหวินเห้าถูกจ้องจนรู้สึกอยู่ไม่เป็นสุข จึงยิ้มขึ้นมา “ประเดี๋ยวเจ้าคงจะรู้เอง คงต้องมาหาถึงบ้านแน่ๆ”

สายตาของหยวนชิงหลิงมีแววอันตรายประกายขึ้น “ก่อนที่คนอื่นจะมาหาถึงบ้าน ข้าควรจะรู้ก่อนหรือไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”

หยู่เหวินเห้าพยักหน้ารัวๆ เอ่ยด้วยสีหน้าบริสุทธิ์ไร้เดียงสาว่า “ใช่แล้ว เจ้าต้องรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ไม่เช่นนั้นถ้าจวิ้นจู่องจิ้งมา เจ้าก็ไม่มีอะไรจะทะเลาะกับเขาได้ ”

“ฉะนั้น เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”

หยู่เหวินเห้าประสานสองมือเข้าหากัน สายตาที่มองหยวนชิงหลิงนั้นชัดแจ๋วมาก “ข้า……ทำลายความบริสุทธิ์ของลูกสาวผู้อื่นไปแล้ว”

สายตาของหยวนชิงหลิงราวกับมีพายุฝนก่อตัวขึ้นมา หยู่เหวินเห้ารีบยกมือขึ้นมาแก้ตัวว่า “ไม่ได้หมายความเช่นนั้น ไม่ใช่ข้าเป็นคนทำลาย เป็นคนอื่นที่ทำลาย แต่ว่ามีความเกี่ยวข้องกับข้าเล็กน้อย”

“ท่านหมายความว่าอย่างไร”หยวนชิงหลิงถามอย่างนิ่งสงบ ผ่านคลื่นลมฝนมาตั้งมากมายแล้ว ที่จริงไม่มีอะไรทำให้นางจะรู้สึกตกใจและโกรธได้ในชั่วพริบตา

หยู่เหวินเห้าอ้ำอึ้งอยู่ชั่วครู่ ค่อยเล่าความเป็นไปเป็นมาของเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น

ที่แท้พวกเขาก็ไปยังหนานอานก่อนจะวนกลับมายังฮู่ยโจว หลังจากกลับมาจากกองทัพที่ฮู่ยโจว ก็ไปอาศัยอยู่ยังบ้านเก่าของกู้กั๋วกงสองวัน

ไหนเลยจะรู้ว่า เสี้ยนจู่โหรหมิ่นก็อยู่ที่นี่ด้วย เข้ามาทำตัวพัวพันกับเขา พี่ชายอย่างโน้นพี่ชายอย่างนี้ หยู่เหวินเห้าไม่สนใจนาง เพื่อเป็นการหลบหน้านางจึงพาสวีอีออกไปเดินชมบรรยากาศของทิวทัศน์และผู้คนของฮู่ยโจว

แต่คิดไม่ถึงว่าเสี้ยนจู่โหรหมิ่นกับคุณหนูห้าแห่งตระกูลกู้ก็ตามไปด้วย ยังตามติดไม่ยอมปล่อย หยู่เหวินเห้ารู้สึกโมโหขึ้นมาบ้างแล้ว จึงจงใจเดินทางไปยังสถานที่ที่ค่อนข้างเปลี่ยว ดูสิว่าพวกนางจะตามไปอีกหรือไม่ ปรากฏว่าพวกนางยังคงตามอยู่ตลอดไม่ไปไหน

หยู่เหวินเห้ากับสวีอีจึงใช้วิชาตัวเบาหนีไป ทิ้งพวกนางเอาไว้

ในคืนวันเดียวกัน พวกนางไม่ได้กลับมา กู้กั๋วกงให้คนออกไปตามหาก็หาไม่พบ ช่วงเที่ยงของวันที่สอง จึงพบว่าพวกนางอยู่ในหอคณิกาแห่งหนึ่ง

หลังจากตรวจสอบแล้วจึงรู้ว่า เดิมทีพวกนางสองคนพาบ่าวรับใช้ตามหยู่เหวินเห้าไป หยู่เหวินเห้าจงใจนำทางพวกนางให้ไปยังสถานที่ที่ค่อนข้างเปลี่ยว แล้วก็ทิ้งไว้ไม่สนใจ ทำเอาพวกนางหลงทางกลับมาไม่ได้ ได้แต่ถามทางกับคนแถวนั้นมาตลอดทาง ที่แห่งนั้นเดิมก็วุ่นวายอยู่แล้ว พวกนางมีหน้าตาสวยงามบวกกับไม่ได้พูดสำเนียงในท้องถิ่น จึงถูกคนลงมือลักพาตัวไป พาไปยังหอคณิกา

