บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ พระชายาโกรธก็สมควรแล้ว

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ พระชายาโกรธก็สมควรแล้ว ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ พระชายาโกรธก็สมควรแล้ว เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ บทที่ พระชายาโกรธก็สมควรแล้ว บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย บทที่ พระชายาโกรธก็สมควรแล้ว ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ บทที่ พระชายาโกรธก็สมควรแล้ว

บัลลังก์หมอยาเซียน บทที่ พระชายาโกรธก็สมควรแล้ว นวนิยาย

หยู่เหวินเห้าที่อาละวาดอยู่ในห้อง อาหารก็ทานไม่ลง เพราะวันนี้เอาแต่ดูศพที่ที่ทำการปกครองเมืองหลวงมาแล้วทั้งวัน ทั้งยังฟังเรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของคดีฆาตกรรมยกครัว แต่กลับไม่มีเบาะแสใดเลย ทำให้เขาทั้งร้อนใจและหงุดหงิด พอกลับมาถึงจวนก็ต้องมาเจอเรื่องเหลวไหลที่สวีอีเป็นก่อขึ้นมาอีก จึงไม่อาจสกัดความโมโหที่มีได้จนระเบิดออกมา

“ทังหยังเล่า?” หลังจากที่เขาโวยวายก็หันไปถามฉี่หลอด้วยความโมโห

ฉี่หลอตอบกลับอย่างระมัดระวัง : “เรียนท่านอ๋อง ใต้เท้าทังออกไปด้านนอกตั้งแต่ช่วงพลบค่ำแล้วเจ้าค่ะ”

เขาคิดว่าทังหยางคงจะไปรับหยวนชิงหลิง จึงได้กล่าว: “เจ้าไปแจ้งกับผู้รักษาประตู ให้เขาแจ้งกับใต้เท้าทังว่าหากกลับมาแล้วเร่งมาเข้ามาพบข้าที่ตำหนักเซี่ยวเยว่ทันที”

“เจ้าค่ะ!” ฉี่หลอรีบเดินออกไป พร้อมความโล่งอกขึ้นมาทันที

หลังจากที่หยู่เหวินเห้าอาบน้ำเรียบร้อย ก็มานั่งดื่มชาอยู่กลางห้อง

พร้อมกับทอดสายตาไปด้านนอกบ่อยครั้ง เหตุใดทังหยางยังไม่กลับมาอีก?ถ้าทังหยางยังไม่กลับมา เช่นนั้นนางก็ยังไม่กลับมาเช่นกัน

หลังจากธูปดอกหนึ่งหมดไป ทังหยางก็รีบเดินเข้ามาทันที “ท่านอ๋อง เรียกพบข้าหรือ?”

“ไปแห่งใดมา?” หยู่เหวินเห้าวางถ้วยชาลง พร้อมเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาที่แสร้งทำเป็นคิดไม่ถึงว่าเขาจะไปรับหยวนชิงหลิง

ทังหยางอบกลับ : “วันนี้กระหม่อมไปที่คลังพ่ะย่ะค่ะ ไม่ใช่ว่าการเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูใบไม้ร่วงกำลังจะมาถึงแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ”

หยู่เหวินเห้าตอบ “อ๋อ” ไปเพียงคำเดียว “ไป ที่คลังงั้นสิ ไม่มีอะไรแล้ว เจ้ากลับไปเถอะ”

ทังหยางไม่กล้าที่จะอยู่ต่อ และใช้โอกาสในตอนที่สวีอีคนโง่เขลายังไม่กลับ รีบออกทันที

หยู่เหวินเห้าเรียกฉี่หลอเข้ามา พร้อมกับไถ่ถาม : “พระชายากลับมาแล้วหรือยัง?”

“เรียนท่านอ๋อง พระชายาเสด็จกลับมาแล้วเจ้าค่ะ ประทับอยู่ที่หอเฟิ่งหยีเจ้าค่ะ”

“กลับมาแล้ว?กลับมาตั้งแต่เมื่อใดกัน?”

