บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 941 การแต่งงานมีความสุขจริงๆ

sprite

หยวนชิงหลิงเห็นนางพูดคำพูดเหล่านี้ต่อหน้าทุกคน ตกใจจนลูกตาแทบจะถลนออกมาแล้ว ต่างก็บอกว่าคนสมัยโบราณอนุรักษ์นิยม เห็นทีจะเป็นเรื่องไม่จริง นึกถึงก่อนหน้านี้พวกนางเคยลองขับรถม้าด้วยกัน แม้แต่เสด็จพ่อยังลำเอียง อดไม่ได้ที่จะพูดยิ้มๆว่า “เจ้าคนพูดมาก มีแม่นางไม่น้อยอยู่ที่นี่ด้วย”

“พวกข้ารู้เรื่อง”ลู่หยากับฉี่หลอเอ่ยขึ้นมาพร้อมกัน

หยวนชิงหลิงโบกมือพลางยิ้มขม “พวกเจ้ารู้เรื่อง ข้าไม่ค่อยรู้เท่าไหร่ ไม่พูดเรื่องพวกนี้แล้ว อะซี่ตกใจหมดแล้ว”

เดิมทีอะซี่นั้นเขินอาย ไม่ว่าจะเป็นการแสร้งทำว่าเขินอายหรือว่าเฝ้ารออย่างรู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้างจริงๆ แต่ตอนนี้ได้ยินทุกคนต่างก็ยกข้อห้ามต่างๆขึ้นมา จึงได้เอ่ยขึ้นอย่างสบายๆว่า “ไม่ได้ตกใจ ในบ้านได้เคยพูดเรื่องเหล่านี้กับข้าตั้งแต่แรกแล้ว ข้ายังเคยดูภาพวาดด้วยซ้ำ”

หยวนชิงหลิงไม่ชอบพูดคุยเรื่องเหล่านี้ รู้สึกว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่เป็นส่วนตัวมากเป็นพิเศษ ไม่อยากเอามาปรึกษาหารือ

แต่พระชายาซุนไม่ยอมปล่อยนางไปง่ายๆ ถามขึ้นอย่างอยากรู้ว่า “ว่ากันว่า ตรงนั้นของเจ้าห้าเคยได้รับบาดเจ็บ ไม่เป็นอะไรไหม”

คำพูดนี้เอ่ยออกมาแล้ว ทุกคนต่างก็หัวเราะชอบใจกันใหญ่

หยวนชิงหลิงมองพวกเขาอย่างเก้อเขิน “เจ้าหุบปากไปเถอะ ประเดี๋ยวออกไปดื่มเหล้าจะให้อุดปากเจ้าไว้หรืออย่างไร”

“คนละเรื่องกัน พวกเราต่างอยากรู้ เจ้าก็พูดมาเถอะ ไม่มีคนนอกอยู่เสียหน่อย”พระชายาซุนหัวเราะจนตาหยีเล็ก

“ใช่แล้ว ที่จริงพวกเราก็อยากรู้มาก ”ครั้งนี้ฮูหยินเหยาก็ไร้สาระไปด้วย ถึงกับพูดเกลี้ยกล่อมขึ้นมาพร้อมกับพระชายาซุน

หรงเยว่ไม่รู้เรื่องที่เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อน แต่พอได้ยินว่าเป็นตรงนั้น ก็รู้สึกสนใจขึ้นมา “ได้รับบาดเจ็บแล้วยังใช้การได้หรือ”

“ใช้การน่ะคิดว่ายังคงใช้ได้ เจ้าดูสินางท้องสองแล้ว”พระชายาซุนพูด เอามือปิดปากเอาไว้ หัวเราะจนสะอึก “แต่ต้องดูว่าใช้การได้ดีหรือไม่”

ทุกคนหัวเราะขึ้นมา

หยวนชิงหลิงมองผู้หญิงบ้าบอกลุ่มนี้ด้วยมุมปากที่กระตุก พูดคุยเรื่องเหล่านี้ในบ้านใหม่ของผู้อื่น เหมาะสมหรือ

