บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 988 เจ้าจะกลับมาไหม

sprite

กลับมาถึงจวนแม่ทัพใหญ่ หยวนชิงหลิงก็เล่าเรื่องนี้ให้เจ้าหยวนฟัง แล้วก็ถามว่า “หากข้ากลับไป เจ้าจะยินยอมกลับไปพร้อมกับข้าไหม?”

หยู่เหวินเห้าจับมือของนางไว้ รอยยิ้มกลับค่อนข้างไม่เป็นธรรมชาติ พร้อมพูดขึ้นว่า “หากเจ้ากลับไป ข้าต้องไปเป็นเพื่อนอยู่แล้ว”

หยวนชิงหลิงฟังรู้ว่าเขาไม่เต็มใจ จึงถามขึ้นว่า “เจ้าไม่ยินยอม?”

“ไม่ ยินยอมสิ” หยู่เหวินเห้าพูดขึ้นอย่างอ่อนโยนที่สุด แต่สักพักก็ยังคงพูดขึ้นอย่างระมัดระวังว่า “แต่พวกเราจะสามารถกลับมาได้อีกไหม? เจ้าอย่าลืมว่า ท่านย่ายังอยู่ที่นี่นะ”

“ในเมื่อไทเฮาสามารถส่งพวกเรากลับไปได้ ก็จะต้องสามารถรับกลับมาได้” หยวนชิงหลิงไม่เป็นห่วง เรื่องนี้ เพราะวันนี้นางไม่ต้องพูดอะไรเลย ไทเฮาก็รู้ทุกอย่างแล้ว แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านางเป็นคนที่มีความสามารถจริง

“แต่พวกเราจะต้องช่วยหมันเอ๋อไม่ใช่หรือ? เรื่องทุกอย่างล้วนบีบอยู่อย่างกระชั้นชิด หากกลับไปอาจส่งผลกระทบต่อโอกาสในการช่วยหมันเอ๋อ เรารอหลังจากเสร็จเรื่องพวกนี้แล้ว ค่อยเลือกเวลาที่เหมาะสมกลับไปดีไหม”

“อะซี่กับสวีอีสามารถจัดการเรื่องนี้ได้” หยวนชิงหลิงมองออกว่า เขาไม่อยากไป แม้กระทั่งนางก็ไม่ค่อยยินยอมที่จะให้กลับไป จึงมองดูเขาพร้อมพูดขึ้นว่า “งั้นเจ้าคิดว่าเมื่อไหร่ถึงจะเป็นเวลาที่เหมาะสม?”

หยู่เหวินเห้าครุ่นคิด พร้อมพูดขึ้นว่า “ไปทางนั้นเถอะ กว่าเราจะได้ไปสักครั้ง จะต้องพักสักระยะหนึ่ง รอลูกโตกว่านี้หน่อย พวกเราค่อยไปก็ไม่สาย”

“งั้นรอลูกแต่งงานแล้วค่อยไป?” หยวนชิงหลิงมองดูเขา พร้อมพูดขึ้นอย่างเรียบเฉยว่า “ถึงตอนนั้น พวกเราก็ว่างแล้ว จะไปไหนก็ได้ เหมือนอย่างที่เจ้าพูดนั้น สามารถอยู่ได้หลายเดือน”

หยู่เหวินเห้ารีบพูดขึ้นว่า “ใช่ ใช่ รอให้ลูกแต่งงานแล้วพวกเราค่อยไป”

หยวนชิงหลิงชักมือกลับ พร้อมพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “ได้ รอลูกของเจ้าแต่งงานแล้วค่อยไป ตอนนี้ข้าจะกลับไปสักครั้ง เจ้าไม่ต้องไปเป็นเพื่อน”

หยู่เหวินเห้าเห็นนางโกรธ ก็ค่อนข้างร้อนใจ จึงพูดขึ้นว่า “จะร้อนใจในตอนนี้ทำไม? โอกาสมีอยู่ตรงนี้แล้ว หนีไปไหนไม่ได้ ตอนนี้ไทเฮารับปาก ต่อไปก็ต้องรับปาก ทำไมเจ้าจะต้องกลับไปตอนนี้ให้ได้?”

