บัลลังก์หมอยาเซียน ตอนที่ 27 ฝูเป่า(สุนัข) กำลังตกอยู่ในอันตราย

sprite

ตอนที่ 27 ฝูเป่า(สุนัข) กำลังตกอยู่ในอันตราย

เมื่อกินยายาเม็ดจื่อจินแล้ว หยวนชิงหลิงหลับต่อจนผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกว่า หลังจากตื่นมา รู้สึกได้ทันทีว่าบาดแผลที่เจ็บดีขึ้นมาก ละยังสัมผัสได้ว่าแผลไม่มีน้ำหนองไหลออกมาแล้ว

นางลงมาจากเตียงและเดินไปทั่ว รู้สึกว่าบาดแผลไม่ได้อักเสบและปวดเท่าไหร่ อย่างน้อยการเดินด้วยวิธีนี้จะไม่ฉีกแผลทําให้เกิดอาการปวด

แม่นมสี่เข้ามา เห็นว่านางตื่นขึ้นแล้ว“พระชายาตื่นขึ้นก็ดีแล้วเพคะ ออกไปด้านนอกเดินผ่อนคลายเถอะ กินยาเม็ดจื่อจินแล้ว ต้องเดินเลือดในร่างกายจึงจะไหลเวียนดีเพคะ”

หยวนชิงหลิงตอบรับ “ดี ฉันก็อยากเดินออกกำกายแล้วเหมือนกัน”

“ข้าน้อยเดินเป็นเพื่อนพระนางเอง”

ทั้งสองพึ่งเดินออกจากตำหนัก มีชายวัยหนุ่มที่รีบวิ่งมา ด้วยสีหน้าซีดเซียว “พระชายา ท่านอ๋องให้ท่านรีบเสร็จไปพระตำหนักฉินคุนพ่ะยะค่ะ ”

แม่นมสี่ดึงมือของเขา “เกิดเรื่องอะไรขึ้นรึ? เหตุใดจึงได้รีบร้อนเช่นนี้ละ”

ขันทีจะร้องไห้ออกมาแล้ว “ฝูเป่าตกลงมาจากหอเหวินชาน เจ็บหนักมาก ไท่ซ่างหวงรู้เข้า เป็นลมหมดสติไปตำหนักด้านในตอนนี้วุ่นวายมาก ตอนนี้ทุกคนไปอยู่กับไท่ซ่างหวงแล้ว”

แม่นมสี่ตกใจมาก เพราะไท่ซ่างหวงรักและเอ็นดูฝูเป่าเป็นอย่างมาก เหมือนกับลูกหลานตัวเอง หากฝูเป่าเป็นอะไรขึ้นอาการพระองค์ต้องทรุดลงอีกแน่

เกรงว่าโรคว่าใจของพระองค์จะกำเริบ

นางรีบหันกลับไปหาหยวนชิงหลิง แต่หยวนชิงหลิงเองก็ร้อนใจมาก ได้เดินออกไปก่อนแล้ว

หยวนชิงหลิงเร่งฝีเท้าและถึงตำหนักฉินคุน ตอนนี้ภายในตำหนักทุกคนต่างกระวนกระวายเป็นอย่างมาก ฮองเฮาและฉู่หมิงชุ่ยยืนอยู่ด้านข้างอย่างร้อนใจเป็นกังวล หยู่เหวินเห้าและอ๋องฉี ยืนด้านหน้าขอบเตียง หมอหลวงเร่งรีบทำการตรวจและรักษา

ส่วนฮ่องเต้หมิงหยวนและไทเฮายังมาไม่ถึงตำหนัก

หยวนชิงหลิงรีบเดินไปข้างหน้า ดึงแขนหยู่เหวินเห้ากระซิบบอกอะไรบางอย่างให้เขา หยู่เหวินเห้าจ้องไปที่นาง และเดินเข้าไปรั้งหมอหลวงเอาไว้“หมอหลวง เสด็จปู่เป็นอย่างไรบ้าง?”

หยวนชิงหลิงรีบพุ่งตัวเข้าไปทันที นำยาออกมาจากใต้หมอนและวางไว้ใต้ลิ้นของไท่ซ่างหวง เพราะหลังของนางหันหน้าไปทางฮองเฮาและฉู่หมิงชุ่ย ตอนยกยาขึ้น พวกนางมองไม่เห็นแน่นอน แต่ฉู่หมิงชุ่ยที่จับจ้องดูหยวนชิงหลิงอยู่ตลอด นางสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง

ไท่ซ่างหวงไม่มีอาการอะไรน่าเป็นห่วง เพียงแค่ก่อนหน้านั้นเป็นลมหมดสติ

หลังจากหยวนชิงหลิง เห็นว่าหมอหลวงทำการฝังเข็ม ไท่ซ่างหวงเริ่มหายใจไม่ค่อยติดขัดแล้ว นางเองก็โล่งอกไปมาก นางเดินออกไปหาขันทีที่มาแจ้งข่าวคนนั้น “ฝูเป่า?”

