บัลลังก์หมอยาเซียน ตอนที่ 264 เมื่อวานมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

sprite

บัลลังก์หมอยาเซียน ตอนที่ 264 เมื่อวานมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ออนไลน์ฟรี

นวนิยายชุด บัลลังก์หมอยาเซียน ตอนที่ 264 เมื่อวานมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของผู้แต่ง ลิ่วเยว่. ในที่นี้ ผู้แต่ง ลิ่วเยว่ ได้เจาะลึกถึงบุคลิกของตัวละครหลัก ทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่น่ารักมากแต่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ทั้งสองคนถูกครอบครัวทอดทิ้ง แต่พวกเขาก็เป็นคนที่โหยหาความรักมากที่สุด.. นางเอกทั้งชายและหญิงจะมารวมตัวกันที่ ตอนที่ 264 เมื่อวานมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ บัลลังก์หมอยาเซียน หรือพบอีกคนหนึ่ง ปัญหา? ติดตาม บัลลังก์หมอยาเซียน นวนิยาย ตอนที่ 264 เมื่อวานมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ได้ที่เว็บไซต์ th.readeraz.com

บัลลังก์หมอยาเซียน ลิ่วเยว่ ตอนที่ 264 เมื่อวานมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

บัลลังก์หมอยาเซียน ตอนที่ 264 เมื่อวานมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ นวนิยาย

หยวนชิงหลิงตอนนี้ ไม่มีแก่ใจจะไปนินทาเรื่องของจวนอ๋องฉีสักเท่าไร

ก่อนหน้านี้ ที่พระชายาฉีก่อเรื่องจนเกิดความวุ่นวายไปฉากหนึ่ง อาซี่ก็กลับมาเล่าให้นางฟังแล้ว หลังจากได้ฟัง นางถึงขั้นเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายจนถึงขีดสุด

ตั้งแต่เริ่มแรก นางประเมินฉู่หมิงชุ่ยคนนี้สูงเกินไปจริง ๆ เดิมทีคิดว่าความทะเยอทะยาน กับความแข็งแกร่งของนาง มันจะไปด้วยกันได้ แต่คิดไม่ถึงว่าสมองของนาง จะตามความทะเยอทะยานของนางไม่ทัน สุดท้ายก็จบลง ด้วยการไปต่อสู้ปะทะกันเองกับชายารองในจวน

“แต่ข้าได้ยินมาว่า น้องเจ็ดกับชายารองหยวนยังไม่ได้เข้าหอกันเลยนะ” พระชายาซุนพูดขึ้น

หยวนชิงหลิงเปลี่ยนเรื่อง ไปคุยเกี่ยวกับเรื่องในวังกับพระชายาซุนแทน จากนั้นพระชายาซุนก็ขอตัวลากลับไป

การสนทนากับพระชายาซุนในวันนี้ ทำให้นางนึกกังวลนิดหน่อย เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าฉู่หมิงหยางก็แอบชอบหยู่เหวินเห้าด้วยเช่นกัน

ดังนั้นเมื่อหยู่เหวินเห้ากลับมากินมื้อเย็นที่จวน นางจึงถามว่า "ฉู่หมิงหยางชอบเจ้าใช่หรือไม่?"

หยู่เหวินเห้าค่อย ๆ วางชามลงและเงยหน้าขึ้นมองนาง " เจ้าไปได้ยินเรื่องเหลวไหลเช่นนี้มาจากไหนกัน?"

หยวนชิงหลิงมองเขา “ การแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง ไม่สามารถซ่อนความยุ่งเหยิงภายในจิตใจของเจ้าได้ เจ้ารู้หรือไม่?”

“ไม่รู้หรอก แล้วก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ด้วย เจ้าคงคิดมากเกินไประหว่างตั้งครรภ์มากกว่า” หยู่เหวินเห้าหยิบชามข้าวขึ้นมาแล้วเริ่มกินต่อไป ใครรู้? เขาไม่รู้เสียหน่อย มีใครปากยื่นปากยาว เล่าอะไรให้เกิดความร้าวฉานอีกแล้วล่ะ?

“พระชายาซุนเล่าให้ข้าฟัง บอกว่ามีหลายคนที่รู้ แต่ทุกคนแค่ไม่พูดออกมาก็เท่านั้น”

ไม่มีเรื่องไหนของสามีที่ปิดภรรยาได้โดยแท้ หยวนชิงหลิงพบว่า ดวงตาของเขาเบิกโพลงตั้งตรงชนิดไม่กล้าเหลียวซ้ายแลขวา กระทั่งไม่กล้าแสดงสีหน้าอารมณ์ใด ๆ แค่ทำตัวสงบนิ่งเหมือนน้ำก้นสระในจวนก็เท่านั้น

นี่คืออาการของคนร้อนตัว!

