บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 93 ถูกลักพาตัว

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 93 ถูกลักพาตัว ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 93 ถูกลักพาตัว เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 93 ถูกลักพาตัว บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 93 ถูกลักพาตัว ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 93 ถูกลักพาตัว

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 93 ถูกลักพาตัว นวนิยาย

หยวนชิงหลิงรู้ว่าตัวเองนั้นถูกเขามองอยู่ ก็พยายามทำตัวปกติ

แผนการของนางคือทำให้เขาสนใจในตัวนางก่อน แต่ว่าอยู่ในสถานที่ที่คนมากมายเช่นนี้เขาไม่มีทางที่จะลงมือ นางจะสร้างโอกาส ให้เขาลงมือ

เมื่อถึงเวลานั้น ยังจะกังวลว่าจะจับเขาไม่ได้ในคราวเดียวเหรอ?

ดังนั้น นางอ่อยถึงตรงนี้ ก็ลุกขึ้นจากไป

สวีอีทำตามที่ถังหยางกำชับ สองสามวันนี้ก็สะกดรอยตามหยวนชิงหลิงตลอด ตอนที่หยวนชิงหลิงเข้าไปในกระท่อมสุดหรูชิงเฉิงนั้น เขาก็เข้าไปจากประตูด้านข้าง แต่ว่า ไม่ได้นั่งลง เพียงแต่เบียดดูอยู่ตรงประตู

เขาก็เห็นเจ้าพระยาหุ้ยติ่ง อย่างไรก็ตาม พระชายาน่าจะไม่มีสัมพันธ์ไมตรีอะไรกับเจ้าพระยาหุ้ยติ่ง เมื่อเห็นพระชายาไปแล้ว เขาก็ค่อยๆออกไปจากประตูหลัง ติดตามอยู่ไกลๆ

หยวนชิงหลิงเดินเท้ากลับไป หลายวันมานี้ คุ้นชินนกับถนนเหล่านี้เป็นอย่างมาก แต่ไม่ได้เหมือนวันนี้ที่จิตใจสงบแล้วตั้งใจดูทิวทัศน์ของถนนในสมัยโบราณ

เมืองหลวงของเป่ยถังเจริญรุ่งเรืองจริงๆ มีร้านค้ามากมาย และทุกเมืองก็เจริญรุ่งเรืองมาก ร้านขายผ้าแพร ร้านขายเครื่องประดับ ร้านขายข้าวและเมล็ดพืช และร้านแป้ง ล้วนเต็มไปด้วยลูกค้า

หยวนชิงหลิงเดินดูมาตลอดทาง สายตามองไม่ทัน ก็เลยไม่ทันสังเกตว่ารถม้าคันหนึ่งได้มาจอดข้างกายนาง

เงาของรถม้ามาบดบัง นางจึงหันไปมองด้วยความประหลาดใจ ก็เห็นผ้าม่านได้ถูกยกขึ้น ปรากฏว่าเป็นเจ้าพระยาหุ้ยติ่ง

หยวนชิงหลิงหลายวันมานี้ที่ยุ่งวุ่นวายก็เพราะคนผู้นี้ แม้ว่าจะตกใจ แต่กลับไม่ได้แสดงอาการออกมามากนัก นางเพียงแค่มองไปที่เจ้าพระยาหุ้ยติ่งด้วยความตะลึงเล็กน้อย

ในใจกลับสงสัย ก่อนหน้านี้เห็นเขาควบม้าตลอด ทำไมวันนี้จึงมีรถม้า

“คุณชาย ข้าขอส่งคุณชายสักครั้งเถอะ” เจ้าพระยาหุ้ยติ่งกล่าว

หยวนชิงหลิงส่ายหัว “ไม่ต้องหรอก บ้านข้าอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ครู่เดียวก็ถึงแล้ว”

บัดนี้ยังไม่ใช่เวลา นางยังไม่ได้ป้องกันหรือเตรียมตัวเลย

“เมื่อกี้ได้ร่วมฟังเพลงกับคุณชายที่กระท่อมสุดหรูชิงเฉิง พบว่าคุณชายเป็นคนที่มีจิตใจคนหนึ่ง พวกเราไปดื่มเหล้าที่โรงเหล้าหน่อยมั้ย?” เจ้าพระยาหุ้ยติ่งยิ้มถาม ท่าทางที่เขาแสดงออกนั้นมีคุณธรรมมาก ราวกับว่าได้เจอกับคนที่รู้ใจ กำลังเรียนเชิญอย่างจริงใจ

หยวนชิงหลิงยังคงยิ้มอย่างปฏิเสธ “ขอบคุณพี่ชายที่เชิญ เพียงแต่วันนี้ข้าน้อยมีธุระ ค่อยนัดกันวันอื่น”

พูดจบ นางก็โบกมือแล้วเดินจากไป

สวีอีที่ตามนางมาโดยตลอด เห็นเจ้าพระยาหุ้ยติ่งหยุดรถม้าคุยกับพระชายา อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น เมื่อเห็นหยวนชิงหลิงจากไป เขาถึงได้วางใจ