คิดไม่ถึงเลยว่านางต่างหากที่เป็นคนสมัยโบราณ

นางสะกดกลั้นความเก้อเขินหมุนตัวไป “ข้าไปดูว่าบ้านใหม่สร้างได้เป็นอย่างไรบ้าง”

บ้านใหม่เป็นการก่อสร้างใหม่ทั้งหลัง เพียงแต่มีการตกแต่งอย่างเรียบง่ายเท่านั้น บ้านทั้งหลังยังไม่สมบูรณ์ดี เพื่อเป็นการสู่ขอต้อนรับอะซี่ และนับว่าได้ใช้การล่วงหน้า

มองเห็นกำลังที่กั้นเอาไว้ ในใจของหยวนชิงหลิงรู้สึกสงบมาก แม้ว่าอะซี่จะแต่งงานออกไปแล้ว แต่เหมือนกับการแต่งงานกลับเข้ามาเพื่อเป็นสะใภ้

งานเลี้ยงช่วงค่ำยังไม่เลิกรา สวีอีก็เมาจนต้องให้คนหามกลับมา โทษเขาไม่ได้ เพราะว่ามีฮ่องเต้หมิงหยวนอยู่ ทุกคนต่างก็ไปคารวะเหล้ากับเขา เจ้าบ่าวหมาดๆ คนข้างๆช่วยขวางเอาไว้ก็ไร้ผล ในสิบแล้วย่อมต้องมีสองแล้วที่ไหลลงไปในท้องของเขา เขากอดกระโถนอาเจียนอยู่ด้านนอกไปหลายครั้งแล้ว จึงถูกยกเข้าไปในห้อง

ทางด้านอะซี่มีคนหลายคนที่ติดตามมาด้วย ปรนนิบัติรับใช้อยู่ในเรือนหลังใหม่ เห็นลูกเขยเมาจนกลายเป็นสภาพนี้ ก็รีบสั่งให้คนไปต้มน้ำแกงสร่างเมา

แต่แม้ว่าจะกรอกน้ำแกงสร่างเมาไปสองถ้วย ก็เปลืองแรงเสียเปล่า พลางกรอกน้ำแกงพลางไหลออกมาจากมุมปาก ชาตินี้สวีอีไม่เคยเมาเช่นนี้มาก่อน คืนนี้เป็นวันที่สำคัญที่สุด เขาพลาดไปแล้ว

อะซี่กลับไม่ได้รู้สึกโมโห กลับคลายใจไปได้หนึ่งเปลาะ นอนลงข้างกายสวีอีพร้อมชุดเสื้อผ้า มองดูใบหน้าที่แดงก่ำเพราะเมาเหล้าของสวีอี ผู้ชายที่แสนจะซื่อบื้อ ตอนนี้ได้กลายเป็นสามีนางแล้ว

ความรู้สึกนี้ช่างแปลกประหลาดมาก แต่ว่า ก็รู้สึกสบายใจมาก

เทียนลายมังกรและหงส์กำลังเผาไหม้ แสงไฟสลัว ในห้องที่ว่างเปล่า มีเพียงเตียงหลังหนึ่งและโต๊ะแปดเซียนตัวเดียวเท่านั้น สินสอดแต่งงานที่ติดตัวมาล้วนวางเอาไว้ในจวนอ๋องฉู่ นางจะอาศัยอยู่ที่นี่ชั่วคราวสามวันเท่านั้น หลังจากผ่านไปสามวันกลับบ้านมารดาแล้วก็จะกลับไปอยู่จวนอ๋องฉู่

อะซี่ดูไฟอยู่ชั่วครู่ แล้วก็หันกลับมาดูสวีอี เอาแต่จ้องนิ่งๆอย่างนี้ทั้งคืน ไม่เคยรู้สึกเลยว่าสวีอีจะสงบเหมือนวันนี้มาก่อน ราวกับหมาป่าที่เชื่อฟังคำสั่งตัวหนึ่ง

ผู้ชายสไตล์แบดๆของนาง

ข้างนอก งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไป

คืนนี้ท่านชายสี่เหลิ่งก็พาเจ้าหญิงมาร่วมดื่มฉลองในงานมงคลด้วย แต่ว่าตลอดทั้งคืน เขาไม่สนใจดื่มเหล้า เขาแทบจะอยู่แต่ในลานบ้านเล่นกับหมาป่า ก็มีความสุขมากแล้ว