นางวางชามลง “ต่อให้มันเป็นเรื่องจริง เรื่องนี้ข้าก็ไม่โทษเจ้าหรอก ข้าก็แค่อยากรู้เฉยๆ”

ดวงตาของหยู่เหวินเห้าผ่อนคลายลงเล็กน้อย "ที่จริงเรื่องนี้ก็โทษข้าไม่ได้จริง ๆ นั่นล่ะ ข้าไม่สามารถไปควบคุมสิ่งที่นางคิดได้"

หยวนชิงหลิงขึ้นเสียงของนางสูงขึ้นไปอีกเล็กน้อย "สรุปว่ามันเป็นเรื่องจริงรึ?"

หยู่เหวินเห้าเริ่มตะกุกตะกัก “ได้ยินมาว่าเป็นความจริง”

“ได้ยินใครพูด?” หยวนชิงหลิงมองเขาอย่างเคร่งเครียด

“นั่น… ฉู่หมิงหยางเป็นคนพูดเอง”

หยวนชิงหลิงตบตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างแรง แล้วแผดเสียงแหวดังลั่นว่า "นางเคยมาสารภาพกับเจ้าแล้วด้วยรึ?"

หยู่เหวินเห้าวางตะเกียบลง พลางเหลือบมองนางอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ “นี่มันก็ไม่ใช่ความผิดของข้าเช่นกันนะ”

“ที่แท้ก็เป็นเรื่องจริงรึนี่? โอ้ สวรรค์! เจ้าไม่เคยบอกข้าเลยสักคำ” หยวนชิงหลิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ มองดูใบหน้าที่ยามนี้ดูน่าสงสารของเขา ก็ไม่อาจโกรธเขาจริง ๆ จัง ๆ ได้

หยู่เหวินเห้าอธิบายว่า: "ใครจะไปรู้ล่ะ ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ? ตอนนั้นนางเป็นเพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ข้าได้เจอนางในสวน นางมาหาข้า แล้วบอกข้าว่าอย่าแต่งกับฉู่หมิงชุ่ย ให้แต่งกับนาง นางเหมาะสมกับข้ามากกว่าฉู่หมิงชุ่ย แค่คำพูดที่เด็กคนหนึ่งพูดมา ใครจะไปเชื่อเป็นจริงเป็นจังกันล่ะ?"

“ตอนนั้นเด็กคนนี้อายุเท่าไหร่?” หยวนชิงหลิงระบายลมหายใจอย่างโล่งอก หากนางยังเด็ก ก็อาจกล่าวได้ว่า ไม่ใช่เพราะความรักแบบนั้น แต่อาจเป็นความรู้สึกชั่วครู่ทำนองนั้นมากกว่า

หยู่เหวินเห้าขมวดคิ้ว “ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่านางอายุเท่าไหร่? มันเกิดขึ้นเมื่อราว ๆ ต้นปีที่แล้ว ในเวลานั้นเรื่องในจวนเจ้าหญิงยังไม่เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ”

ลมโทสะเฮือกนั้น มีอันย้อนกลับมาอีกครั้ง ดวงตากลมโตเบิกกว้าง “เมื่อต้นปีที่แล้ว? นั่นเพิ่งจะผ่านไปแค่หนึ่งปีครึ่งเองน่ะสิ? นางอายุสิบสี่แล้วนะ หยู่เหวินเห้า! เจ้ายังจะแสร้งทำเป็นไร้เดียงสาอีกรึ ตอนนั้นนางบอกว่า นางอยากแต่งเป็นชายารองให้เจ้า เจ้ายังมีหน้ามาทำตกตะลึงไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่อีก”

หยู่เหวินเห้ารู้สึกน้อยใจจริง ๆ แล้วตอนนี้ "ก็ถ้าข้าบอกเจ้าว่านางมีความในใจต่อข้า เจ้าต้องโกรธแน่"

หยวนชิงหลิงหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาของเขาอย่างโกรธเคือง “ เจ้ามีดีที่ตรงไหนกันนะ? อาศัยอะไรพวกนางพี่น้อง ถึงได้ตกหลุมรักเจ้ากันหมด ? เจ้ามันจอมล่อลวงให้คนมาลุ่มหลง…ไข่เน่าไข่หนอน”