เจ้าพระยาหุ้ยติ่งปล่อยม่านลง มุมปากโค้งขึ้นเล็กน้อย มือของเขาได้ยื่นออกไปจากม่าน ส่งสัญญาณมือไปหนึ่งที ก็ดึงมือกลับมา

หลังจากที่หยวนชิงหลิงจากไปแล้ว หัวใจยังคงเต้นหนักมาก แต่เพราะว่าแผนการขั้นแรกได้สำเร็จตามที่วางเอาไว้ ดึงดูดความสนใจจากเจ้าพระยาหุ้ยติ่งได้แล้ว นางสามารถเตรียมตัวสำหรับแผนการต่อไปแล้ว

นางรู้ว่าเรื่องนี้ยังไงก็ต้องขอความช่วยเหลือจากหยู่เหวินเห้า บัดนี้เขาเป็นเจ้ากรมการพระนคร ขอเพียงเขาร่วมมือ แหที่หว่านออกไป ไม่ต้องกังวลว่าจะจับเจ้าพระยาหุ้ยติ่งไม่ได้

อีกอย่าง เรื่องนี้หากเขาจัดการด้วยตัวเอง มันก็จะไม่ถูกแพร่งพรายออกไป ก็จะไม่เสียเชื่อเสียง

ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือพูดโน้มน้าวเขาให้ได้ คนผู้นี้ค่อนข้างจะหัวโบราณ อีกอย่าง ไม่ค่อยจะยอมร่วมมือกับนาง ต้องมีวิธีการหน่อย

เจรจาต่อรอง ต้องมีวิธีพูด จำเป็นต้องพูดให้ตรงจุด และจับจุดอ่อนของเขาให้ได้

หยวนชิงหลิงครุ่นคิดมาตลอดทาง ไม่ทันสังเกตเห็นรถม้าที่วิ่งตามหลัง

ทันใดนั้น รู้สึกเอวถูกรัดแน่น นางมองลงมาด้วยความประหลาดใจ เห็นเพียงแส้เส้นหนึ่งพันรอบเอวเอาไว้ ยังไม่ทันจะได้สติ แส้ก็แน่นขึ้น และดึงตัวนางลอยขึ้น จนตกเข้าไปในรถม้า

ในความตื่นตระหนก หันไปมอง ก็เห็นใบหน้าของเจ้าพระยาหุ้ยติ่ง

เลือดในตัวของหยวนชิงหลิงแข็งตัวทันที สะดุ้งในใจ ไม่ ปล่อยข้าลงไป ยังไม่ถึงเวลา ข้ายังไม่ได้เตรียมความพร้อมเลย

เจ้าพระยาหุ้ยติ่งยิ้มเล็กน้อย “คุณชาย ล่วงเกินแล้ว”

“เจ้าคิดจะทำอะไร? ปล่อยข้าลงไป!” หยวนชิงหลิงยืดอกขึ้น พยายามระงับความโกรธในใจเอาไว้

เจ้าพระยาหุ้ยติ่งใช้สายตาที่รุกรานมองนาง ราวกับว่านางเป็นอาหารมื้อใหญ่ ความปรารถนาในดวงตา มองอย่างไม่ซ่อนเร้น

มือที่ใหญ่บีบคางของนาง ด้วยความแรง หยวนชิงหลิงเจ็บจนน้ำตาจะไหล คิดถึงคนผู้นี้ที่เป็นคนที่ชอบใช้กำลัง ในใจก็ร้อนใจเป็นอย่างมาก

มือของเขาก็คลายออกทันที แล้วไล่สัมผัสแก้มของนาง จากนั้นก็ใช้มือกระชากผ้ามัดผมของนางออก ผมที่สลวยก็ร่วงหล่นลงมา

“ที่แท้ก็เป็นผู้หญิง” รอยยิ้มของเขายิ่งอยู่ยิ่งลึกขึ้นเรื่อยๆ เอาริมฝีปากเข้ามาใกล้ ลมหายใจของเขาพ่นอยู่บนใบหน้าของหยวนชิงหลิง จนทำให้หยวนชิงหลิงอยากจะอาเจียน

นางหันหน้าหนีอย่างรวดเร็ว ผู้ที่ชอบความรุนแรง หากเจอคนต่อต้าน มันจะยิ่งกระตุ้นความรุนแรงในใจของเขา นางไม่ควรที่จะต่อต้าน

แต่ควรจะทำอย่างไร? นางคิดไม่ถึงว่าเขาจะกล้าลงมือกลางถนน เขานั้นต้องเป็นคนที่กำเริบสืบสานขนาดไหน?

นึกถึงเมื่อกี้ลอยขึ้นกลางอากาศ ว่องไวและรวดเร็วมาก เกรงว่าคงไม่มีใครพบเห็น ต่อให้พบเห็น มากสุดก็คงเห็นแวบๆ ใครจะไปคิดว่าคนในรถม้ากำลังลักพาตัวผู้หญิง?

