บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 993 การใช้ชีวิตยุคปัจจุบัน

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 993 การใช้ชีวิตยุคปัจจุบัน ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 993 การใช้ชีวิตยุคปัจจุบัน เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ 993 การใช้ชีวิตยุคปัจจุบัน บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ 993 การใช้ชีวิตยุคปัจจุบัน ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ 993 การใช้ชีวิตยุคปัจจุบัน

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ 993 การใช้ชีวิตยุคปัจจุบัน นวนิยาย

ทั้งคืน นอกจากการพูดสาธยายชั่วครู่นั้นหยู่เหวินเห้าก็ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย เวลาอื่นๆล้วนตกอยู่ในความงงงวยอย่างหนึ่งและสถานการณ์ที่อกแทบจะแตกแล้ว เขาต้องพยายามเพิกเฉยต่อเรื่องราวที่เขาไม่เข้าใจ อย่างเช่นชักโครก

อย่างเช่นเครื่องทำน้ำร้อน อย่างเช่นอาหารที่สั่งให้มาส่งเข้าไมโครเวฟครู่หนึ่ง ยังมีที่อยากถามมานานแล้วอีก ไฟเหล่านั้นใช้น้ำมันอะไร แต่เขาไม่ได้ถาม เพราะเขารู้ว่านี่จะทำให้คนขบขันได้ เขาจำเรื่องราวที่ไม่เข้าใจไว้เงียบๆ รอจนตอนกลางคืนขณะเข้านอนแล้วถามยายหยวน

เสื้อผ้าที่แม่ของหยวนชิงหลิงซื้อให้เขา ซื้อตามคำพูดของพี่ชายของหยวนชิงหลิง แต่ว่า กลับไม่พอดีตัว

เสื้อตัวเล็กคับ ฝืนสวมเข้าไป ก็เห็นได้ชัดว่าสั้น ความยาวของกางเกงเพียงพอ แต่ความกว้างของกางเกงไม่ได้ ดึงไม่ขึ้น แม่ของหยวนชิงหลิงโมโหจนด่าว่าพี่ชายของหยวนชิงหลิงโดยตรง ก็ร่างกายเช่นนี้ จะแค่หกสิบห้ากิโลกรัมได้ที่ไหนกัน

พี่ชายของหยวนชิงหลิงเกาศีรษะ ก่อนหน้านี้เห็นเขาสวมชุดโบราณหลวมๆเหล่านั้น ดูเหมือนกับว่าผอมมาก ใครจะรู้ว่าจะตัวใหญ่ขนาดนี้? อดที่จะถามไม่ได้ว่า: “นายหนักเท่าไหร่?”

“สี่สิบกิโลกรัม!” หยู่เหวินเห้ากล่าว

“จะเป็นไปได้ยังไง?” พี่ชายของหยวนชิงหลิงตกตะลึง

ศาสตราจารย์หยวนเตือน “เขาน่าจะเป็นหกร้อยกรัมเท่ากับครึ่งกิโลกรัม ดังนั้นสี่สิบกิโลกรัมนี้ ก็คือเจ็ดสิบกว่ากิโลกรัมแล้ว”

พี่ชายของหยวนชิงหลิงอ๋อหนึ่งคำ กลุ้มใจแล้ว “ฉันสูงแค่ร้อยแปดสิบสองเซนติเมตร เสื้อผ้าของฉันก็ไม่เหมาะกับเขา งั้นจะทำยังไง?”