แม้ว่าพวกนางจะไม่ได้ถูกกระทำการข่มขืน แต่เป็นถึงเสี้ยนจู่คนหนึ่ง อีกคนก็เป็นคุณหนูของตระกูลกู้ ถูกคนค้นหาจนพบในหอคณิกา ความบริสุทธิ์นั้นนับว่าถูกทำลายไปแล้ว

และเพราะว่าตอนนั้นหยู่เหวินเห้าก็ได้ออกไปตามหาพร้อมกัน ฉะนั้นหลังจากที่ช่วยเหลือเสี้ยนจู่โหรหมิ่นและคุณหนูห้าออกมาจากหอคณิกาแล้ว เสี้ยนจู่โหรหมิ่นก็ร้องไห้โฮกับหยู่เหวินเห้า บอกว่าเขาจงใจทิ้งนางเอาไว้ ทำให้นางถูกพวกคนชั่วลักพาตัวไป ระหว่างที่ตำหนิอย่างเจ็บปวด นางก็พูดถึงฐานะของหยู่เหวินเห้ากับนาง

หยู่เหวินเห้าพูดจบ มองหยวนชิงหลิงด้วยสีหน้าน่าสงสาร “ไม่เกี่ยวข้องกับข้าจริงๆนะ ใครจะไปรู้ว่าพวกนางจะถูกลักพาตัวไป ข้าคิดว่าตามข้าไม่ทัน พวกนางก็จะกลับกันไปเองได้ พวกนางโง่หรืออย่างไร แม้แต่ทางก็ไม่รู้ยังจะตามข้าอยู่ได้ ”

หลังจากหยวนชิงหลิงฟังแล้ว ก็รู้สึกหมดคำพูด ถามขึ้นว่า “ตอนที่พวกนางอยู่ข้างในนั้นคงไม่ได้ถูกปฏิบัติอย่างไม่ดีกระมัง คงไม่ถูกทำลายความบริสุทธิ์ของร่างกายใช่หรือไม่ ”

“ถูกตบตีไปหลายที เจ้าก็รู้ ปกติพวกนางนั้นหยิ่งยโส เพราะคิดว่าตัวเองฐานะสูงส่ง คิดว่าถ้าพูดสถานะของตนเองออกไปคนอื่นจะกลัวไม่กล้าทำอะไร ไหนเลยจะรู้ว่าเพื่อเงินแล้วแม้แต่ชีวิตก็ยอมแลก แต่ว่า คนอื่นก็ไม่ได้คิดว่าพวกนางเป็นคุณหนูที่อยู่ในลู่ในทาง คนอื่นติดตามนางเกือบครึ่งค่อนวันแล้ว เห็นพวกนางเดินตามผู้ชายอยู่ ก็คิดว่าเป็นพวกไร้เกียรติไม่มียางอาย”

หยู่เหวินเห้าพูดจบ ก็แอบมองนางแวบหนึ่ง พูดเพิ่มขึ้นอีกประโยคด้วยความปากดีว่า “ที่จริงคนอื่นคิดเช่นนี้ก็ถูกต้อง ใช่หรือไม่ ”

หยวนชิงหลิงมองเขา “เช่นนั้นเกรงว่าเรื่องนี้คงแพร่สะพัดไปจนทั่วเมืองฮู่ยโจวแล้วกระมัง คนอื่นเขาว่าอย่างไรกันบ้าง”

หยู่เหวินเห้ากลืนน้ำลายลงคอ“บอกว่าอันธพาลกับรัชทายาทองค์ปัจจุบันแย่งชิงสาวงาม รัชทายาทยังพ่ายแพ้ต่ออันธพาลด้วย……”

หยวนชิงหลิงยื่นมือออกไปหยิกแก้มบนใบหน้าที่ร้ายกาจของเขา “ทำไมท่านถึงมีแต่คนที่ตัวเองไม่ชอบมาพัวพันกันนะ”

แม้ว่านี่จะไม่ใช่เรื่องดีอะไร แต่หยวนชิงหลิงก็อดที่จะรู้สึกอิจฉาไม่ได้ ทำไมนางจึงไม่พบเข้าสักคนนะ

ไหนใครๆต่างก็บอกว่าผู้หญิงที่ทะลุมิติมานั้นต่างก็เนื้อหอมมากมิใช่หรือ ทำไมพอนางมาถึงที่นี่ ก็มีแต่ศัตรูเต็มไปหมด ไปไหนก็ถูกรังเกียจ

