บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 702 โชคในความรักของเจ้าห้าสิ้นสุดแล้ว

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 702 โชคในความรักของเจ้าห้าสิ้นสุดแล้ว ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 702 โชคในความรักของเจ้าห้าสิ้นสุดแล้ว เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 702 โชคในความรักของเจ้าห้าสิ้นสุดแล้ว บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 702 โชคในความรักของเจ้าห้าสิ้นสุดแล้ว ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 702 โชคในความรักของเจ้าห้าสิ้นสุดแล้ว

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 702 โชคในความรักของเจ้าห้าสิ้นสุดแล้ว นวนิยาย

ด้วยเหตุนี้ ออกจากห้องโถงหลักนี้ เห็นด้านนอกมีคนมากมาย นางจึงกล่าวด้วยความโกรธอย่างเฉียบคมว่า: “พระชายารัชทายาท เรื่องวันนี้ ข้าจะไม่ปล่อยให้แล้วไปเช่นนี้ เจ้าไม่มีความเคารพต่อผู้อาวุโสเพียงนี้ ยังจะเอามีดออกมาเกือบจะทำให้ข้าบาดเจ็บ......”

นางยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นหยวนชิงหลิงซัดมีดหั่นผักเล่มนั้นไล่ตามออกมาแล้ว ในปากตะโกนว่า “อย่าเกือบ ตอนนี้ข้าก็จะสับให้เจ้าบาดเจ็บ เจ้าจะได้เข้าวังไปรายงานง่ายๆ!”

มีดนั่นกวัดแกว่งพุ่งตรงไปทางจวิ้นจู่องจิ้ง จวิ้นจู่องจิ้งตกใจจะร้องเสียงแหลมขึ้นมา กุมศีรษะนั่งยองลงบนพื้น ผวาจนสั่นเทาไปทั้งตัว

คนนอกเหนือจากนั้นที่ได้เห็น ก็ตกใจจนถอยหลังไปทันที สีหน้าหวาดผวา

หรือว่าพระชายารัชทายาทจะเสียสติไปแล้ว?

หรงเยว่กอดหยวนชิงหลิงไว้แน่นเป็นธรรมดา กล่าวโน้มน้าว: “พระชายารัชทายาทยับยั้งความโกรธ ยับยั้งความโกรธหน่อยเจ้าคะ ไม่สามารถทำให้คนบาดเจ็บได้อีกแล้วเพคะ คนที่โหยหารัชทายาทนี้ ช่วงเวลาก่อนหน้าและหลังจากนั้นท่านสับไปเจ็ดแปดคนแล้ว พอแล้ว ยั้งมือเถอะเพค่ะ”

ในตาของหยวนชิงหลิงแดงก่ำ ทั้งใบหน้าดุร้ายโหดเหี้ยม ดวงตาที่เหมือนดั่งอาบยาพิษตกลงบนใบหน้าของเสี้ยนจู่โหรหมิ่น กัดฟันพูดด้วยความโมโห: “ข้าเห็นใบหน้านี้ขัดหูขัดตาเป็นอย่างมาก หากว่านางยังกล้ามาอีก ข้าจะกรีดหน้าของนางเป็นรอย ทำให้นางกลายเป็นตัวอัปลักษณ์!”

เสี้ยนจู่โหรหมิ่นหลังจากที่ถูกลักพาตัวไปในฮู่ยโจว ก็เปลี่ยนไปจนขี้ขลาดเป็นที่สุด โดยเฉพาะต่อใบหน้าที่ดุร้ายดุดัน เป็นความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นมาจากก้นบึ้งในจิตใจ วันนี้ได้เห็นหยวนชิงหลิงเป็นเช่นนี้ นึกถึงความทรงจำวันนั้นที่เหมือนดั่งฝันร้ายขึ้นมา ก็กรีดร้องแล้ววิ่งไปอย่างฉับพลัน

เหล่าข้าทาสก็รีบเข้าไปพยุงจวิ้นจู่องจิ้งขึ้นมา คนกลุ่มหนึ่งที่มาอย่างดุเดือด สุดท้ายวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน

หยวนชิงหลิงเห็นพวกนางวิ่งหนีไปหมดแล้ว รีบเอามีดหั่นผักยัดให้หรงเยว่ วิ่งกลับไปดูประตูใหญ่ของนาง ประตูไม่สลักรูปดอกไม้ทิ้งร่องรอยออกมากะทันหัน นางปวดใจเป็นที่สุด ถามหรงเยว่ที่อยู่ข้างๆ “เปลี่ยนประตูแบบนี้บานหนึ่ง ต้องใช้เงินมากเท่าใด?”

