บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 720 บีบบังคับถึงขั้นไหนแล้ว

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 720 บีบบังคับถึงขั้นไหนแล้ว ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 720 บีบบังคับถึงขั้นไหนแล้ว เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 720 บีบบังคับถึงขั้นไหนแล้ว บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 720 บีบบังคับถึงขั้นไหนแล้ว ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 720 บีบบังคับถึงขั้นไหนแล้ว

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 720 บีบบังคับถึงขั้นไหนแล้ว นวนิยาย

หยู่เหวินเห้าปล่อยนิ้วมือช้าๆ บนที่เท้ามือนั่น ประทับลายมือเข้าไป ตรงกลางแตกออกเป็นร่อง สีหน้าบนใบหน้าของหยู่เหวินเห้าค่อยๆสงบนิ่งลงมา กล่าว: “อืม ข้ารู้แล้ว”

หยวนชิงหลิงมองดูเขาด้วยความเป็นห่วง ใจเต้นตุบๆกระวนกระวาย แล้วนึกถึงความฝันเมื่อคืนนั้นอีก

อ๋องหวยรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “เอ๊ะ? ทำไมถึงไม่เห็นพวกหลานๆของข้าล่ะ?”

หยวนชิงหลิงเก็บสายตา กล่าวด้วยเสียงแหบ: “ไปเล่นเป็นเพื่อนท่านชายสี่แล้ว”

“อ๋อ ยังอยากจะเล่นกับพวกเขาสักหน่อยน่ะ” อ๋องหวยหัวเราะอย่างสดใสและอ่อนโยน

หรงเยว่มองไปทางหยวนชิงหลิง เห็นความลำบากใจในตาของนาง ทอดถอนใจเบาๆ เชิญนางออกไปเดินเล่นพร้อมกัน ปล่อยให้พี่น้องทั้งสามสนทนากันในบ้าน

ทั้งสองเดินตามระเบียงไปในศาลา หรงเยว่กล่าว: “คำพูดเหล่านี้ ท่านก็อย่าโทษข้า ความจริงเมื่อวานแม่ทัพน้อยโล่หมันก็ได้กลับเมืองหลวงแล้ว พวกเราสนทนากันในบ้านทั้งคืน แม่ทัพน้อยโล่หมันสงสารท่านชายสี่ นางเห็นท่านชายสี่เป็นลูกชายของตัวเองจริงๆ เป็นลูกรักมาก มีบางเรื่อง รัชทายาทควรจัดการก็ยังจำเป็นต้องจัดการ แม้ว่าจะต้องแบกรักคำกล่าวโทษว่าอกตัญญู ความจริงฮ่องเต้ทางนั้นได้ปิดบังเรื่องราวมากมายกับรัชทายาท ประการแรกเขาอยากปกป้องรัชทายาท ประการที่สอง ก็ให้อภัยเสียนเฟยไม่ได้แล้วจริงๆ เดิมทีแม่ทัพน้อยโล่หมันวางแผนให้ท่านเป็นคนไม่ดี พารัชทายาทออกจากเมืองหลวง แต่ข้าคิดว่าไม่เหมาะสม ดังนั้นวันนี้จึงได้พูดคำเหล่านี้ต่อหน้ารัชทายาท”

หยวนชิงหลิงรู้ว่าปีนี้จะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นอย่างฉับพลันแล้ว มือเท้าเย็นเฉียบ “แต่ ตระกูลซูทางนั้น ฮ่องเต้ไม่จัดการลงโทษ เจ้าห้าจะสามารถทำอะไรได้?”

หรงเยว่ส่ายหน้า “ข้าไม่รู้ เพียงแค่รู้สึกว่าเขาควรจะว่าไปตามความผิดโดยไม่เห็นแก่ความเป็นญาติมิตร”

หยวนชิงหลิงมองดูหิมะที่สะสมเต็มพื้น ในใจเย็นยะเยือกเป็นอย่างมาก “จัดการผู้ใด? จัดการมารดาแท้ๆของตัวเองหรือ?”