ญาติของเจ้าล้วนอยู่ข้างกายเจ้า เคยคิดถึงความทุกข์ในใจของข้าไหม? หากไม่มีโอกาสกลับไป ข้ายอมจำนน แต่ช่วงนี้เจ้าเห็นข้าทุกข์ร้อนใจกับเรื่องทะเลสาบจิ้ง กลางคืนนอนไม่หลับ เจ้าจะทำเพื่อข้าไม่ได้หรือ?

หยู่เหวินเห้าเห็นนางร้องไห้ ก็ไม่กล้าถามอีก พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนลงว่า “เจ้าให้ข้าคิดดูก่อนได้ไหม?”

“ข้ากลับไปเอง เจ้าไม่ต้องกลับไป เจ้าไม่ต้องคิด ข้าตัดสินใจที่จะกลับไปแล้ว” หยวนชิงหลิงพูดขึ้นอย่างแข็งกร้าว

ตอนเย็นนางไม่ทานข้าว ขังตัวเองไว้ในห้อง นางผิดหวังอย่างมากจริงๆ สี่ปีที่ผ่านมานี้ นางทำเพื่อครอบครัวของเขามาตลอด อยู่กับคนในครอบครัวของเขา ต่อให้ถูกเสียนเฟยรังแกจนเกือบตาย ความทุกข์นี้ก็อดกลั้นผ่านมาได้ ก็เพราะเห็นแก่ความรู้สึกของเขา กลับคิดไม่ถึงว่าตอนนี้นางมีโอกาสที่จะกลับไปเจอหน้าพ่อกับแม่ เขากลับคิดขัดขวาง

จิ่นหนิงรู้ถึงที่มาที่ไป จึงเรียกจิ้งถิงไปพูดกล่อมหยู่เหวินเห้า หรือถามว่าทำไมเขาต้องห้าม รู้ถึงสาเหตุแล้วจะได้รู้ว่าต้องทำอย่างไร อีกอย่างเรื่องนี้ก็ส่งผลกระทบไม่มาก กลับไปสักครั้งก็เสียเวลาไม่เท่าไหร่ ทั้งไปและกลับ ใช้เวลาสองสามวันก็พอแล้ว และหากครั้งนี้ไม่ไป ครั้งหน้ายังต้องกลับมาแคว้นต้าโจวอีกครั้ง จะไม่ยิ่งเหนื่อยหรือ?

จิ้งถิงจึงหิ้วสุราหนึ่งไหไปหาหยู่เหวินเห้า

สองพี่น้องตากลมเหนืออยู่ในศาลา หลังจากดื่มสุราไปหนึ่งกิโล จิ้งถิงค่อยถามขึ้นว่า “ที่จริง ไปก็ไม่เป็นการติดขัดอะไร ทำไมถึงไม่ไป? เจ้าไม่อยากที่จะเจอพ่อตาของตนเองหรือ?”

แต่เมื่อไปแล้ว ตอนที่เจอกันนั้นดีใจ แต่ตอนที่จากกันจะทำยังไง? หลังจากกลับมาแล้ว จะทำอย่างไร? หรือนางติดพันครอบครัว แล้วก็พาพวกลูกๆอยู่ที่นั่น

หลายปีมานี้แม้แต่ในความฝันนางก็อยากที่จะกลับไป ข้าไม่ปิดบังเจ้า ในหนึ่งปีจะต้องมีเจ็ดแปดครั้ง นางร้องไห้อยู่ในความฝันอย่างทุกข์ทรมาน เรียกหาพ่อแม่ เมื่อตกอยู่ในห้วงความฝันปกติจะเรียกไม่ตื่น ข้าสงสารนางอย่างมาก และก็หวังอยากที่จะให้นางได้เจอกับครอบครัว แต่ข้าแย่งพวกเขาไม่ไหว โดยเฉพาะแม่ยาย เพื่อเจ้าหยวนแล้วนางเคยบ้าไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อได้เจอลูกสาวแล้วยังจะปล่อยกลับมาได้อีกหรือ? นางไม่ยอมปล่อย

