บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 950 ตั้งชื่อเล่น

sprite

หยวนชิงหลงต้องรอให้ลูกชายฝาแฝดทั้งสองคนผ่านพิธีการอาบน้ำหลังกำเนิดสามวันก่อนจึงจะสามารถออกจากวังได้ แต่ว่าหลังจากที่พวกเด็กๆรู้ว่าท่านแม่ให้กำเนิดน้องแล้ว ก็งอแงจะไปดูให้ได้

แต่ว่า ตอนที่หยู่เหวินเห้าออกจากวังไปรับพวกเขา บอกให้พวกเขารู้ว่าท่านแม่ให้กำเนิดน้องชาย ทั้งสามก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจ แสดงออกว่าผิดหวังอย่างยิ่ง น้องชายคือปีศาจ น้องสาวจึงจะเป็นนางฟ้า

“เปลี่ยนไม่ได้หรือ”ซาลาเปาผิดหวังจนถึงขีดสุด ถามหยู่เหวินเห้า “เปลี่ยนน้องเป่ามาได้หรือไม่”

“เสด็จอาเจ็ดของเจ้าไม่ยอม”หยู่เหวินเห้าเอ่ยด้วยอารมณ์ไม่ดีนัก

“ท่านก็ไปถามดูก่อน บางทีอาจจะยอมก็ได้”ซาลาเปาเอ่ยอย่างไม่พอใจ

หยู่เหวินเห้าเงื้อฝ่ามือขึ้นมา พูดด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก“ได้น้องชาย เจ้าจะเข้าวังไปดูพร้อมกันหรือไม่”

อำนาจแข็งแกร่งข่มลงมา ได้แต่ทำตามเท่านั้น

ซาลาเปามองเงาหลังของหยู่เหวินเห้า ก็พูดกับน้องทั้งสองด้วยความไม่พอใจว่า “ท่านพ่อต้องมีวันแก่สักวัน”

หยู่เหวินเห้าหันหน้ามาอย่างกะทันหัน ดึงหูของเขาขึ้นมาทันที ฝ่ามือจรดไปบนก้นของเขา “อยากจะจัดการกับข้าตอนข้าแก่แล้วใช่หรือไม่ ถ้าอย่างนั้นข้าจะตีเจ้าให้ตายตั้งแต่ตอนนี้ ไม่มีความเป็นพี่ใหญ่เลยสักนิด เปลี่ยนให้ทังหยวนมาเป็นพี่ใหญ่ดีหรือไม่”

“ผิดไปแล้ว ข้าผิดไปแล้ว ขอโทษ หูจะขาดแล้ว ท่านพ่อข้าผิดไปแล้วจริงๆ……”

ความสัมพันธ์พ่อลูกของจวนอ๋องฉู่เข้ากันไม่ค่อยได้ เรื่องนี้ทุกคนต่างก็รู้ เพราะตลอดทางที่รถม้าเข้าวัง หยู่เหวินเห้าก็โมโหมาตลอดทาง ซาลาเปาก็ไม่กล้าอวดเก่งอีก ห่อไหล่หดหัวสำนึกผิดมาตลอดทาง

แต่หลังจากที่เห็นน้องชายแล้ว พวกเด็กๆก็เผยให้เห็นท่าทีประหลาดใจและระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง อารมณ์ที่รู้สึกไม่พอใจทั้งหมดได้สลายหายไปจนไร้ร่องรอย

เด็กตัวน้อยเช่นนี้ ยังไม่สามารถพูดได้เดินก็ไม่ได้ นอนอยู่ข้างกายท่านแม่เช่นนั้น ราวกับกระต่ายน้อยสีชมพูตัวหนึ่ง

“ท่านแม่ ข้าจับได้หรือไม่”ซาลาเปาเงยหน้าขึ้นมองหยวนชิงหลิง สายตาเต็มไปด้วยความจริงใจ

หยวนชิงหลิงพูดยิ้มๆว่า “ได้แน่นอน แต่อย่าใช้แรงมากเกินไป น้องชายยังเล็ก”