ฉี่หลอตอบกลับอย่างรอบคอบ : “คาดว่าน่าจะเพิ่มกลับมาได้ไม่นานเจ้าค่ะ”

หยู่เหวินเห้าบอกให้นางออกไป “เข้าใจแล้ว เจ้าออกไปเถอะ”

ฉี่หลอถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะหันหลังออกไป ช่วงนี้ท่านอ๋องช่างเอาแน่เอานอนไม่ได้เลย

หยู่เหวินเห้านั่งลงดื่มชาต่อ แต่ใจกลับไม่สงบลงสักที

จะไปหอเฟิ่งหยีดีหรือไม่?ไปหรือไม่ไป?ไปหรือไม่ไป?ไปหรือไม่ไป?

แล้วเขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปด้านนอกทันที ฉี่หลอที่ยืนอยู่ด้านจึงรีบสอบถามทันที : “ท่านอ๋องจะไปแห่งใดเจ้าคะ?”

“ข้าทานอาหารเยอะแล้ว อยากจะไปเดินเล่นที่ลานเพื่อย่อยอาหารที่สวนเสียหน่อย” หยู่เหวินเห้าเดินไปโดยไม่หันกลับมาด้วยซ้ำ

ฉี่หลอถึงกับตะลึง ย่อยอาหาร?แต่ท่านอ๋องยังไม่ได้ทานอาหารเลยแม้แต่น้อยนี่เจ้าคะ

หยู่เหวินเห้าหลังจากที่อยู่ตรงลานได้สักพัก สุดท้ายก็ตัดสินใจไปยังหอเฟิ่งหยี

หยวนชิงหลิงที่กำลังนั่งอ่านหนังอยู่ใต้แสงไฟ ลู่หยาก็เดินเข้ามารายงาน “พระชายา ท่านอ๋องมาเข้าพบเจ้าค่ะ”

หยวนชิงหลิงวางหนังสือลงแล้วเดินตามลู่หยาเดินออกไป

หยู่เหวินเห้าที่กำลังเดินเข้ามาถึงหน้าลาน โดยมีตอเป่ามาอยู่รับหน้า

เมื่อเห็นหยวนชิงหลิงออกมา หยู่เหวินเห้าจึงกล่าวขึ้นมา : “เจ้ารีบเอามันออกไปเดี๋ยวนี้”

หยวนชิงหลิงพูดกับตอเป่า : “ไปเล่นเสีย อย่าเสียมารยาทกับท่านอ๋อง”

จากนั้นตอเป่าจึงสะบัดหางเดินออกไป

หยู่เหวินเห้าก้าวเท้ายาวเดินเข้าไป แต่หยวนชิงหลิงกลับโน้มตัวลง “ถวายบังคมท่านอ๋อง!”

หยู่เหวินเห้ามองไปยังนางแล้วถามด้วยความประหลาดใจ : “วันนี้เกิดเรื่องอันใดขึ้น?เหตุใดถึงได้มีมารยาทขึ้นมาเล่า?ก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นเจ้าจะมีมารยาทเช่นนี้เลย”

หยวนชิงหลิงตอบกลับอย่างนิ่งเฉย : “ก่อนหน้านี้นับว่าเป็นความผิดของข้า ท่านอ๋องโปรดอภัย”

หยู่เหวินเห้าชักสีหน้า พลางยื่นมือออกไปหวังประคองหน้าของนาง “เป็นอันใดไป?”

หยวนชิงหลิงก้าวถอยหลังออกไป เพื่อเลี่ยงมือของเขา ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเช่นเดิม “ไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ”

มือของหยู่เหวินเห้าค้างอยู่ตรงนั้นอย่างว่างเปล่าด้วยความตกตะลึง ก่อนที่เขาจะค่อยๆลดมือลงมา พลางจ้องมองไป

“ข้าทำผิดต่อเจ้าแล้วหรือ?”

หยวนชิงหลิงส่ายหน้าอย่างไม่กล้ามองไปยังเขา “มิกล้าเจ้าค่ะ ข้าเพียงคิดว่าระหว่างข้าและท่านอ๋อง ควรที่จะให้ความสำคัญเรื่องมารยาทจะดีกว่าเท่านั้น”

หยู่เหวินเห้ามองไปยังนางด้วยความผิดหวัง นางจะรู้บ้างรู้ไม่ว่ากว่าเขาจะมาถึงที่นี่ได้ต้องรวบรวมความกล้าถึงเพียงใด?เขาต้องเดินอยู่ในลานตั้งนานเลยเชียว

แล้วนางจำเป็นต้องปฏิบัติเช่นนี้กับเขาด้วยหรือ?