จิ้งถิงคิดไม่ถึงว่าเค้าจะเป็นกังวลขนาดนี้ แต่ฟังแล้วความกังวลของเขาพวกนี้ก็มีเหตุผล เพราะหลังจากได้เจอกันแล้ว บางทีต่อไปก็อาจจะยากที่จะได้มีโอกาสเจอกันอีก ตอนที่จากกัน จะทำใจได้หรือ? เขายังเป็นถึงองค์ชายรัชทายาทของเป่ยถัง จะทิ้งเป่ยถังแล้วอยู่ที่โน่นก็ไม่ได้

ดวงตาหยู่เหวินเห้าแดงก่ำ พร้อมพูดขึ้นอย่างทุกข์ทรมานว่า “ข้ารู้ว่าที่ข้าทำเช่นนี้เป็นการเห็นแก่ตัว เลวทราม แต่เจ้าว่าข้าจะทำอย่างไรได้?”

จิ้งถิงนิ่งมองดูเขา ด้วยสมองตื้อของเขาก็ไม่สามารถให้คำแนะนำอะไรดีๆได้ ทำได้เพียงถอนหายใจพร้อมพูดขึ้นว่า “แต่งงานกับคนต่างถิ่น วุ่นวายจริงๆ กลับบ้านภรรยาทีก็ต้องทะเลาะกัน ข้ากับจิ่นหนิงไม่ต้องเดือดร้อนเช่นนี้”

หยู่เหวินเห้ามองดูเขา ยิ้มอย่างขมขื่นพร้อมพูดขึ้นว่า “ข้ากับเจ้าหยวนผ่านเรื่องราวมากมายมาด้วยกัน ตอนนี้ก็ไม่นับว่ามีชีวิตที่สงบสุข กลัวอย่างมากว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก”

“แต่หากเจ้าไม่ยอมให้นางกลับไป ก็ใจร้ายเกินไปไหม หรือคิดหาวิธีทอย่างอื่นที่ดีต่อทั้งสองฝ่ายไหม?”

หยู่เหวินเห้าอุ้มไหสุราไว้ พวกเขาสองสามีภรรยาไม่ได้ทะเลาะกันมานานมากแล้ว อย่างมากก็แค่โต้เถียงกัน จู่ๆก็เกิดเหยียบเส้นแดงขึ้นมา ทำให้ทุกข์ทรมานอย่างมากจริงๆ พร้อมพูดขึ้นว่า “เรื่องนี้จะมีแผนที่เหมาะสมอะไร? ไม่ก็กลับไป ไม่ก็ไม่ต้องกลับไป”

“เจ้าเล่าเรื่องที่เจ้าเป็นกังวลให้นางฟังสิ”

“ตอนนี้นางคิดอยู่อย่างเดียวว่าจะต้องกลับไป ความเป็นกังวลของข้าสำหรับนาง เป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน?”

จิ้งถิงครุ่นคิด ยกไหสุราขึ้นมา พร้อมพูดขึ้นว่า “ช่างเถอะ ดื่มเถอะ เมาแล้วค่อยตัดสินใจ”

ทั้งสองคนดื่มกันจนถึงเที่ยงคืน หยู่เหวินเห้ากลับมาที่ห้องด้วยกินสุราเต็มตัว หยวนชิงหลิงยังไม่นอน เพราะนอนไม่หลับ เห็นเขาเดินโซเซเข้ามา ถึงแม้ภายในใจจะรู้สึกน้อยใจ แต่ก็ยังลุกไปช่วยประคอง

หยู่เหวินเห้าฉวยโอกาสกอดนางไว้ ไม่ให้นางดิ้นรน กลิ่นสุราฟุ้งเต็มหน้าของนาง พร้อมพูดขึ้นว่า “หยวน ไม่กลับไปไม่ได้หรือ?”