บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 885 ทำให้สงบก่อน

sprite

ก็ตอนนี้เอง พี่ซูหลงก็กลับมาจากข้างนอก ลากอ๋องซุนออกไปด้านนอกพูดเสียงหนัก “เมื่อกี้องครักษ์พบว่าทางถนนตงไป่มีคนดักซุ่มอยู่พ่ะย่ะค่ะ”

“เป็นใคร?” อ๋องซุนเอ่ยถาม

“ไม่ทราบเหมือนกันพ่ะย่ะค่ะ พอรถม้าของอ๋องอานออกไปแล้ว คนพวกนี้ก็แยกย้ายกันไป อีกอย่างคนของพวกเรายังเห็นว่าที่ซอยข้างหลังถนนตงไป่มีรถม้าจอดอยู่ พร้อมออกตลอดเวลา พอคนของพวกเราตามไปก็เห็นคนหนึ่งเหมือนลูกน้องของตี๋เว่ยหมิง”

เมื่อนั้นอ๋องซุนจึงรีบถาม “รั้งตัวไว้ได้ไหม?”

“ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ อีกฝ่ายไปเร็วมาก แถมยังไม่แน่ชัดว่าจะเป็นลูกน้องของตี๋เว่ยหมิงหรือเปล่าด้วย” พี่ซูหลงกล่าว

อ๋องซุนกัดฟัน “น้องสี่ต้องอยากลักพาตัวพระชายารัชทายาทไปแน่ เมื่อกี้ได้ยินพระชายาหวยพูดว่าเขายังคิดถึงแผนที่ทางการทหารอยู่ ช่วงนี้เกวียนรบเข้าสมรภูมิ เขารู้ว่าค้นคว้าสำเร็จแล้ว ก็เลยอยากได้แผนที่ทางการทหาร”

“แต่ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดนะพ่ะย่ะค่ะ อ๋องอานคนนี้ทำงานละเอียดลึกลับมาก แถมยังรู้จักช่องโอกาส ตอนนี้ฝ่าบาทไม่มีเวลาจะสนใจเขา รัชทายาทก็อยู่ในสนามรบ คนในแคว้นก็แทบจับจ้องอยู่กับสนามรบทั้งหมด ส่วนเขากลับยุ่งไม่หยุด”

อ๋องซุนทั้งโมโหทั้งร้อนใจ “ข้ายังไม่อยากสนใจว่าเขาวางแผนอะไร แต่ถ้าพระชายารัชทายาทเกิดเรื่อง น้องห้ากลับมาข้าจะพูดกับเขายังไง แถมนางยังตั้งครรภ์อยู่อีก”

สีหน้าพี่ซูหลงเคร่งเครียด “อย่าเพิ่งตื่นตกใจพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไปเชิญอ๋องฉีที่กรมการพระนครมาแล้ว เรื่องนี้ต้องสืบสวนให้กระจ่างชัด”

“น้องเจ็ดทำงานไม่น่าเชื่อถือ ตอนนี้กรมการพระนครไม่มีน้องห้าอยู่ ไม่มีเสาหลัก เรื่องนี้ให้เสด็จพ่อจัดการจะดีกว่า” อ๋องซุนคิดแล้วก็รู้สึกว่าต้องเข้าวังรายงานรายละเอียดด้วยตัวเองสักหน่อย

เขาเข้าไปถามอ๋องหวยว่ารายงานกับเสด็จพ่อแล้วหรือยัง อีกฝ่ายบอกว่าใจร้อนจะเชิญหมอหลวง จึงไม่ได้รายงาน

ดังนั้นอ๋องซุนจึงสั่งให้คนเตรียมรถม้าเข้าวังทันที

พออ๋องซุนไปแล้ว ย่าหยวนกับหมอหลวงเฉาก็มาถึง

หลังจากย่าหยวนตรวจอาการหยวนชิงหลิงแล้วก็รู้ทันที ดีว่าหยวนชิงหลิงเคยบอกนางไว้แล้ว นางจึงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

เมื่อนั้นนางจึงสั่งการเสียงเข้ม สั่งให้คนส่งหยวนชิงหลิงกลับจวนอ๋องฉู่

ความสงบและความเป็นมืออาชีพที่ฮูหยินใหญ่แสดงออกมาในตอนนี้ทำให้ทุกคนเชื่อ พระชายาซุนก็อกสั่นขวัญหายอยู่ ดังนั้นจึงทำตามนางว่าทั้งหมด

นางสั่งให้เตรียมรถม้าทันที แล้วส่งกลับด้วยตัวเองพร้อมหรงเยว่

ส่วนหมันเอ๋อก็แอบพาเด็กๆ กลับจวนด้วยเหมือนกัน แต่เมื่อกลับถึงจวนก็ไม่อาจปกปิดพวกเขาได้อีก พวกเขาพากันร้องไห้หาหยวนชิงหลิง

