บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 850 สามารถไปดูแลรักษาได้ที่พระที่นั่ง

sprite

หยู่เหวินเห้าเพิ่งออกมาจากวัง ก็เห็นรถม้าของโสวฝู่ฉู่รออยู่ด้านนอกประตูวัง โสวฝู่ฉู่สั่งคนมาขวางทางเขาไว้ แล้วเชิญเขาขึ้นรถม้า

บนรถม้า ม่านถูกดึงลง แล้วเสียงของโสวฝู่ฉู่ก็พูดขึ้นอย่างขุ่นเคืองเล็กน้อยว่า “หุนหันพลันแล่นมาก เจ้าทำเช่นนี้จะเป็นการทำให้ฮ่องเต้เสียหน้า และในฐานะที่เจ้าเป็นลูก ถามเขาถึงความกตัญญูกตเวทีในที่ว่าราชการ ไม่เป็นการประชดประชันหรือ?”

หยู่เหวินเห้าพูดขึ้นว่า “โสวฝู่ ข้ารู้ตัวว่าวู่วาม แต่สองสามวันมานี้ บีบบังคับข้าจนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว อาการป่วยของเสด็จปู่ไม่ดีเลย จะต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว”

โสวฝู่ถอนหายใจ พร้อมพูดขึ้นว่า “ตอนนี้เจ้าสมความปรารถนาแล้ว แต่ก็ต้องสูญเสียตำแหน่งราชการเพราะเหตุนี้ ยังถูกกักบริเวณ ความทุกข์ยากลำบากของเจ้าที่ผ่านมานี้ สูญเปล่าแล้ว”

หยู่เหวินเห้าหัวเราะพร้อมพูดขึ้นว่า “มองในแง่ดีหน่อย อย่างน้อยตำแหน่งองค์ชายรัชทายาทยังไม่ได้ถูกปลด”

“เป็นแบบนี้ต่อไป ก็ถือเป็นเรื่องไม่ช้าก็เร็ว”โสวฝู่พูดขึ้นอย่างเป็นกังวล

หยู่เหวินเห้ามองดูเขา พร้อมพูดขึ้นว่า “โสวฝู่ ท่านเองก็อย่าตื่นเต้น เรื่องนี้ไม่ได้ดูแย่เหมือนอย่างที่ท่านคิดขนาดนั้น วันนี้ในที่ว่าราชการ ข้าพูดล่วงเกินเสด็จพ่อเช่นนี้ เขาแลดูโกรธโมโห แต่ก็ไม่ได้ลงโทษสถานหนัก เพียงแค่ปลดจากตำแหน่งราชการและกักบริเวณ ท่านเคยคิดไหม? ความเข้มงวดที่เสด็จพ่อมีต่อข้า หากโกรธโมโหจริง ผิดหวังในตัวข้าอย่างที่สุด จะทำเพียงแค่นี้หรือ?”

“ยังจะอย่างไรอีก? ถูกปลดออกจากตำแหน่งราชการแล้ว”โสวฝู่ไม่สามารถที่จะมองในแง่ดีจริงๆ

“ปลดจากตำแหน่งราชการ แต่ก็ไม่ได้ยกตำแหน่งเจ้ากรมการพระนครให้ใคร ยังให้เจ้าเจ็ดรับดูแลกรมการพระนคร ใครๆก็รู้ว่าเจ้าเจ็ดเป็นคนของข้า อำนาจไม่ได้ถูกลดลงเลย”

โสวฝู่อึ้งไปพักหนึ่ง พร้อมพูดขึ้นว่า “ความหมายของรัชทายาทคือ?”

“นี่อาจจะมีเรื่องอย่างอื่นแอบแฝง”หยู่เหวินเห้ายิ่งอยู่ก็ยิ่งมั่นใจ

โสวฝู่มองดูเขาอย่างสงสัย พร้อมพูดขึ้นว่า “เจ้าคิดว่าเป็นเรื่องอะไรแอบแฝง?”

