บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 730 ข้ามาแล้ว

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 730 ข้ามาแล้ว ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 730 ข้ามาแล้ว เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 730 ข้ามาแล้ว บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 730 ข้ามาแล้ว ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 730 ข้ามาแล้ว

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 730 ข้ามาแล้ว นวนิยาย

เต๋อเฟยค่อยๆเดินไปข้างหน้า ฮองเฮาฉู่พูดขึ้นอย่างเป็นห่วงว่า “เต๋อเฟย ระวังตัวด้วย”

เต๋อเฟยไม่พูดอะไร เพียงมองดูปิ่นปักผมบนคอหยู่เหวินหลิง กลัวเพียงอย่างเดียวคือจะเป็นการทำให้เสียนเฟยยิ่งโกรธ แล้วนางจะแทงลงไปอย่างไม่สนใจอะไร

นางพอมีวิชาหมัดเท้าปักบุปผา ก็เลยคิดว่าเดี๋ยวเมื่อเปลี่ยนเจ้าหญิงออกมาได้แล้ว นางจะสามารถรวบจับเสียนเฟยได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น นางค่อยๆขยับเข้าไป เหยียดยื่นมือทั้งคู่ออก พร้อมพูดขึ้นว่า “ข้ามาแล้ว เจ้าปล่อยตัวเจ้าหญิงเถอะ”

“คลานมา”เสียนเฟยจะไม่รู้ว่าในใจของนางคิดอย่างไรหรือ? มือเท้าเต๋อเฟยปราดเปรียว หากไม่คุกเข่าอยู่บนพื้น จะง่ายที่จะให้นางจับหรือ?

เต๋อเฟยโกรธจนดวงตาแดง ในแง่ของความอัปยศ ยังไม่มีใครเคยเอาชนะเสียนเฟย

แต่ครั้งนี้จะกระตุ้นนางไม่ได้ ทำได้เพียงค่อยๆคุกเข่าลง แล้วก็คืบคลานไปข้างหน้า

องครักษ์รักษาพระองค์อยากที่จะเข้าใกล้ กลับถูกเสียนเฟยตะคอกด่ากลับไป

ฮองเฮาฉู่กับพวกนางสนมต่างมองดูอยู่อย่างหวาดกลัว เต๋อเฟยคนนี้เป็นที่ชื่นชอบมาก บวกกับไม่มีลูก ทุกคนต่างก็ไม่อยากให้เกิดอะไรขึ้นกับนาง

ภายในวังเคยเกิดเรื่องเช่นนี้เสียที่ไหน? ไม่มีใครกล้าคิด ว่าภายในวังจะมีเรื่องที่นางสนมจับเจ้าหญิงเป็นตัวประกัน แล้วคนที่ถูกจับตัวเป็นประกันยังเป็นลูกสาวของตนเอง

เต๋อเฟยคลานเข้าไป พร้อมพูดขึ้นด้วยเสียงเบาว่า “เอาล่ะ เจ้าปล่อยตัวเจ้าหญิงได้แล้ว”

เสียนเฟยหัวเราะอย่างโหดเหี้ยม ค่อยๆยกมือขึ้น เอาปิ่นปักผมที่จ่ออยู่บนคอหยู่เหวินหลิงออก ทุกคนต่างก็ค่อยโล่งอก ฮองเฮาฉู่กำลังจะเรียกให้เจ้าหญิงรีบกลับมา กลับไม่ทันระวังเสียนเฟย ใช้ปิ่นปักผมกรีดบนหน้าผากของเต๋อเฟย

เป็นแผลที่โหดร้ายมาก มือกำปิ่นปักผมไว้แน่น แล้วก็ใช้แรงกรีดบนหน้าผากของเต๋อเฟย ในขณะที่เลือดพุ่งกระฉูด ก็ได้ใช้เท้าถีบบนหัวของเต๋อเฟย จนเต๋อเฟยกลิ้งลงมาจากบันไดหิน

และนางยังสามารถกลับไปคว้าจับเส้นผมของหยู่เหวินหลิงไว้อย่างรวดเร็ว แล้วก็กดไว้บนพื้นต่อ

ทุกคนตกตะลึง แล้วก็มีคนรีบเข้าไปประคองเต๋อเฟย เลือดไหลอาบแก้มเต๋อเฟย จนแทบจะเป็นลมไป

ฮองเฮาฉู่โกรธจนสั้นไปทั้งตัว พร้อมพูดขึ้นว่า “เสียนเฟย เจ้าบ้าไปแล้วจริงๆหรือ?”