“ท่านไม่ได้เกลียดเสียนเฟย?” หรงเยว่มองดูนางอย่างประหลาดใจ

“เกลียด!” ระหว่างปากกับฟันของหยวนชิงหลิงขบเคี้ยวคำนี้ ทำไมไม่เกลียด? ในใจของนางก็เฝ้ารอคอยให้เสียนเฟยตาย “แต่ข้าหวังว่าจะตัดเจ้าห้าออกไป”

“จะสามารถตัดเขาออกไปได้อย่างไร? เอาเขาตัดออกไป ถ้าเขาไม่เกลียดท่าน ก็เกลียดฮ่องเต้”

“ความหมายของพวกเจ้า คือต้องการให้เขาอัญเชิญพระราชโองการเองหรือ?” จิตใจของหยวนชิงหลิงเต้นระรัวทันที “พระเจ้า เช่นนั้นหลังจากนี้เขาจะมีชีวิตอยู่อย่างไรล่ะ?”

หรงเยว่กล่าว: “ไม่อัญเชิญพระราชโองการ ก็จะต้องบอกความหมายกับฮ่องเต้ให้ชัดเจน? ตอนนี้เขารู้เรื่องเหล่านี้แล้ว ความจริงเขาควรจะมีทัศนคติของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องให้ท่านและข้าไปพูด เขาก็จะไปหาฮ่องเต้”

หยวนชิงหลิงส่ายหน้า กล่าวด้วยความตกใจ: “พวกเจ้ากำลังบีบบังคับให้เขาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ เป็นการตัดสินใจ ในความจริงเขาไม่มีทางเลือกโดยสิ้นเชิง”

“ดังนั้นถึงได้เรียกว่าลงโทษไปตามความผิดโดยไม่เห็นแก่ความเป็นญาติมิตรไงล่ะเพคะ!”

หยวนชิงหลิงกล่าวอย่างร้อนใจ: “ไม่สิ หรงเยว่ เขาไม่ยุ่งกับเรื่องนี้เป็นการดีที่สุด หากว่าฮ่องเต้จะฆ่าเสียนเฟยแน่ๆ เช่นนั้นเขาไม่จำเป็นต้องแสดงบทบาทใดๆในเรื่องนี้ คุณพระ ความจริงชายาเฟิงอันพูดได้ถูกต้อง ข้าพาเขาไปก็ถูกแล้ว ทำไมต้องให้เขาม้วนเข้าไปด้วย เจ้าคิดยังไง?แม้ว่าเป็นท่านชายสี่ ก็เพียงแค่บอกให้เขาตัดสัมพันธ์กับตระกูลซูเท่านั้น หรงเยว่ ท่านแม่ของเขาผิดมากมายมหาศาล แต่คนที่โดนทำร้ายไม่ใช่เขา แม้ว่าเป็นข้ามาลงมือ ข้าไปอัญเชิญพระราชโองการ ก็ดีกว่าเหมาะสมกว่าที่จะต้องให้เขาไป ตอนนี้บีบบังคับเขาถึงระดับนี้ เขาเพื่อข้าแล้ว ต้องไปทำเรื่องนี้ ความจริงเป็นการทำให้เขาตกลงไปอยู่ในความไม่ซื่อสัตย์ไม่กตัญญู”

หรงเยว่ตะลึง “ซับซ้อนขนาดนี้เชียวหรือ? แต่ถ้าหากเป็นพ่อของข้าทำร้ายเจ้าหก ข้าจะไม่ปล่อยเขาไว้แน่”

หยวนชิงหลิงไม่รู้ว่าจะบอกหรงเยว่อย่างไร หรงเยว่ไม่ได้เติบโตมาข้างกายของพ่อตั้งแต่เด็กๆ แต่เจ้าห้าในปีเหล่านี้อยู่ข้างกายของเสียนเฟยมาตลอด ความผูกพันของแม่ลูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก อีกทั้งเสียนเฟยเปลี่ยนอย่างไร้เหตุผล เริ่มตั้งแต่ที่นางแต่งงานกับเจ้าห้า ก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ของพวกเขากลมกลืนกันเป็นอย่างมาก

และสำคัญที่สุดคือ ท่าทีของเจ้าห้าเพียงทำได้แค่ไม่ลำเอียงช่วยเหลือเรื่องนี้ ไม่ไถ่ถาม ก็เต็มที่อย่างมากแล้ว ไม่ต้องการให้เขาลงมือทำเรื่องนี้

ไม่ว่าอย่างไรเป้าหมายของผู้คนมากมายล้วนต้องการให้เสียนเฟยตาย ทำไมต้องลำบากต้องการทำให้เจ้าห้าเป็นทุกข์ด้วย?