แม้พวกเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอเห็นมารดาไม่ฟื้นก็ยังกลัวอยู่มาก กลัวจนลืมสิ่งที่หยวนชิงหลิงกำชับไว้ก่อนหน้านี้

แน่นอนว่าจวนอ๋องฉู่ก็วุ่นวายไปหมด แม่นมสี่ให้บรรดาแม่นมหลอกเด็กๆ ออกไป จากนั้นก็เปลี่ยนเสื้อผ้าให้หยวนชิงหลิงร่วมกับแม่นมสี่

ฮูหยินเหยาก็พาเมิ่งซิงมาด้วย นางให้เมิ่งซิงไปดูแลน้องๆ ส่วนตัวเองก็เข้าไปดูหยวนชิงหลิง

เหล่าสะใภ้ทั้งหลายนั่งอยู่ในห้อง พระชายาซุนเสียใจเป็นที่สุด ร่ำไห้พูด “ข้าไม่ควรเรียกนางไปเลย ตอนแรกนางก็บอกว่าไม่ไปแล้ว เป็นข้าที่จะลากนางไปให้ได้”

หรงเยว่หน้าซีดขาว น้ำตาร่วงสะอึกสะอื้นด้วยเหมือนกัน “ไม่เกี่ยวกับเจ้า เป็นข้าที่อยากให้นางไปเอง ข้าทำร้ายนาง”

ส่วนฮูหยินเหยา เมื่อเห็นพวกนางเอาแต่พูดจาท้อแท้แล้วจึงอดโมโหเป็นไม่ได้ “เงียบไปเลย! ใครบอกว่านางตายแล้ว? ตอนนี้จะเป็นยังไงก็ยังไม่รู้ มีหมอหลวงกับฮูหยินใหญ่อยู่นี่ต้องไม่เป็นอะไรแน่ สร้างกำลังใจกันเข้าไว้!”

ฮูหยินเหยาเป็นสะใภ้ใหญ่ เมื่อขึงหน้าก็เห็นถึงความน่าเกรงขาม เมื่อพูดเสียงหนัก หรงเยว่กับพระชายาซุนก็หยุดฟูมฟาย

เมื่อฮูหยินเหยาเห็นทั้งสองสงบลงแล้วก็พูดอีก “ตอนนี้จวนอ๋องฉู่จะวุ่นวายไม่ได้ แตกตื่นไม่ได้ด้วย ต้องกลับคืนเป็นปกติ คนข้างนอกจะได้ไม่ฉวยโอกาสเข้าแทรก เด็กๆ จะได้ไม่ตกใจด้วย พวกเจ้าช่วยๆ กันหน่อย ก่อนน้องห้าจะกลับมา ข้าจะอยู่ดูที่นี่เอง”

จากนั้นนางก็มองทางหรงเยว่แล้วสั่งการเสียงหนัก “หรงเยว่ เจ้ารู้จักคนมาก ไปสืบดูซิว่ามีหมอคนไหนเคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้บ้าง แม่นมสี่ รบกวนท่านส่งคนหรือไม่ก็ไปเอง ไปบอกกับไท่ซ่างหวงสักหน่อย บอกเล่าตามความจริง หากพูดครึ่งไม่พูดครึ่งพระองค์จะยิ่งกังวลไปกันใหญ่ พระชายาซุน เจ้าก็เข้าวังสักหน่อย บอกกล่าวกับหวงกุ้ยเฟย เรื่องนี้เกิดในจวนอ๋องซุน ปิดในวังไม่ได้ เจ้าต้องไปอธิบายกับทางนั้นด้วยตัวเอง”

“ข้าทราบแล้ว!” ทั้งสามคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน

พวกนางต่างทำเรื่องของตัวเอง ย่าหยวนนั่งอยู่ข้างเตียงมองแม่นางเหยา จากนั้นก็กล่าวอย่างซาบซึ้ง “ขอบคุณท่านมาก ดีนะที่มีท่านอยู่”

ฮูหยินเหยารู้ว่าฮูหยินใหญ่กับหยวนชิงหลิงมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง แต่จะเป็นอะไรนั้นนางไม่รู้ นางเคยได้ยินหยวนชิงหลิงเรียกฮูหยินใหญ่ว่าย่า เวลาที่ทั้งสองสบตากันก็เหมือนคนในครอบครัว

ดังนั้นการขอบคุณนี้ ดูเหมือนว่าฮูหยินใหญ่จะพูดด้วยฐานะผู้ใหญ่ แต่ฮูหยินเหยาก็ไม่แปลกใจ เพียงแต่พูดเสียงเบา “ไม่ต้องขอบคุณหรอก นางดูแลพวกเรามาตลอด ตอนนี้นางเกิดเรื่องก็ถึงตาพวกเราจะดูแลนางบ้างแล้ว”