เสียนเฟยไม่ได้บ้า เรียกเต๋อเฟยเข้าไป เพียงเพราะอยากที่จะระบายความโกรธเท่านั้น

แล้วก็เพราะนางไม่ได้บ้า ถึงได้ไม่ยอมที่จะแลกหยู่เหวินหลิงกับเต๋อเฟย ฮ่องเต้ไม่มีทางประทานราชโองการปูนบำเหน็จให้กับตระกูลซูเพื่อเต๋อเฟย ในวังหลังเต๋อเฟยไม่มีลูก ไม่ใช่คนที่มีความสำคัญอะไร ฮ่องเต้จะยอมเสียสละเพื่อนางได้อย่างไร?

แต่หลิงเอ๋อร์ไม่เหมือนกัน ตอนนี้เขากระตือรือร้นที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจ มีความต้องการที่จะซื้อใจพ่อค้า และงานอภิเษกกับตระกูลเหลิ่งก็กำหนดแล้ว เขาจะไม่ยอมสูญเสียใหญ่เพราะเรื่องเล็ก

เพื่อประโยชน์ของกิจการราชสำนัก เพื่อแผ่นดินนี้ ไม่ว่าจะเสียสละมากแค่ไหนเขาก็ยอมรับได้

หยู่เหวินหลิงร้องไห้อย่างหนักหน่วง พร้อมพูดขึ้นว่า “ท่านแม่ ท่านอย่าทำเช่นนี้ ท่านจะฆ่าท่านแม่เต๋อหรือ?”

นางเห็นใบหน้าเต๋อเฟยเต็มไปด้วยเลือด นึกว่าเต๋อเฟยจะตายแล้ว ร้องไห้จนเสียงแหบ

“ตามฮ่องเต้กับหยวนชิงหลิงมา ไม่อย่างนั้น วันนี้ข้าจะขอตายอย่างมีศักดิ์ศรี ดีกว่าต้องอยู่อย่างไร้เกียรติ”

ท่าทีฮองเฮาฉู่กับกุ้ยเฟยเคร่งขรึมมาก วันนี้เกิดเรื่องเช่นนี้ พวกนางทั้งสอง คนหนึ่งปกครองวังหลังทั้งหก คนหนึ่งเป็นคนรับผิดชอบจัดการ ล้วนจะต้องรับโทษ

แต่ตอนนี้หากฮ่องเต้กลับพระชายารัชทายาทยังไม่มา เกรงว่าคงจะควบคุมเหตุการณ์ไว้ไม่ได้

ฮองเฮาฉู่จึงต้องสั่งคนไปตามฮ่องเต้หมิงหยวนมาอีกครั้ง

มู่หรูกงกงได้ฟังรับรู้เรื่องนี้แล้ว ก็ตกใจอย่างมาก อยากที่จะเข้าไปทูลรายงาน กลับคิดไม่ถึงว่าเพิ่งเคาะประตูไปหนึ่งที ฮ่องเต้หมิงหยวนก็ตะคอกด่าให้ไสหัวไปทันที

วันนี้ฮ่องเต้หมิงหยวนได้เชิญเหล่าขุนนางและผู้อาวุโสในราชวงศ์ ที่สำคัญที่สุดในราชสำนักมา ปรึกษาว่าควรที่จะปลดองค์ชายรัชทายาทหรือไม่ พวกขุนนางยังดี ทางด้านผู้อาวุโสในราชวงศ์ นอกจากอ๋องชินลุ่ย แทบทุกคนล้วนเห็นด้วยกับการต้องปลดองค์ชายรัชทายาท

ในขณะที่เขากำลังหงุดหงิดอย่างมาก มู่หรูกงกงมารบกวน จึงต้องระบายอารมณ์ออกไป

มู่หรูกงกงรีบถอยออกมาอย่างตกใจ สำหรับฮ่องเต้แล้ว ตอนนี้เรื่องที่ใหญ่ที่สุดล้วนเทียบไม่ได้กับเรื่องขององค์ชายรัชทายาท พรุ่งนี้ก็ถึงวันว่าราชการเช้าแล้ว หากวันนี้ไม่ได้รับความเห็นอันเป็นความเดียวกันระหว่างขุนนางกับผู้อาวุโสในราชวงศ์ เช้าวันพรุ่งนี้ก็จะเกิดการโต้เถียงกันในที่ว่าราชการ

