บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 723 เสียนเฟยทำร้ายคน

sprite

ในตำหนักชิ่งหยู

เสียนเฟยฟังข่าวที่จางกงกงสั่งคนมาบอกว่า องค์ชายรัชทายาทจุดไฟเผาตระกูลซู มีคนถูกเผาตายไปหลายคน ผู้ตายมีแม่ของเสียนเฟยด้วย ยังพูดว่าไทเฮาสนับสนุนเรื่องนี้ เสียนเฟยยืนนิ่งไม่พูดไม่จาไปสักพัก

จากนั้น ความโกรธโมโหปะทุขึ้นมา ไม่รู้ว่าเป็นความโกรธหรือหนาว ร่างกายสั่นเทาไปทั้งตัว แทบจะหายใจไม่ออก เอามือกุมหน้าอกไว้แน่น ใบหน้าบึ้งตึงไปสักพัก แล้วก็ร้องไห้ออกมาเสียงดัง

แต่นางก็แค่ร้องไห้ออกมาหนึ่งที จากนั้นก็ตะคอกพูดขึ้นด้วยความโกรธว่า “ลูกอกตัญญูคนนั้นตอนนี้อยู่ไหน?”

“เรียนเหนียงเหนียง ได้ยินว่าตอนนี้องค์ชายรัชทายาทอยู่ที่ตำหนักไทเฮา บอกว่าไทเฮาทำให้เขารับผิดชอบต่อคนภายนอก จึงให้องค์ชายรัชทายาทคุกเข่าอยู่ด้านนอกเพื่อเป็นการแกล้งรับโทษ”นางข้าหลวงตอบ และนี่ก็เป็นจางกงกงสั่งให้พูดเช่นนี้

เสียนเฟยกวาดของบนโต๊ะแต่งหน้าทิ้ง แล้วก็คว้าจับกรรไกรขึ้นมาหนึ่งด้าม โกรธโมโหจนร่างกายสั่นเทาไปทั้งตัว แม้แต่ก้าวเดินยังโซเซ กระโจนออกไป พร้อมตะคอกพูดขึ้นว่า “ข้าจะออกไป เปิดประตูตำหนัก”

นางถือกรรไกรจ่ออยู่บนคอของตนเอง ท่าทีเหมือนคนที่บ้าไปแล้ว สีหน้าย่ำแย่

องครักษ์เฝ้าประตูได้รับคำสั่งแต่แรกแล้ว ไม่กล้ารั้งห้ามไว้ เพียงแค่พูดโน้มน้าวว่า เดี๋ยวจะรีบปล่อยให้ออกไป แล้วก็รอสักพักค่อยไปทูลฮ่องเต้หมิงหยวน

เสียนเฟยวิ่งมุ่งหน้าไปยังตำหนักไทเฮาอย่างบ้าคลั่ง

ตลอดทางถึงแม้จะมีนางข้าหลวงคนสนิทไล่ตามมา แต่ยังไงก็ตามเสียนเฟยไม่ทัน ทำได้เพียงร้องตะโกนเรียกคนมาตลอดทาง แต่ใครจะกล้าห้ามนาง? ทำได้เพียงไล่ตามไป

หยู่เหวินเห้ายังคุกเข่าอยู่ภายในลาน มีเสื้อคลุมของเจ้าหญิงเหวินจิ้งกับเตาอุ่นมือ ร่างกายจึงไม่ได้รู้สึกหนาวขนาดนั้น ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งมาอย่างเร่งรีบดังขึ้นในทันใด เขาจึงหันไปมองข้างหลัง เห็นท่านแม่กระโจนเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง แสงเย็นวูบวาบในมือ แล้วก็ได้ยินเสียงนางตะคอกพูดขึ้นอย่างโกรธเศร้าว่า “ลูกอกตัญญู เรื่องงามหน้าที่เจ้ากระทำ”

ยังไม่ทันได้สติ กรรไกรนั่นก็ถูกแทงเข้าตรงด้านหลังไหล่ซ้าย จากนั้น เสียนเฟยกางกรรไกรออก ตบใบใบหน้าของเขาหลายครั้งติดต่อกัน เสียนเฟยใช้แรงทั้งหมดที่มี ตลอดทางที่วิ่งมาไม่ได้ทำให้นางรู้สึกอ่อนแรง ความโกรธกลับปะทุถึงขีดสูงสุด นางกลับยังดึงปิ่นที่ปักอยู่บนผมลงมา แล้วก็แทงไปที่หน้าอกของหยู่เหวินเห้า

หยู่เหวินเห้าก็ได้สติกลับมาแล้ว คว้าจับข้อมือของนางแล้วก็ผลักออกไป พร้อมพูดขึ้นด้วยความโกรธว่า “เจ้าบ้าไปแล้วหรือ?”

เสียนเฟยใช้แรงอย่างป่าเถื่อน ถูกหยู่เหวินเห้าผลักออก ล้มกองอยู่บนพื้น ปิ่นปักผมถูกนางดึงลงมาด้วยตนเอง ผมเผ้ายุ่งเหยิง เป็นการหักมุมที่แย่มาก นางใช้ปิ่นปักผมชี้ไปที่หยู่เหวินเห้า พร้อมพูดขึ้นอย่างเคียดแค้นชิงชังเป็นอย่างยิ่งว่า “นั่นเป็นครอบครัวของตาเจ้า ทำไมเจ้าถึงลงมือได้ลงคอ?”

หยู่เหวินเห้าลุกขึ้นมา พูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “หยวนชิงหลิงก็เป็นลูกสะใภ้ของเจ้า ทำไมเจ้าก็ยังลงมือได้ลงคอ?”

