บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 900 ข้าเคยพบเจ้าที่ไหนมาก่อน

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 900 ข้าเคยพบเจ้าที่ไหนมาก่อน ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 900 ข้าเคยพบเจ้าที่ไหนมาก่อน เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 900 ข้าเคยพบเจ้าที่ไหนมาก่อน บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 900 ข้าเคยพบเจ้าที่ไหนมาก่อน ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 900 ข้าเคยพบเจ้าที่ไหนมาก่อน

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 900 ข้าเคยพบเจ้าที่ไหนมาก่อน นวนิยาย

หยู่เหวิยเทียนงงงัน รีบชี้แจง “เสด็จแม่ หม่อมฉันไม่ได้หมายความเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ”

“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่มี และรู้ว่าเจ้าดีต่อท่านพี่แปด” ฮองเฮายิ้ม เพียงแต่นัยน์ตาเฉยชาเป็นที่สุด “เพียงแค่ ท่านพี่แปดของเจ้าไม่ใช่คนปกติ เขาต้องการการปกป้อง ข้าเป็นมารดาของเขา ก็จะต้องปกป้องเขาให้ดีเป็นแน่ เพื่อเลี่ยงไม่ให้เขาถูกคนหลอกใช้แล้วโดยไม่รู้เรื่อง”

ในตาของหยู่เหวิยเทียนมีแววความโศกเศร้า “หม่อมฉันไม่ได้หลอกใช้ท่านพี่แปด”

ฮองเฮาหัวเราะ “สองสามปีมานี้ไม่ว่าข้าจะทำอย่างไรกับเจ้า ท่านพี่แปดของเจ้ามักจะพูดขอร้องให้เจ้าเสมอ ออกหน้าให้เจ้า ความคิดจิตใจของเขาบริสุทธิ์มาก แค่อยากทำดีต่อเจ้า จิตใจเช่นนี้ทำให้ข้าซาบซึ้ง ดังนั้น เจ้าจะมีการหลอกใช้เขาก็ดี ไม่มีก็ชั่ง ล้วนเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว นับตั้งแต่นี้ไปเส้นทางที่พวกเจ้าของพี่น้องต้องเดินไม่เหมือนกันแล้ว ไปมาหาสู่กันให้น้อยหน่อยก็ดี เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องมีความคาดหวังต่อเจ้ามากเกินไปนักแล้วกลับกลายเป็นภาระของเจ้า เจ้าเป็นเด็กฉลาด จะต้องรู้ความหมายของข้าเป็นแน่ ถูกหรือไม่?”

หยู่เหวิยเทียนดวงตาละห้อย “หม่อมฉันรู้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ฮองเฮามองดูเขา กล่าวปลอบโยน: “เช่นนั้นก็ดี ข้ารู้ว่าเจ้ารู้ความมาโดยตลอด ถูกต้องแล้ว ของเล่นเหล่านั้นที่เขามอบให้เจ้า ล้วนเป็นของที่เขาโปรดปรานเป็นที่สุด ไม่สามารถย่ำยีได้ตามใจชอบ ของเหล่านั้นสำหรับเจ้าแล้วไม่มีประโยชน์ใดๆ ก็อย่าเอาไปเลย เอาคืนกลับไปให้เขาเถอะ”

หยู่เหวิยเทียนได้ยินคำพูดเหล่านี้ ตกตะลึงก่อน จากนั้นก็คัดจมูก เหลือบตาขึ้นเข้าใกล้แล้วกล่าวขอร้อง: “เสด็จแม่ ของที่ท่านพี่แปดมอบให้ข้าข้าล้วนเก็บไว้อย่างดี ท่านโปรดให้หม่อมฉันเก็บไว้เถอะพ่ะย่ะค่ะ”

ในดวงตาของฮองเฮามีความไม่พอใจเล็กน้อยแล้ว “ฮ่องเต้แต่งตั้งเจ้าเป็นอ๋องชินชุน คำว่าซุนคำนี้ เจ้ารู้ว่าอธิบายอย่างไรหรือไม่?”