“ร้านเสื้อผ้าน่าจะยังเปิดอยู่ ฉันพาเขาออกไปซื้อละกัน” หยวนชิงหลิงเพียงแค่กล่าว ขอเสื้อคลุมของพี่ชายตัวหนึ่ง ดีที่เสื้อคลุมเป็นตัวใหญ่ สามารถห่อหุ้มคนน่าสงสารตัวน้อยที่ร่างกายสูงใหญ่นี้ได้ ทั้งยังต้องมัดผมทั้งหมดให้ดี สวมหมวกปากเป็ด

“ขับรถของฉันไปเถอะ แม้ว่ารถคันนั้นของเธอจะยังอยู่ในโรงจอดรถ แต่ก็ไม่ได้ขับนานแล้ว” พี่ชายของหยวนชิงหลิงให้กุญแจรถแล้วกล่าว

“พวกเราก็อยากไป!” พวกเด็กๆรีบไล่ตามมา

“ไม่อนุญาต.......” หยู่เหวินเห้าขุ่นเคืองพวกเด็กๆอย่างสุดซึ้งแล้ว แต่เพราะคนในครอบครัวภรรยาอยู่ในเหตุการณ์ และรู้ว่าน้ำเสียงของตัวเองหนักไปหน่อย ครั้งแล้วจึงกล่าวปลอบ: “จะซื้อถางหูหลู่ให้พวกเจ้า อยู่ในบ้านให้ดีพูดคุยเป็นเพื่อนกับคุณตาคุณยาย”

“ไม่เอาถางหูหลู่!” ซาลาเปารังเกียจเป็นอย่างมาก “มาถึงที่นี่แล้ว ยังจะกินถางหูหลู่อะไรอีก? ข้าอยากกินขนมเค้กดื่มชานมไข่มุก”

หยู่เหวินเห้ามุมปากกระตุกด้วยความลำบาก เพ่งมองซาลาเปา

สีหน้าของหยวนชิงหลิงจริงจังขึ้นมา “ไปอีกทางหนึ่งให้หมด”

พวกเด็กๆเห็นท่านแม่โกรธแล้ว ก็หลบไปอยู่ข้างกายของคุณยายอย่างเชื่อฟัง แม่ของหยวนชิงหลิงสงสารเด็กๆ ว่าลูกสาวแล้ว “เอาล่ะ เอาล่ะ เด็กต้องค่อยๆสอนนี่ หน้าดำคร่ำเคร่งไม่ได้ ต้องมีความอดทน พวกเธอรีบไป เผื่อร้านปิด”

พี่ชายของหยวนชิงหลิงเอาเงินให้หยวนชิงหลิง กล่าวว่า: “แม้ตอนนี้จะชำระเงินผ่านทางโทรศัพท์อย่างแพร่หลาย แต่โทรศัพท์อันเดิมของเธอนั้นวีแชทไม่ได้ผูกกับบัตรธนาคาร ชำระเงินไม่ได้ เอาเงินไป”

หยู่เหวินเห้าชำเลืองมองตั๋วเงินปึกนั้น โห ซื้อแค่เสื้อผ้าทำไมต้องใช้เงินเป็นพันตำลึงขนาดนี้ล่ะ? สิ่งของที่นี่ก็ชั่งแพงเกินไปแล้ว อาจเป็นเพราะการเย็บปักไม่ได้พัฒนา ดูที่พวกเขาสวมใส่ก็ไม่ได้เป็นแพรต่วน

ครั้งนี้หยวนชิงหลิงพาเขาขึ้นลิฟต์ ก่อนเข้าไป หยวนชิงหลิงก็อธิบายกับเขาแล้ว ลิฟต์สามารถเคลื่อนลงไปถึงชั้นหนึ่งโดยตรงได้ เมื่อเห็นสายตาที่สงสัยของหยู่เหวินเห้า นางอธิบาย “ความคิดในการผลักดันของไฟฟ้า”

“อ๋อ!” เข้าใจแล้ว

“ยังมีรถนั่นอีก ก็คือความคิดในการขับเคลื่อนของไฟฟ้าและน้ำมัน” ก็นับได้ว่าหยวนชิงหลิงได้หาวิธีการที่ไม่ยุ่งยากในการอธิบายเรื่องเหล่านี้ที่เขาไม่เข้าใจได้แล้ว หลังจากนี้ก็รอเพียงกลับไปแล้ว มีเวลาก็ค่อยๆอธิบายกับเขา