ทางด้านจวนอ๋องฉู่ หมันเอ๋อมารายงานหยวนชิงหลิงว่า เสียนเฟยก่อเหตุวุ่นวายในวัง จับตัวเจ้าหญิงเป็นประกัน

หยวนชิงหลิงรีบออกไปพบคนที่มาจากในวัง เมื่อถามจนเข้าใจสถานการณ์แล้ว ก็สั่งหมันเอ๋อว่า “เรื่องนี้อย่าเพิ่งบอกองค์ชายรัชทายาท ข้ากับอะซี่จะเข้าวัง”

วันนี้อะซี่เพิ่งไปฉลองปีใหม่กลับมาจากตระกูลหยวน แล้วก็มาเจอเรื่องนี้ รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก

แต่อะซี่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ควรที่จะบอกองค์ชายรัชทายาท หยวนชิงหลิงส่ายหัว พร้อมพูดขึ้นว่า “ไม่ต้อง เขาคุยอยู่กับท่านชายสี่ในห้องหนังสือ ให้เขาอยู่อย่างสงบก่อนเถอะ”

เรื่องนี้หากเจ้าห้ารู้ เมื่อเข้าไปในวังแล้วเกรงว่าจะยุ่งวุ่นวาย

นางรู้ว่าเสียนเฟยต้องการที่จะทำอะไร

นางรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ออกเดินทาง สั่งหมันเอ๋อไว้ว่า หากองค์ชายรัชทายาทถามว่านางไปไหน ให้บอกว่าไปไปเยี่ยมท่านย่าที่จวนเจ้าพระยาจิ้ง

นางเปิดกล่องยากตอนที่อยู่บนรถม้า เตรียมยาสลบไว้

นี่เป็นยาสลบระยะสั้น ส่วนมากแล้วจะใช้กับคน ห้าวินาทีก็สามารถสลบลง ห้าถึงแปดนาทีฟื้นขึ้นมา เวลาเพียงพอแล้ว

ใส่เข็มไว้ในปลอกยางแล้วซ่อนไว้ในแขนเสื้อ เสียนเฟยต้องการทำอะไร นางพอรู้แล้ว

เสียนเฟยรู้ตัวว่ากำลังจะต้องตาย ด้วยความที่นางต้องการปกป้องตระกูลซู ต้องใช้ชีวิตเพื่อแลกผลประโยชน์ให้กับตระกูลซู ในขณะเดียวกันเสียนเฟยก็เกลียดชังนางอย่างมาก ก่อนที่จะตายจะไม่ได้ทำอะไรนางบ้างได้อย่างไร?

ดังนั้น จึงจับตัวหยู่เหวินหลิงเป็นประกันแล้วเรียกนางเข้าวัง

คนคนหนึ่งที่ไม่กลัวตายนั้น น่ากลัวอย่างมาก

หลังจากที่รถม้าเข้ามาถึงในวังก็ตรงไปยังตำหนักชิ่งหยู มาถึงประตูวังที่สอง นางลงจากรถม้าแล้วก็รีบวิ่งไป

ก่อนที่จะมาถึงตำหนักชิ่งหยู นางให้อะซี่อ้อมไปข้างหลังแล้วปีนกำแพงเข้าไป รอลงมือเมื่อได้จังหวะ เมื่อมีจังหวะที่เหมาะสมให้นางร่วงหล่นอยู่ตรงหน้าเสียนเฟย

ก่อนที่นางจะเข้าไปในตำหนัก จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย หายใจเข้าลึกๆ ข้างหูได้ยินเสียงร้องของหยู่เหวินหลิงดังขึ้น น้ำเสียงอ่อนแรงอย่างมากแล้ว

เมื่อเข้าไปภายในลาน ฮองเฮาฉู่กับกุ้ยเฟยเห็นนางมา ต่างก็ค่อยโล่งอก พูดขึ้นพร้อมกันว่า “พระชายารัชทายาทมาแล้ว”