อีกทั้ง เพราะนางเจ้าห้าถึงได้ไปพาลใส่เสียนเฟย เช่นนั้นหลังจากนี้.......

หยวนชิงหลิงยิ่งคิดยิ่งรู้สึกกลัวจนลนลาน อันที่จริงเริ่มตั้งแต่ที่ให้กำเนิดบุตรเวลานั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเสียนเฟยและเจ้าห้าก็เลวร้ายมาก แม้ผิวเผินเจ้าห้าจะมีท่าทีเฮฮามาก แต่ในใจล้วนอดกลั้นความโกรธไว้ตลอด เพียงเพื่อความสัมพันธ์ทางสายเลือดนี้จึงยังคงปิดบังความจริงทำเหมือนสุขสงบ

ตอนนี้เอาเรื่องทั้งหมดวางไว้บนโต๊ะแล้ว เขายังจะสามารถทำอย่างไรได้? จากฐานะของเขาทำอย่างไรก็ผิดหมด

หรงเยว่เห็นสีหน้าของนางเคร่งขรึม ก็ค่อนข้างทำตัวไม่ถูกแล้ว “ข้าพูดผิดแล้วหรือ?”

หยวนชิงหลิงเห็นสีหน้าท่าทางของนางเต็มไปด้วยความกังวลและรู้สึกผิด ส่ายหน้าแล้วกล่าว: “ช่างเถอะ ไม่พูดก็พูดไปหมดแล้ว ดูว่าเขาจะทำอย่างไรเถอะ”

หรงเยว่กล่าวเบาๆ: “อันที่จริงข้าแค่เป็นเดือดเป็นร้อนแทนท่านที่ไม่ได้รับความยุติธรรม อีกทั้งรัชทายาทควรปกป้องท่าน แม้ว่าเป็นท่านแม่แล้วยังไงล่ะ? ภรรยาและความเป็นธรรมยืนอยู่ด้วยกัน แต่ท่านแม่และความชั่วร้ายยืนอยู่ด้วยกัน ใจของเขาต้องรู้ดีแน่ ท่านไม่ต้องเป็นห่วงว่าเขาจะช่วยเสียนเฟย จะต้องไม่เป็นแน่”

“ข้าไม่ได้เป็นห่วงว่าเขาจะช่วยเสียนเฟย......” หยวนชิงหลิงคิดแล้วคิดอีก รู้สึกว่าพูดไปก็ไร้ประโยชน์ หรงเยว่ประสงค์ดีต่อนาง นางไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักแยกแยะดีชั่ว “ช่างเถอะ หรงเยว่ ขอบใจเจ้า”

คิ้วที่งดงามของหรงเยว่ขมวดขึ้น นางรู้สึกว่า นางทำให้เรื่องพังอีกแล้ว

เวลาใกล้ค่ำหยู่เหวินเห้าไปตระกูลซูทางนั้นผู้เดียว ขึ้นปีใหม่วันแรก เขาเข้าไปไม่พูดพร่ำก็ทุบทำลาย ทุบทำลายเสร็จแล้วก็วางเพลิง ตระกูลซูล้วนตกใจแล้ว รีบบอกให้คนเข้าวังไปหาไทเฮา

ไทเฮาได้ยินดังนั้น โกรธจนอึ้งไป แต่ กลับไม่มีพระราชเสาวนีย์ออกมาว่าให้ไปช่วยเหลือตระกูลซู ปีใหม่วันแรก ตระกูลซูถูกเพลิงใหญ่กลืนกิน แม้ว่าจะไม่มีคนบาดเจ็บล้มตาย แต่จวนถูกเผาหมดแล้ว

ตระกูลซูทางนั้น รีบเข้าวังไปพบฮ่องเต้และไทเฮาพร้อมกับขุนนางในตระกูลใหญ่ทันที ฮ่องเต้หมิงหยวนใช้วันขึ้นปีใหม่วันแรกไม่ทำงานเป็นเหตุผล ยับยั้งพวกเขาไว้ด้านนอกพระราชวัง ตระกูลซูไม่มีทางขอความช่วยเหลือ จึงไปฟ้องร้องรัชทายาทที่กรมอาญา