หยู่เหวิยเทียนคุกเข่าลง กล่าวด้วยความจริงใจ: “เสด็จแม่ หม่อมฉันรับรอง หลังจากนี้จะพยายามไม่เข้าวังไปหาท่านพี่แปด แต่ของเหล่านี้ ก็ให้หม่อมฉันเก็บไว้เป็นที่ระลึก ได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

ฮองเฮามองดูท่าทางต่ำต้อยเช่นนี้ของเขา ในใจแอบรู้สึกสบายขึ้นเล็กน้อยแล้ว “ข้าได้เตรียมของขวัญให้เจ้าแล้ว เจ้าเอาของขวัญเหล่านี้ออกจากวังไปก็ได้ ไปเถอะ ข้าเหนื่อยแล้ว”

“เสด็จแม่!” หยู่เหวิยเทียนร้อนใจเล็กน้อย ยืนขึ้นมาก้าวไปด้านหน้าก้าวหนึ่ง อยากพูดอีกสองสามประโยค แต่กลับถูกมือข้างหนึ่งของแม่นมข้างกายฮองเฮาขัดขวางไว้ กล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา: “อ๋องชินชุน คำว่าเหมาะสมสองคำนี้ยังต้องควบคุมให้ดีเพคะ เพิ่งจะได้รับแต่งตั้งเป็นอ๋องชินแล้วจะผยองอวดดีไม่เห็นฮองเฮาอยู่ในสายตาไม่ได้เพคะ”

“ข้าไม่ได้ผยอง......” เสียงของหยู่เหวิยเทียนสะอึกสะอื้น มองดูดวงตาที่เฉียบคมนั่นของแม่นม รู้ตัวว่าอธิบายก็ไร้ผล เสียงค่อยๆเงียบลงไป ถอยหลังไปก้าวหนึ่งคุกเข่า “หม่อมฉัน......ทูลลา!”

“เอาทองคำออกไป!” เสียงเรียบๆของฮองเฮาดังมาจากด้านหลังของเขา

หยู่เหวิยเทียนหันกลับไปอย่างสุดจะทน หอบทองคำแล้วเดินออกไป

ได้รับการเหยียดหยามเช่นนี้ แม้จะกลายเป็นความเคยชินแล้ว แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้งในก่อนหน้านี้ ฮองเฮาต้องการตัดการไปมาหาสู่ของเขากับท่านพี่แปดจริงๆ

อีกทั้ง หากว่าคืนของเหล่านี้กลับไปแล้ว ท่านพี่แปดจะผิดหวังเพียงไร นึกถึงใบหน้าที่ผิดหวังเสียใจของท่านพี่แปด ในใจของเขาก็เป็นทุกข์อย่างฉับพลัน เป็นครั้งแรกที่เริ่มต้องการต่อต้านฮองเฮาขึ้นมาด้วยความวู่วาม

หลังจากเขากลับไปแล้ว เอาของใส่ห่อ แล้วออกจากวังไปจวนอ๋องฉู่ทันที

หยู่เหวินเห้าเห็นเขาแบกห่อของใหญ่ๆใบหนึ่งเข้ามา คิดว่าเป็นของรักของหวงอะไร คิดไม่ถึงเปิดออกมาดูเป็นของเล่นบางอย่าง หยู่เหวิยเทียนก็ไม่กล้าพูดความจริง จึงบอกว่าตัวเองเอาออกมาจากวังเอามาวางไว้ที่นี่ชั่วคราว รอจนเวลาที่สามารถย้ายเข้าจวนได้ค่อยมาเอากลับไป

หยู่เหวินเห้ายังทำเหมือนเขาเป็นเด็กน้อย ชอบของเล่นเห็นเหมือนเป็นของล้ำค่าก็ไม่แปลกใจแม้แต่น้อย ตอนเป็นเด็กใครไม่เห็นของเล่นสำคัญกว่าทองบ้าง?