ผู้หญิงมากมายหลายคน เอาแต่คิดถึงคะนึงหาผู้ชายของตัวเอง เป็นความรู้สึกไม่สบอารมณ์ที่ยากจะทำใจรับได้จริงๆนั่นล่ะ

หยู่เหวินเห้ากะพริบตาปริบๆ พูดอย่างจนใจว่า “จริง ๆ แล้วเจ้ามีอะไรให้โกรธขนาดนั้นกัน? อย่างไรเสีย ข้าก็ไม่เคยมองพวกนางแบบเต็มตาสักครั้งอยู่แล้ว ข้าว่าเจ้าควรจะดีใจมากกว่านะ มีคนมากมายที่มาชอบข้า นั่นก็พิสูจน์ได้ว่าข้าเป็นของดีไม่ใช่รึ ? หรือต่อให้เจ้าไม่ดีใจ ก็ไม่ควรใช้ข้าเป็นที่ระบายโทสะนะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า แล้วข้าก็ไม่ได้บอกให้นางมาชอบข้าเสียหน่อย”

“ที่ข้าโกรธเป็นเพราะเจ้าไม่ยอมบอกข้าต่างหาก” หยวนชิงหลิงกดๆมือสงบสติอารมณ์ “ช่างเถอะ ๆ เจ้าก็อย่าน้อยใจอีกเลย อย่างไรนางก็จะแต่งไปเป็นพระชายารองให้อ๋องจี้อยู่แล้วด้วย”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ นางก็เงยหน้าขึ้นแล้วจ้องมองเขาอีกครั้ง “ มิน่าล่ะ เจ้าถึงพูดว่าพระชายาจี้จะสามารถเป็นโล่กำบังให้ข้าได้ เพราะเจ้ารู้ว่าฉู่หมิงหยางมีความในใจต่อเจ้า…” หยวนชิงหลิงพูดถึงตรงนี้ จู่ๆน้ำเสียงก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา ในดวงตาปรากฏแสงสว่างวาบ "ช่วงนี้พวกเจ้าได้เจอหน้ากันบ้างหรือไม่? มีโอกาสแลกเปลี่ยนจดหมายกันบ้างหรือไม่?”

หยู่เหวินเห้าหัวเราะ “นี่เจ้าคิดไปถึงไหนแล้ว ? ทำไมนางต้องส่งจดหมายมาให้ข้าด้วยล่ะ นี่ไม่ใช่ว่าเจ้าคิดเองเออเองมากไปหรอกรึ?”

สวีอียืนอยู่ที่หน้าประตู จ้องมองที่หยวนชิงหลิงแบบตาไม่กระพริบ

หยวนชิงหลิงตะลึงค้าง จ้องมองหยู่เหวินเห้า "ไม่ได้ส่งจดหมาย แต่ไปเจอหน้ากันแล้ว?"

หัวของหยู่เหวินเห้าส่ายระรัวราวกับกลองป๋องแป๋ง พูดอย่างหนักแน่นว่า: “นั่นมันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน!”

หยวนชิงหลิงแสดงสีหน้าโศกเศร้า ยืนขึ้นช้า ๆ กระแอมแล้วพูดว่า: "คิดไม่ถึงว่าจนถึงตอนนี้เจ้าก็ยังมีเรื่องที่ปิดบังข้า สรุปแล้วเจ้าเห็นข้าเป็นอะไรกันแน่ ? ช่างเถอะ! ช่างเถอะ! เรื่องของเจ้าจากนี้ข้าจะไม่ถามอีก ส่วนเจ้าก็ไม่ต้องบอกอะไรข้าอีกแล้วเช่นกัน”

หยู่เหวินเห้าคว้าข้อมือของนางไว้ แล้วดึงตัวนางเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน “อย่าโกรธ เลยนะ อย่าไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังเจ้าหรอก ข้าแค่ไม่อยากให้เจ้าไม่มีความสุข”

หยวนชิงหลิงดิ้นรนอยู่สองครั้ง ขอบตานางแดงเรื่อ “ไม่ต้องพูดแล้ว เจ้าก็เก็บซ่อนมันต่อไปเถอะ รอให้นางมาเคาะบอกถึงหน้าประตูก่อน แล้วข้าค่อยรู้เรื่องราวทั้งหมดก็ยังไม่สาย”