เขากล่าวด้วยเสียงที่เย็นชา “เจ้าคงชอบใจสินะ!”

แล้วหันกลับทันที

แล้วเสียงอันนอบน้อมของหยวนชิงหลิงก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง “น้อมส่งท่านอ๋อง!”

หยู่เหวินเห้าโกรธจนปากสั่นเคลือไปหมดแล้ว จึงรีบสาวเท้าเดินกลับไป

อะไรกัน?คิดว่าข้าจำเป็นต้องชอบเจ้าหรือไรกัน?

หยวนชิงหลิงยืนอยู่บนบันได มองดูแผ่นหลังของเขาเดินจากไป

ที่นางไม่ให้สัมผัสตัวนั้น เพราะรู้สึกว่าเขานั้นสกปรก

เห็นนางเป็นอะไรกัน?เมื่อสักครู่นี้เพิ่งจะมีความสำราญสองสาวงาม แล้วยังคิดจะมาเล่นสนุกที่นี่อีก คิดว่านางเป็นสัตว์เลี้ยงของเขาหรือไงกัน

นางค่อยๆ เดินกลับไปยังห้องพัก แม่นมฉีที่เห็นดังนั้นจึงถามด้วยเสียงเบาๆ : “พระชายา เหตุใดถึงต้องปฏิบัติเช่นนี้กับท่านอ๋องด้วยเล่าเจ้าคะ?”

หยวนชิงหลิงมองไปยังแม่นมฉี “สักครู่นี้ข้ายังมีความเคารพม่เพียงพออีกหรือ?”

แม่นมฉีถึงกับเงียบกริบ

พอ แต่นั่นมากเกินไป!

หยู่เหวินเห้าเดินกลับมายังตำหนักเซี่ยวเยว่ด้วยความโกรธเคือง เหมือนมีบางอย่างติดอยู่ที่คอ จะทำเช่นไรก็กลืนไม่ลงเสียที

เมื่อวานยังรักใคร่กลมเกลียวอยู่เลย วันนี้กลับเปลี่ยนเป็นเช่นนี้ สำหรับนางแล้วเขาเป็นอะไรกันแน่?

แม้แต่จะเอื้อมมือไปสัมผัสนิดเดียวก็ไม่ได้ แล้วผู้ใดกันที่เป็นผู้ไปทูลกับท่านย่าว่ายังไม่เคยได้มีความสัมพันธ์ร่วมรักกันเล่า?

เมื่อนึกถึงสีหน้าที่เฉยชาของนาง ท่าทางการปฏิเสธและออกห่างเขานั้น มันทำให้ใจของของเขาเจ็บขึ้นมาทันที ทั้งเศร้าใจ ทั้งสองแทบจะไม่ได้ร่วมห้องนอนกันเลยสักครั้ง ต่างก็พากันออกจวนตั้งแต่เช้า

กู้ซือที่มารออยู่ด้านนอกตั้งแต่เช้า เมื่อเห็นหยวนชิงหลิงเดินออกมา จึงรีบสั่งให้คนลากรถมาเข้ามาแล้วให้หยวนชิงหลิงรออยู่ครู่หนึ่ง

วันนี้หยวนชิงหลิงสวมชุดสีเขียวถักลายเมฆธรรมดาไม่มีลายปักใดๆ ซึ่งลู่หยาเป็นคนจัดเตรียมไว้ให้นาง พร้อมมัดผมของนางเป็นสองจุกแล้วนำผมด้านหลังมาม้วนเป็นห่วงสองวง ทำให้ดูสดใสอละบริสุทธิ์อย่างมาก

ในขณะที่รอ หยู่เหวินเห้าก็เดินออกมาพอดี

หยวนชิงหลิงจึงรีบถอยหลังออกไปสองก้าวแล้วโน้มตัวลง “อรุณสวัสดิ์ท่านอ๋อง !”