กรมอาญามีคนเข้าเวรเหลืออยู่ แต่ไม่มีผู้ควบคุมดูแลงาน ทำได้เพียงบันทึกไว้ก่อน แต่ตระกูลซูจะยินยอมได้ที่ไหน? ก่อเรื่องวุ่นวายต้องการให้กรมอาญาไปรายงานฮ่องเต้ทันที กรมอาญาเล่นละครตบตา แจ้งต่อเลขานุการกรมอาญา เลขานุการกรมอาญากับอ๋องอานเป็นพวกเดียวกัน จึงรีบไปแจ้งให้อ๋องอานทราบ

หลังจากที่อ๋องอานได้ฟัง โบกมือแล้วกล่าว: “เรื่องนี้ข้าไม่ยุ่ง ไม่ก้าวก่าย เจ้าไปจวนอ๋องจี้รอบหนึ่ง ให้อ๋องจี้ทำความดีความชอบนี้”

เลขานุการกรมอาญารู้ความประสงค์ของอ๋องอาน จึงไปที่จวนอ๋องจี้ทันที

ตอนงานเลี้ยงในวังจวนอ๋องจี้ก็มองหยู่เหวินเห้าขัดหูขัดตาแล้ว ตอนนี้ได้ยินว่าเขาทำลายบ้านเกิดของไทเฮา จึงพาคนไปดูสถานการณ์ที่ตระกูลซูทางนั้นด้วยความรีบร้อน กล่าวกับตระกูลซูด้วยความเดือดดาลเต็มอกว่าจะออกหน้าให้พวกเขา

ไม่เพียงแค่นี้ อ๋องจี้ยังเสนอจัดหาบ้านชั่วคราวให้ตระกูลซูอีก จากนั้นพาผู้อาวุโสไม่กี่ท่านของตระกูลซูไปหาหยู่เหวินเห้าคุยข้อตกลงที่จวนอ๋องฉู๋

หยู่เหวินเห้าอยู่ระหว่างกำลังโกรธจัดพอดี จึงต่อยอ๋องจี้ไปทันที ยังประกาศเตือนคนของตระกูลซูอีก ถ้าหากแต่งเติมเสริมแต่งพูดว่าท่านชายสี่ไม่ดีต่อสังคมภายนอกอีกประโยคหนึ่ง พวกเขาอยู่ที่ไหน ก็จะไปวางเพลิงที่นั่น เอาไฟเผาที่ให้โชติช่วงให้พวกเขาในปีใหม่นี้

ไม่เพียงแค่นี้ หยู่เหวินเห้าต่อยคนเสร็จ ก็ขับไล่คนไปด้านนอกด้วยตัวเอง ชี้ใต้เท้าซูหัวหน้าตระกูลใหญ่ของตระกูลซูแล้วกล่าวด้วยความโมโห: “เสด็จพ่อทรงอนุญาตยกเจ้าหญิงให้อภิเษกสมรสกับท่านชายสี่ เพราะเห็นถึงคุณลักษณะที่มีคุณธรรมสูงส่งและบริสุทธิ์ของท่านชายสี่ พวกท่านตระกูลซูวางแผนผลักเอาลูกหลานของตัวเองออกมาแต่งงานกับเจ้าหญิงในราชวงศ์เพื่อทำให้ตำแหน่งมั่นคง เลิกคิดซะ! เรื่องการอภิเษกสมรสของเจ้าหญิงและท่านชายสี่กำหนดไว้แล้ว หากว่าพวกท่านยังแพร่กระจายข่าวลือต่อสังคมภายนอกด้วยเจตนาที่เห็นแก่ตัว ข้าจะไปเยี่ยมถึงบ้านด้วยตัวเองขับไล่พวกท่านออกไปจากเมืองหลวง”

นี่เป็นช่วงเดือนแรกของปีใหม่ คนมากมายล้วนปิดกิจการไม่ทำงาน เยี่ยมเยียนญาติพี่น้องทุกที่ ผู้คนที่ประตูจวนอ๋องฉู่ก็ขวักไขว่ไปมาไม่ขาดสาย บวกกับก่อนหน้านี้ตอนเช้าทังหยางได้บอกคนภายนอกว่าจวนอ๋องฉู่มีความรื่นเริงให้ดู ดังนั้น ขณะที่หยู่เหวินเห้าตะโกนด่า ที่หน้าประตูประชาชนก็ได้รวมตัวดูความคึกคักอยู่เป็นโขยงแล้ว