“นางกล้ารึ?” หยู่เหวินเห้าขมวดคิ้วมุ่น “ถ้านางกล้ามา ข้าจะตีขาของนางให้หักไปเลย”

หยวนชิงหลิงได้ยินเขายังคงไม่ยอมพูดออกมาให้หมด ก็อดรู้สึกหงุดหงิดไม่ได้ “ข้าจะออกไปเดินเล่นกับตอเป่า เจ้ากินไปเถอะนะ”

นางลุกขึ้นเดินไปที่ประตู พูดกับสวีอีว่า: "เจ้าไปกับข้า"

“ขอรับ!” สวีอีกอดดาบไว้ในอ้อมแขน แล้วเดินไปข้างหน้า ผิวปากเรียกครู่หนึ่ง เจ้าตอเป่าก็วิ่งแจ้นตามออกไปทันที

อาซี่ก็ตามออกไปด้วย ตอเป่าวิ่งไปข้างหน้า ไล่ฉี่ใส่ใต้ต้นดอกหอมหมื่นลี้ ด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง แบบแสดงความเป็นเจ้าถิ่นเต็มที่

สวีอีกลับชอบดูเวลาที่เจ้าตอเป่าไล่ฉี่แสดงถิ่น พูดชื่นชมไม่หยุดปากว่า: "ท่วงท่านี้ช่างสง่างาม ยืนสามขาทรงพลัง องศาน้ำแม่นยำดีมาก ยิง! สวยมาก!"

หยวนชิงหลิงให้อาซี่ถอยหลังไปสองก้าวเพื่อดูลาดเลา ค่อยถามสวีอีว่า “พูดมา ฉู่หมิงหยางมาหาท่านอ๋องเมื่อไหร่?”

สวีอีเกาคอเกาหัวพลางเหลือบมองออกไปข้างนอก เพื่อให้แน่ใจว่าท่านอ๋องไม่ได้ตามมา จึงพูดว่า: "เมื่อวานนี้ก็มาแล้ว นางตรงไปหาที่กรมพระนครตรง ๆ เลย เมื่อวานตอนที่ข้าน้อยไปส่งของ พอดีเห็นพวกเขาสองคนออกมาจากห้อง ท่านอ๋องดูเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยนัก ที่ใบหน้ามีรอยเปื้อนชาดทาปากรอยใหญ่ แต่ใบหน้าของท่านอ๋องดูแข็งทื่อ ในขณะที่คุณหนูรองตระกูลฉู่มีท่าทางที่ดูลำพองใจมาก”

ทั้งตัวของหยวนชิงหลิงตั้งแต่หัวจรดเท้า เครียดเขม็งเกร็งจนเหงื่อออกชุ่มไปหมด ในใจคล้ายมีเปลวไฟกองหนึ่งจุดติดขึ้นมาดื้อๆ แล้วลามเลียแผ่พุ่งขึ้นไปบนหัว แล้วแผดเผาสมองจนมอดไหม้กระทั่งกลายเป็นเถ้าถ่าน

หยวนชิงหลิงจับมือที่สั่นเทาของตัวเองให้นิ่ง ถามออกไปว่า "นอกจากเจ้าแล้ว ยังมีใครที่เห็นอีกบ้าง?"

“ไม่มีใครแล้ว นั่นเป็นช่วงพักกลางวัน ท่านอ๋องอยู่ในห้องทำงานเล็ก ๆ ของกรมปกครอง ถ้าข้าน้อยไม่ได้ไปส่งของ ก็คงจะไม่เห็นเช่นกัน”

“ท่านอ๋องเห็นเจ้าหรือไม่?” หยวนชิงหลิงถาม

สวีอีส่ายหน้า “ไม่ขอรับ ท่านอ๋องไม่เห็นข้าน้อย เขาแค่ยืนอึ้งอยู่กับที่เหมือนคนโง่ มองดูคุณหนูรองตระกูลฉู่เดินจากไป”

“ยังใช้สายตามองส่งคนจากไปอีกด้วย?” ความโกรธของหยวนชิงหลิง เปรียบเสมือนดั่งไฟที่ถูกน้ำแข็งผนึกไว้ ร่างทั้งร่างสั่นระริกจากความหนาวเหน็บนั้น

มิน่าล่ะ ต่อให้ถามคาดคั้นให้ตายอย่างไร เขาก็ไม่ยอมพูดความจริงออกมา ดีมากหยู่เหวินเห้า! ดีมาก!