เมื่อวานหยู่เหวินเห้าใช้เวลาอย่างมากกว่าจะระงับความเคืองใจลงไปได้อย่างยากลำบาก แต่พอหลังจากที่ได้เห็นใบหน้าที่เย็นชาของนาง ความโกรธก็พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง เขาจึงทำเป็นไม่สนใจนาง แล้วเดินเข้าไปจูงม้า ก่อนจะพยักหน้าให้กับกู้ซือแล้วควบมาออกไป

กู้ซือแอบมองไปยังหยวนชิงหลิง ได้เห็นขนตาอันดัดงอนของนาง ดวงตาที่สงบนิ่งไร้ซึ่งความโกรธเคือง ดูแล้วเมื่อวานนี้ทั้งสองคงจะง้องอนกันจนเรื่องกลับตาลปัตรไปหมดแล้ว

รถม้าเคลื่อนตัวไป หลังจากที่เขามาส่งหยวนชิงหลิงที่จวนอ๋องหวย ก็ได้ขับรถม้าเดินทางไปยังกรมการพระนครคนเดียว

ที่ทำการปกครองเมืองหลวงไม่เริ่มทำการเช้าเช่นนี้ แต่เพราะหยู่เหวินเห้านอนไม่หลับ ทั้งยังอยากกลับเร็วเสียหน่อย

ในตอนที่กู้ซือเดินทางมาถึง กรมการพระนครยังคงเงียบสงัด

แต่เห็นหยู่เหวินเห้าที่กำลังนั่งดื่มชาอยู่ด้านหลังกรมด้วยสีหน้าโกรธเคือง เขาจึงนั่งลงมองอยู่ครู่หนึ่ง “เอาเถอะ ผู้หญิงล้วนแต่โมโหง่ายเช่นนี้ ท่านก็อย่าไปเอาความอะไรกับพระชายาเลยเถอะ”

หยู่เหวินเห้าจ้องไปยังเขาด้วยสายตาที่เรียบนิ่ง “นางกล่าวสิ่งใดกับเจ้าแล้วงั้นหรือไร?”

“ไม่ได้กล่าวสิ่งใดทั้งสิ้น เงียบตลอดทางเลยต่างหาก แต่พอจะมองออกว่านางยังคงโกรธเคืองอยู่”

หยู่เหวินเห้าเองก็โมโหเช่นกัน ก่อนจะวางถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างรุนแรง “นางโกรธอะไรกัน?ข้าสิที่ต้องโกรธ นางมีสิทธิ์อะไร?นางคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?”

กู้ซือยิ้มออกมา “น้ำเสียงเช่นนี้ของท่าน ไม่เหมือนเด็กน้อยเกินไปหน่อยหรือ?เอาเถอะ นางคงจะรับไม่ได้กับการรับหญิงภายนอกเข้ามา หากว่าเจ้าทำการยอมรับการมีสาวใช้ห้องข้างหรือการรับอนุภริยา นางคงจะไม่ว่าสิ่งใด”

หยู่เหวินเห้ามองไปยังเขาด้วยความไม่พอใจ “สาวใช้ห้องข้างอะไรของเจ้า?พูดจาเหลวไหลอันใดอีกเล่า?”

กู้ซือตบบ่าของเขา “พอเถอะ ทุกคนทราบหมดแล้ว ต่างก็เป็นบุรุษเช่นกัน เรื่องเช่นนี้ไม่มีอะไรน่าขายหน้า ถึงแม้ว่าข้าจะยังไม่ได้สมรส แต่ที่จวนก็มีสาวใช้สองนางเช่นกัน”

หยู่เหวินเห้าสะบัดมือเขาออกแล้วพูดด้วยท่าทีรังเกียจ

: “หุบปากเจ้าเดี๋ยวนี้ อย่าเอาข้าไปเทียบกับเจ้า”

กู้ซือส่งเสียงไม่พอใจออกมา “เป็นไรไปเล่า?รังเกียจข้าแล้วงั้นหรือ?ข้ารู้จักดีชั่วเลือกแต่คนที่บริสุทธิ์ในเรือนตัวเอง แล้วเจ้าเล่า?เจ้าหาหญิงสาวจากด้านนอกมา เจ้ายังไม่รังเกียจตัวเองอีก”

หยู่เหวินเห้าเบิกตากว้างขึ้นมาทันใด “เจ้าพูดอะไร?”

กู้ซือตอบกลับ : “อย่ามาปิดบังเลย เมื่อวานตอนที่ข้าส่งพระชายากลับจวน เห็นสวีอีพาหญิงสาวสองคนเดินออกมา แค่ดูก็รู้ว่าไปยังที่แห่งใดมา พระชายาจะโกรธท่านก็สมควรแล้ว ในจวนใช่ว่าจะไม่มีคน สมควรหรือที่จะหาหญิงจากภายนอกมาดับไฟร้อน?”