“ประมาณนั้น”ใบหน้าของหยู่เหวินเห้าเผยให้เห็นความน่าเกรงขามของรัชทายาท พูดอย่างจริงจังว่า “จวิ้นจู่องจิ้งนั้นต้องโทษข้าแน่ คงจะผลักไสโหรหมิ่นให้ข้ารับมาเป็นเหลียงหยวน เจ้าเป็นพระชายารัชทายาท ดูสิว่าจะจัดการอย่างไร ”

หยวนชิงหลิงยืนขึ้นอย่างเกียจคร้าน “ข้าไม่ยุ่งเรื่องนี้ ท่านก็ปฏิเสธเองเถอะ ถ้าปฏิเสธไม่ได้ท่านก็รอเป็นเจ้าบ่าวได้เลย ส่วนข้าก็แสดงความยินดีด้วย”

หยู่เหวินเห้าแค้นใจจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ก็ลุกขึ้นยืนตามและอุ้มตัวนางขึ้นเดินไปยังข้างเตียง โยนนางลงไปบนฟูกที่อ่อนนุ่ม ทับทาบลงไปกัดคางของนางหนึ่งที เอ่ยอย่างดุดันว่า “เจ้าเห็นคนจะตายแล้วไม่ช่วยหรือ”

หยวนชิงหลิงยิ้มจนตาหยีแทบลืมไม่ขึ้นแล้ว “โชคชะตาของท่านทำให้ต้องพบเจอกับนาง ยอมรับเถอะ แต่งกับนาง ให้นางเป็นเทพเฝ้าประตูให้ท่าน วันหน้าจะไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องท่านอีก”

“ยายหยวน”หยู่เหวินเห้าถลึงตาให้นาง “ข้าโมโหจริงๆแล้วนะ”

หยวนชิงหลิงกอดคอของเขาเอาไว้ ดูจริงจังขึ้นมา พูดว่า “ได้ ครั้งนี้ข้าจะช่วยท่านแก้ปัญหา แต่ให้จำไว้เป็นบทเรียนห้ามทำอีก ถ้าหากยังมีครั้งต่อไปละก็ นางมา ข้าไป พวกเราหย่ากัน ”

หยู่เหวินเห้าได้ยินคำพูดนี้ก็รู้สึกไม่สบายใจ ร้องตะโกนว่า “ให้ตายข้าก็ไม่หย่า”

หยวนชิงหลิงจุ๊ปาก “กับข้านั้นรู้จักดุใส่ ถ้าจะดุเช่นนี้ทำไมไม่ไปทำกับจวิ้นจู่องจิ้งเล่า”

“นั่นทำไม่ได้ ข้ากลัวหญิงปากร้าย”หยู่เหวินเห้านึกถึงนิสัยใจคอของสองแม่ลูกจวิ้นจู่องจิ้งแล้วก็หัวใจกระตุก ถ้าหากไม่ใช่ญาติ แม้แต่ไปมาหาสู่ก็ไม่จำเป็น

หยวนชิงหลิงยิ้ม คิดถึงท่าทีดุร้ายของจวิ้นจู่องจิ้งที่เคยเห็นตอนอยู่ที่ตำหนักสู้ซิน ช่างน่ากลัวจริงๆ

เผชิญหน้าคนเช่นนี้ แสดงความอ่อนแอนั้นไร้ประโยชน์ จำเป็นต้องดุกว่านาง

หยวนชิงหลิงรู้สึกว่าตนเองที่เป็นนักวิจัยคนหนึ่ง คงไม่อาจจะดูดุกว่านางได้ แต่ว่า ในเมื่อภายหน้าต้องควบคุมดูแลตำหนักอันกว้างใหญ่ของรัชทายาทให้อยู่หมัด ยังต้องห้ามไม่ให้คนอื่นมาหมายปองจับจ้องคนเนื้อหอมในบ้านของนางอีก ฉะนั้น ถึงเวลาที่สมควรดุ ก็ต้องดุซะบ้าง ดีที่สุดคือทำครั้งเดียวให้สำเร็จ

เพื่อเรื่องนี้ วันรุ่งขึ้นนางก็ให้คนไปเชิญหรงเยว่มาตั้งแต่เช้า ขอคำแนะนำในการฝึกฝนวิชาอาละวาดหาเรื่องเสียหน่อย

พอหรงเยว่ได้ยินว่าเป็นเรื่องทะเลาะกันก็รู้สึกสนใจเป็นอย่างยิ่ง ยังบอกว่าจะช่วยออกหน้าไปทะเลาะกับจวิ้นจู่องจิ้งเอง แต่ว่าหยวนชิงหลิงปฏิเสธไป เพราะว่าเรื่องนี้ถ้ามีครั้งแรกต้องมีครั้งที่สอง เพื่อให้ชื่อเสียงด้านลบของนางขจรแพร่ไกลออกไป ทางที่ดีที่สุดคือให้นางออกหน้าเอง