นางปรับลมหายใจ จิตใจค่อยๆสงบลง

ร่างกายก็ถอยหลังไปหน่อย มือยันอยู่บนเบาะรองรถม้า ริมฝีปากยกขึ้น แล้วยิ้มอย่างมีเสน่ห์ ผู้หญิงแล้วทำไมเหรอ? ท่านดูถูกผู้หญิงรึ?

เจ้าพระยาจิ้งตกใจ ไม่ได้คาดคิดว่านางจะเปลี่ยนจากความตื่นตระหนกจนกลายเป็นคนเย้ายวนในทันใด อย่างไรก็ตาม เขาเคยเห็นลูกไม้ของผู้หญิงมาเยอะแล้ว จึงยิ้มเล็กน้อย “จะกล้าดูถูกผู้หญิงได้อย่างไร? นี่ก็กำลังจะเชิญแม่นางไปดื่มสุรา แล้วคุยเรื่องเพลงด้วยกันเป็นไง?”

“แม้ว่าข้าจะไม่ชอบวิธีการเชิญของท่าน อย่างไรก็ตามเห็นแก่เจ้าที่มีความจริงใจ ก็เลยอภัยให้ท่าน” นางทำปากจู๋ท่าทางไร้เดียงสามาก

หยวนชิงหลิงรู้สึกตัวเองศักยภาพที่จะเป็นนางคณิกาในซ่อง

เจ้าพระยาหุ้ยติ่งค่อยๆยิ้มขึ้น เขาไม่รีบร้อนที่จะลงมือ ขึ้นมาบนรถม้าแล้ว ช้าหรือเร็วก็เป็นอาหารของเขา เขาไม่ได้สนใจที่จะต้องรอ

สวีอีกเดิมที่ตามอยู่ข้างหลังของหยวนชิงหลิง อย่างไรก็ตาม หลังจากที่รถม้าผ่านไป ก็ไม่เห็นนางอีกเลย เขานึกว่าหยวนชิงหลิงเข้าไปในร้านเพื่อซื้อของ รอไปครู่หนึ่ง ก็ไม่เห็นนางออกมา เขาเริ่มร้อนใจแล้ว รีบวิ่งเข้าไปหาในร้าน ก็ไม่เห็นเงาของหยวนชิงหลิงเลย

ใบหน้าของเขาก็ซีดทันที รถม้าที่ผ่านไปเมื่อกี้ เป็นของเจ้าพระยาหุ้ยติ่ง

แย่แล้ว เกิดเรื่องแล้ว

เขาวิ่งอย่าบ้าคลั่ง แว๊บเดียวก็ถึงหน้าประตูกรมการพระนคร

ทังหยางเห็นเขาบุกเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต หายใจแทบไม่ทัน ก็จับไหล่ของเขาเอาไว้แล้วถาม “พูดมา มีเรื่องอะไร?”

“พระชายา........พระชายา” สวีอีใช้มือตบหน้าตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อให้ตัวเองสามารถพูดปกติ “ถูกเจ้าพระยาหุ้ยติ่งพาตัวไปแล้ว”

สีหน้าของทังหยางก็เปลี่ยนไปอย่างมาก “ไม่ใช่ให้เจ้าจับตามองอยู่รึ?”

“จับตาไม่อยู่ รีบรายงานท่านอ๋องเถอะ!” สวีอีร้อนใจจนอกจะระเบิดแล้ว

ทังหยางรีบวิ่งเข้าไป หยู่เหวินเห้ากำลังคุยกับผู้ช่วยเจ้ากรม เมื่อเห็นทังหยางที่หนักแน่นวิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าที่ซีดขาว ก็รู้ว่าเกิดเรื่องแล้ว เขากล่าวกับผู้ช่วยเจ้ากรม “เจ้าออกไปก่อน”

“ขอรับ! ผู้ช่วยเจ้ากรมลุกขึ้นแล้วออกไป

หยู่เหวินเห้าเงยหน้ามองทังหยาง “เป็นอะไร?”

ทังหยางกดเสียงให้ต่ำแล้วกล่าว “พระชายาถูกเจ้าพระยาหุ้ยติ่งลักพาตัวไป”

หยู่เหวินเห้าลุกขึ้นมาทันที “อะไรนะ? เขากล้าลงมือกับคนของจวนอ๋องฉู่?”

หยู่เหวินเห้าไม่รู้การกระทำช่วงนี้ของหยวนชิงหลิง ก็เลยนึกว่าเจ้าพระยาหุ้ยติ่งนั้นมาลงมือกับคนของจวนอ๋องฉู่โดยตรง ลักพาตัวหยวนชิงหลิงไป

“ไม่ใช่ หลายวันมานี้พระชายาออกไปทุกวัน กระหม่อมได้สั่งให้สวีอีสะกดรอยตาม น่าจะเป็นเพราะเกิดเรื่องข้างนอก”

“สั่งสวีอี!” หยู่เหวินเห้าอารมณ์ขึ้นทันที นางทำไมไม่รู้จักทำตัวดีๆหน่อย?