“โสวฝู่ไม่เคยสงสัยหรือว่า ทำไมท่าทีเสด็จพ่อที่มีต่อเสด็จปู่ ถึงได้เปลี่ยนแปลงไปมากมายขนาดนี้?”

“ก็เคยสงสัย...” โสวฝู่เงียบไปสักพัก พร้อมพูดขึ้นว่า “เพียงแต่มองจากภาพรวมแล้ว ฮ่องเต้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแสดงละครใหญ่ขนาดนี้ เบื้องหน้าก็ไม่มีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้น ราชฎีกาของเหล่าขุนนาง ล้วนผ่านข้าทั้งหมด เรื่องเล็กใหญ่ที่ส่งมาจากแคว้นต่างๆ ข้าก็ต้องดูก่อนแล้วค่อยส่งยายังฮ่องเต้ ตอนนี้นอกจากปัญหาใหญ่ในเซียนเปยเป่ยโม่แล้ว ภายในประเทศสงบอย่างดียิ่ง ที่สำคัญที่สุดก็คือ หากฮ่องเต้มีแผนการอื่น งั้นก็จะต้องเปลี่ยนแปลงภายในเมืองหลวง แต่ภายในเมืองหลวงแม้แต่กรมการพระนครกับทหารรักษาพระองค์ ต่างไม่รู้เรื่องนี้ จะเป็นเรื่องอะไรล่ะ?”

หยู่เหวินเห้ามองดูโสวฝู่ที่อายุมากแล้ว ตกอยู่ในภวังค์ครุ่นคิด คนตรงหน้าคนนี้ เป็นคนหนึ่งคนนั้นที่สามารถเรียกลมเรียกฝนในเป่ยถังได้ บอกว่ามีอำนาจครอบครองแผ่นดินเป่ยถังครึ่งหนึ่งก็ไม่เกินไป เขาก็เคยชินแล้วกับการที่รู้เรื่องทุกอย่าง โดยเฉพาะหลังจากที่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันขึ้นครองราชย์ ทุกย่างก้าวของฮ่องเต้ เขามองอยู่ด้วยตาตนเองทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องคาดเดา ความคิดของฮ่องเต้ล้วนปิดบังเขาไม่ได้

ตอนนี้เป็นครั้งแรก เขาไม่รู้ว่าฮ่องเต้คิดอะไรอยู่

“รัชทายาทมองในแง่ดีได้ขนาดนี้จริงหรือ?”โสวฝู่ฉู่ก็ไม่คิดแล้ว ถามหยู่เหวินเห้าต่อ

หยู่เหวินเห้าพยักหัว พร้อมพูดขึ้นว่า “ใช่ คิดไปในทางที่ดี”

ที่จริงในใจหยู่เหวินเห้าไม่ได้มองในแง่ดีขนาดนั้น แต่เขาไม่ควรที่จะเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้ายคนนั้น

รถม้าส่งหยู่เหวินเห้ามาถึงจวน หยวนชิงหลิงรออยู่ในจวน เห็นเขากลับมาอย่างปลอดภัย ก็ไม่ถามอะไรอย่างอื่น สวมกอดเขาไว้ก่อน

หยู่เหวินเห้าก็ยื่นมือโอบกอดงาน สูดหายใจเข้าลึกๆ พร้อมพูดขึ้นว่า “เจ้าหยวน เสด็จพ่ออนุญาตให้เจ้าไปยังพระที่นั่งแล้ว”

“จริงหรือ?” หยวนชิงหลิงค่อนข้างไม่อยากเชื่อ พร้อมถามขึ้นว่า “แลกด้วยอะไร?”