หยู่เหวินหลิงเองก็ไม่ค่อยจะคึกคักไปกับคนอื่นสักเท่าไหร่ นั่งเท้าคางอยู่ข้างกายเขามองดูเขาเล่นกับหมาป่าหิมะ

หยวนชิงหลิงเกรงว่านางจะเบื่อและอึดอัดใจ จึงเชิญนางเข้าไปในห้องด้านข้างเพื่อพูดคุยเป็นเพื่อนกับเหล่าสมาชิกในครอบครัวที่เป็นผู้หญิง

“หลิงเอ๋อ ท่านชายสี่เหลิ่งนั้นน่าเบื่อมาก เจ้าต้องหาความสนุกด้วยตนเอง”หรงเยว่บอกกับนาง

หยู่เหวินหลิงนิ่งอึ้ง เหลือบสายตาที่แจ่มใสขึ้นมา “น่าเบื่อ ไม่นี่นา ข้ารู้สึกว่าเขาน่าสนุกมาก”

เดิมทีนิสัยของหยู่เหวินหลิงคล้ายกับหยวนหย่งอี้อยู่บ้าง ต่างก็เปิดเผยตรงไปตรงมา แต่หลังจากที่เสียนเฟยตายไปแล้ว นางแต่งงานกับท่านชายสี่เหลิ่ง กลับมีความสง่างามและเงียบสงบขึ้นมาบ้าง

แต่เห็นได้ชัดว่านางถูกสำนักเหลิ่งหลังปกป้องอย่างดี ฉะนั้นจึงไม่เคยเห็นนางมีใบหน้าเศร้าหมองเลยสักนิด

“นี่เจ้ารู้สึกว่าเขาสนุกหรือ”หรงเยว่ไม่อยากจะเชื่อคำพูดของนาง คนที่ใบหน้าเย็นชาและยังเอาแต่เล่นกับเหล่าสัตว์เดรัจฉาน เขาน่าสนุกหรือ คนที่น่าสนุกทำไมจึงปล่อยหญิงงามไว้เช่นนี้ไม่เล่นด้วยแต่กลับไปเล่นกับสัตว์เดรัจฉานแทน

หยู่เหวินหลิงมองหรงเยว่ ริมฝีปากเผยให้เห็นรอยยิ้มสดใส “ใช่ เขาน่าสนุกจริงๆ โดยเฉพาะเวลายิ้ม”

“เวลาเขายิ้มไม่ใช่ความสนุก แต่เป็นความโหดร้าย แสดงว่าเขาจะฆ่าคน”หรงเยว่เลิกคิ้ว “แน่นอนว่า รอยยิ้มของเขาก็สามารถฆ่าคนได้ เจ้าหญิง ท่านถูกความงามของเขาดึงดูดเอาไว้แล้ว ทำให้หัวใจและวิญญาณหายไปจนสิ้น”

หยู่เหวินหลิงพูดยิ้มๆว่า “ไม่สนว่าหัวใจและวิญญาณจะสูญหายหรือไม่ ขอเพียงมองเห็นเขาก็พอ ข้าชอบที่จะอยู่กับเขา”

ความรักระหว่างสาวน้อยที่เกิดและเติบโตอยู่ในวังหลังเพิ่งจะรู้จักความรักกับชายหนุ่มรูปหล่อแสนเย็นชา

ที่จริงนี่ทำให้คนรู้สึกเฝ้าคอยเป็นอย่างยิ่ง

แต่ว่า ท่านชายสี่ที่เป็นชายอายุมากท่านนี้ ไม่ได้เป็นจำพวกหนุ่มใหญ่ผู้อบอุ่นหรือว่าท่านผู้นำที่เอาแต่ใจ เขาเป็นเกาะเดี่ยวเกาะหนึ่ง ไม่รับใครหน้าไหนเข้าไปทั้งนั้น