หยู่เหวิยเทียนเอาอีกห่อหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ กล่าว อ้ำๆอึ้งๆ: “ท่านพี่ห้า ท่านช่วยข้า เก็บของเหล่านี้ไว้ ทองคำห้าร้อยชั่งนี้ก็ให้เป็นค่าความลำบากของท่าน”

หยู่เหวินเห้าเปิดออก ทองคำห้าร้อยชั่ง หนักอึ้งทับอยู่บนโต๊ะ เขาเลิกคิ้ว “ค่าความลำบากอะไร?”

“นี่เป็นของที่เสด็จพ่อประทานให้ข้า ไม่ใช่ของที่ข้าขโมยมา” หยู่เหวิยเทียนกล่าวอย่างระมัดระวัง

หยู่เหวินเห้าหยิบทองก้อนหนึ่งขึ้นมาดูครู่หนึ่ง “ใช่หรือ? เหล่านี้ล้วนเป็นทองคำในท้องพระคลัง ที่เสด็จพ่อประทานให้เจ้า หรือว่าไม่ได้เอาออกมาจากท้องพระคลังงั้นหรือ?”

หยู่เหวิยเทียนตะลึง “ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ?”

เขาขยับตัวใกล้เข้าไปดู เห็นด้านใต้ก้อนทองคำแท่งสลักเลขของท้องพระคลังจริงๆ

หยู่เหวินเห้ามองดูเขา “ข้าก็ได้รับพระราชทานทองคำ ด้านล่างของทุกแท่งล้วนสลักประทับตราสมบัติท้องพระคลัง ทำไมแตกต่างกับของเจ้า?”

หยู่เหวิยเทียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “อันนี้......อันนี้เสด็จแม่ให้”

“เสด็จแม่ให้ทองคำกับเจ้า?” หยู่เหวินเห้าตะลึง “นางให้รางวัลเจ้าหรือ?”

หยู่เหวิยเทียนจึงได้ชี้แจงแล้ว “เป็น.....เป็นนางคืนให้ข้า ข้าได้รับรางวัล จึงมอบห้าร้อยชั่งให้ท่านพี่แปด เสด็จแม่บอกว่าท่านพี่แปดไม่ต้องการทองคำ จึงคืนให้ข้าแล้ว”

หยู่เหวินเห้าเข้าใจขึ้นมาทันที “ดังนั้น ของเหล่านี้ล้วนเป็นของที่น้องแปดให้เจ้า?”

“เป็นของที่ท่านพี่แปดมอบให้ข้า” หยู่เหวิยเทียนชำเลืองมองเขา “ท่านพี่ห้า ท่านก็ช่วยข้าสักครั้ง เสด็จแม่บอกว่าต้องการเก็บคืนไป แต่ข้ากลัวว่าหลังจากเก็บกลับไปแล้วจะทำร้ายจิตใจท่านพี่แปด จึงหยิบแล้วหนีออกมา ไม่ได้คืนให้เสด็จแม่”

“เอาล่ะ เจ้าวางไว้ที่นี่ก่อนเถอะ ประเดี๋ยวหากว่าเสด็จแม่ถามขึ้นมา เจ้าก็บอกว่าข้าเอาไปแล้ว” หยู่เหวินเห้ากล่าว

หยู่เหวิยเทียนปรากฏสีหน้าแห่งความซาบซึ้ง “ยังมีอีกเรื่องพ่ะย่ะค่ะ ข้าสามารถอยู่ที่นี่สักสองสามวันได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” รอจนจวนของข้าซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว ข้าจะย้ายออกไปทันที”

“ได้สิ แต่ทำไมเจ้าไม่อยู่ในวังล่ะ? ยังสามารถเล่นกับน้องแปดได้มากขึ้นอีกสองสามวันเชียวนะ” หยู่เหวินเห้ามองดูเขา ชะงักเล็กน้อย “เป็นเสด็จแม่ที่ไม่ให้เจ้าเล่นกับเจ้าแปดหรือ?”