“ข้าถูกปลดออกจากตำแหน่งราชการ ถูกกักบริเวณ”หยู่เหวินเห้าพูดขึ้นอย่างน่าสงสาร แต่ตาคิ้วกลับดูโล่งใจอย่างมาก

หยวนชิงหลิงพูดขึ้นอย่างวีรอาจหารว่า “เจ้ากรมการพระนครนี่ไม่เป็นก็ไม่เป็นไร ข้าเลี้ยงเจ้า”

“ต่อไปรบกวนดูแลด้วย”หยู่เหวินเห้ารีบตอบตกลง ต่อไปจะอยู่บ้านเลี้ยงลูกให้ภรรยาหาเลี้ยง

หยวนชิงหลิงดึงเขานั่งลง ให้เขาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในที่ว่าราชการให้นางฟัง หลังจากพูดเสร็จแล้ว หยวนชิงหลิงพูดปลอบว่า “ไม่เป็นไร ถูกกักบริเวณ กับถูกปลดออกจากตำแหน่งราชการถือเป็นเรื่องเล็ก ไม่ถูกปลดออกจากตำแหน่งองค์ชายรัชทายาทก็ดีแล้ว”

“ตำแหน่งองค์ชายรัชทายาท เจ้าช่างเป็นห่วงจริงๆ” หลังจากที่หยู่เหวินเห้าโล่งอกโล่งใจแล้ว ก็พูดล้อเล่นขึ้นมา

“นี่เป็นสิ่งที่เสด็จปู่ปรารถนา” หยวนชิงหลิงพูดจบ แล้วก็เดินไปด้านนอกเรียกหาหมันเอ๋อ พร้อมพูดขึ้นว่า “เก็บเตรียมของ เราจะไปพระที่นั่งกันคืนนี้”

“ข้าไม่สามารถเป็นไปเป็นเพื่อนเจ้าได้ ข้าต้องกักบริเวณอยู่ในจวน แต่เจ้าวางใจ รอสองสามวันข้าจะหาวิธีแอบหนีไปหาเจ้า”หยู่เหวินเห้าพูดขึ้น

“ไม่เป็นไร เจ้าอยู่ในจวนดูแลลูกๆให้ดี เพลิดเพลินกับวันเวลาที่สบาย นี่ก็ใกล้จะถึงวันปีใหม่แล้วไม่ใช่หรือ? มีงานเยอะแยะทั้งในและนอกจวน เจ้ากับใต้เท้าทังแบ่งเบาภาระกัน”

“ก็ได้”เรื่องงานบ้าน เรื่องเล็กน้อย

หยวนชิงหลิงพาหมันเอ๋อกับแม่นมสี่ไปยังพระที่นั่งทั้งคืน เพิ่งมาถึงพระที่นั่ง ก็เริ่มมีหิมะตกแล้ว

ไท่ซ่างหวงถูกพาไปอาศัยที่ในตำหนักตงหน่วน ทางนั้นมีตี้หลง จุดไว้อยู่อย่างอบอุ่นที่สุด

ฉางกงกงออกมาต้อนรับด้วยตนเอง พร้อมพูดขึ้นว่า “ในที่สุดพระชายารัชทายาทก็มาแล้ว”

“อาการไท่ซ่างหวงเป็นอย่างไรบ้าง?”หยวนชิงหลิงกระทืบเท้า เพื่อให้หิมะบนตัวร่วงหล่น

“เมื่อคืนไอทั้งคืน ยังคงหายใจลำบากอย่างมาก”ฉางกงกงพูดไปด้วยนำทางพานางเข้าไปด้วย

ฝูเป่าวิ่งออกมาจากด้านใน พัวพันอยู่ที่เท้าของหยวนชิงหลิง แล้วก็วิ่งตาม หยวนชิงหลิงก้มลงอุ้มขึ้นมา พร้อมพูดขึ้นว่า “ฝูเป่าน่ารัก รู้จักอยู่เป็นเพื่อนเจ้านายของเจ้า”

“ฝูเป่าว่าง่ายที่สุดเลย หลายวันที่ไท่ซ่างหวงป่วยนี้ ฝูเป่าเฝ้าอยู่ตลอด ตอนกลางคืนก็ไม่ยอมออกไปนอนข้างนอก”ฉางกงกงพูดขึ้น