“นี่คือไม้อะไรเพคะ? ดูเหมือนว่าจะมีชื่อและล้ำค่ามาก เกรงว่าน่าจะต้องยี่สิบสามสิบตำลึงล่ะมั้งเพคะ” หรงเยว่กล่าว

ใจดวงหนึ่งของหยวนชิงหลิงแทบจะหยดเป็นเลือดแล้วกล่าวอย่างเกลียดชัง: “ทำลายประตูบานหนึ่ง ชื่อเสียงตกเป็นฆ่าคน ข้าดูซิว่าต่อจากนี้ใครยังจะกล้าคิดถึงเจ้าห้าอีก!”

อะซี่และหมันเอ๋อล้วนแอบหัวเราะ “ใครยังจะกล้า? ไม่เอาแขนก็ต้องเอาโฉมหน้านะเพคะ ใครจะรู้ว่าเมื่อไหร่ที่พระชายารัชทายาทจะเสียสติขึ้นมา จะหยิบมีดหั่นผักมาหั่นคนล่ะเพคะ?”

หยวนชิงหลิงนั่งลงดื่มชาอึกหนึ่ง ใจคอแห้งเหี่ยวเป็นอย่างมาก “มีจะมีวิธีอะไร? เกียรติขององค์หญิงพระองค์ใหญ่ไทเฮาจะต้องซื้อเป็นแน่ อีกทั้งไทเฮาพูดตลอดว่าข้างกายของเจ้าห้าไม่มีคน ใช้วิธีการทุกอย่างคิดจะยัดคนเข้ามาผู้หนึ่ง ตอนนี้ข้ออ้างดีขนาดนี้ หากว่าพวกนางไปขอร้องนิดหน่อย ประเดี๋ยวไทเฮาก็อนุญาตแล้ว ข้าไม่ต้องไปยั่วโมโหไทเฮาให้เคืองจึงจะสามารถหยุดไว้ได้อีกหรือ? ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ทำให้พวกนางกลัวไปเสียเลย ละทิ้งความคิดที่จะแต่งงานเข้ามาด้วยตัวเอง และข้าจะได้ไม่ต้องไปทำให้ให้ไทเฮาเคือง ไทเฮาก็ขี้น้อยใจ แม้ว่าจะหวงแหนพวกเด็กๆ แต่ไม่ได้หวงแหนแม่ของเด็กๆนี่”

ไม่เกินสามวัน เหล่าฮูหยินสูงศักดิ์ในสังคมชั้นสูง ล้วนรู้ว่าพระชายารัชทายาทเป็นปีศาจที่กระหายเลือดผู้หนึ่ง

ขณะที่คนในจวนตระกูลชั้นสูงกำลังพูด เป็นธรรมดาที่พวกสาวใช้จะได้ยินเข้า ก็ไปพูดตามท้องตลาด

ประชาชนได้ฟังแล้ว แต่ผู้ใดก็กลับไม่เชื่อ

ตอนนี้ในใจของพวกเขา พระชายารัชทายาทคือความสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ใครพูดว่าร้ายพระชายารัชทายาท คนผู้นั้นก็คือคนไม่ดี

แต่ว่า หมู่ประชาชนทั่วไปไม่เชื่อ ในครอบครัวตระกูลสูงศักดิ์เชื่อเป็นที่สุด เพราะว่าฮูหยินมากมายหลานท่านที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนเห็นด้วยตาของตัวเอง บวกกับจวิ้นจู่องจิ้งยังได้ล้มบาดเจ็บเพราะเหตุนี้อีก ระดับความน่าเชื่อถือนี้สูงมาก

ในจวนมากมายล้วนมีบุตรสาวที่รอจะแต่งงาน อีกทั้งข้างกายของรัชทายาทนอกจากพระชายารัชทายาทแล้ว ความจริงก็ยังไม่มีผู้หญิงอื่น มากน้อยก็มีคนที่สนใจตรงนี้ ตอนนี้ได้ยินว่าพระชายารัชทายาทเป็นผู้หญิงที่เหี้ยมโหดเพียงนี้ ใครยังจะกล้ามีความคิดนี้อีก?