“ได้”ซาลาเปาทำสีหน้าจริงจัง ราวกับไม่เคยมีช่วงเวลาที่จริงจังขนาดนี้มากก่อน ยื่นมืออันอวบอ้วนออกมาวางไว้บนใบหน้าของน้องสี่ราวกับเป็นการทดสอบ ปลายนิ้วราวกับถูกไฟดูด รีบหดกลับไปทันที สายตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “นุ่มมาก เหมือนขนมสายไหมเลย”

ทังหยวนกับข้าวเหนียวต่างก็ไม่เคยกินขนมสายไหม แต่รู้ว่าสำลีนั้นอ่อนนุ่มมาก ต่างก็ยื่นมือออกไปแตะใบหน้าของน้องทั้งสองคนครู่หนึ่ง ทั้งสามจึงคลานอยู่บนเตียงเท้าคางมองน้องชายของพวกเขาอยู่เช่นนี้ สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกใหม่และชื่นชอบ

ใบหน้าที่เหมือนกันทั้งสามคน ดวงตาที่เหมือนกันทั้งหกดวง สำเนาท่าทีที่เหมือนกันออกมา หยวนชิงหลิงเห็นแล้ว ก็รู้สึกรักเป็นอย่างยิ่ง

ทันใดนั้นในใจของซาลาเปาก็เกิดความรู้สึกถึงหน้าที่ความรับผิดชอบและเกียรติยศของคนที่เป็นพี่ใหญ่ ขณะเดียวกันก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองได้เป็นพี่ชายของน้องชายทั้งสี่คนแล้ว ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าชีวิตนี้ต้องแบกรับภาระมากมาย จึงเลียนแบบผู้ใหญ่ถอนหายใจออกมาเบาๆหนึ่งเฮือก จากนั้นก็พูดกับน้องชายทั้งสองคนที่เพิ่งเกิดมาอย่างตั้งมั่นว่า “พี่จะปกป้องพวกเจ้าเอง”

ก่อนหน้านี้ซาลาเปาดื้อรั้นมาก ทั้งยังเอาแต่ใจ โดยเฉพาะตอนที่ดุน้องชายจะเหมือนไทรันโนซอรัสมาก แต่ว่าตอนนี้ เขายอมถอยและดูอบอุ่นขึ้นมาแล้ว

หยวนชิงหลิงลูบที่หัวของเขา “ซาลาเปาเป็นพี่ใหญ่แล้ว วันหน้าต้องช่วยแม่ปกป้องน้องชาย”

“ข้าทำได้แน่”ซาลาเปาเอ่ยอย่างหนักแน่น

หยู่เหวินเห้านั่งอยู่ข้างเตียงมองดูฉากนี้ ในหัวใจรู้สึกซาบซึ้งอยู่บ้าง เขาเข้าไปนั่งและกุมมือหยวนชิงหลิงเอาไว้ จากกั้นก็ค่อยๆกอดนางเข้าสู่อ้อมอก พูดด้วยเสียงพึมพำและรู้สึกขอบคุณว่า “ยายหยวน พริบตาเดียว พวกเราก็กลายเป็นพ่อแม่ของลูกห้าคนแล้ว”

“ใครจะไปคาดคิดถึงกันเล่า”หยวนชิงหลิงเองก็รู้สึกว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก หลังจากที่ชีวิตพลิกผัน ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีความสุขและความสมบูรณ์เพียบพร้อมดังเช่นวันนี้

“ซาลาเปา คืนนี้อย่าลืมไปบอกคุณยายกับคุณตาด้วย”หยวนชิงหลิงพูดกับซาลาเปา

ซาลาเปาพยักหน้า “รู้แล้ว พวกเขาคงจะดีใจแย่”

หยวนชิงหลิงน้ำตาไหลออกมา ที่จริงนางอิจฉาซาลาเปามาก เขาสามารถไปกลับได้ทุกเมื่อ แต่นางอยากจะเจอแวบเดียวกลับยากเย็นแสนเข็ญนัก

ทะเลสาบจิ้ง ราวกับกลายเป็นความหวังหนึ่งเดียวของนางไปแล้ว

“ท่านแม่ น้องชายชื่ออะไร”ซาลาเปาถาม

สองสามีภรรยาต่างมองตาหันแวบหนึ่ง ชื่อหรือ ที่จริงก่อนหน้านี้ก็เคยคิดไว้แล้ว

หยู่เหวินเห้าลังเลอยู่ชั่วครู่ “เดิมทีคิดไว้แล้ว ถ้าหากคลอดน้องสาวจะตั้งชื่อว่าไหลฝู……”