“ล้วนมีความคิดหรือ?” ทันทีลิฟต์ขยับ หยู่เหวินเห้าก็รู้สึกกลัวจนลนลานเล็กน้อย พร้อมกับมีความเวียนหัวที่คุ้นเคยขึ้นมาอีกครั้ง

“ทุกสรรพสิ่งล้วนมีความคิด” หยวนชิงหลิงกล่าว

หยู่เหวินเห้ามีท่าทางเหมือนกับเข้าใจ สิ่งของในโลกใบนี้ก็เข้าใจได้ไม่ยากนัก

ประตูลิฟต์เปิดแล้ว ทั้งสองเดินออกไปแล้วมุ่งตรงไปยังโรงจอดรถ หลังจากขึ้นรถแล้ว หยวนชิงหลิงช่วยเขาคาดเข็มขัดนิรภัยดีแล้ว กล่าวกำชับ: “อีกครู่ไปซื้อเสื้อผ้า ท่านไม่เข้าใจก็ถามข้าเป็นการส่วนตัว ไม่ต้องไปถามคนเหล่านั้น รู้หรือไม่?”

“รู้แล้ว!” หยู่เหวินเห้าพยักหน้าอย่างจริงจังราวกับเป็นการเผชิญกับความท้าทาย

นางมุ่งตรงไปยังร้านชานมไข่มุกก่อน สั่งชานมสามสี่แก้ว เดี๋ยวค่อยกลับมาเอา จากนั้นก็มุ่งตรงไปยังร้านเสื้อผ้า

จากความตะลึงในสายตาของพนักงานขายของสามารถมองออกได้ เจ้าห้าหน้าตาดีมาก มีสาวๆเข้ามาล้อมรอบมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เปลี่ยนเป็นชุดที่พอดีตัวแล้ว ไปยืนด้านหน้ากระจก สูงเพรียวกำยำ ทำให้คนเรียกว่าพี่ชายขายาวโดยตรง

หยู่เหวินเห้าถามหยวนชิงหลิงเป็นการส่วนตัว “ผู้หญิงที่นี่ล้วนไม่สวมกระโปรงหรือ”

“ก็มีคนใส่” หยวนชิงหลิงจัดการคอเสื้อให้เขา หากว่าตัดผม ดาราเกาหลีแน่นอน

ซื้อกางเกงยีนสองตัว ซับในสองตัว สวมเสื้อคลุม ยังไงซะพอสวมใส่ได้สองวันก็ได้แล้ว

กลับไปเอาชานม หยวนชิงหลิงถามเขา “ท่านต้องการจะชิมสักหน่อยหรือไม่?”

“ชานมไข่มุก?” หยู่เหวินเห้าได้ยินพวกเด็กๆพูดถึงบ่อยๆ ก็ไม่รู้ว่าคือของอะไร ไข่มุกก็เอามาดื่มหรือ?

“ใช่แล้ว ลองดูสิ!” หยวนชิงหลิงดื่มเองสองคำ แล้วยื่นให้เขา “ดูด”

หยู่เหวินเห้าขยับเข้ามาดูดไปสองคำ รู้สึกว่ารสชาติไม่เลว หอมๆ ลื่นๆ เฮือกหนึ่งก็ดื่มไปหนึ่งแก้ว จากนั้นกล่าวกับยายหยวน: “ตอนที่พวกเรากลับไป ซื้อกลับไปส่วนหนึ่งให้จิ้งถิงลองดู”

ก็รู้ว่าเขาลืมจิ้งถิงไม่ได้ หยวนชิงหลิงหัวเราะแล้วกล่าว: “ได้ ท่านชอบก็ซื้อ”