“ในจวนจะวุ่นวายไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ นางเป็นพระชายารัชทายาท ข้างนอกมีคนมากมายกำลังจ้องจวนอ๋องฉู่อยู่” ย่าหยวนมองใบหน้าไร้เลือดฝาดของหยวนชิงหลิง ถึงจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ยังอดปวดใจไม่ได้

เมื่ออ๋องฉีมา พอถามความแล้วก็โกรธจัด นำคนไปจวนอ๋องอานทันที

แต่กลับคิดไม่ถึงว่าพอถึงที่นั่นแล้ว กลับได้ยินว่าพระชายาอานตกจากรถม้า ชีวิตร่อแร่

อ๋องอานยืนอยู่ที่ระเบียงทางเดิน หน้าขรึมมองเขา “จะจับข้า มีราชโองการไหม?”

“ทำไมอยู่ดีๆ พี่สะใภ้สี่ถึงตกลงมาจากรถม้าได้ล่ะ?” อ๋องฉีถามเขา

เมื่อนั้นอ๋องอานก็หัวเราะเย็นขึ้นมา ตาแดง “ข้าผลักเอง เจ้าเชื่อไหม?”

อ๋องฉีไม่รู้ว่าที่เขาพูดเป็นจริงหรือเท็จ แต่โทสะยากจะอดกลั้น “หากเจ้าทำเช่นนี้จริง งั้นเจ้าก็เลวทรามต่ำช้า ยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน!”

“ไสหัวไป!” ความเหี้ยมแผ่ออกมาจากตัวอ๋องอาน เกรี้ยวกราดหนัก

อ๋องฉีพูดอย่างเย็นชา “เจ้าหนีไม่พ้นหรอก ข้าไม่รีบจับกุมเจ้า เอาไว้พี่สะใภ้สี่ปลอดภัยแล้ว ข้าค่อยมาใหม่”

ว่าแล้วอ๋องฉีก็หมุนตัวเดินจากไป

อ๋องอานต่อยเสากลมไปทีหนึ่ง ความเจ็บปวดและความโกรธในดวงตาดุจภูเขาไฟระเบิด

เมื่อพูดถึงพระชายาซุน นางได้เข้าวังบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในจวนอ๋องซุนให้ฮ่องเต้หมิงหยวนทราบ

ก่อนหน้านี้ฮ่องเต้หมิงหยวนไม่รู้เรื่อง รู้แต่ว่าเจ้าหกเข้าวังมาเชิญหมอหลวง ยังนึกว่าจวนอ๋องหวยใครเป็นอะไร แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นหยวนชิงหลิง

“เจ้าสี่?” เพลิงพิโรธในตาลุกโชน ทว่าภายนอกกลับดูสงบนิ่ง

“พ่ะย่ะค่ะ พระชายาหวยเห็นกับตาว่าพวกเขากำลังมีปากเสียงกัน น้องสี่ยังพูดถึงแผนที่ทางการทหารอะไรอีก” อ๋องซุนแค้นอ๋องอานเข้ากระดูก เอาแต่พูดออกไป “อีกอย่าง หม่อมฉันยังพบว่ามีคนดักซุ่มอยู่ที่ถนนตงไป่ จอดรถม้าไว้เตรียมลักพาตัว หม่อมฉันสงสัยว่าน้องสี่คิดจะลักพาตัวพระชายารัชทายาทไปพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้หมิงหยวนจึงกล่าว “เรื่องนี้ข้าจะสอบสวนเอง ตอนนี้ที่สำคัญคือต้องรักษาพระชายารัชทายาทก่อน ถ่ายทอดราชโองการ ไม่ว่าจะใช้ยาอะไร ข้าก็ต้องทำให้พระชายารัชทายาทปลอดภัยให้ได้”

อ๋องซุนผิดหวังเล็กน้อยที่เสด็จพ่อกลับไม่ออกคำสั่งให้จับกุมน้องสี่

“แล้วหยู่เหวินอาน...”

“ข้าบอกแล้ว ว่าจะสอบสวน!” ฮ่องเต้หมิงหยวนผายมือออก “ทำเรื่องของเจ้า ที่ไม่ควรยุ่งก็ไม่ต้องยุ่ง!”

อ๋องซุนได้แต่กล้ำกลืนความแค้นที่มีอยู่เต็มอกแล้วทูลลา หลังจากออกไปแล้วก็ถ่ายทอดราชโองการ จากนั้นก็เชิญหมอหลวงสองคนออกวังไป

พออ๋องซุนออกไป ฮ่องเต้หมิงหยวนก็สั่งให้คนเรียกตัวเหลิ่งจิ้งเหยียนเข้าวัง