ที่เรียกกันว่าคำซุบซิบนินทา โดยปกติแล้วขณะที่แพร่ออกไปจะเพิ่มระดับมากขึ้น หยวนชิงหลิงหยิบมีดสับคนเป็นความจริง หลังจากที่แพร่ออกไปแล้วเป็นธรรมดาที่จะเปลี่ยนเป็นรุนแรงมากกว่าเดิม บอกว่าหลังจากที่หยวนชิงหลิงสับคนแล้วก็ยังต้องการกินเลือดกินเนื้อด้วย น่าหวาดกลัวขึ้นเรื่อยๆ

ใครก็ไม่สนว่าจะจริงหรือเท็จ อย่างไรเสียลูกสาวของเจ้าพระยาจิ้งสามารถมีการสรรเสริญของวันนี้ได้ คนมากเท่าไหร่เห็นแล้วขัดตา? คิดเพียงแต่จะแต่งเติมความบกพร่องของคนอื่น บอกว่าหยวนชิงหลิงไม่ใช่คนเป็นผีเป็นปีศาจชั่วร้ายที่ทำให้คนสบายใจได้ยิ่งขึ้น

เพียงแต่ในเรื่องราวทั้งหมดนี้ หยู่เหวินเห้ากลายเป็นผู้เคราะห์ร้ายอย่างสง่างาม

องค์ชายรัชทายาทน่าสงสารจริงๆ คนที่มีความสามารถโดดเด่นกว่าคนอื่นควรจะมีความสุขที่ได้โอบซ้ายอุ้มขวา แต่กลับถูกภรรยาที่ดุร้ายควบคุมเช่นนี้ แม้แต่แมลงวันตัวเมียในจวนก็เข้าไปไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงสาวงามแล้ว

แม้แต่สายตาของขุนนางในราชสำนักที่มองหยู่เหวินเห้าก็มีความเห็นอกเห็นใจมากขึ้น ยิ่งกว่านั้นได้ยินคนบอกว่าแม้แต่ค่าใช้จ่ายของรัชทายาทก็ไม่เพียงพอ ยังต้องติดค้างบัญชีไปทั่ว น่าสงสารนัก!

หยู่เหวินเห้าไม่ได้รู้เรื่องวันนั้น หยวนชิงหลิงออกคำสั่งไม่อนุญาตให้ผู้ใดพูด ดังนั้นหลังจากที่เขากลับจวน ได้ยินเพียงแค่จวิ้นจู่องจิ้งมาแล้ว จากนั้นถูกพระชายารัชทายาทโน้มน้าวด้วยการพูดความรู้สึกให้คนหวั่นไหวพูดเหตุผลให้คนเข้าใจ หลังจากนั้นก็ไม่มาหาเรื่องอีก

หยู่เหวินเห้ารู้สึกว่าความวุ่นวายไม่มาพันตัวก็ดี ใครยังจะไปคิดเล็กน้อยกับขั้นตอนอีก? อย่างไรเสียยายหยวนก็จัดการให้เรียบร้อยแล้ว

ด้วยเหตุนี้ ต่อสายตาที่สงสารและเห็นอกเห็นใจของทั้งราชสำนักที่ประดังเข้ามา เขาเข้าใจยากเป็นที่สุด พยายามคิดจะอธิบายอะไรหน่อย ทำอะไรไม่ได้ไม่ได้พูดจาก็มีคนน้อมตัวทำความเคารพต่อเขาแล้ว “เข้าใจ เข้าใจพ่ะย่ะค่ะ!”

ถึงกระทั่งหลังจากเลิกว่าการราชสำนักวันนี้ ราชครูเหว่ยลากเขาไปมุมด้านหนึ่งของหอระฆัง ทอดถอนใจ มองดูองค์ชายรัชทายาทอันเป็นที่รักของเขาด้วยความสงสาร กล่าวด้วยความโศกเศร้าเป็นที่สุด: “พระชายารัชทายาทก็ชั่งชั่วร้ายนักแล้ว ทำไมถึงทำกับท่านเพียงนี้ได้ล่ะพ่ะย่ะค่ะ?”

หยู่เหวินเห้าสีหน้างงงัน “พระชายารัชทายาททำอะไรข้าหรือ? พระชายารัชทายาทดีกับข้าเป็นอย่างมากนะ”

“ได้ ได้ ไม่เอ่ยพ่ะย่ะค่ะ คนที่ปวดใจไม่เอ่ยเรื่องที่เสียใจ......”