ทั้งสองเดินไปทางที่จอดรถ ระหว่างทางมีสาวน้อยที่ยังแต่งตัวค่อนข้างไม่กลัวความหนาว ถุงน่องเข้าคู่กับกระโปรง แล้วสวมรองเท้าบูตยาวแนบเนื้ออีก ด้านหลังของรองเท้าบูตมีพู่ห้อยอยู่เล็กน้อย หยู่เหวินเห้ามองไปสองสามแวบ “ไม่กี่คนนั่นขาแบ่งเป็นสองสามท่อน”

“อย่าไปเพ่งมองขาของคนอื่น จะถูกคนเรียกว่าเป็นคนโรคจิต”

หยู่เหวินเห้าเก็บสายตากลับมา “เช่นนั้นข้าก็ไม่มองแล้ว”

เข้าลิฟต์แล้ว หยวนชิงหลิงหัวเราะอย่างอ่อนโยน “เจ้าห้า ตอนนี้ท่านน่ารักเป็นพิเศษ ชั่งทำให้คนรักและทะนุถนอมเป็นพิเศษสุดๆ”

ในใจของหยู่เหวินเห้ารู้สึกพ่ายแพ้อย่างสุดๆโดยแท้จริง “ยายหยวน หากว่าข้าใช้ชีวิตที่นี่ คาดว่าไม่เกินสามสี่วันก็คงต้องสติแตก”

“เป็นไปได้อย่างไร? ก่อนหน้านี้ข้าไปถึงที่ท่านทางนั้น ก็ไม่ได้สติแตกนี่” หยวนชิงหลิงคิดถึงเรื่องในอดีต ทอดถอนใจเป็นอย่างมาก

หยู่เหวินเห้านึกถึงตอนนั้นที่นางเพิ่งจะไป ตัวเองเหมือนกับคนเสียสติเช่นนั้น ระบายความโกรธแค้นทุกอย่างลงบนตัวของนาง นางต้องการปรับตัวกับโลกใบใหม่ ทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับการกลั่นแกล้งของเขาอีก เขาอดที่จะเกลียดตัวเองแบบสุดๆไม่ได้ เขาเป็นผู้ชายที่เลวยิ่งกว่าหงเย่ไอ้สารเลวนั่นซะอีก

เอื้อมมือไปกอดหยวนชิงหลิง กล่าวด้วยความเป็นทุกข์: “ข้ารับรองว่าหลังจากนั้นจะไม่ให้เจ้าได้รับความไม่เป็นธรรมอีกแม้แต่น้อยอย่างเด็ดขาด”

หยวนชิงหลิงกล่าว: “อย่าทำแบบนี้ มีคนมองอยู่”

หยู่เหวินเห้าถอยออกไป มองไปรอบๆด้วยสายตาที่เฉียบคม “มีคนอยู่ที่ใดกัน?”

“กล้องวงจรปิด!” หยวนชิงหลิงชี้กล้องวงจรปิดตรงมุมซ้ายด้านบน “มีคนที่สามารถดูพวกเราผ่านทางกล้องวงจรปิดได้”

หยู่เหวินเห้าเพ่งมองมัน อยากต่อยมันให้พังไปในหมัดหนึ่ง

ขับรถกลับบ้านอย่างรวดเร็ว พวกเด็กๆได้ชานมแล้ว ก็รังเกียจรังงอนที่ไม่ได้ซื้อขนมเค้กมา หยู่เหวินเห้ากลั้นความโกรธไว้ มีแม่ยายปกป้องกั้นขวางไว้ โมโหไม่ได้ ถูกหยวนชิงหลิงลากไปอาบน้ำแล้ว

อาบน้ำก็ทำจนเกิดเรื่องตลกขึ้นมา แต่ดีที่ถูกหยวนชิงหลิงจัดการทั้งหมดได้ ต่อจากนั้นเขาก็ไม่กล้าทำอะไรแล้ว เพียงแค่นั่งเป็นเพื่อนรอเข้านอนเงียบๆ