“นางบอกว่าเส้นทางที่พวกเราพี่น้องต้องเดินไม่เหมือนกัน ไปมาหาสู่กันให้น้อยหน่อยเป็นดีที่สุด” หยู่เหวิยเทียนกล่าวด้วยความโศกเศร้า

“ไร้สาระสิ้นดี!” หยู่เหวินเห้ากล่าวด้วยความโมโห “เส้นทางที่ทุกคนต้องเดินล้วนไม่เหมือนกัน พวกเจ้าเป็นพี่น้องแท้ๆ ใครก็ขัดขวางการพบหน้ากันของพวกเจ้าไม่ได้”

หยู่เหวิยเทียนไม่พูดจา เหตุผลก็คือเหตุผลนี้ แต่ทีบางสถานที่ไม่มีเหตุผลนี่นา

หยู่เหวินเห้ารู้สถานการณ์ตอนที่เขาอยู่ในพระราชวัง อีกทั้งฮองเฮาก็มีสิทธิ์ตัดสินใจไม่ให้เขาพบน้องแปดจริงๆ ดังนั้น จึงกล่าวปลอบโยน: “เอาล่ะ หลังจากนี้พี่ห้าจะไปรับน้องแปดออกมา รอให้ผ่านช่วงยุ่งๆนี้ไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน”

“ขอบพระทัยท่านพี่ห้า!” หยู่เหวิยเทียนโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง เผยรอยยิ้มออกมาอีกครั้ง

“หมันเอ๋อ” หยู่เหวินเห้าเรียกคำหนึ่ง ก็เห็นหมันเอ๋อเข้ามาจากด้านนอก “รัชทายาท พระองค์หาข้าน้อยหรือเพคะ?”

“จัดเรือนให้องค์เก้าหน่อย เขาจะอยู่ที่นี่เป็นการชั่วคราวสองสามวัน” หยู่เหวินเห้ากล่าว

หมันเอ๋อถอนสายบัว มองดูหยู่เหวิยเทียนแล้วกล่าว: “องค์ชายเก้า เชิญตามข้าน้อยมาเพคะ!”

หยู่เหวิยเทียนรีบตามนางไป โล่งใจเป็นอย่างมาก คิดว่าเรื่องนี้จะสามารถผ่านไปได้อย่างง่ายดาย อย่างไรเสียถึงเสด็จแม่จะไม่ชอบเพียงใด ก็คงไม่ออกจากวังมาไถ่ถามขอจากท่านพี่ห้าแน่

เขาติดตามอยู่ด้านหลังของหมันเอ๋อ ฉับพลันนั้นก็กล่าวขึ้น: “ข้าเคยพบเจ้ามาก่อน”

หมันเอ๋ออมยิ้มแล้วถอนสายบัว “องค์ชาย ข้าน้อยก็เคยพบท่าน ข้าน้อยเคยติดตามพระชายารัชทายาทเข้าวังเพคะ”

“ท่านพี่สะใภ้ห้าให้ความสำคัญกับเจ้ามากสินะ?” หยู่เหวิยเทียนวางเรื่องในใจลง คนก็มีความสุขขึ้นมาก

“พระชายารัชทายาทดีต่อข้าน้อยมากเพคะ” หมันเอ๋อกล่าว

หยู่เหวิยเทียนเหลือบมองนาง “แต่ข้ารู้สึกว่าไม่ได้พบเจ้าในวัง ไม่รู้ว่าเคยพบที่ไหน เจ้าล่ะ? ก็คิดไม่ออกแล้ว เจ้าล่ะ?” เจ้าจำได้ว่าเคยพบข้าที่ไหนหรือไม่?”

หมันเอ๋อรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “ไม่มีนะเพคะ นอกจากเคยพบท่านในวัง ข้าน้อยก็คิดไม่ออกจริงๆว่าเคยพบท่านที่ไหน”