“ไม่ใช่......” หยู่เหวินเห้าคิดต้องการอธิบาย แต่กลับเห็นราชครูเหว่ยดึงตั๋วเงินออกมาจากในถุงแขนเสื้ออย่างสั่นเทาใบหนึ่งยัดใส่ในมือของเขาด้วยความรวดเร็ว แล้วจับข้อมือของเขาอย่างหนักแน่น “อย่าทำให้ตัวเองลำบาก ควรกินก็กิน ควรดื่มก็ดื่ม ควรจ่ายก็จ่ายพ่ะย่ะค่ะ”

หยู่เหวินเห้าดวงตางงงัน แอบเห็นมูลค่าบนตั๋วเงินว่าเป็นหนึ่งร้อยตำลึง

พระเจ้า ตาเฒ่ามีเงินนี่

หยู่เหวินเห้าหันกลับไปเห็นอ๋องฉีและอ๋องซุนเดินเข้ามาพอดี จึงได้เอาตั๋วเงินยัดใส่ถุงแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว กล่าวต่อราชครูเหว่ยด้วยความซาบซึ้ง: “รอข้าได้เงินค่าตอบแทน ข้าก็จะคืนท่าน”

ในดวงตาของราชครูเหว่ยยิ่งเพิ่มความเวทนาสงสารขึ้น “ไม่ต้องคืน เดือนหน้าข้าจะให้ท่านอีก ท่านอย่าทำให้ตัวเองลำบากพ่ะย่ะค่ะ”

“ได้ ได้!” หยู่เหวินเห้าพยักหน้าอย่างรวดเร็ว ในใจกลับรู้สึกประหลาด ทำไมตาเฒ่าถึงได้มีจิตสำนึกที่จะให้เงินติดกระเป๋านี้แล้ว?

หลังจากที่ราชครูเหว่ยไปแล้ว อ๋องซุนและอ๋องฉีทยอยเข้ามา ตั๋วเงินทีละใบยัดใส่ในมือของเขา

อ๋องฉีใจกว้าง ออกมือก็คือหนึ่งพันตำลึง

การอบรมของที่บ้านอ๋องซุนเข้มงวดเป็นอย่างมาก ทุกเดือนเงินใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆมีกำหนด ก็มีตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงให้เขา

หยู่เหวินเห้ารับไว้ทั้งหมด แต่กลับไม่กล้าถาม เกรงว่าทันทีที่ถามก็จะไม่มีแล้ว

อ๋องซุนจับไหล่เขากล่าวปลอบใจ: “ความจริงพระชายารัชทายาทก็ไม่เลว หน้าตาดี วิชาการรักษาสูงส่ง ใช่ไหมล่ะ? แค่นอกจากขี้เหนียวหน่อย ทั้งยังดุดันไปหน่อย อีกทั้งขี้อิจฉาเล็กน้อย แล้วบวกกับฐานะทางสังคมที่ไม่คู่ควรกับเจ้าเล็กน้อยเท่านั้น ที่เหลือ.......ล้วนไม่เลว”

อ๋องฉีตอบอยู่ด้านข้าง “ขี้เหนียวไม่เพียงแค่นิดหน่อย ในบ้านของท่านพี่ห้าเหล้าก็ล้วนเป็นคุณภาพแย่ที่สุด มีครั้งหนึ่งข้ายังดื่มเหล้าขุ่นๆอีกด้วย ไม่รู้จริงๆว่านางบริหารบ้านเรือนอย่างไร เหล้าขุ่นๆเช่นนี้ก็สามารถต้อนรับแขกได้?”

เขาพูดจบ มองดูหยู่เหวินเห้า “ท่านพี่ห้า นานเท่าไหร่แล้วที่ท่านไม่ได้ทำเสื้อผ้าใหม่?”

หยู่เหวินเห้าก้มหน้ามองดูชุดออกว่าราชการของตัวเอง นึกถึงทำเสื้อผ้าใหม่แทบจะเป็นตอนขึ้นปีใหม่เมื่อปีที่แล้ว......อ่อ ไม่ ตอนที่ลูกๆครบเดือน ทำให้เขาทั้งตัว เพราะตอนนั้นจัดงานเลี้ยงนี่

เวลานอกเหนือจากนั้น ถ้าไม่สวมชุดขุนนาง ก็เป็นชุดออกว่าการราชสำนักของรัชทายาท ชุดที่สวมอยู่บ้านปกติกลับสวมใส่น้อยมาก