ขันทีกล่าว “พระชายาฉีบอกว่าเกรงไท่ซ่างหวงอาการจะแย่ลง จึงมีรับสั่งให้ขุดหลุมเตรียมฝังในตำหนักด้านนอก”

“ยังมีชีพจรอยู่ใช่ไหม?”หยวนชิงหลิงทราบ นางร้อนใจมากเช่นกัน รีบวิ่งออกไปตำหนักด้านนอก

พอนางมาถึงก็เห็นขันทีสองคนกำลังขุดหลุมอยู่ใต้ต้นฉัตรจีน ทั้งตัวของฝูเป่ามีเลือดเต็มไปหมด นอนอยู่ในผ้าห่มขนาดเล็ก มันดิ้นไปมาอย่างทรมานและเหมือนกำลังจะสิ้นลม

หยวนชิงหลิงไม่รู้ว่าจะต้องอธิบายหรือพูดอะไร นางรีบอุ้มฝูเป่าขึ้นมาและมุ่งหน้าไปตำหนักอุ่นตะวันตก

ขันทีทั้งสองเห็นว่าเป็นพระชายาฉู่ พวกเขาก็ไม่กล้าพูดอะไร เพียงแค่ได้แต่มองนางอุ้มฝูเป่าแล้วเดินจากไป

เดิมทีหยู่เหวินเห้าเป็นคนสั่งให้ขันทีไปเรียกหยวนชิงหลิงมาช่วยไท่ซ่างหวง แต่นางกลับให้ไท่ซ่างหวงกินยาอะไรก็ไม่รู้แล้วหายหัวไปไหนไม่รู้ ยังดีที่อาการไท่ซ่างหวงดีขึ้น เขาอยากออกไปดุว่าหยวนชิงหลิงสักหน่อย แต่เห็นนางอุ้มตัวฝูเป่าเดินไปไหนไม่รู้

ในระหว่างทางหยวนชิงหลิงรีบเดินด้วยท่าทางเร่งรีบร้อนใจ นางค่อยๆวางตัวฝูเป่าลงบนเตียง นางนำหูฟังของแพทย์ออกมาแต่แตะไปที่หัวใจของฝูเป่าส่วนท้องปอดและม้ามนางล้วนฟังอย่างถี่ถ้วน

หาก เป็นอย่างที่นางคิด

ตกมาจากที่สูง เป็นภาวะที่เปลือกหุ้มม้ามแตกหรือฉีกขาดทำให้มีเลือดไหลออกมาในช่องท้อง

“เด็กน้อย เรื่องนี้อาจจะยากลำบาก แต่หนูต้องผ่านไปให้ได้นะ!”หยวนชิงหลิงลูบหัวฝูเป่าอย่างห่วงใย ดวงตาของฝูเป่าเปิดกว้าง เลือดออกในปาก แต่ มันเหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่หยวนชิงหลิงพูด มันเองก็พยายามที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ แต่ทว่ากรงเล็บของมันมือทั้งสองค่อยๆหมดแรงลง

ก่อนที่หยวนชิงหลิงจะเปิดกล่องยา นางหลับตาลงรวบรวมสติ และจินตนาการว่ามีมีดผ่าตัดอยู่

ทันทีที่นางเปิดกล่องยา หัวใจหล่นถึงตาตุ่ม

เครื่องมือผ่าตัด ทุกอย่างมีครบมือ

ขอบคุณพระเจ้ากล่องยานี้ช่วยชีวิต

ฉีดยาหยุดเลือด นางพึ่งเริ่ม ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก

“เจ้าไม่อยู่เฝ้าเสร็จปู่………..”เมื่อพูดเสร็จ ไม่รู้ว่าเห็นหยวนชิงหลิงไปเอามีดขนาดเล็กแบบนี้มาจากไหน อยู่ตรงหน้าเขา

“ช่วยหน่อย!”หยวนชิงหลิงเอ่ยขึ้น

“ฝูเป่า…………..”