หยวนชิงหลิงก็ไม่ทันได้สนใจที่จะถวายความเคารพ เห็นเต๋อเฟยได้รับบาดเจ็บอยู่ด้านข้าง เมื่อหันไปมองทางด้านบันไดหิน เมื่อเห็นแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะกลั้นลมหายใจ

เสียนเฟยนั่งอยู่บนขั้นบันไดเห็นด้วยผมเผ้ายุ่งเหยิง ส่วนหยู่เหวินหลิงนอนอยู่บนขั้นบันไดหิน หัวคว่ำลง ในมือของเสียนเฟยถือปิ่นปักผมของนางไว้ มือข้างหนึ่งใช้ปิ่นปักผมจ่อไว้ตรงคอของนาง ดูแล้วน่าจะอยู่ในท่านี้นานแล้ว ดังนั้นทั้งสองคนจึงต่างดูเหมือนรูปปั้น

อากาศหนาวเย็นอย่างมาก บนขั้นบันไดหินปกคลุมไปด้วยน้ำค้างแข็ง หยวนชิงหลิงมองดูท่าทีนี้ ทั้งสองคนน่าจะอยู่อย่างนี้มากว่าชั่วโมงหนึ่งแล้ว

เสียนเฟยเห็นนางมา ใบหน้าที่แข็งทื่อนั้นในที่สุดก็มีชีวิตขึ้นมาอย่างช้าๆ แววตาก็ประกายความเกลียดชังออกมาให้เห็น

“ท่านแม่” หยวนชิงหลิงเห็นอาวุธเพียงอย่างเดียวของเขาก็คือปิ่นปักผม บีบถุงในแขนเสื้อ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าทิศทางของเข็มสามารถถอดออกได้อย่างราบรื่น แล้วค่อยเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พร้อมพูดขึ้นว่า “เจ้าต้องการพบข้า ตอนนี้ข้ามาแล้ว เจ้าปล่อยหลิงเอ๋อร์ได้แล้ว”

เสียนเฟยมองดูนาง ความเกลียดชังนั้นแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้าของนาง แลดูบิดเบี้ยวน่าเกลียด กัดฟันพร้อมพูดขึ้นว่า “เจ้ามาก็ดี เจ้ามาก็ดี”

หยวนชิงหลิงพูดขึ้นว่า “ใช่ ข้ามาแล้ว”

เต๋อเฟยพูดขึ้นว่า “พระชายารัชทายาทระวังตัวด้วย”

“เจ้าไสหัวมา”เสียนเฟยตะคอกพูดขึ้น เมื่อกี้ยังเหมือนไม่มีแรงแล้ว ตอนนี้กลับมามีแรงแล้ว แลดูเต็มล้นไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้

หยวนชิงหลิงพูดขึ้นว่า “วันที่เจ้าเกลียดคือข้า แล้วจะทรมานลูกสาวของตนเองทำไม?”

“เสแสร้งทำเป็นคนดีเพื่ออะไร?” เสียนเฟยหัวเราะเยาะพร้อมพูดขึ้นว่า “หากเจ้าอยากช่วยนางจริงๆ งั้นก็ฆ่าตัวตายต่อหน้าข้า ข้าจะพาเจ้าไปลงนรกพร้อมกัน”

หยวนชิงหลิงค่อยๆก้าวเท้าเข้าไป ไม่ได้ให้ตนเองหยุดลง ตากลับจ้องมองดูปิ่นปักผมในมือของเสียนเฟย ปิ่นปักผมนั่นแทงลงไปในเนื้อเพราะการมาของตนเอง ปลายปิ่นปักผมนี้แหลมคมมาก ปิ่นปักผมทั่วไปไม่ได้แหลมขนาดนี้ เห็นทีเสียนเฟย เตรียมพร้อมที่จะเดือดร้อนครั้งใหญ่อีกครั้งแต่แรกแล้ว

“ข้าไม่ใช่คนดีอะไร ถึงแม้ข้าจะเป็นห่วงเจ้าหญิง แต่ก็จะไม่เอาชีวิตของตนเองแลกกับชีวิตเจ้าหญิง เจ้าที่เป็นแม่ของนางยังจะทำร้ายนาง ข้าที่เป็นพี่สะใภ้ ยังจะทำอย่างไรได้?”