นี่ทำให้ความรักครั้งนี้หรือจะพูดว่าการแต่งงานครั้งนี้ ลำบากมาก

แต่ว่า เด็กสาวย่อมมีความกล้าที่จะท้าทายกับความยากลำบาก

นางนั่งไม่เป็นสุข ผ่านไปชั่วครู่ก็วิ่งออกไปเฝ้าท่านชายสี่เหลิ่ง ท่านชายสี่เหลิ่งเองเห็นนางมาก็แค่หันกลับไปมองแวบเดียวเท่านั้สไตล์แบดๆ จากนั้นก็พูดเสียงเรียบว่า “ไปเอาเนื้อมาให้ข้าจานหนึ่ง ข้าจะป้อนหมาป่า”

ในชีวิตของเรามีบางอย่างที่สำคัญกว่าชีวิตตัวเอง หยู่เหวินหลิงต้องการรักษาความรู้สึกในส่วนนี้ ก็ต้องรักษาในสิ่งที่เขารักด้วย แม้ว่าหยู่เหวินหลิงจะเติบโตอยู่ในวังหลัง แต่ว่านางมองเรื่องต่างๆได้อย่างทะลุปรุโปร่ง นางเข้าใจจุดนี้ดี การเอาชนะใจคนสำคัญที่สุด ฉะนั้น นางจึงกลับเข้าไปเอาเนื้ออย่างเชื่อฟัง แลกกับสายตาที่ชื่นชมของเขา

คนหนึ่งยินดีจะตี อีกคนยินดีจะรับ

แต่ตอนที่งานเลี้ยงฉลองมงคลวิวาห์สิ้นสุดลง ท่านชายสี่เหลิ่งได้แต่มองหมาป่าหิมะอย่างรู้สึกเสียดาย แต่ก็ยังคงมีจิตสำนึกที่จูงมือของหยู่เหวินหลิงเดินออกไปด้วยกัน นี่เป็นความอบอุ่นที่นางได้รับหลังจากการเสียสละ และ

นางอายุน้อย นางสามารถรอได้

ฮ่องเต้หมิงหยวนคืนนี้ไม่ได้กลับเข้าไปในวัง แต่พักค้างคืนที่จวนอ๋องฉู่

การที่ฮ่องเต้พักค้างคืนที่นี่ย่อมเป็นเรื่องใหญ่โต ดีที่ทังหยางไม่ได้ดื่มมากมาย ทุ่มเทแรงกายในการจัดการทั้งหมดแล้ว ในที่สุดจัดการได้เรียบร้อย

คืนนี้หยู่เหวินเห้าดื่มจนกึ่งเมาแล้ว เดิมทีไม่ได้มีความหวังต่อเรื่องการแต่งงานของสวีอีสักเท่าไหร่ แต่ว่าตอนที่เห็นสวีอีจูงมืออะซี่เดินไปยังห้องหอ หัวใจเขาก็รู้สึกประทับใจอยู่บ้าง มีความรู้สึกเหมือนดวงตาร้อนผะผ่าว เจ้าเด็กไม่เอาไหน นับว่าเติบโตแล้ว

งานเลี้ยงผ่านพ้นไปแล้ว ในจวนเมื่อคนจากไปแล้วก็ว่างเปล่า เหลือไว้เพียงเศษอาหารและเหล้าที่กินเหลือ หยู่เหวินเห้ากอดหยวนชิงหลิงเอาไว้ยืนอยู่บนระเบียงมองดูลานบ้านและห้องจัดเลี้ยงที่ว่างเปล่า เมื่อครู่ ที่นี่ยังเต็มไปด้วยเสียงผู้คนปะปนกับเสียงชนแก้ว หลังจากความครึกครื้นผ่านไป ทำให้คนรู้สึกเงียบเหงามาก

เขายื่นมือมาโอบกอดไหล่ของหยวนชิงหลิงเอาไว้ อยากจะกอดเอวแต่ว่าตอนนี้กอดได้ไม่รอบเอวแล้ว ถอนหายใจเบาๆเสียงหนึ่ง คิ้วขมวดขึ้น “คืนนี้คึกคักมาก ที่แท้การแต่งงานนั้นมีความสุขมาก ”

บนโลกใบนี้ ติดค้างการแต่งงานที่แท้จริงกับเขา