“ยังพอมีทางช่วย!” หยวนชิงหลิงพูดอย่างร้อนใจ โยนผ้าผืนหนึ่งไปให้เขา เป็นผ้าที่นางเคยใช้เช็ดแผลเมื่อครั้งก่อน“ฉันจะทำการผ่าตัดยับแผลที่แตกในม้าน ท่านทำหน้าที่ช่วยฉันซับเลือด” ไท่ซ่างหวงรักฝูเป่ามาก ฝูเป่าเป็นเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับพระองค์ หากว่าฝูเป่าเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ จะส่งผลต่อสุขภาพจิตของพระองค์มาก จะทำให้อาการป่วยของพระองค์แย่ลงทันที”

หยู่เหวินเห้ารับผ้านั้นมา มองไปยังนางที่สวมแมสอย่างตกตะลึง ลักษณะของนางในตอนนี้น่าเกลียดแต่ก็ ดูสวยงดงามอย่างอธิบายไม่ถูก

ยาชา มีดโกน มีดผ่าตัด หยวนชิงหลิงทำอย่างเชี่ยวชำนาญ นางใช้เวลาไม่กี่วินาทีก็หาม้ามเจอ

“รีบซับเลือดสิ!”เห็นว่าหยู่เหวินเห้ายืนแน่นิ่งมองเขา นางพูดด้วยน้ำเพียงที่ดัง

หยู่เหวินเห้าเองก็รีบดึงสติกลับมา ใช้ผ้าเช็ดบริเวณโดยรอบและซับเลือด หลังจากนั้นนางใช้มือทั้งสองล้วงเข้าไป ภาพในตอนนี้ เป็นภาพที่น่ากลัวเลือดไหลออกมาเยอะมาก ทำไมนางไม่มีแม้ความกลัวเลย?

มีเลือดพุ่งออกมา และพุ่งไปที่หน้านาง หน้าผาก ขนคิ้วทั้งหน้าเต็มไปด้วยเลือด

“เส้นเลือดแตกแล้ว !”ใบหน้าของหยวนชิงหลิงเคร่งเครียดและวิตกกังวล “ตอนนี้ต้องรีบเย็บซ่อมแซมเส้นเลือดก่อน”

เขาเอื่อมไปเช็ดคราบเลือดที่อยู่บนหน้าผาและคิ้วของนาง มีเลือกออกมาเป็นจำนวนมาก เหมือนกลับการทำคลอดบุตร น่าแปลกมาก

“ขอบคุณ!”หยวนชิงหลิงก้มหน้าพูด นางใช้คลิปหนีบไปที่เส้นเลือด และใช้คีมเกี่ยวเข้าไปในส่วนอื่น และเริ่มทำการเย็บแผล

เย็บในส่วนของเส้นเลือดเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ ในส่วนของม้ามยังมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด

หยวนชิงหลิงรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก เย็บแผลไปด้วยพร้อมกับพูดด้วย “ฝูเป่าแกต้องอดทนไว้นะ เราต้องผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน แกต้องหาย ไท่ซ่างหวงอยู่ไม่ได้หากเสียแกไป”

หยู่เหวินเห้ารู้สึกว่าตัวเองก็ห่วงและกังวลใจกับสุนัขตัวเองจากที่ไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน

“เจ้าทำเช่นนี้กับมัน มันไม่เจ็บรึ?”หยู่เหวินเห้าทนดูไม่ได้จึงถามนาง

“ฉีดยาชาเข้าไปแล้ว!”หยวนชิงหลิงพูดกับคนตรงหน้าด้วยท่าทีที่นิ่งและจดจ่ออยู่กับการทำแผล

“……………”เขารู้สึกว่าตัวเองมีชะตากรรมเดียวกัน!

เห็นนางเย็บเนื้อทีละชั้นของฝูเป่าราวกับเย็บเสื้อผ้า มีทักษะและเป็นมืออาชีพมาก ความสงสัยมากมายเกิดขึ้นในใจของเขา

แต่ กลัวเสียหน้า

“การผ่าตัดเสร็จสิ้นลง อะไรจะเกิดขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับมันแล้ว”หยวนชิงหลิงกล่าวน้ำเสียงที่อ่อนโยนอบอวลไปด้วยความห่วงใย เริ่มเก็บกวาดทำความสะอาด ฝูเป่านอนหงาย แขนขาส่วนบนและแขนขาส่วนล่างถูกตรึงไว้ ปากอ่าขึ้นและลิ้นที่แลบออกไปด้านข้าง ตาที่หลับอยู่ เป็นภาพที่น่าสงสารมาก

หยู่เหวินเห้าลุกขึ้น ขาที่อยู่ในท่ายองๆมาเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง ขาของเขาชาไปหมด