หยวนชิงหลิงตัดบทคำพูดเขาทันที “นั่นมันความคิดของท่านฝ่ายเดียว ข้าไม่เคยเห็นด้วยมาก่อน”

หยู่เหวินเห้าเอ่ยอย่างไม่พอใจว่า“ไหลฝูไม่น่าฟังตรงไหน มีความหมายว่าวาสนามากมายหลั่งไหลเข้ามา ”

“เจ้าห้า ฝึกวรยุทธเป็นเรื่องดี แต่บางครั้งก็ต้องอ่านหนังสือเพิ่มความรู้สักบ้าง”หยวนชิงหลิงชี้แนะอย่างจริงใจ เจ้าคนไม่รู้หนังสือช่าง……

“เรื่องเรียนหนังสือไม่ชอบตั้งแต่เด็กแล้ว”หยู่เหวินเห้าเอ่ยอย่างรังเกียจ ชะงักไปชั่วครู่ ก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจขึ้นมา “เดิมที ชื่อของพวกซาลาเปาก็ควรเป็นข้าที่ตั้งให้ เห็นได้ชัดว่าสวีอีเอาเปรียบข้า ซาลาเปาหมันโถวอะไรกัน ใครตั้งไม่เป็นบ้าง แต่กลับถูกนำมาใช้จริง ครั้งนี้ไม่ว่าจะอย่างไร ชื่อของลูกสองคนนี้ข้าต้องเป็นคนตั้ง”

“ท่านลองพูดออกมาก่อน ทุกคนจะพิจารณาดู”หยวนชิงหลิงไม่ค่อยเชื่อในความรู้ของเขาเท่าไหร่ แต่ก็เคารพในใจที่เปราะบางราวกระจกของคนเป็นพ่อเช่นเขา

หยู่เหวินเห้าใช้สมองทั้งหมดที่มีครุ่นคิดชั่วครู่ “ชื่อไหลฝูใช้ไม่ได้ เช่นนั้นก็จาวเม่ย……”

หยวนชิงหลิงถลึงตามองเขาแวบหนึ่ง “หุบปาก”

หยู่เหวินเห้าหดหัวลงทันที “ได้”

ซาลาเปาดึงมือของหยวนชิงหลิง“ท่านแม่ ข้าตั้งชื่อได้หรือไม่”

หยวนชิงหลิงอมยิ้มมองหน้าเขา “ได้ซิ ไหนลอดพูดมาให้แม่ฟังซิ”

ซาลาเปาแหงนศีรษะขึ้นครุ่นคิดชั่วครู่ “ข้าชื่อซาลาเปา ทังหยวน ก้อนข้าวเหนียว ล้วนเป็นของกิน น้องชายตั้งชื่อเป็นเครื่องดื่มได้หรือไม่”

“ดื่มหรือ แกงบ๊วยเปรี้ยวหรือ”หยู่เหวินเห้าเอ่ยอย่างอารมณ์ไม่ดี

เฮ้อ……ซาลาเปารู้สึกว่าครอบครัวดั้งเดิมนั้นลำบากอยู่บ้าง เพื่อเผชิญหน้ากับท่านพ่อที่มีปัญญาอ่อนไร้ความรู้ ฉะนั้นซาลาเปาใช้สมองทั้งหมดที่มีคิดถึงเครื่องดื่มที่เคยดื่มในบ้านคุณยาย“ชานม โคล่า หวังเหลาจี เซเว่นอัพ สไปรท์”

พูดถึงชานม ข้าวเหนียวก็ใช้สายตาที่เกลียดชังมองไปทางเขา ชานมแก้วนั้น ได้กลายเป็นความหวังที่ไม่อาจสานต่อได้ในใจเขา ยังดื่มไม่หมดก็ถูกเรียกให้กลับมา ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ไม่เคยได้ไปอีกเลย ตอนนี้แม้แต่ในฝันก็ยังคงฝันเห็นการได้ดื่มชานม

ฉะนั้น เขาพูดด้วยเสียงเกลียดชังว่า“ไม่เอาชานม ”