เสียนเฟยได้ยินเช่นนี้ กำมือทุบพื้น จนนิ้วมือแตก พร้อมพูดขึ้นอย่างโมโหว่า “หยู่เหวินเห้า ผู้หญิงคนนั้นทำให้เราสองคนต้องตาย เจ้ารู้ไหม? ทำไมเจ้าถึงยังดื้อดึงไม่ยอมรับผิด?”

นางลุกขึ้นมา มองดูลูกชายอกตัญญูคนนี้ พร้อมพูดขึ้นอย่างหมดหวังว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าจะยังมีชีวิตอยู่ทำไม? ข้าจะฆ่าเจ้า เจ้าไปรับโทษด้วยตนเอง”

นางกัดฟัน แสงสว่างภายในดวงตาแตกสลาย ถือปิ่นปักผมแล้วก็พุ่งไปหาหยู่เหวินเห้า

ภายในตำหนักไทเฮารู้แต่แรกแล้วว่าเสียนเฟยมา แต่ในใจของนางเกลียดเจ้าห้า คิดว่าให้แม่ของเขาด่าเขาเสียหน่อยก็ดี แต่เมื่อฟังรู้ว่าสถานการณ์ไม่ปกติ ก็คิดที่จะลุกขึ้นมาในทันใด

เต๋อเฟยกับเจ้าหญิงเหวินจิ้งประคองนางรีบเดินออกมา เห็นเลือดนองเต็มพื้น เสียนเฟยก็กำลังถือปิ่นปักผมพุ่งไปหาหยู่เหวินเห้า ไทเฮาตะคอกพูดขึ้นอย่างตกใจว่า “หยุดนะ”

เสียนเฟยได้ยินเสียงของไทเฮา หันหน้าไป คิดถึงหลายปีมานี้เย็นชาต่อตระกูลซู ไม่สนใจไม่ใส่ใจ จนหลังจากหยู่เหวินเห้าได้เป็นองค์ชายรัชทายาท ฮ่องเต้ไม่ได้เลื่อนตำแหน่งให้กับนาง นางก็ไม่เคยช่วยพูดเข้าข้างตนเอง แม้กระทั่งยังกักบริเวณนาง ด้วยความโศกเศร้าเสียใจที่ปะทุขึ้นมา มีมากกว่าความผิดหวังและเจ็บปวดที่มีต่อหยู่เหวินเห้า ความเจ็บปวดและความเกลียดชังบดบังทุกอย่างแล้ว

นางเปลี่ยนทิศทาง ชี้ไปที่ไทเฮา ดวงตาเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและสิ้นหวัง พร้อมพูดขึ้นอย่างโศกเศร้าที่สุดว่า “หากไม่ใช่เพราะเจ้า ตระกูลซูจะกลายเป็นอย่างเช่นทุกวันนี้หรือ? เจ้าได้รับเกียรติยศอันทรงเกียรติ ยังจำคำสั่งเสียของคนที่บ้านก่อนที่จะเข้าวังมาหรือไม่?”

ในใจไทเฮาสั่นไหว จะจำไม่ได้ได้อย่างไร? ตอนนั้นก่อนที่จะเข้าวัง พ่อกับพี่ชายต่างก็กำชับแล้วกำชับอีก จะเห็นแก่ความเจริญรุ่งเรืองของตระกูลซูสำคัญที่สุด จะต้องพัฒนาตระกูลซูให้กว้างไกล สร้างอิทธิพล ครอบครองราชสำนัก

คิดว่าก่อนตอนที่เสียนเฟยเข้าวังมา คนในวงศ์ตระกูลก็จะต้องพูดเช่นนี้เหมือนกัน

ตอนนี้ตระกูลซูถูกองค์ชายรัชทายาทเผาแล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ปลดจากตำแหน่งขุนนาง แต่ก็ตกเป็นที่ขบขันภายในเมืองหลวง ต่อไปจะมีหน้าอยู่ต่อไปยังไง?

คิดถึงเช่นนี้ ในใจของนางก็เจ็บปวดขึ้นมาทันที พร้อมพึมพำพูดขึ้นว่า “ใช่ ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดไปแล้ว กระทำผิดต่อญาติพี่น้องตระกูลซู”

“ไทเฮา อภิเษกแล้วก็ต้องเข้าข้างสามี แก่แล้วก็ต้องเข้าข้างลูก คนที่ผูกพันกันที่สุดในโลกนี้ ก็คือเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเอง

ไทเฮาตื่นตกใจ ใช่ หากต้องมีจุดยืนที่ชัดเจน นางทำเพื่อผืนแผ่นดินของลูกชายตนเอง ผิดตรงไหน?

นางมองดูเสียนเฟย พูดขึ้นอย่างเฉียบคมว่า “ปล่อยปิ่นปักผมลง อย่าทำไปเรื่อย”

เสียนเฟยจ้องเขม็งเต๋อเฟย พร้อมพูดขึ้นอย่างเกลียดชังว่า “เจ้าหุบปาก เป็นเพราะเจ้ากับหยวนชิงหลิงก่อความวุ่นวาย อยากที่จะล้มล้างตระกูลซู พวกเจ้าแอบวางแผนชั่วไว้แต่แรก เสี้ยมสอนองค์ชายรัชทายาท กระทำความชั่วเช่นนี้”

ตอนที่นางด่า มือที่ถือปิ่นปักผมก็ขยับส่ายไปมา ปิ่นปักผมสีทองนั่นส่องแสงจ้า

เต๋อเฟยถอนหายใจ พร้อมพูดขึ้นว่า “เสียนเฟย ข้าไม่เคยมีความคิดพวกนี้ เจ้าคิดมากไปแล้ว”