เขาเปิดม่านออก พร้อมพูดขึ้นด้วยเสียงเบาว่า “พระชายารัชทายาท เข้ามาเถอะ ไท่ซ่างหวงเพิ่งตื่นนอน”

หยวนชิงหลิงวางฝูเป่าลง แล้วก็เขย่งมือเขย่งเท้าเข้าไป

ภายในตำหนักอย่างมาก จุดธูปหลงเหยียนไว้ กลิ่นหอมสดชื่น เมื่อหงุดหงิดแล้วได้ดมกลิ่นนี้ จะทำให้รู้สึกสดชื่น

ไท่ซ่างหวงนอนอยู่บนเตียง ห่มผ้านวมหนา ใบหน้าค่อนข้างเขียว ดวงตาคล้อยลง ดูแล้วก็เหมือนเพิ่งตื่นนอน

เห็นหยวนชิงหลิงมา เขาค่อยสดชื่นขึ้นมาบ้าง ลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า พร้อมพูดขึ้นด้วยเสียงแหบว่า “มาแล้วหรือ”

ลมหายใจยังคงหยาบเล็กน้อย ตอนที่หายใจเข้าออก เขาค่อนข้างต้องใช้ความพยายาม

หยวนชิงหลิงถือกล่องยาเดินไป คุกเข่าอยู่ตรงหน้าเตียง พร้อมพูดขึ้นว่า “มาแล้ว”

คนแก่คนนี้ นอนอยู่บนเตียงยังอ่อนแอเช่นนั้น หยวนชิงหลิงไม่รู้ว่าฮ่องเต้หมิงหยวน ต้องการวางแผนทำอะไรกันแน่ แต่ใช้อาการป่วยของไท่ซ่างหวงเป็นสิ่งต่อรอง สิ่งนี้ทำให้นางไม่สามารถให้อภัยได้

ในใจเจ็บปวด พร้อมถามขึ้นว่า “เสด็จปู่ โรคหืดหอบดีขึ้นบ้างแล้วหรือ?”

“ดีขึ้นมากแล้ว” ไท่ซ่างหวงมองดูดวงตาของนาง พร้อมพูดขึ้นว่า “ร้องไห้ทำไม?”

“คิดถึงท่าน”หยวนชิงหลิงเช็ดน้ำตา

ไท่ซ่างหวงอึ้ง คิ้วที่ยุ่งเหยิงค่อยๆโค้งงอลง จ้องมองดูนาง พร้อมพูดขึ้นว่า “ไม่ใช่เด็กแล้ว พูดจาปัญญาอ่อนแบบนั้นทำไม?”

เขายื่นมือเอามือกุมหน้าอกไว้ หน้าท้องยกขึ้น ราวกับจะถอนหายใจออกมาแรงๆ

หยวนชิงหลิงได้ยินเสียงหลอดลมแผ่วเบา เปิดกล่องยาแล้วหยิบเอายาพ่นสูดบูเดโซไนออกมา หลังจากเปิดออก บิดหนึ่งครั้ง พร้อมพูดขึ้นว่า “อ้าปากอมตรงส่วนหัวไว้ หลังจากออกแรงสูดเข้าไปหนึ่งคำแล้วกลั้นลมหายใจไว้ ข้าบอกว่าสามารถหายใจได้แล้วค่อยหายใจ”

ไท่ซ่างหวงมองดูนาง ยัดหลอดสีขาวเข้าไปในปากของเขา แล้วเขาก็เชื่อฟังอย่างว่าง่าย สูดหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็กลั้นหายใจไว้

“หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ดีมาก หายใจ”หยวนชิงหลิงนั่งอยู่ด้านข้างเตียง เอื้อมมือไปปัดหน้าอกของเขาเบาๆ

ไท่ซ่างหวงอดกลั้นจนหน้าแดง ได้ยินว่าหายใจ จากนั้นเขาก็หายใจออกมายาวๆ ขมวดคิ้วพร้อมถามขึ้นว่า “นี่คืออะไรหรือ?”